<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ถอดบทเรียนอุบัติเหตุ10ปี หวัง“รถรับส่งนร.”ปลอดภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;หากย้อนดูสถานการณ์การเสียชีวิตของคนไทยในรอบ 10 ปีมากที่สุด ต้องยกให้อุบัติเหตุบนท้องถนนมาเป็นอันดับแรก โดยมีอัตราเฉลี่ย 60 รายต่อวันเป็นตัวเลขที่สูงเข้าขั้นวิกฤติ โดยส่วนมากเกิดจากรถบริการสาธารณะต่างๆ รถสองแถว รถรับ-ส่งนักเรียน เป็นต้น ถือเป็นประเด็นที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในงานเวทีสมัชชาบทบาทองค์กรผู้บริโภคกับรถโดยสารสาธารณะปลอดภัยว่า จากสถานการณ์ผู้บริโภคและรายงานรับเรื่องร้องเรียนประจำปี 2560 โดยเครือข่ายผู้บริโภค 7 ภาค และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พบปัญหาการบริการสาธารณะได้รับการร้องเรียนสูงเป็นอันดับ 5 มีเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 424 เรื่อง จากทั้งหมด 3,615 เรื่อง โดยรถตู้โดยสารสาธารณะมากที่สุด 116 เรื่อง รองลงมาคือ รถสองแถว 73 เรื่อง รถรับส่งนักเรียน 42 เรื่อง และรถทัวร์โดยสาร 35 เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;


fifa356&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สสส.และภาคีเครือข่ายให้ความสำคัญและได้เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนนมาตลอดกว่า 10 ปี โดยเฉพาะปัญหารถโดยสารสาธารณะที่เกิดอุบัติเหตุและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล และเมื่อเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งจะพบผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากซึ่งถือเป็นอุบัติเหตุขนาดใหญ่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กลไกสำคัญในการแก้ปัญหานอกจากการพัฒนากฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ การพัฒนามาตรฐานและการให้บริการรถโดยสารที่ช่วยลดอุบัติเหตุลงได้แล้ว การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวัง และเยียวยากรณีเกิดความเสียหาย รับเรื่องร้องเรียน คดีฟ้องร้องต่างๆ ถือว่ามีบทบาทช่วยสร้างความเป็นธรรมกับผู้บริโภคและประชาชนได้มาก&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ประสานงานโครงการรถโดยสารปลอดภัย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงมติจากเวทีสมัชชาบทบาทองค์กรผู้บริโภคกับรถโดยสารสาธารณะปลอดภัยว่า ทุกภาคส่วนมีข้อเสนอให้กำหนดประเด็นรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยเข้าสู่วาระหรือนโยบาย ตั้งแต่ระดับโรงเรียน ท้องถิ่น จังหวัด และประเทศ โดยเสนอให้มีหน่วยงานเจ้าภาพหลักบริหารจัดการรถโรงเรียน ทำให้รถทุกคันเข้าสู่ระบบ มีกระบวนการติดตามคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะเดียวกันได้เสนอแนะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) บูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และกรมการขนส่งทางบก ส่วนการพัฒนาในระดับบุคคลนั้น เสนอให้มีการสนับสนุนให้มีการสร้างจิตสำนึกด้วยการพัฒนาศักยภาพ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้อุปกรณ์นิรภัยและเรียนรู้การแก้ไขสถานการณ์ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนนและรถโดยสารสาธารณะ&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายนิกร จำนง ประธานมูลนิธิประชาปลอดภัย กล่าวว่า อัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยเฉลี่ย 60 รายต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูง ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมมือลดอัตราการเสียชีวิตอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่กำลังจะเติบโตเป็นอนาคตของชาติ โดยขอเสนอให้กวดขันรถโรงเรียนและรถรับ-ส่งนักเรียนเป็นไปตามกฎหมาย การปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับตัวรถโรงเรียนและรถรับ-ส่งนักเรียน ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก&amp;nbsp; 


สล็อต&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.2522 พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างสถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;หากทุกฝ่ายจับมือกันและแก้ไขปัญหาอย่างถูกจุด เชื่อว่าอุบัติเหตุทางถนนของไทยจะลดลงได้อย่างแน่นอน. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กินเจ ได้บุญ ได้สุขภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงข่าว &amp;ldquo;เจนี้ ลดเค็ม ได้บุญ ได้สุขภาพ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โดย ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ สาขาวิชาโรคไต โรงพยาบาลรามาธิบดีและประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงเทศกาลกินเจของศูนย์วิจัยกสิกรไทยในปี 2561 พบว่า กลุ่มวัยทำงานเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะกินเจ ทำให้พฤติกรรมการบริโภคอาหารเจมาจากการซื้อจากร้านอาหารเพื่อความสะดวก โดยการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารเจจะพิจารณาจากรสชาติและภาพลักษณ์ของอาหารเป็นอันดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.นพ.