<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิ้นยายทวด อายุยืน 5 แผ่นดิน ลาโลกอย่างสงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ ร.ต.อ.รัชพล เทียมสะคู รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ได้รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 83 ม.5 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย นายธนพัฒณ์ บรรบุปผา กำนันตำบลนาจอมเทียน แพทย์ประจำตำบล และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้น ในมุ้งบนฟูกที่นอนพบร่าง นางทองหยิบ สุกใส เกิดปี พ.ศ.2460 อายุ 102 ปี เสียชีวิตอย่างสงบ ซึ่งแพทย์ยืนยันการเสียชีวิตมาจากโรคชรา ประกอบกับญาติไม่ติดใจการเสียชีวิต หน่วยกู้ภัยจึงนำศพส่งชันสูตรยัง โรงพยาบาลสัตหีบกิโลเมตรที่ 10 ก่อนให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพัฒณ์ บรรบุปผา กำนันตำบลนาจอมเทียน เปิดเผยว่า นางทองหยิบ กำเนิดในชุมชนนาจอมเทียน ถือเป็นคนเก่าคนแก่ที่มีอายุยืนยาวที่สุด ใช้ชีวิตยาวนานถึง 5 แผ่นดิน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 &amp;ndash; รัชกาลที่ 10 ปัจจุบัน ใช้ชีวิตอยู่กับบุตรสาววัยกว่า 60 ปี เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขมาตลอดชั่วอายุ ก่อนจะสิ้นใจลาจากโลกนี้ไปอย่างสงบ ส่วนสาเหตุที่มีชีวิตยืนยาว และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เพราะบริโภคอาหารประเภทผัก ผลไม้ เป็นส่วนใหญ่. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51444</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองหยิบ สุกใส, ร.ต.อ.รัชพล เทียมสะคู, สภ.นาจอมเทียน, อายุยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191130/image_big_5de1d2cd268ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>EOD เก็บกู้ระเบิดจากรัสเซีย หลังมือดีซุกริมถนนหนีด่านตรวจ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 05.30 น. ร.ต.อ.รัชพล เทียมสะคู รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน รับแจ้งเหตุพบวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิด ถูกนำมาซุกไว้ในท่อระบายน้ำ ริมถนนข้างเขามะละกอ ม.6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน เจ้าหน้าที่ EOD หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายสมศักดิ์ ทับกลัด กำนันตำบลนาจอมเทียน นายบรรจง สันทวี สารวัตรกำนันตำบลนาจอมเทียน นายสนอง สุภาผล ผญบ.นาจอมเทียนหมู่ 6 และนายสุพจน์ อินแย้ม ผญบ.นาจอมเทียนหมู่ 1 รุดตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุในช่องท่อระบายน้ำลึก 1 ฟุต พบลูกระเบิดพลาสติกชนิดขว้าง บริเวณสลักถูกพันผ้าเทปกาวติดไว้ ยังมีสภาพใหม่พร้อมใช้งาน เบื้องต้น จนท.EOD ได้ทำการเก็บกู้ไว้ได้สำเร็จ แต่ยังไม่แน่ชัดของชนิดระเบิด เนื่องจากยังไม่เคยตรวจพบระเบิดชนิดนี้มาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ระเบิดลูกนี้อาจผลิตขึ้นในประเทศรัสเซีย ซึ่งได้นำส่งตรวจพิสูจน์หลักฐาน ส่วนการพบของระเบิดลูกนี้ เชื่อว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ แต่ผู้ครอบครองอาจพบด่านตรวจ จึงนำมาซุกซ่อนไว้เพื่อเกรงกลัวต่อความผิด. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27480</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ระเบิด, สภ.นาจอมเทียน, อีโอดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4a7e2cb3618.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนร้ายขี่รถปาดจยย.ยายหลานคว่ำ ไม่สนเจ็บ-ตายกระชากสร้อยทองหนีลอยนวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.61 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 02.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อุดม ศรีมาตย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน รับแจ้งเหตุคนร้ายกระชากสร้อย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณหน้าที่ทำการผู้ใหญ่บ้านนาจอมเทียนหมู่ 1 ซ.นาจอมเทียน 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน นายสุพจน์ อินแย้ม ผญบ.