<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแล้วลุงเมาอาละวาด ไล่ฟันน้องสาวกับหลาน ตั้ง 2 ข้อหาหนัก ญาติขอให้ติดคุกนานๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.64 - คืบหน้าเกี่ยวกับกรณีเด็กสาววัย 16&amp;nbsp;ปี ชาวบ้านม่วงชี ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานตำรวจ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เกี่ยวกับลุงใจร้ายเมาอาละวาด บุกเข้ามาทุบทำลายสิ่งของในบ้านเรือนพังเสียหาย และยังใช้อาวุธมีดเข้าไปไล่ฟันทำร้ายร่างกาย โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น. วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าลุงคนนี้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง&amp;nbsp;แต่หลังแจ้งตำรวจมาจับตัวไปดำเนินคดี สุดท้ายถูกแจ้งข้อหาแค่เมาอาละวาด แล้วก็ออกมาก่อเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังตำรวจ สภ.บ้านแพง ได้เข้าตรวจสอบ ติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ทราบชื่อ ผู้ก่อเหตุคือนายฤทธิ์ธี แสงศรี อายุ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ปี อาชีพทำงานก่อสร้าง&amp;nbsp;ส่วนผู้เสียหาย เป็นน้องสาวชื่อนางสาวฉวีวรรณ แสงสี อายุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่เพียงลำพังกับลูกสาวสองคนคือ น้องตะวัน อายุ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันที่ 4 มีนาคม 2564 พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี&amp;nbsp;ผกก.สภ.บ้านแพง หลังมอบหมายให้&amp;nbsp;พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชารี รองผู้กำกับสอบสวนฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ&amp;nbsp;และชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปควบคุมตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนเพิ่มเติม&amp;nbsp;ขณะหนีไปกบดานที่บ้านเพื่อนคนรู้จักในเขตเทศบาลตำบลบ้านแพง พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ฐานความผิด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้อหา คือ 1.บุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน และ 2.ทำให้เสียทรัพย์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจหาสารเสพติดแต่ไม่พบ&amp;nbsp;โดยเจ้าตัวอ้างว่าเมาสุราคุมสติไม่อยู่จึงเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เพราะขอเงินจากญาติไปซื้อเหล้าดื่มต่อแต่ไม่มีใครให้ จึงเกิดความโมโหเข้าทุบทำลายข้าวของที่บ้านน้องสาวจนเสียหาย&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามทางตำรวจจะได้สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด&amp;nbsp;ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าที่ผ่านมา ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เนื่องจากเป็นคดีในครอบครัว และผู้ก่อเหตุไม่มีความผิดรุนแรง ทำได้แค่เปรียบเทียบปรับจากข้อหาเมาสุราอาละวาด จากนี้จะประสานฝ่ายปกครองเข้าไปดูแลครอบครัวของผู้เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นางศรีสวรรค์&amp;nbsp;แสนใจวุฒิ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ปี พี่สาวของผู้ก่อเหตุ เล่าว่านายฤทธิ์ธี มีอาชีพทำงานก่อสร้าง เคยมีครอบครัว และลูกชาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน คนโตอายุ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ปี คนเล็กอายุ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีปัญหาหย่าร้างกับภรรยา เนื่องจากมีประวัติทั้งเสพยาบ้า เมาสุราอาละวาด ก่อเหตุทำร้ายร่างกายชาวบ้านมาหลายครั้ง&amp;nbsp; ทำให้ภรรยาหนีไปแต่งงานใหม่&amp;nbsp; เคยแจ้งตำรวจ ฝ่ายปกครองมาดูแลควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์&amp;nbsp; และปล่อยตัวออกมา เพราะไม่มีเหตุการณ์รุนแรง พร้อมรับปากว่าจะปรับปรุงตัวเอง แต่พอมาภายหลังมีอาการเมาเหล้าหนัก และคลุ้มคลั่งรุนแรงมากขึ้น ทำร้ายร่างกายคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งก่อเหตุครั้งล่าสุด&amp;nbsp;บุกบ้านน้องสาวคือ น.