สุรศักดิ์กล่าวว่า เครือข่ายลดบริโภคเค็มจึงทำการสุ่มตัวอย่างอาหารเจ 13 เมนูยอดนิยมบนถนนสายเศรษฐกิจ 3 แหล่งใน กทม. ได้แก่ เยาวราช อตก. และตลาดยิ่งเจริญ โดยใช้เครื่องวัดความเค็ม ตรวจสอบปริมาณโซเดียมในอาหาร ประกอบด้วย แกงเขียวหวาน แกงกะทิ จับฉ่าย พะโล้ ผัดกะเพรา แกงส้ม ผัดผัก ต้มจืด ต้มกะหล่ำปลี ขนมจีนน้ำยากะทิ ลาบเห็ด กระเพาะปลา และผัดขิง พบว่าทุกเมนูมีปริมาณโซเดียมเกินความจำเป็นที่ร่างกายควรได้รับ โดยในแต่ละมื้อไม่ควรบริโภคโซเดียมเกิน 600 มิลลิกรัม ซึ่งเมนูที่มีโซเดียมสูงสุดคือ พะโล้ มีปริมาณโซเดียมเฉลี่ย 1,092.44 มิลลิกรัม/200 กรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ควรบริโภคต่อมื้อเกือบ 2 เท่า ตามด้วยอันดับ 2 ต้มจับฉ่าย (1,055.11 มิลลิกรัม/200 กรัม) และอันดับ 3 ขนมจีนน้ำยากะทิ (1,037.33 มิลลิกรัม/200 กรัม) นอกจากนี้ยังพบอาหารเจจำพวกผักดอง เกี้ยมไฉ่ กานาฉ่าย จับฉ่าย เป็นอาหารที่ใช้เกลือมาก ซึ่งผักที่เคี้ยวหรือดองเป็นเวลานานจะได้คุณค่าทางอาหารที่น้อยลง รวมถึงอาหารแปรรูป เช่น โปรตีนเกษตร เนื้อสัตว์เจจะมีการเติมรสเค็มเพื่อทำให้รสชาติใกล้เคียงของจริงมากที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันคนไทยกินเค็มเกินปริมาณที่ร่างกายควรได้รับถึง 2 เท่า โดยพบว่าปริมาณโซเดียมที่คนไทยกินเฉลี่ย 4,351.69 มิลลิกรัมต่อวัน ขณะที่ปริมาณโซเดียมไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน ในแต่ละปีจึงมีผู้ป่วยถึง 2 ล้านคนที่เกิดจากพฤติกรรมกินเค็ม เครือข่ายลดบริโภคเค็มและสสส.จึงอยากชวนคนไทยในช่วงเทศกาลกินเจนอกจากถือศีลละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์แล้ว อยากชวนให้ร่างกายได้พักไตด้วยการลดเค็มในเมนูเจ ซึ่งมี 3 วิธีในการกินเจให้ได้สุขภาพดีคือ 1.เลือกทานผักสด ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า โดยต้องล้างผักให้สะอาด 2.ลดเค็ม เลี่ยงอาหารแปรรูปหรือการทานน้ำซุปเพราะมีเกลือสูง 3.หลีกเลี่ยงของมันของทอดและลดแป้ง หลายคนกินเจแล้วน้ำหนักเพิ่ม เพราะในเมนูเจมีแป้งสูง จึงควรชดเชยด้วยน้ำเต้าหู้หรือธัญพืช ซึ่งจะช่วยต้านอนุมูลอิสระมากกว่าการเติมแป้ง ส่วนผู้ป่วยเบาหวานควรลดปริมาณข้าวให้น้อยลง&amp;rdquo; ผศ.นพ.สุรศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ ในงานแถลงข่าว นายยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ประธานสถานศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจการอาหารไทยและนานาชาติ ได้สาธิตการทำอาหารเจ อร่อยได้ ไม่ต้องเค็ม ในเมนู &amp;ldquo;หูฉลามเจ&amp;rdquo; พร้อมกับข้อแนะนำการปรุงอาหารเจให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20016</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, ขนส่งทางบก, นิกร จำนง ประธานมูลนิธิประชาปลอดภัย, ปลอดภัย, รถรับส่งนร, รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, สพฐ, สสส, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc567a1294a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ.รับลูก นายกฯ ขยาย โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ครอบคลุมกลุ่ม 18 จังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.ย.61-สพฐ.รับลูก นายกฯ ขยาย โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ครอบคลุมกลุ่ม 18 จังหวัด ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พร้อมยกร่างกฎระเบียบการปลดล็อค แก้ปัญหาการดำเนินการ และตั้งอ.ก.ค.ศ. เข้ามาดูในเรื่องการโยกย้ายในกลุ่มโรงเรียนวัตถุประสงค์พิเศษโดยเฉพาะ

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือ ซูเปอร์บอร์ดการศึกษา ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีการหารือในหลายประเด็น โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คือ โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความชื่นชมโครงการดังกล่าว อีกทั้งนายกฯ ยังได้มอบแนวทางการดำเนินการเรื่องนี้ให้ครอบคลุมในกลุ่ม 18 จังหวัดตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา จำนวน 40 โรง โดยจากนี้ สพฐ.คงต้องดูว่ามีการขยายโครงการฯ ให้กระจายไปตามกลุ่มจังหวัดที่นายกฯ ต้องการแล้วหรือยัง นอกจากนี้ สพฐ.จะดำเนินการปลดล็อคข้อกฎหมายเรื่ององค์ประกอบของสถานศึกษาให้แก่กลุ่มโรงเรียนร่วมพัฒนา เช่น เรื่องกรรมการสถานศึกษาของกลุ่มโรงเรียนในโครงการดังกล่าว ซึ่ง สพฐ.ได้เตรียมร่างกฎระเบียบการปลดล็อคไว้แล้ว และจะนำเสนอให้ กพฐ.พิจารณาและประกาศเร็วๆ นี้ โดยการปลดล็อคครั้งนี้จะช่วยให้ภาคเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนโรงเรียนร่วมพัฒนาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารในฐานะกรรมการ ซึ่งถือมีความสำคัญมาก เพราะกรรมการที่มีภาคเอกชนเข้าร่วมจะมีส่วนร่วมในการเห็นชอบการใช้งบประมาณ หลักสูตรสถานศึกษา และการเสนอแนะแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารและข้าราชการครู

