<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจยันมีหลักฐานคลิปเหตุการณ์เอาผิด&#039;ดร.ภูผาภูมิ&#039;สวมสิทธิ์คนละครึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.64-พ.ต.อ.อิทธิพล เนตรไธสงค์ ผกก.สภ.บ้านฝาง กล่าวถึงความคืบหน้าการจับกุมดำเนินคดีว่าที่ ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์ ครูประจำโรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาก่อเหตุสวมสิทธิ์โครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกันว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนนางบุหงา ดวงจันทร์ หรือครูฝน &amp;nbsp;อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/1 ม.2 บ้านโนนค้อ ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นครูโรงเรียนบ้านโสกแต้ ม.8 บ.โสกแต้ &amp;nbsp; ต.ป่าหวายนั่ง &amp;nbsp;อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคนที่ชาวบ้านกล่าวหาว่าแจกเงิน200บาท แล้วถ่ายเอารูปบัตรประชาชนชาวบ้านไป จนชาวบ้านถูกสวมสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งและโครงการเราเที่ยวด้วยกันนั้น ภายหลังการสอบสวนแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหาร่วมกัน ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งภายหลังการสอบสวน ยังพบหลักฐานในโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมโยงกับการก่อเหตุและเชื่อมโยงกับครูภูผาภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอหมายค้น เข้าตรวจค้นบ้านครูภูผาภูมิ และขอหมายจับครูผาภูมิ ซึ่งในการตรวจค้นและจับกุมนั้นเจ้าหน้าที่พบหลักฐานทั้งที่เป็นเอกสารและหลักฐานทางอีเลคทรอนิค จึงควบคุมตัวไปสอบสวน จากการพูดคุย ครูคุยได้ทุกเรื่อง แต่ช่วงให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนครูภูผาภูมิให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.อิทธิพล กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ร่วมกันลงพื้นที่พบปะทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ถูกสวมสิทธิ์ว่าให้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่นำบัตรประชาชนของชาวบ้านไปใช้ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากก่อนที่ครูภูผาภูมิจะถูกจับกุมตัวได้นั้น ได้มีการเข้าไปเจรจากับชาวบ้าน เพื่อที่จะจ่ายเงินชดเชยให้ชาวบ้านที่ถูกสวมสิทธิ์ รายละ1,000-2,000บาท ทำให้ชาวบ้านแตกออกเป็น2 ฝ่าย คือฝ่ายที่ยังลังเลว่าจะได้เงินชดเชยอีกทั้งกลัวว่าตัวเองจะมีส่วนในการทำผิดกฎหมายเลยอยู่นิ่งๆ กับอีกฝ่ายที่ต้องการดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงต้องลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ซึ่งหากชาวบ้านเข้าใจก็จะมีชาวบ้านมาแจ้งความเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับความเสียหายของโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกันนั้นอยู่ระหว่างการรวบรวมของคณะทำงาน เพราะหลังจากตรวจค้นแล้ว พบความเชื่อมโยงใดๆพนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียกมาสอบสวน อีกทั้งในกรณีดังกล่าววนั้น ชาวบ้านคือคนที่ถูกสวมสิทธิ์ ส่วนผู้เสียหายคือเจ้าของโครงการและเจ้าของเงินทั้ง2 โครงการ ซึ่งในกรณีดังกล่าว ตำรวจจะร่วมประชุมกับทางจังหวัดขอนแก่น เพื่อสรุปผลการปฏิบัติงานและมูลค่าความเสียหายทั้งหมดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งขณะนี้ครูภูผาภูมิก็ยังถูกคุมขังในห้องขัง เพราะยังไม่มีการส่งตัวฝากขังที่ศาล เนื่องจากเป็นวันหยุดและยังมีผู้เสียหายในกรณีเดียวกัน กระจายในอำเภออื่นๆอีกหลายราย และทะยอยแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกเชนกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์, ตำรวจ, สภ.บ้านฝาง, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601fbe2ecac55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแล้ว &#039;ดร.