ส.ฉวีวรรณที่อยู่กับน้องตะวัน ทุบทำลายข้าวของพังย่อยยับ ทั้งจะเอามีดเข้าไปทำร้ายร่างกายอีก จึงแจ้งตำรวจมาจับกุมตัวไป แต่มีการดำเนินคดีแค่เปรียบเทียบปรับ&amp;nbsp;จึงอยากเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินคดีทุกข้อหาเกี่ยวกับความผิดให้ถึงที่สุด เพราะญาติไม่สามารถรับได้แล้ว&amp;nbsp;อยากให้ติดคุกนานๆ&amp;nbsp;ที่สำคัญครอบครัวนี้ยังมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งบ้าน รวมถึงลูกชายทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน ถูกจับกุมคดีเสพยาเสพติด และมียาบ้าไว้ในครอบครองทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน โดยคนเล็กอายุ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี ถูกจับกุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนคนโตอายุ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ปี เพิ่งถูกจับเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับคดีเสพและมียาบ้าไว้ในครอบครอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94964</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, สภ.บ้านแพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_604053345c1f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พยานปากเอกเล่าวินาทีสยองขวัญ มือปืนเดินสาดกระสุนดับ 2 ศพกลางงานลอยกระทง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63 -&amp;nbsp;จากกรณีนายดอน อริยะกาญจน์ อายุ 29 ปี เดิมอยู่บ้านเลขที่ 1092 หมู่ 3 ต.วังกระแซะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ปัจจุบันเช่าบ้านค้าขายลูกชิ้นปลาระเบิดในตลาดสดบ้านแพง ใช้อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. กระหน่ำยิงนายใจเพชร โมฬีชาติ อายุ 34 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 27 หมู่ 6 ต.ขามป้อม อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;คนงานเข็นผักสด และเถ้าแก่ชื่อ นายสำราญ บรรทร อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 320 หมู่ 2 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม เสียชีวิตคางานเทศกาลลอยกระทง สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ใกล้กับอ่างเก็บน้ำหนองเครือเขา หลังเทศบาลตำบลบ้านแพง โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ชื่อนายถนัดชัย &amp;nbsp;ธรรมจันทร์ อายุ 34 ปี ส่งนำส่งโรงพยาบาลนครพนม แพทย์สามารถผ่าหัวกระสุนช่วยเหลือชีวิตไว้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะเกิดเหตุมีเวทีประกวดนางนพมาศ และกระทงสวยงาม มีประชาชนซื้อบัตรโต๊ะจีนเข้ามาชมกันเป็นจำนวนมาก พร้อมคอนเสิร์ตศิลปินมดแดง จิราพร เจ้าของเพลงดัง สาวขายหวี สิกันบ่ และปล่อยน้ำใส่นาน้อง ทำให้ทั้งนางนพมาศ ประชาชน ตลอดจนคณะกรรมการ ต่างวิ่งหนีกันกระเจิงคนละทิศละทาง จนผู้จัดต้องประกาศปิดงานกลางคัน ส่วนนายดอนหลังสังหารเหยื่อคมกระสุนแล้ว ได้ขับรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ 4 ประตู ยกสูง สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กจ 4641 นครพนม ไปมอบตัวที่กับ พ.ต.ท.พงษ์เพชร หงษ์ศรี สารวัตรสอบสวน สภ.บ้านแพง &amp;nbsp;สภ.บ้านแพง สารภาพเหตุที่กระทำเพราะถูกผ้ตายตะโกนให้ของลับ จึงบันดาลโทสะเดินไปหยิบอาวุธปืนในมายิงจนหมอแม็กตามที่เสนอข่าวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าได้มีผู้เสียหายที่ถูกลูกหลง นำรถยนต์ของตนเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย น.