&amp;ldquo;นอกจากนี้ สพฐ.จะให้มีองค์คณะบริหารบุคคล เป็น คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ที่เข้ามาดูในเรื่องการโยกย้ายข้าราชการครูและผู้บริหารในกลุ่มโรงเรียนวัตถุประสงค์พิเศษโดยเฉพาะ เช่น โรงเรียนร่วมพัฒนา โรงเรียนจุฬาภรณ์ เป็นต้น ซึ่งหลักเกณฑ์การโยกย้ายข้าราชการครูและผู้บริหารของกลุ่มโรงเรียนวัตถุประสงค์พิเศษนั้น จะต้องดำรงตำแหน่งครูหรือผู้บริหารอย่างน้อย 5 ปีไม่ใช่ย้ายมาแล้วก็ไป&amp;nbsp; ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ของการบริหารในกลุ่มโรงเรียนดังกล่าวต้องสะดุด เพราะครูและผู้บริหารขอย้ายบ่อยๆ ทั้งนี้เกณฑ์ดังกล่าวจะเร่งทำให้เสร็จ เพื่อนำเข้าที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณา และนำมาใช้กับการโยกย้ายผู้บริหารและครูของโรงเรียนจุฬาภรณ์ทันที&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17315</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, สพฐ, โรงเรียนร่วมพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3df3105d991.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 00:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2018” เฟ้นหา “ช้างเผือก” ระดับโรงเรียนทุกภูมิภาคสู่บาสระดับอาชีพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท โมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ในเครือโมโนกรุ๊ป ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หรือ สพฐ. ดำเนินจัดการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ในชื่อโครงการ &amp;ldquo;สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2018&amp;rdquo; เป็นปีที่สอง เพื่อสนับสนุนให้เด็กไทยทั่วทุกภูมิภาคได้เพิ่มศักยภาพ และพัฒนาการเล่นกีฬาบาสเกตบอลของตัวเองให้สามารถก้าวสู่กีฬาบาสเกตบอลอาชีพได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณจิรัญ รัตนวิริยะชัย ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท โมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ได้ร่วมกับ คุณวัลลา เรือนไชยวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดงานแถลงข่าวการแข่งขัน &amp;ldquo;สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2018&amp;rdquo; ณ สนาม STADIUM 29 ถนนชัยพฤกษ์ ซึ่ง คุณจิรัญ กล่าวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปีที่ผ่านมา โมโน สปอร์ต ได้สนับสนุนกีฬาบาสเกตบอลในระดับต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องหลายปี และยังคงสนับสนุนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้กีฬาบาสเกตบอลก้าวสู่ระดับเอเชียให้ได้ ดังนั้นการจะก้าวไปให้ถึงวันนั้น เราต้องสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กไทยรักและชื่นชอบรู้จักฝึกฝนในกีฬาบาสเกตบอลเสียก่อน เพื่อให้เด็กๆของเราได้มีพื้นที่ในการโชว์ฝีมือและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันอยู่เสมอ เป็นการเพิ่มประสบการณ์ตรงในการจะเป็นนักบาสเกตบอลอาชีพให้กับเด็กๆในทุกภูมิภาค&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ภายใต้ชื่อโครงการ &amp;ldquo;สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2018 ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่สองที่เราดำเนินการจัดการแข่งขันขึ้น รูปแบบการแข่งขันจะเป็นไปตามมาตราฐานสากล ที่สำคัญมีเงินรางวัลในการแข่งขันครั้งนี้มากกว่าหนึ่งล้านบาทด้วยครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแข่งขันบาสเกตบอล &amp;ldquo;สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2018&amp;rdquo; ชิงชัยจำนวน 6 รุ่น ทั้งชายและหญิง ได้แก่ รุ่นอายุ 14 ปี , อายุ 16 ปี และอายุ 18 ปี โดยการคัดเลือกจะแบ่งออกเป็น 5 ภาค ดังนี้ ภาคเหนือ 17 จังหวัด, ภาคใต้ 14จังหวัด, ภาคกลางและตะวันออก 24 จังหวัด และภาคนครหลวง 2 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 57 จังหวัด ซึ่งในแต่ละภาคจะเริ่มทำการแข่งขัน &amp;ldquo;รอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภาค&amp;ldquo; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาคนครหลวง&amp;rdquo; แข่งขันวันที่ 3-9 พฤษภาคม 2561 ที่โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;rdquo; แข่งขันวันที่ 5-11 มิถุนายน 2561 ที่โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาคกลางและภาคตะวันออก&amp;rdquo; แข่งขันวันที่ 15-21 พฤษภาคม 2561 ที่โรงเรียนสตรีอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาคเหนือ&amp;rdquo; แข่งขันวันที่ 25-31 พฤษภาคม 2561 ที่โรงเรียนอุตรดิตถ์ดารุณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาคใต้&amp;rdquo; แข่งขันวันที่ 15-21 มิถุนายน 2561 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และการแข่งขัน &amp;ldquo;รอบชิงชนะเลิศในระดับประเทศ&amp;rdquo; จัดการแข่งขันวันที่ 2 &amp;ndash; 10 กรกฎาคม 2561 ณ สนาม STADIUM 29 ถนนชัยพฤกษ์ โดยจะจับสลากแบ่งสายและแข่งขันระบบพบกันหมด และให้นำเอาทีมอันดับที่ 1 , อันดับที่ 2 เข้าไปเล่นในรอบต่อไป ซึ่งจะเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออก จนถึงคู่ชิงชนะเลิศ สำหรับกติกาการแข่งขันจะยึดตามหลักสากลที่สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (FIBA) กำหนดไว้ ทีมโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ, สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือโรงเรียนกีฬา สามารถเตรียมความพร้อมของทีมตัวเองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ซึ่งวิธีการสมัครเข้าแข่งขันสามารถทำได้ดังนี้ คือ สมัครด้วยตนเอง ณ สถานที่แข่งขันในแต่ละภูมิภาค หรือ ดาวน์โหลดใบสมัครเข้าแข่งขันได้ที่เพจ Mono Champion Cup&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7974</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, คุณจิรัญ รัตนวิริยะชัย, บาสเก็ตบอล อาเซียน ลีก, บาสเก็ตบอลนักเรียน, สพฐ, สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2018, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, โมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae20e947e5ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง10ข้าราชการฉาวเข้ากรุสพฐ.