ภูผาภูมิ&#039; ครูขอนแก่นหลอกสวมสิทธิโครงการคนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.64 - ที่กองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 (กก.3 บก.สส.ภ.4) จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;พล.ต.ต.พุฒิพงษ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เดินทางเข้าสอบปากคำ ว่าที่ ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์&amp;nbsp;ครูประจำโรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 111/127 ม.17 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ จ26 /2564 ลงวันที่ 5 ก.พ. 2564 ในข้อหาเอาไปเสีย หรือไว้ ซึ่งบัตรหรือใบรับรอง หรือใบแทนใบรับรองของผู้อื่น เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ, ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วม สภ.บ้านฝาง,ภ.จว.ขอนแก่น และ บก.สส.ภ.4 จับกุมตัวได้ภายในเขต จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในการจับกุมนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ว่าที่ ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ ทำการสอบปากคำในห้องสอบสวนทันที โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปสังเกตการณ์หรือรับฟังการสอบปากคำของทางเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งเพียงว่าขอให้ทำงานให้แล้วเสร็จเสียก่อน ซึ่ง พล.ต.ท.ยรรยง&amp;nbsp;เวชโอสถ ผบช.ภ.4 จะมาให้ข้อมูลอีกครั้งหลังการสอบสวนแล้วเสร็จ ในวันจันทร๋ที่ 8 ก.พ.ที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นการสืบสวนสอบสวนขยายผลร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ขอนแก่น,สภ.บ้านฝาง และ บก.สส.ภ.4 ภายหลังจากที่ชาวบ้านบ้านโนนค้อ ม.2 ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น จำนวน 38 คน เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสภ.บ้านฝางว่า ช่วงเดือน ต.ค. 2563&amp;nbsp;ครูฝนเอาเงินมาแจก 200 บาท บอกว่าเป็นเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน คนที่ไม่ได้ไปเที่ยวจะได้คนละ 200 บาท แล้วถ่ายเอารูปบัตรประชาชนของชาวบ้านไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมารัฐบาลให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ ชาวบ้านจึงได้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมในการที่จะรับการช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ลงทะเบียนไม่ได้ จึงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกัน โดยให้ธนาคารกรุงไทยทำการตรวจสอบ จนทราบว่า ชื่อของชาวบ้านนั้น มีการนำไปผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งและโครงการเที่ยวด้วยกัน ชาวบ้านจึงได้มีการสอบถามกับครูฝน โดยมีครูภูผาภูมิมาร่วมเจรจา โดยครูภูผาภูมิจะให้เงินชดเชยกับชาวบ้านที่ถูกเอาชื่อไปผูกกับเบอร์โทรศัพท์รายละ 1,000-2,000 บาท แต่ชาวบ้านไม่ยินยอมและยืนยันจะให้ตำรวจจับกุมตัวครูทั้งสองคนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเมื่อวานที่ผ่านมา ( 5 ก.พ.) ครูฝน ซึ่งเป็นบุคคลที่ชาวบ้านกล่าวหา ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสภ.บ้านฝาง เพื่อให้ปากคำกับกรณีที่เกี่ยวข้อง โดยให้ปากคำนานกว่า 10 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับครูภูผาภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหากับ ครูฝนในข้อหา ร่วมกัน ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92194</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, สภ.บ้านฝาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601e4c6ceb770.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 โจ๋รุมฟันหัวชาวบ้านสาหัสเข้าพบตร.แล้ว ยันดำเนินคดีกลับคู่กรณีเป็นฝ่ายเริ่มก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.63 - ที่สภ.