และชุดสืบสวน ร่วมตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบ นางถาพร ลิ่วเวหา อายุ 60 ปี แม่ค้าอาหารตามสั่ง และหลานชายวัย 5 ขวบ กำลังอยู่ในอาการตกใจหวาดผวา ร่างกายได้รับบาดเจ็บ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาวแดง ทะเบียน 1กย-2735 ชลบุรี พลิกคว่ำลงข้างทาง หมวกกันน็อค และรองเท้า ของทั้งคู่กระจัดกระจายเกลื่อนถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถาม นางถาพร เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะขี่รถออกจากร้านที่อยู่ท้ายซอย มุ่งหน้าออกถนนสุขุมวิทเพื่อกลับบ้านพัก พร้อมกับหลานชาย ระหว่างทางจู่ ๆ ได้มีรถจักรยายนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ สภาพเก่า คนขี่เป็นชายสวมไอ้โม่ง สวมใส่ชุดกีฬาฟุตบอล หมายเลข 9 เข้ามาประกบข้าง ก่อนจะเอื้อมมือพยายามถึง 2 ครั้ง ดึงสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พร้อมพระหลวงพ่อหลิวเลี่ยมทอง จนขาดหลุดออกจากคอ ล่วงติดคาอยู่ช่วงหน้าอก ทันใดนั้น คนร้ายจึงปาดเบียดรถจนตกข้างทางพลิกคว่ำ ก่อนจะเดินลงจากรถล้วงไปในเสื้อคว้าสร้อยและพระไป ขี่รถเร่งเครื่องหลบหนีมุ่งหน้าไปทางเมืองพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ต.อ.อุดม กล่าวว่า จากพฤติการณ์คาดว่า คนร้าย เป็นคนในละแวกดังกล่าว และอาจมีความรู้จักมักคุ้นผู้เสียหายเป็นอย่างดี เนื่องจากมีการสวมไอ้โม่งกันจำหน้าได้ ประกอบกับมุ่งเป้าไปที่สร้อยคอ ไม่ประสงค์เอาทรัพย์ในตัว ขณะเกิดเหตุคงรู้เส้นทางและเวลากลับบ้าน จึงมาดักก่อแหตุกระชากสร้อย นับเป็นความโชคดีที่เหยื่อทั้ง 2 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้แล้ว. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22566</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระชากสร้อยทอง, ชลบุรี, นางถาพร ลิ่วเวหา, ร.ต.อ.อุดม ศรีมาตย์, สภ.นาจอมเทียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf76cb117427.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มรัสเซียผูกคอฆ่าตัวตาย คาดดับทรมานปวดฟัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.61 - &amp;nbsp;ร.ต.อ.รัชพล เทียมสะคู รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน รับแจ้งเหตุชาวต่างชาติ ผูกคอเสียชีวิต ภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ม.2 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย น.ส.ธัญรัศม์ พยาบาลวิชาชีพ ประจำโรงพยาบาลสัตหีบกิโลเมตรที่ 10 และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น บริเวณชั้น 2 ห้องพักเลขที่ 212 ภายในห้องน้ำพบศพ Mr.Ctenahob Stepanov อายุ 46 ปี สัญชาติ รัสเซีย สภาพลิ้นจุกปาก ใช้สายไฟผูกคอตัวเองห้อยกับคานประตูห้องน้ำ ลักษณะยืนย่อเข่าขาติดพื้น อยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีเทา กางเกงขาสั้นดำ จากการชันสูตรพลิกศพ ไม่พบร่างรอยการถูกทำร้าย หรือฆาตกรรม เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 12 ชม. เบื้องต้น หน่วยกู้ภัยได้นำศพส่งชันสูตรยัง สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ร.ต.อ.รัชพล กล่าวว่า จากการสอบถาม บุตรสาวและเพื่อนผู้ตาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ดูแลห้องพัก ทราบว่า ผู้ตายได้บินมาจากประเทศรัสเซีย พร้อมกับบุตรสาว และเพื่อน เพื่อมาท่องเที่ยวในเมืองไทย โดยมาเช่าห้องพักอาศัยอยู่ได้ประมาณ 5 เดือน โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้อยู่เพียงลำพัง และขาดการติดต่อไปตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของเมื่อคืนนี้ เมื่อเพื่อนและบุตรสาวเห็นผิดสังเกต จึงได้พากันมาดูในห้องพัก แต่ประตูถูกล็อกกลอนจากด้านใน จึงได้ช่วยกันพังประตูเข้ามา จนพบกลายเป็นศพผู้คอตาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุไม่มีใครทราบ โดยก่อนหน้านี้ผู้ตายมีความสุขดี ไม่เคยมีเรื่องทุกข์ใจอะไร มีเพียงบ่นปวดฟันจนทรมานอย่างมาก พยายามหายามากินทุกวิถีทางเพื่อให้คลายความเจ็บปวด ซึ่งอาจจะเป็นชนวนเหตุที่ผู้ตาย ใช้ความตายระงับความเจ็บปวดของอาการปวดฟัน ดังกล่าว. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19386</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mr.Ctenahob Stepanov, สภ.นาจอมเทียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb35244f58d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หิ้ว&#039;เสี่ยอ้วน&#039;ฟ้องศาลพัทยา อ้างยอมเสีย 7 ล้านแต่ไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.61 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย ร.