&quot;บุญรักษ์&quot;ชี้ถือว่าถูกลงโทษรุนแรง โดนตัดเงินเดือน     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รับรายงานจากนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เกี่ยวกับการดำเนินการให้ข้าราชการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกจากราชการไว้ก่อนตามมาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีข้าราชการ สพฐ.ถูกดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวทั้งหมด 10 ราย โดยในจำนวนนี้ก็มีทั้งให้ออกจากราชการไว้ก่อนกับให้ย้ายออกจากหน่วยงานเดิม &amp;nbsp;สำหรับการให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้น สพฐ.มีการสืบข้อเท็จจริงมาแล้วว่ามีมูลความผิดชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญรักษ์ กล่าวว่า ตามมาตรการดังกล่าวในส่วนของ สพฐ.จะมีการดำเนินการใน 2 ส่วน คือ &amp;nbsp;1.การดำเนินการของสพฐ.ส่วนกลาง และ การแจ้งมาตรการดังกล่าวให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ร่วมกับ ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) &amp;nbsp;ดำเนินการตามในเขตพื้นที่ของตัวเองในแต่ละจังหวัดที่มีคดีและตั้งคณะกรรมการสอบ &amp;nbsp; โดยในส่วนที่ สพฐ.ส่วนกลางดำเนินการในขณะนี้มีทั้งการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง &amp;nbsp;41 ราย และ คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง 9 ราย &amp;nbsp;ในส่วนที่มีผลการพิจารณาจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว สพฐ.จึงมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการตามาตรการของคสช. โดยมี ตน เป็นประธาน มีรองเลขาธิการ กพฐ. และ ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เป็นกรรมการ ซึ่งมีการพิจารณาข้อมูลแล้วพบเข้าข่ายที่ให้ออกจากราชการไว้ก่อน ประมาณ 14 &amp;nbsp;ราย ย้ายออกจากตำแหน่งเดิม 7 ราย ย้ายออกจากตำแหน่งเดิมไปแล้วแต่เป็นกรณีอื่น จำนวน 2 ราย และให้ย้ายมาประจำสพฐ. 1 ราย รวมทั้งสิ้น 24 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนที่ให้ย้ายมาประจำ สพฐ.นั้นอย่าคิดว่าเป็นเรื่องดี เพราะการย้ายในลักษณะนี้เป็นเรื่องรุนแรงมากถูกลดขั้นเงินเดือน &amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;คำสั่งของ สพฐ.ตามาตรการของ คสช.จะออกหลังสงกรานต์ เนื่องจากต้องจัดทำรายละเอียดอย่างรอบคอบ และผู้ที่ถูกดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวมีทั้ง ผอ.เขตพื้นที่ รองผอ.เขตพื้นที่ ผอ.โรงเรียน และครู ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นการล้างท่อ ส่วนจะมีกรณีใดบ้างตนยังไม่ขอพูดถึง&amp;quot;นายบุญรักษ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6963</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตกระทรวงศึกษาธิการ, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร, สพฐ, เด้ง10ข้าราชการเข้ากรุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a815aef43725.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่สมัครโรงเรียนเตรียมฯพัฒการกว่า1.3พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดยอด เด็กแห่สมัคร ร.ร.ดัง เตรียมอุดมศึกษา พัฒฯ สมัครกว่า 1,306 คน รับ 616 คน สพฐ. จัดทีมตรวจการสอบเข้าเรียน&amp;nbsp; เชื่อเรียกแป๊ะเจี๊ยะยาก เพราะให้รร.ประกาศรายชื่อสำรอง ไม่มีทางข้ามลำดับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนต่อชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 ประจำปีการศึกษา 2561 โดยเปิดรับสมัครสอบพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25-28 มีนาคม ว่า เพื่อให้การสอบเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 และม.4 เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม สพฐ.ได้แบ่งสายลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบ ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และตนจะตรวจสนามสอบที่ ร.ร.เทพศิรินทร์ นายณรงค์&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ้วพลสง รองเลขาฯ กพฐ. ตรวจสนามสอบ ร.ร.ฤทธิยะวรรณาลัย และในวันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวันสอบเรียนต่อชั้น ม.4 นางสุกัญญา งามบรรจง รองเลขาฯ กพฐ. จะตรวจสนามสอบ ร.ร.บางปะกอกวิทยาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขากพฐ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้คณะทำงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ร่วมกับ สพฐ.เพื่อตรวจสอบระบบการรับนักเรียน การควบคุมจำนวนนักเรียนและหาแนวทางป้องกันการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ และหลังจากที่มีการประกาศผลการรับสมัครนักเรียนเรียบร้อยแล้ว คณะทำงานของ ป.ป.ช.น่าจะลงสุ่มตรวจตามโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีมาตรการของ สพฐ.