บ้านฝาง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น &amp;nbsp;ลงพื้นติดตามความคืบหน้าทางคดีกรณี 3 วัยรุ่น รุมทำร้ายนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี ชาวบ้านโคกกว้าง ม.10 ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เหตุเกิดหลังการเคาท์ดาวน์ฉลองปีใหม่ 2563 จนเป็นเหตุให้นายอุทิศ ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ได้กำชับให้พนักงานสอบสวน ทำทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ เพราะต่างก็มีการแจ้งความเอาผิดซึ่งกันและกัน แต่ในส่วนคดีของนายอุทิศนั้น พนักงานสอบสวนได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆจนครบถ้วนแล้ว จึงได้เรียกผู้ถูกกล่าวหา 3 คน ประกอบด้วยนายวันปิยะ ชินพลทราย หรือนายบุ๋ม อายุ 23 ปี ,นายวันเฉลิม ชินพลทราย หรือนายโจ อายุ 26 ปี และนายดนตรี โพธิ์ปัสสา หรือนายหมู อายุ 25 ปี ชาวบ้านโคกกว้าง ม.1 &amp;nbsp;ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาพยายามฆ่า และทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ ตามขั้นตอน จากนั้นก็จะทำการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไม่ได้หลบหนี และให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายวันปิยะ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวยืนยันว่าไม่ได้เริ่มก่อน แต่ถูกพ่อของนายกิ๊ฟถือด้ามเสียบเข้ามาโวยวายแล้วฟาดใส่ศีรษะตนเองอย่างจัง ซึ่งมูลเหตุเริ่มต้นในงานหมอลำคืนวันที่ 29 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา น้องชายที่รู้จักกันอยู่ต่างหมู่บ้านวิ่งมาบอกตนเองว่ามีคนจะตี อยากให้ตนเองไปส่ง ตนจึงขับรถจักรยานยนต์จะไปส่งน้อง แต่นายกิ๊ฟได้เข้ามาตีน้องชายตนเองก่อน ตนเองจึงถามนายกิ๊ฟว่า ตีน้องตนเองทำไมพี่จะไปส่งน้องชายพี่ แต่นายกิ๊ฟไม่พูดพร่ำทำเพลง เตะก้านคอตนเองแล้ววิ่งหนีกลับบ้านไป ตนเองก็ตามไปที่บ้าน ให้ออกมาคุยกัยเพื่อจะเคลียร์ว่าเตะตนเองทำไม เพราะก็เคยเล่นด้วยกันรู้จักกันคนหมู่บ้านเดียวกันทำไมถึงทำร้ายกัน ให้ออกมาคุยกันหน้าบ้าน แต่นายกิ๊ฟไม่ออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต่อมาวันที่ 31 ธ.ค.2562 นายกิฟท์ขับรถจักรยานยนต์ถือมีดยาวมาเรียก และนัดให้มาเคลียร์นอกหมู่บ้าน แต่ผมไม่ไป เพราะกลัวว่าจะโดนทำร้ายเช่นกัน จึงนัดกันที่หน้าร้านเกมส์เพื่อจะได้มีไฟส่องสว่าง หลังจากเค้าท์ดาวน์ปีใหม่เสร็จ ผมมารอที่หน้าร้านเกมส์พร้อมกับโจและหมู ซึ่งนายกิฟท์ก็ได้เรียกพ่อของตัวเองมาด้วย โดยพ่อนายกิฟท์ถือด้ามเสียมโวยวายมาแต่ไกลๆ บอกใครจะตีลูกกู ใครเก่ง ผมจึงลงจากรถจักรยานยนต์แล้วเดินถอยหลัง แต่พ่อนายกิฟท์ได้ใช้ด้ามเสียมฟาดที่ศีรษะผมจนล้มลง และหมดสติไปชั่วครู่ เลือดเต็มหน้า พอตั้งสติได้เห็นนายโจจับพ่อนายกิฟท์เพื่อห้ามเอาไว้ และนายกิฟท์ยังได้ปาก้อนหินใส่หัวของนายโจได้รับบาดเจ็บที่ขมับด้านขวา ผมจึงหยิบเอามีดที่พกมาจากบ้านด้วยเข้าไปฟันเพื่อตอบโต้ด้วยความโมโหจนเหตุการณ์บานปลาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันปิยะ กล่าวต่ออีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับพ่อนายกิฟท์แม้แต่น้อย ตนเองนัดนายกิฟท์มาเพื่อจะพูดคุยเคลียร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่พ่อนายกิฟท์มาแบบไม่เป็นผู้ใหญ่ มาโวยวายแล้วทำร้ายตนเองก่อน จึงทำไปด้วยความโมโหและป้องกันตัว ส่วนอีก 2 คนที่มากับตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และการที่พกมีดออกมาด้วยนั้นเพราะตอนที่นายกิฟท์มาหาที่บ้านเพื่อนัดเคลียร์นั้นได้ถือมีดมาด้วยเช่นกัน จึงพกมาไว้เพื่อป้องกันตัวเอง ดังนั้นขอยืนยันว่าฝ่ายตนเองก็จะดำเนินคดีทั้งนายกิฟท์และพ่อด้วยเช่นกัน และตนเองพร้อมที่จะพูดคุยเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นในภาพรวม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53670</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อหาพยายามฆ่า, คดีทำร้ายร่างกาย, จังหวัดขอนแก่น, ทะเลาะวิวาทเทศกาลปีใหม่, รุมฟันหัว, สภ.