ส.กนกนิภา ภาโสม อายุ 37 ปี ทำงานอยู่ อบต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ขับรถเก๋งยี่ห้อเซฟโรเลต รุ่นโซนิค สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 6678 นครพนม ที่ถูกคมกระสุนพลาดมาโดนรถเก๋งบริเวณกระจกหลัง 4 นัด ข้างถังน้ำมัน 2 นัด และไฟท้ายอีก 1 นัด รวมเป็น 7 นัด พร้อมกับเปิดเผยว่าช่วงวันหยุดจะหาลำไพ่พิเศษด้วยการขายบาร์บีคิวเป็นอาชีพเสริม วันเกิดเหตุได้มาตั้งร้านอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด มีคนตะโกนว่าหมอบลงเขายิงกันตาย ทั่วบริเวณนั้นมีทั้งคนหมอบอยู่กับพื้นและวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น กระทั่งเสียงปืนสงบก็เห็นร่างผู้เสียชีวิตอยู่ตายอยู่ข้างรถยนต์ของตน และรถก็ถูกกระสุนปืนมาโดนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์อีกคันที่จอดใกล้เคียงกับรถเก๋งของ น.ส.กนกนิภาคือรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีขาว แค๊ป ทะเบียน 3 จ 9861 นครราชสีมา ของนายวีระชัย ไกยะ อายุ 37 ปี พ่อค้าขายซูชิ ที่ถูกลูกหลงเข้าฝั่งด้านคนขับ รวม 4 นัด จึงพากันมาแจ้งความดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีพยานปากเอกชื่อ น.ส.บุญรัตน์ คำมูลมี อายุ 42 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นตามตลาดนัด เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนว่า วันเกิดเหตุตนกำลังยืนทอดลูกชิ้นอยู่ห่างจากจุดยิงกันประมาณ 20 เมตร ขณะสาละวนอยู่เพราะลูกชิ้นขายดีมาก ก็ได้ยินเสียงคล้ายคนจุดประทัดดังปังๆๆๆ เมื่อหันไปตามเสียงดังกล่าวพบผู้ชายคนหนึ่ง ถือปืนไล่ยิงคนราวกับในหนังแอ็คชั่น จึงคิดว่าเขาเล่นปืนแก๊ปกัน ขณที่ผู้คนต่างวิ่งหนีกันวุ่นวาย ตนก็ยังตะโกนไปว่าอย่ามาเล่นปืนแก๊ปอยู่แถวนี้เพราะกำลังขายดีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนั้นเห็นคนร้ายเดินไล่ยิงนายถนัดชัยที่คลานกระเสือกกระสนหนีคมกระสุนปืน ก่อนจะเดินกลับมายิงซ้ำที่ร่างของนายสำราญอีก 3 นัด ด้วยความที่ไม่รู้ ตนยังจะเดินไปด่าคนยิง ก็มีเสียงพ่อค้าที่อยู่ใกล้ๆบอกอย่าเข้าไป เขาฆ่าคนตาย ตนจึงตกใจหนีมาหลบอยู่หลังร้าน จากนั้นก็เห็นคนร้ายเดินไปขึ้นรถยนต์ขับออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ซึ่ง น.ส.บุญรัตน์ยืนยันว่าเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุหมดทุกอย่าง แต่ทีแรกคิดว่าเขาเอาปืนแก๊ปมาหยอกเล่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นมีการแจ้งว่านายถนัดชัยผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแล้ว ซึ่งต่อมา พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.บ้านแพง ตรวจสอบข้อมูลกับทางโรงพยาบาลนครพนมได้ความว่านายถนัดชัยยังไม่เสียชีวิต แต่สับสนจึงมีการรายงานผลคลาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมูลเหตุฆ่า 2 ศพในครั้งนี้ เกิดจากแรงกดดันของคนทั้งสองคือนายสำราญผู้ตายกับนายดอนมือปืน เดิมทั้งสองเช่าบ้านอยู่ติดกัน แต่ด้วยที่นายสำราญมีอาชีพขายส่งผักในตลาด โดยมีนายใจเพชรเป็นลูกน้อง ขณะที่นายดอนขายลูกชิ้นปลาระเบิด ดังนั้นการพักผ่อนหลับนอนของสองครอบครัวนี้จะไม่ตรงกัน กล่าวคือนายสำราญจะต้องไปรับผักจากตลาดมาไว้ที่บ้าน จึงมีรถเข้า-ออกตั้งแต่กลางดึกจนกระทั่งรุ่งเช้า ทำให้นายดอนนอนไม่หลับ จึงได้พูดคุยกับนายสำราญให้เบาๆเสียงลงหน่อย ตรงนี้นี่เองที่ทั้งสองมีปากเสียงกัน ก่อนที่นายดอนจะย้ายมาอยู่บ้านเช่าฝั่งตรงข้าม แต่ก็ระหองระแหกันเรื่อยมาเป็นเวลาประมาณ 4 เดือนเศษ กระทั่งระเบิดเวลามาแตกในคืนวันลอยกระทง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านศพของผู้ตายทั้งสอง ญาติได้ขอนำศพนายใจเพชรกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดจังหวัดอุบลฯ ส่วนศพของนายสำราญตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดป่าโนนแพง หมู่ 5 ต.