ที่ให้การประกาศผลของแต่ละโรงเรียนต้องมีบัญชีสำรองที่ประกาศให้สาธารณชนรับรู้ ดังนั้น การที่ผู้ปกครองจะไปวิ่งเต้นจ่ายเงินให้ได้ที่เรียนคงไม่มีประโยชน์ เพราะเมื่อมีบัญชีแล้วจะไม่มีสามารถเรียกข้ามคนได้ และกฏหมาย ป.ป.ช.ก็ประกาศชัดเจนว่าการเรียกรับเงินหรือการรับเงินในกรณีที่มีสิ่งแลกเปลี่ยนเข้าข่ายการติดสินบน ซึ่งจะมีความผิดทั้งคนรับและคนให้ ประกอบกับมาตรการป้องกันการทุจริตของคณะรักษาความงบแห่งชาติ (คสช.) ที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมีการลงโทษไวมาก ต้องดำเนินการสืบข้อเท็จจริงให้เสร็จภายใน 7 วัน และสอบสวนวินัยให้เสร็จภายใน 30 วัน ดังนั้นตนเชื่อว่าปัญหาที่จะเกิดการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะซ้ำซ้อนน่าจะไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญรักษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ซึ่งนักเรียนแห่สมัครสอบเป็นจำนวนมาก เช่น รร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รับ 616 คน สมัคร 1,306 คน รร.หอวัง รับ 592 คน สมัคร 1,205 คน ร..บดินทรเดชา (สิงห สิงหเสนี) รับ 624 คน สมัคร 1,091 คน รร.ฤทธิยะวรรณาลัย รับ 618 คน สมัคร 1,076 คน รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 รับ 572 คน สมัคร 925 คน รร.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า รับ 452 คน สมัคร 957 คน รร.สตรีวิทยา 2&amp;nbsp; รับ 646 คน สมัคร 1,020 คน รร.เทพศิรินทร์ รับ 362 คน สมัคร 717 คน และ&amp;nbsp; รร.สตรีวิทยา รับ 442 คน สมัคร 570 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6045</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญรักษ์ ยอดเพ็ชร, ยอดรับสมัครนักเรียนปี2561, สพฐ, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8b87e92b6f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งามไส้พฐ.รับล้มคดี รองผบก.ร้องผบช.พบทุจริตแต่ผู้บังคับบัญชาแกล้งยัดข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; สะเทือน! พิสูจน์หลักฐาน รอง ผบก.พฐ.8 &amp;nbsp;ร้อง ผบช.สพฐ.ตร. โดน &amp;quot;รอง ผบช.สพฐ.&amp;quot; กลั่นแกล้งให้รับโทษขณะดำรงตำแหน่ง ศพฐ.10 ดูแล 3 จว.ชายแดนใต้ หลังตรวจพบมีการเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนของกลางคดีฆาตกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดแลกกับผลประโยชน์ แต่กลับถูกผู้บังคับบัญชาแจ้งความยัดข้อหาครอบครองอาวุธปืนสงคราม สุดท้ายอัยการไม่ฟ้อง จี้ให้ย้ายออกจาก พฐ. หวั่นทำลายความเชื่อมั่น พฐ.ไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มีนาคม มีรายงานจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สพฐ.ตร.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า มีหนังสือร้องเรียนความเป็นธรรมในคดีทุจริตการเปลี่ยนของกลางเพื่อพิสูจน์ในคดีฆาตกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่การกลั่นแกล้งแจ้งความเท็จ โดย พ.ต.อ.สาธิต ก้อนแก้ว รองผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 จ.สุราษฎร์ธานี ได้ทำบันทึกข้อความเป็นหนังสือส่วนราชการ ศพฐ.8 ที่ 0032.(11) 1/2191 ลงวันที่ 8 มี.ค.2561 เรื่อง ขอความเป็นธรรมกรณีถูกกลั่นแกล้งแจ้งความเท็จและกรณีทุจริตฆาตกรรม น.ส.วณี ทองพุฒ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;ถึง พล.ต.ท. พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.สพฐ.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเนื้อหาหนังสือสรุปว่า เมื่อปี 2548 พ.ต.ท.สาธิต ก้อนแก้ว ยศในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งสารวัตรงาน 2 กองกำกับการวิทยาการเขต 33 จังหวัดพิษณุโลก ได้สมัครใจไปปฏิบัติหน้าที่ตรวจพิสูจน์อาวุธปืนและเครื่องกระสุน ที่ ศพฐ.10 จังหวัดยะลา รับผิดชอบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นวท.(สบ 4) กชช.ศพฐ.10 ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าตรวจพิสูจน์อาวุธปืนและเครื่องกระสุน โดยได้ริเริ่มการสร้างการเก็บวัตถุพยานลูกกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนให้สืบค้นได้โดยง่าย มีการจัดเก็บเป็นสัดส่วน เริ่มสร้างฐานประวัติการกระทำความผิดของอาวุธปืนจากแหล่งที่มาของการก่อเหตุเพิ่มขึ้น ควบคู่กับฐานความผิดเดิมที่มีอยู่แล้ว ที่ใช้เครื่องตรวจเปรียบเทียบอาวุธปืนและลูกกระสุนปืนอัตโนมัติ ทำการสอน และบรรยายเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์อาวุธปืนสอนหลักการทางฟิสิกส์ของอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อัยการ ผู้พิพากษา รวมทั้งยังได้เขียนบทความเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน เพื่อแย้งคำพิพากษากรณียกฟ้องจำเลยที่มีเครื่องกระสุนปืนสงครามไว้ในความครอบครองขึ้นมาเพื่อแจกจ่ายให้กับพนักงานสอบสวนอัยการผู้พิพากษา เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายเรื่องอาวุธสงครามและอาวุธปืนในทางพาณิชย์แตกต่างกันอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดตรวจพิสูจน์อาวุธปืนดังกล่าวในเดือน ก.