บ้านฝาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0d893b48522.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ขอนแก่น ตั้งข้อหาหนัก 3 วัยรุ่นรุมฟันหัวพ่อคู่อริเจ็บปางตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.63 - จากกรณีคนร้ายเป็นวัยรุ่น 3 คนรุมทำร้ายร่างกายนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี โดยใช้อาวุธมีดฟันที่ศีรษะของนายอุทิศจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บ้านโคกกว้าง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.สภ.บ้านฝาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ สายสมบัติ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านฝาง ได้เรียกตัวนายชัชวาลย์ กมลกุล หรือนายกิ๊ฟ อายุ 20 ปี ลูกชายนายอุทิศ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ถึงมูลเหตุและสาเหตุที่พ่อถูกทำร้าย รวมทั้งส่งชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่หาหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในหมู่บ้าน ตามขั้นตอนของการสืบสวนสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่ากรณีดังกล่าวขณะนี้มีการแจ้งความทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายแรกคือฝ่ายของนายปิยะ ชินพลชาย อายุ 23 ปี เข้าแจ้งความว่า ถูกนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี ใช้ด้ามเสียมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ อีกฝ่ายคือ ฝ่ายของญาตินายอุทิศก็มาแจ้งความเช่นกันว่า ถูกฝ่ายนายบุ๋มและพวกทำร้ายร่างกาย ใช้มีดฟันที่ศีรษะ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมาแจ้งความในวันและเวลาเดียวกัน ภายหลังรับแจ้งความจึงลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบมีดขอ 1 เล่ม ด้ามเสียมยาวประมาณ 1 เมตร 1 อันซึ่งแตกหักเป็นสองท่อน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนฝ่ายที่ถูกฟันทราบว่า นายกิ๊ฟลูกชายของนายอุทิศเป็นคู่อริกับฝ่ายนายบุ๋ม มีเรื่องบาดหมางกัน ทะเลาะชกต่อยกัน แต่เรื่องลุกลาม เป็นเหตุให้นายอุทิศ พ่อของนายกิ๊ฟออกจากบ้านมาเคลียร์กับกลุ่มนายบุ๋ม พร้อมๆกับใช้ด้ามเสียมทำร้ายนายบุ๋ม จนฝ่ายนายบุ๋มรุมทำร้ายด้วยมีด จนนายอุทิศบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.พิชัยภูษิส กล่าววว่า เหตุทำร้ายกันที่บ้านโคกกว้าง เป็นเหตุให้นายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี บาดเจ็บสาหัสนั้น ขณะนี้ได้สอบสวนฝ่ายคนเจ็บและพยานที่เห็นเหตุการณ์ รวมถึงพยานแวดล้อมต่างๆจนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว รวมถึงหลังเกิดเหตุได้นำตัวฝ่ายคนที่ลงมือทำร้ายมาสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ซึ่งฝ่ายที่ลงมือก็ยอมรับสารภาพว่า ได้ทำร้ายนายอุทิศจริง เพราะถูกนายอุทิศลงมือทำร้ายร่างกายก่อน จึงป้องกันตัวเองด้วยการใช้อาวุธมีดตอบโต้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภายหลังการสอบสวนทั้งสองฝ่าย จนครบถ้วนตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ได้ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกฝ่ายคนลงมือทำร้ายนายอุทิศ ขณะนี้ทราบชื่อ ที่อยู่ ที่ชัดเจน จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นพี่ชายกับน้องชาย ชาวบ้านโคกกว้าง ม.1 มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่า เมื่อทั้งสองคนมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ใครผิดใครถูกไปว่ากันที่ศาลเท่านั้น ขอยืนยันว่า ตำรวจทำงานตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเด็ดขาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53666</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทำร้ายร่างกาย, จังหวัดขอนแก่น, พยายามฆ่า, สภ.บ้านฝาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0d7d126b484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