บ้านแพง และจะมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในบ่ายของวันนี้(1 พย.) โดยวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้อย่างแน่นหนา เกรงญาติของผู้ตายจะเข้ารุมประชาทัณฑ์นั่นเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82461</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ลอยกระทง, สภ.บ้านแพง, เหตุยิงกันตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201101/image_big_5f9e43edcc21d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทงเลือด! คนร้ายกระหน่ำยิงคู่อริดับ 2 ศพ สาหัส 1 กลางงานประกวดนางนพมาศ ชาวบ้านวิ่งหนีตายอุตลุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63 - เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลา&amp;nbsp;20.30&amp;nbsp;น. พ.ต.ท.พงษ์เพชร&amp;nbsp;หงษ์ศรี สว.(สอบสวน)ฯ สภ.บ้านแพง จ.นครพนม ได้รับแจ้งเหตุว่ามี การยิงกันที่สนามฟุตบอลหลังสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านแพง มีผู้ถึงแก่ความตาย จำนวน 2 ศพ จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี ผกก.สภ.บ้านแพง ร่วมกันออกไปตรวจที่เกิดเหตุ เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ซึ่งกำลังจัดงานเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2563 ข้างเต็นท์ขายของด้านทิศใต้ใกล้กับสวนสนุกชิงช้าสวรรค์ พบศพนายใจเพชร&amp;nbsp;โมฬีชาติ อายุ 34 ปี บ้านเดิมอยู่ ต.ขามป้อม อ.เขมราฐ จ.อุบลฯ และนายสำราญ บรรทร อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 320 หมู่ 2 ต.บ้านแพง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าตามร่างกายหลายแห่ง นอนเสียชีวิตเคียงข้างกัน นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่ง รพ.บ้านแพง อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน ชื่อนายถนัดชัย&amp;nbsp;ธรรมจันทร์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่เดียวกันกับนายสำราญผู้ตาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลนครพนม แพทย์สามารถผ่าหัวกระสุนช่วยเหลือชีวิตไว้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ ฯผกก.สภ.บ้านแพง ได้รับแจ้งว่าคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายได้ขับรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนซ์เงิน 4 ประตู ยกสูง ทะเบียน กจ 4641 นครพนม ไปมอบตัวที่ สภ.บ้านแพง พร้อมอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติยี่ห้อซีแซด(cz) ขนาด 9 มม.จึงได้เดินทางไปรับตัวและสอบปากคำเบื้องต้น ทราบต่อมาว่าชื่อ นายดอน&amp;nbsp;อริยะกาญจน์ อายุ 29 ปี เดิมอยู่บ้านเลขที่ 1092 หมู่ 3 ต.วังกระแซะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งมามีครอบครัวอยู่ที่อำเภอบ้านแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องหาเล่าว่าเคยมีเรื่องทะเลาะกับนายใจเพชรผู้ตายมาก่อน เนื่องจากนายใจเพชรมีห้องเช่าตรงข้ามกับบ้านเช่าของตน มักส่งเสียงรบกวนกันไปมาตลอดเวลา ประกอบกับผู้ตายมีบุตรที่เพิ่งเกิดได้ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนครึ่งเป็นเหตุให้มีเรื่องการทะเลาะกันเป็นเวลาประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน โดยต่างฝ่ายก็พูดจากระทบกระทั่งกันเสมอ จึงกลายเป็นปมที่ไม่อาจลงรอยกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันเกิดเหตุ นายดอนผู้ต้องหาพร้อมภรรยาและลูกได้พากันขับรถยนต์เที่ยวงานลอยกระทง ที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติฯ โดยช่วงเช้ามีการประกวดแพเซิ้งบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองเครือเขา และกีฬาพื้นบ้าน ตกค่ำมีการประกวดนางนพมาศและกระทงสวยงาม