พ.2557 ข้าพเจ้าได้ตรวจพบว่ามีการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่เกิดขึ้น โดยพบว่าผู้ตรวจพิสูจน์ในกลุ่มงานตรวจพิสูจน์อาวุธปืนและเครื่องกระสุนได้มีการสับเปลี่ยนของกลาง เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ และเป็นช่องทางในการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดให้ไม่ต้องรับโทษ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าการทุจริตดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2554&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สาธิตระบุว่า เมื่อทราบการทุจริตต่อหน้าที่จึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชาให้ทราบทันที โดยได้แจ้งเรื่องการทุจริตด้วยวาจาไปยัง พล.ต.ต.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ ผบก.ศพฐ.10 ในขณะนั้น เพื่อให้ได้หาตัวผู้ทุจริตมาลงโทษ แต่ปรากฏว่า พล.ต.ต.ปรีดีไม่ได้ดำเนินการใดๆ หรือแม้แต่สั่งตรวจสอบหรือแก้ไขให้ถูกต้อง จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานอีกหลายเดือน จนข้าพเจ้าเกรงว่าจะเสียความยุติธรรมในคดีและอีกทั้งผู้เสียชีวิตคือ น.ส.วณี ทองพุฒ จะไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2557 จึงได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเรียน พล.ต.ต.ปรีดี เพื่อให้เป็นหลักฐาน และเพื่อเป็นการยืนยันให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาข้าพเจ้าได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่ง สวน.(สบ 4) กยส.ศพฐ.8 จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เดือนม.ค.2558 และได้ปฏิบัติหน้าที่เลยมาจนกระทั่งเดือนม.ค.2559 กลับถูกแจ้งความดำเนินคดีอาญา กรณีมีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ทั้งที่อาวุธปืนที่ถูกนำไปแจ้งความนั้น พล.ต.ต.ปรีดีได้เคยนำออกแสดงเมื่อครั้งผู้พิพากษาจังหวัดนราธิวาสมาศึกษาดูงานที่ ศพฐ.10 จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2557 แต่ต่อมา พล.ต.ต.ปรีดีกลับนำอาวุธปืนดังกล่าวมาแจ้งความดำเนินคดีอาญากับข้าพเจ้า เป็นคดีความอาญาที่ 741/2559 ลงวันที่ 1 ม.ค.2559 ที่ สภ.เมืองยะลา เป็นเหตุให้ข้าพเจ้าต้องถูกพนักงานสอบสวน สภ. เมืองยะลา เรียกไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา
ผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแจ้งความดำเนินคดีอาญาดังกล่าว มี พล.ต.ต.ปรีดีเป็นผู้กล่าวหา และมี พ.ต.อ.ทนง ทองประดับเพชร เป็นผู้รับมอบอำนาจ ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นการกระทำโดยมิชอบ คือมีการนำสำนวนการตรวจสอบอาวุธปืนซึ่งมิได้มีการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาคือข้าพเจ้า ได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่าได้มีการกระทำความผิดจริงหรือไม่ก่อนใช้ดุลยพินิจว่า ถ้าผิดจริง ให้ทำการแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อไป การกล่าวหาทางคดีอาญาในครั้งนี้ถือเป็นการกระทำโดยมิชอบ ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนระเบียบกฎหมาย มีผลให้ข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาได้รับผลกระทบในทางเสื่อมเสียชื่อเสียง เกียรติยศ และกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ซึ่งไม่ควรเป็นวิสัยของผู้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งที่ พล.ต.ต.ปรีดีเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง ที่ควรมีวุฒิภาวะผู้นำที่ดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือระบุอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ก.พ.2560 อัยการจังหวัด ประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดยะลา ได้มีคำสั่งไม่ฟ้องกับข้าพเจ้า โดยให้ข้อเท็จจริงโดยสรุป และมีคำวินิจฉัยพิจารณาแล้วเห็นว่าข้าพเจ้าไม่ได้เป็นผู้ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าว จากเหตุการณ์นี้เชื่อว่า พล.ต.ต.ปรีดี กับ พ.ต.อ.ทนง ได้ร่วมกันกลั่นแกล้งข้าพเจ้าให้ถูกดำเนินคดีอาญา สาเหตุมาจากการที่ข้าพเจ้าได้รายงานการทุจริตการสับเปลี่ยนของกลางดังกล่าว เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2560 จึงได้นำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งยังสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดยะลา เพื่อขอความเป็นธรรมให้แก่ น.ส.วณี และเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2560 ข้าพเจ้าได้ไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับ พล.ต.ต.ปรีดี และ พ.ต.อ.ทนง ที่สภ.เมืองยะลา ในข้อหากลั่นแกล้ง แจ้งความเท็จ และได้เคยทำบันทึกเรียน ผบช.สพฐ.ตร. เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2560 แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้าพเจ้าจึงได้นำเรียนมายังท่าน เพื่อขอความเป็นธรรม และเพื่อการดำเนินการให้เกิดความเที่ยงธรรม มิให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ๆ และเห็นควรให้มีการดำเนินการทางวินัยแก่บุคคลทั้งสอง คือ พล.ต.ต.ปรีดี และ พ.ต.อ.ทนงด้วย และเห็นควรให้โยกย้าย พล.ต.ต.ปรีดีออกนอกสังกัด ศพฐ. เนื่องจากปัจจุบัน พล.ต.ต.ปรีดีดำรงตำแหน่งรอง ผบช.สพฐ.ตร. ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพล สามารถให้คุณให้โทษในการดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียความยุติธรรมในรูปคดีต่อข้าพเจ้า ได้ขอ ผบช.สพฐ.ตร. ได้โปรดสั่งการให้มีการดำเนินการใดๆ ตามเห็นควร พร้อมนี้ข้าพเจ้าได้เสนอเอกสารที่เกี่ยวข้องมาเพื่อเป็นหลักฐานและเพื่อประกอบพิจารณาด้วยแล้ว 1 เล่ม จำนวน 97 หน้า&amp;quot; หนังสือ พ.