<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบแอลกอฮอล์ในเลือด 183 มก.! คนขับรถพา &#039;น้องน้ำมนต์&#039; เสียชีวิตพร้อมเพื่อน 3 ราย ตร.ตั้ง 3 ข้อหาหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ธนาวัชร &amp;nbsp;ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีการเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ซูซูกิ สวิฟ สีเงิน หมายเลขทะเบียน 4กย- 4074 กรุงเทพมหานคร เสียหลักพลิกค่ำชนต้นไม้ เหตุเกิดบริเวณสี่แยกหน้าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ตรงข้าม โรงเรียนสาธิตศึกษาศาสตร์ มข. จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ประกอบด้วย นายเกริกฤทธิ์ สุกงพงษ์พันธ์คำ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 ม.6 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น น.ส.กรชฎา เสียงใส อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 ม.2 ต.หนองโก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม และ น.ส.มนชนิตว์ ช่วยบุญหรือน้องน้ำมนต์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 939 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี รองนางสาวไทยปี 2562 ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรวัสดุศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี สาขาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มข. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มีการรายงานความคืบหน้าแนวทางการสืบสวนสอบสวนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้รอดชีวิต คือ นายถิรเดช กุลเขมรังษี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 303 ม.1 ต.ไร่น้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี &amp;nbsp;คนขับรถที่ได้รับบาดเจ็บและขณะนี้อาการหายดีแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.ย่อย มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะออกหมายเรียกให้มาพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดในเบื้องต้น 3 ข้อคือ&amp;nbsp;ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย , ใช้รถที่ไม่ทำ พรบ.และขับขี่รถขณะเมาสุราจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ต้องหารับว่าเป็นคนขับจริง ดื่มแอลกอฮอล์และขับรถเร็ว จากการตรวจสอบคลิปภาพพบว่าเป็นการขับขี่รถเร็วที่เกินหว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนี้นั้นพนักงานสอบสวนจะส่งเรื่องให้ผู้เชี่ยวชาญ ด้านวิศวกรรม จากคณะวิศวกรรมศาตร์ มข.ตรวจสอบหาความเร็วของรถเพื่อประกอบสำนวนคดี ขณะที่จากกาตรวจสอบผลเลือดผู้ขับขี่ ซึ่ง รพ.ศรีนครินทร์ มข.ได้แจ้งมายังพนักงานสอบสวนนั้นพบว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอลล์ในเลือดสูงถึง 183 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธนาวัชร กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้การแจ้งข้อกล่าวหาอยู่ที่ 3 ข้อกล่าวหา และหากผลการตรวจพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญส่งมาที่ตำรวจพนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเป็นข้อหาที่ 4 คือขับรถเร็ว เพิ่มเติมและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเข้มงวดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93501</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, สภ.ขอนแก่น, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602b86c3ebdd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลดพบชิ้นส่วนเด็กถูกฆ่าหั่นศพ ตร.ขอนแก่นเร่งสอบสวนหาเบาะแส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.62- เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 9 ธ.ค.2562 ร.ต.อ.สมัย จันทร์บัวลา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุแก่นนคร191 สภ.เมืองขอนแก่นว่าพบศพชิ้นส่วนเด็กทารกอยู่ในพงหญ้าขอให้มาตรวจสอบ &amp;nbsp;ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกัย พ.