ต.อ.หญิง รสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี และชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 332/2561 ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร มาทำการสอบสวน พร้อมให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ชี้ตัว เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวฝากขังส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังได้ร่วมกับพวกรวม 6 คน ก่อเหตุร่วมสังหารยิงฆ่าโหด 2 ศพ คือ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย &amp;nbsp;จริตรัมย์ หรือน้องฟอส อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นคู่รักกัน เสียชีวิตอย่างอนาถหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค.61 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนำตัวส่งฟ้องศาล เสี่ยอ้วน ได้เปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งสุดท้ายว่า ขอโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่าเงินจำนวน 7 ล้านบาท มีการโอนจริง และมีหลักฐานการโอนเงินให้กับน้องสปาย และผู้เป็นพ่อ พร้อมบอกกับทุกคนว่า เขาชีจรรย์ศักดิ์สิทธิ์จริง ที่ยิงปืนถึง 3 กระบอกไม่ลั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้เปิดเผยถึงความในใจ กับการที่ตนยอมเสียเงินถึง 7 ล้านบาท เพราะถือให้เป็นสัญญาใจที่จะแต่งงานกันในอนาคต แต่มารู้ตัวว่าถูกหักหลัง ด้วยการที่น้องสปาย หนีไปอยู่กับคนรักใหม่เสียก่อน เดิมทีคิดเพียงจะฟ้องร้องทางกฎหมาย เพื่อเรียกร้องเงินคืน แต่ด้วยความที่ตนหลงรัก และโกรธแค้นอย่างมาก จึงไม่ยอมที่จะเสียศักดิ์ศรี และไม่ขอให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสิน ยอมทิ้งอนาคตและธุรกิจนับล้าน ขอเลือกใช้ความตายตัดสินปัญหาปมรักปมแค้น ให้ปัญหาทั้งหมดได้จบสิ้นลง และนับเป็นความโชคดีของผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ที่เกือบจะต้องมาจบชีวิตไปด้วย แต่หากันไม่เจอจึงรอดหนี้แค้นนี้ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวยังเปิดเผยอีกว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ขณะนำตัวเสี่ยอ้วน ทำแผนบริเวณพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ได้เกิดเหตุชวนขนหัวลุกขึ้น เมื่อดวงวิญญาณของ น้องฟอส ที่มีความโกรธแค้นได้เข้าสิงห์ร่าง นายอภินันท์ภูศิต หรือโต้ง สุขเจริญ อายุ 56 ปี อาสาสมัครป้องกันปราบปราม สภ.นาจอมเทียน ขณะคุ้มกันการทำแผน สร้างความแตกตื่นต่อประชาชนนับร้อยที่มาเฝ้ารอชมดูการทำแผนอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอภินันท์ภูศิต เปิดเผยว่า ขณะที่ตนกำลังยืนรักษาความปลอดภัย ระวังแนวป้องกันโดยรอบที่เกิดเหตุก่อนถึงเวลาทำแผนเพียงไม่ถึง 10 นาที ได้เกิดมีเงาสีเหลืองมาปะทะที่ใบหน้า จากนั้นตนก็ไม่ได้สติรับรู้อีกเลย เมื่อส่งถึงมือหมอสติก็กลับคืนมา และผลตรวจก็ออกมาว่าปกติ ตรวจหาสาเหตุไม่พบ และตนก็ไม่เคยมีอาการเช่นนี้ เนื่องจากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี โดยเพื่อนตำรวจที่เข้ามาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ได้เล่าให้ฟังภายหลังว่า ตนได้มีอาการคล้ายถูกผีเข้า ฉี่ราดกางเกง พร้อมพูดขึ้นมาว่า ฆ่าผมทำไม ผมทำอะไรผิด และขับร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน รวมถึงมีการฟ้อนรำ ซึ่งตนและคนอื่น ๆ ต่างมีความเชื่อว่า เป็นดวงวิญญาณของน้องฟอส ที่มาเฝ้ารอ เสี่ยอ้วน และคงมีความสุขใจที่เห็น เสี่ยอ้วน ถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ขณะเกิดเหตุ รวมถึงที่โรงพยาบาล ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างสัมผัสรับรู้ถึงกลิ่นเน่าเหม็นตลอดเวลา จนสร้างความหวาดกลัวขนหัวลุก ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างมาก ทำให้ต่างพากันเชื่อถึงความอาฆาตแค้นของดวงวิญญาณ ที่มีต่อการกระทำของเสี่ยอ้วน แน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16022</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปัญญา ยิ่งดัง, พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง, สภ.นาจอมเทียน, เสี่ยอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7e8672577fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