ต.อ.สาธิตระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามไปยัง พ.ต.อ.สาธิต ถึงหนังสือร้องเรียนดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยว่า วันนี้เพิ่งเข้ามารายงานตัว หลังได้รับคำสั่งแต่งตั้งระดับ สว.-รอง ผบก.วาระประจำปี 2560 เป็นนักวิทยาศาสตร์ สบ 5 กองพิสูจน์หลักฐานกลาง คดีนี้เป็นคดีทุจริตของกลางกรณี น.ส.วณี ถูกสามีซึ่งเป็นตำรวจยศ &amp;ldquo;ด.ต.&amp;rdquo; ในพื้นที่ยิงเสียชีวิต หลังเกิดเหตุตรวจยึดหัวกระสุนปืนและปลอกกระสุนนำมาตรวจ แต่หลังจากนั้นมีการวิ่งคดีเพื่อเปลี่ยนปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก จากนั้นได้นำปืนยี่ห้อคิมเบอร์ของตำรวจคนดังกล่าวมาตรวจ มันก็ไม่ตรงกัน เพราะมีการเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนแล้ว เพราะการบันทึกปลอกกระสุนของกลางเราได้บันทึกไว้ในฐานข้อมูลแล้ว มีทั้งภาพถ่ายเป็นหลักฐาน เมื่อรู้ว่ามีการทุจริต จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบด้วยวาจาคือ พล.ต.ต.ปรีดี แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า จึงได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรว่าคดีนี้มีการทุจริต เมื่อมีรายงานเป็นหนังสือเบี่ยงเบนไม่ได้ จึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบ เพราะถ้ามีหนังสือแล้วไม่ปฏิบัติถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
วิ่งคดีเปลี่ยนปลอกกระสุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่เมื่อรู้ว่าผมจะขึ้นเป็นรอง ผบก.ศพฐ.8 พล.ต.ต.ปรีดีได้เอาปืนที่ผมใช้สอนหนังสืออัยการ ศาล และก็เป็นกระบอกเดียวกันที่ พล.ต.ต.ปรีดีเคยใช้สอนหนังสือเช่นเดียวกันกับผมที่ทิ้งไว้ที่ยะลา มาแจ้งความหาพยานมาสอบสวนในทางมิชอบ โดยที่ไม่ให้ผมแก้ข้อกล่าวหาต่างๆ เลย ปืนกระบอกดังกล่าวเป็นปืนที่ไม่มีทะเบียน นำมาเพื่อใช้สอนหนังสือเท่านั้น ก็เหมือนกับอีโอดี ก็ต้องมีระเบิดไว้สอน แต่ดันเอาปืนกระบอกนั้นมากลั่นแกล้งให้ผมไม่ให้ขึ้น รอง ผบก.ศพฐ.8 แต่ดีที่ พล.ต.ท.มณู เมฆหมอก ผบช.สพฐ.ตร.ขณะนั้นไม่เล่นด้วย จึงได้ขึ้นรอง ผบก. ระหว่างนั้นก็ถูกกลั่นแกล้งต่างๆ นานา แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง จึงเดินทางไปที่ยะลาเพื่อขอเอกสารแจ้งความกลับ พล.ต.ต.ปรีดี และ พ.ต.อ.ทนง ที่ร่วมกันแจ้งความเท็จ แต่ขณะนี้คดียังไม่คืบ เพราะ พล.ต.ต.ปรีดีมีอิทธิพลใน สพฐ.ตร. โดยคดีนี้ทราบว่ามีการวิ่งคดีเพื่อเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ผมจับทุจริตได้ น่าจะไปดำเนินการกับคนทุจริต แต่มากลั่นแกล้งผม มันขาดความชอบธรรม แล้ว พฐ.จะอยู่อย่างไร พฐ.จะไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ พิสูจน์หลักฐานที่ลงไปทำงานภาคใต้ได้รับการยอมรับ แต่คดีนี้มันล้มล้างสำนักงานพิสูจน์หลักฐานเลยนะ เมื่อผมทำหนังสือร้องเรียนถึง ผบช.สพฐ.ตร.แล้ว จะดำเนินการอย่างไรก็แล้วแต่ท่าน แต่ถ้าไม่ดำเนินการ ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ผิด ม.157&amp;rdquo; พ.ต.อ.สาธิตกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.สาธิตยังกล่าวถึงการปฏิรูปตำรวจว่า สำนักงานพิสูจน์หลักฐานต้องออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ในสังกัดตำรวจไม่ได้ บางตำแหน่งเอาใครมาเป็นหัวก็ไม่รู้ การแต่งตั้ง 2-3 ครั้งที่ผ่านมาแย่ที่สุด แต่งตั้งแล้วคนทำงานไม่ได้ บางทีเอาตำรวจท้องที่ที่ไม่มีความรู้มาอยู่ที่ พฐ. บางกรณีโยกย้ายตำรวจที่มีเรื่องมีราวมาไว้ที่ พฐ. แล้วจะเจริญได้อย่างไร เป็นการแต่งตั้งที่เลวร้ายที่สุด หลังจากยุคของ พล.ต.ท.มนู เมื่อย้ายแล้วทำงานไม่ได้ จะมานั่งกินเงินเดือนภาษีประชาชนอยู่อย่างนี้เหรอ ยุคนี้การแต่งตั้งใช้เงินอย่างเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงแม้จะมาอยู่ที่ สพฐ.ตร.ร่วมกับ พล.ต.ต.ปรีดี ที่เป็น รอง ผบช. ผมก็อยู่ได้ อยู่ได้ทุกที่ ผมทำงานเพื่อในหลวง&amp;quot; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สาธิตกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5109</URL_LINK>
                <HASHTAG>สพฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa7bc125223.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2026 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2018 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉากยิ่งใหญ่! บาสนักเรียนสู่อาชีพ“สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปิดฉากการแข่งขันอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับการแข่งขันกีฬา บาสเกตบอลนักเรียนชิงชนะเลิศระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ในโครงการ &amp;ldquo;สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ2017&amp;rdquo; ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2560 จนถึงเดือนมกราคม 2561 และในวันที่ 8-15 มกราคม 2561 ได้จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในระดับประเทศ ณ สนาม STADIUM 29 ถนนชัยพฤกษ์ เพื่อหาผู้ชนะเพียหนึ่งเดียว โดยมีบริษัท โมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หรือ สพฐ. ร่วมกันจัดขึ้น โดยมีพิธีปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 15 มกราคมนี้ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ณ สนาม STADIUM 29 ถนนชัยพฤกษ์ โดยได้รับเกียรติจากคุณวัลลา เรือนไชยวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, คุณจิรัญ รัตนวิริยะชัย ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท โมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด, คุณจิรประวัติ บุณยะเสน ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มธุรกิจโมบายอินเทอร์เน็ต บมจ.