ต.อ.สุทธิพงศ์ เป็กทอง รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น,พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 และแพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุบริเวณปากทางเข้าโรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา พื้นที่บ้านสะอาด หมู่ 1 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนมนุษย์ เป็นส่วนขาด้านขวาของเด็ก ในสภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็น ลักษณะถูกตัดด้วยของมีคม ห่างกันประมาณ 500 เมตรจากจุดที่พบชิ้นส่วนขา ซึ่งเป็นริมถนนพบชิ้นส่วนเด็กเพิ่มเติมเป็นส่วนศีรษะ แขนทั้ง 2 ข้าง และบริเวณช่วงอก อยู่ในห่อผ้าสีเขียว อยู่ในถุงพลาสติกอีก 1 ชั้น คาดว่าถูกทิ้งมาไม่เกิน 7 ชั่วโมง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ทราบเพศของศพเด็กทารก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนารัตน์ อนุอัน อายุ 30 ปี 152/1 บ้านโคกสูง หมู่ 4 ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น บอกว่า ขณะเดินทางมาที่ทุ่งนาของตนเองซึ่งอยู่ห่างจากถนนในจุดที่พบชิ้นส่วนมนุษย์ประมาณ 1 กม. พบเห็นสุนัขหลายตัวกำลังรุมกัดบางอย่างอยู่ จึงเข้าไปดูก็พบว่าเป็นชิ้นส่วนขาของมนุษย์ จึงได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนารัตน์ ระบุด้วยว่า พ่อของตนยังได้จุดธูปขอให้พบศพ และชิ้นส่วนของเด็กที่เหลือ จากนั้นจึงได้ขับรถไปเอาโคมไฟที่บ้านมาเพื่อจะมาติดตั้งที่เถียงนา แต่ในขณะขับรถกลับมาได้กลิ่นเหม็นเน่าแปลกๆ จึงหยุดรถจักรยานยนต์ ลงมาตรวจสอบ พบเสื้อสีเขียวห่อบางอย่างที่ส่งกลิ่นอยู่ จึงใช้ไม้เขี่ยดู พบเป็นชิ้นส่วนเด็กอีก คือส่วนศีรษะ แขน 2 ข้าง และช่วงอก จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า การรับแจ้งเหตุพบชิ้นส่วนทารกถูกหั่นเป็นชิ้นนั้น มีการรับแจ้ง 2 ครั้ง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบอีก ซึ่งในครั้งที่สองที่ได้รับแจ้งนั้นพบชิ้นส่วนเพิ่มอีกคือศีรษะ แขน 2 ข้าง และอก ซึ่งน่าจะเป็นทารกอายุไม่เกิน 4- 5เดือน โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆแล้ว เพื่อจะได้ทราบแน่ชัดว่าชิ้นส่วนทารกที่พบนั้น ถูกฆ่าหั่นศพจริงหรือไม่ และศพดังกล่าวเป็นศพของบุตรหลานใคร รวมถึงได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสต่างๆ เพื่อจะได้ข้อมูลว่ามีเด็กหรือลูกหลานใครหายไปบ้าง รวมถึงต้องสืบสวนหาตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ การเสียชีวิตของทารกรายดังกล่าวมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุเพศได้ว่าเป็นเพศไหน โดยต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากแพทย์นิติเวชอีกครั้ง เพื่อที่จะทราบสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52056</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหั่นศพเด็ก, สภ.ขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191209/image_big_5ded97df0b7b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับดร.เอตุ๋น100ล. ลวงเหยื่อค้าทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับแล้ว &amp;quot;ดร.เอ&amp;quot; ร่วมกับเมียตั้งบริษัทค้าทอง ลวงเหยื่อหลายจังหวัดร่วมลงทุน ล่อด้วยผลกำไรงาม แต่สุดท้ายเชิดเงินกว่า 100 ล้าน บก.น.2 ตามรวบตัวได้ก่อนส่งให้ตำรวจขอนแก่นดำเนินคดี ขออนุมัติศาลฝากขังจันทร์นี้ เตือนเมียรีบมอบตัว หนีไปก็ไม่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมนี้ พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ผกก.สส.บก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.ท.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวรากุล, พ.ต.ท.อรรถพงษ์ จันทนะสร, พ.ต.ท.รัชพล กิตติคุณชนก รอง ผกก.สส.บก.น.2 ได้ร่วมกันจับกุมนายชนุตม์ สีสังข์ อายุ 44 ปี หรือ ดร.เอ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 237/2562 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ในข้อหา &amp;quot;ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;quot; โดยจับกุมได้บริเวณหน้าอาคารเลขที่ 888/5 บริษัท โกลด์ ฟาเธอร์ 1978 จำกัด ซอยนวลจันทร์ 16 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์การกระทำความผิด กรณีเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้เสียหายจากหลายจังหวัดได้เดินทางไปร้องทุกข์ต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยอ้างว่าถูกบริษัทดังกล่าวหลอกลงทุนซื้อขายทองคำ เสียหายกว่า 100 ล้านบาท และคดีไม่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.สส.บก.น.2 ได้ออกสืบสวนทราบว่านายชนุตม์ได้หลบหนีมาเปิดบริษัท โกลด์ ฟาเธอร์ 1978 จำกัด ภายในซอยนวลจันทร์ 16 จึงเดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาตามหมายจับกำลังยืนอยู่หน้าบริษัทดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบบัตรประชาชน ทราบชื่อ นามสกุลจริง ตรงตามบุคคลในหมายจับนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งว่าผู้ต้องหามีหมายจับตามข้อหาดังกล่าวข้างต้น พร้อมทั้งแสดงหมายจับให้ดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชนุตม์ได้ให้การรับว่า ตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และแจ้งด้วยว่ายังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมาย จากนั้นนำตัวมาสอบสวนที่ กก.สส.บก.น.2 เพื่อบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ประสานงานร่วมกับ บก.น.2 ในการนำหมายศาลจังหวัดขอนแก่น ในการจับกุมนายชนุตม์ตามหมายจับ ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และทาง บก.น.2 ได้ส่งตัวนายชนุตม์มายัง สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีแล้ว อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ยุทธนากล่าวว่า รายละเอียดของคดี สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจสาวชาวจังหวัดขอนแก่นเข้าแจ้งความตำรวจ ว่าถูกบริษัท โกลด์ ฟาเธอร์ 1978 จำกัด ที่มี น.ส.ปริยันก้า ตั้งภาวนาสกุล อายุ 40 ปี กรรมการผู้จัดการ และสามี ร่วมกันบริหารบริษัท มีการชักชวนให้ร่วมลงทุนออมทอง โดยให้สมัครเป็นสมาชิกและเป็นตัวแทนจำหน่ายทองคำ ให้ผลประโยชน์สูง ผู้เสียหายหลงเชื่อ มีการโอนเงินไปร่วมลงทุนออมทองเป็นเงินสดเข้าบัญชีของนางสาวปริยันก้าและสามี รวมเป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้คิดคำนวณความเสียหายจากผลดอกเบี้ย กำไรที่จะได้จากการออมทองที่ร่วมทุน รวมแล้วกว่า 12 ล้านบาท ระยะแรกได้ผลกำไรและส่วนส่วนแบ่งตามที่ตกลงกัน แต่ระยะหลังไม่ได้ส่วนแบ่งตามที่ตกลง อีกทั้งมีผู้เสียหายในพื้นที่อื่นๆ ในหลายจังหวัดก็ถูกโกงทยอยเข้าแจ้งความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการสอบสวน ผู้ต้องหาร้องขอทนายความ และขอยื่นประกันตัวในคราวเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะจัดหาทนายความให้ จากนั้นจะได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหาต่อหน้าทนายความ ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้น ในชั้นพนักงานสอบสวนจะไม่ให้ประกันตัวเด็ดขาด เนื่องจากว่าในคดีดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับผู้เสียหายหลายจังหวัด ความเสียหายอาจจะมีมูลค่ามากกว่านี้ หากให้ประกันตัวไปผู้ต้องหาอาจจะหลบหนี และฝากถึงนางสาวปริยันก้า อยากให้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผิดถูกไปว่ากันที่ศาล หากยังหลบหนีต่อก็จะต้องถูกจับกุมตัวอยู่ดี ในส่วนของนายชนุตม์ เมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นก็จะส่งตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นในวันพรุ่งนี้ (19ส.ค.)&amp;quot; พ.ต.อ.ยุทธนากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43698</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าทอง, ดร.เอ, นายชนุตม์ สีสังข์, ลวงเหยื่อค้าทอง, ศาลจังหวัดขอนแก่น, สภ.ขอนแก่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d594e6c4b4b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