โมโน เทคโนโลยี, คุณปิติ จตุรภัทร์ รองผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ดิจิตอล ช่องMONO29&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด และ คุณดวงฤดี สุวรรณพฤกษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มิกาซ่า อินดัสตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมกันทำพิธีปิดการแข่งขันในครั้งนี้ด้วยกัน การแข่งขันบาสเกตบอล &amp;ldquo;สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017&amp;rdquo; เริ่มการแข่งขันระดับภูมิภาค โดยแบ่งเป็น 6 รุ่น ทั้งชายและหญิง ได้แก่ รุ่นอายุ 14 ปี , อายุ 16 ปี และอายุ 18 ปี โดยการคัดเลือกแบ่งออกเป็น 5 ภาค ดังนี้ ภาคเหนือ 18 จังหวัด, ภาคใต้ 14 จังหวัด, ภาคกลางและตะวันออก 25 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 57 จังหวัด ซึ่งที่ผ่านมามีทีมที่ผ่านการคัดเลือกและเข้าแข่งขันในครั้งนี้กว่า 80 ทีม ได้แบ่งสายและแข่งขันระบบแบบพบกันหมด และให้นำเอาทีมอันดับที่ 1 , อันดับที่ 2 เข้าไปเล่นในรอบต่อไป ซึ่งจะเป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออก&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้ จนถึงคู่ชิงชนะเลิศ สำหรับกติกาการแข่งขันจะยึดตามหลักสากลที่สหพันธ์บาสเกตบอลนานาชาติ (FIBA) กำหนดไว้ โดยมีเงินรางวัลรวมมูลค่า 5 แสนบาท จากการสนับสนุนเงินรางวัลของ บริษัท โมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ที่ต้องการผลักดันและส่งเสริมเด็กไทยที่รักในกีฬาบาสเกตบอล ให้พวกเขาได้มีพื้นที่ในการโชว์ฝีมือและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันอยู่เสมอ เป็นการเพิ่มประสบการณ์ตรงในการจะเป็นนักบาสเกตบอลอาชีพให้กับเด็กๆ เหล่านี้ได้ในทุกๆ ภูมิภาค&amp;nbsp;


สล็อต789 อีกทั้งเป็นการต่อยอดโครงการแผนพัฒนากีฬาอาชีพตามแนวนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทีมที่เป็นแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้ ได้แก่
รุ่นอายุ 14ปี ชาย
1.ทีมชนะเลิศจะได้รับเงินทุนการศึกษา 30,000 บาท โรงเรีนนอัสสัมชัญบางรักทีม A จ.กรุงเทพฯ
2.รองชนะเลิศได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท โรงเรียนสตรีวิทยา2 จ.กรุงเทพฯ
3. ทีมครองร่วมอันดับ3 ได้รับทุนการศึกษา 7,000 บาท (จำนวน 2 รางวัล) โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ทีม A และโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ทีม A
รุ่นอายุ 14ปี หญิง
1.ทีมชนะเลิศจะได้รับเงินทุนการศึกษา 20,000 บาท โรงเรียนสิรินทรราชวิทยาลัย จ.นครปฐม
2.รองชนะเลิศได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ จ.กรุงเทพฯ
3. ทีมครองร่วมอันดับ3 ได้รับทุนการศึกษา 7,000 บาท (จำนวน 2 รางวัล) โรงเรียนกาญจณาภิเษกวิทยาลัยชัยภูมิ และ โรงเรียนสตรีอ่างทอง จ.อ่างทอง
รุ่นอายุ 16ปี ชาย
1.ทีมชนะเลิศจะได้รับเงินทุนการศึกษา 40,000 บาท โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนทีม A
2.รองชนะเลิศได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก ทีม A
3. ทีมครองร่วมอันดับ3 ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท (จำนวน 2 รางวัล) โรงเรียนทิวไผ่งาม และ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ทีม A
รุ่นอายุ 16ปี หญิง
1.ทีมชนะเลิศจะได้รับเงินทุนการศึกษา 30,000 บาท โรงเรียนสิรินธร ราชวิทยาลัย จ.นครปฐม
2.รองชนะเลิศได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม จ.กรุงเทพฯ
3. ทีมครองร่วมอันดับ3 ได้รับทุนการศึกษา 7,000 บาท (จำนวน 2 รางวัล) โรงเรียนนานาชาติ เทร็ล และ The American School Of Bangkok
รุ่นอายุ 18ปี ชาย
1.ทีมชนะเลิศจะได้รับเงินทุนการศึกษา 50,000 บาท โรงเรียนทีมไผ่งาม ทีม A&amp;nbsp;
2.รองชนะเลิศได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท โรงเรียนนานาชาติ เทร็ล
3. ทีมครองร่วมอันดับ3 ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท (จำนวน 2 รางวัล) โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีทีม A และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยทีม A
รุ่นอายุ 18ปี หญิง
1.ทีมชนะเลิศจะได้รับเงินทุนการศึกษา 40,000 บาท โรงเรียนวัดน้อยนพคุณ จ.กรุงเทพฯ
2.รองชนะเลิศได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท โรงเรียนสตรีอ่างทอง จ.อ่างทอง
3. ทีมครองร่วมอันดับ3 ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท (จำนวน 2 รางวัล)โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย จ.นครปฐม และโรงเรียนสตรีระนอง จ.ระนอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1160</URL_LINK>
                <HASHTAG>บาสเกตบอลนักเรียน, สพฐ, โมโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180116/image_big_5a5d84c32c1da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