โดยมีผู้เข้าเที่ยวชมซื้อโต๊ะจีนนั่งรับประทานอาหาร ชมการประกวดดังกล่าวไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะทางด้านนายใจเพชรผู้ตายได้พาเมียมากางเต็นท์ขายลูกชิ้นทอดอยู่ภายในงาน ซึ่งหลังนายดอนผู้ต้องหาพาครอบครัวเที่ยวชมงานจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงพากันเดินมาที่รถยนต์เพื่อจะกลับบ้าน ปรากฏว่าพบกลุ่มผู้ตายนั่งปูเสื่อดื่มเหล้ากันอยู่ที่หน้าร้านขายลูกชิ้นทอดของเมีย นายใจเพชรได้ให้ของลับกับผู้ต้องหา ประกอบกับความกดดันที่ถูกผู้ตายก่อความเดือดร้อนรำคาญ นายดอนจึงได้เกิดความโกรธได้เดินไปที่รถยนต์ที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก หยิบเอาอาวุธปืนสั้นยี่ห้อซีแซด ขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม. เดินกลับไปกระหน่ำยิงใส่กลุ่มผู้ตาย รวมเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;นัด เสร็จแล้วได้ขับรถยนต์ออกจากบริเวณที่เกิดเหตุไปที่ สภ.บ้านแพง เพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอนผู้ต้องหากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เก็บกดมานานกว่า 4 เดือน โดยตนและภรรยามีอาชีพขายลูกชิ้นปลาระเบิดอยู่แถวห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตลาดสดบ้านแพง ขณะที่นายใจเพชรก็มีอาชีพค้าขายเช่นเดียวกับตน แต่ด้วยที่ตนเป็นคนต่างถิ่นมักจะถูกดูแคลนจากเจ้าถิ่นเสมอมา ก่อนจะถูกให้ของลับทั้งๆที่ตนไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบจึงคว้าปืนมากระหน่ำยิงดังกล่าว ซึ่งนายดอนกล่าวกับผู้สื่อข่าวต่อว่า หากได้พบหน้าลูกเมียสิ่งแรกที่อยากจะทำคือขอกอดก่อนเข้าไปอยู่ในเรือนจำ และอยากจะบอกว่าขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะเกิดเหตุนางนพมาศกำลังออกมาประชันโฉมให้คณะกรรมการให้คะแนน และแขกเหรื่อกำลังสนุกสนานกับบรรยากาศท่ามกลางอากาศเย็นสบายๆ เมื่อเกิดเสียงปืนดังรัวติดๆกัน ทั้งนางงาม คณะกรรมการ แขกที่นั่งชมอยู่ต่างวิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิง ข้าวของล้มระเนระนาด ทางผู้จัดงานจึงประกาศยกเลิกการแสดงทุกชนิด ทั้งๆที่ศิลปินชื่อดังอย่างน้องมดแดง จิราพร เจ้าของเพลงดังเช่น สาวขายหวี สิกันบ่ และปล่อยน้ำเข้านาน้อง ยังไม่ทันได้ขึ้นเวทีเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82443</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ลอยกระทง, สภ.บ้านแพง, เหตุยิงกันตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201101/image_big_5f9e1f88cf47a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 ทหารพราน บึ่งรถกลับฐานหลังปฏิบัติหน้าที่ หลับในพุ่งชนต้นไม้คาที่ 3 สาหัส 1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.62 - เมื่อเวลา 06.00 น. ร.ต.อ.วิชัย ศิริวงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านแพง จ.นครพนม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตบนถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 212 สายนครพนม-บ้านแพง บริเวณสี่แยกบ้านนาเขเหนือ หมู่ 1 ทางเข้าสถานีเรือบ้านแพง กองทัพเรือ และบ้านโคกสายทอง หมู่ 5 ต.โพนทอง จึงรุดไปพร้อม พ.ต.อ.เกียรติปกรณ์ รวมวงศ์ ผกก.สภ.บ้านแพง แพทย์เวร รพ.บ้านแพง เจ้าหน้าที่กู้ชีพ 1669 รพ.บ้านแพง รถหน่วยกู้ชีพ อบต.โพนทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลนฝั่งขาเข้าตัวเมืองนครพนม พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซิตี้ สีเทาดำ ทะเบียน บร 7692 นครราชสีมา ตกอยู่ไหล่ทางริมคลองลึก 2 เมตร สภาพรถพลิกตะแคงขวา หน้ารถพังยับ เครื่องยนต์แตกมีน้ำมันเครื่องไหลนอง จึงช่วยกันพลิกรถกลับมา พบถุงลมนิรภัยทำงานทั้งด้านคนขับและเบาะหน้าข้างซ้าย&amp;nbsp;มีผ้ายันต์ที่ติดหลังคาในรถตกที่เบาะนั่งด้านหลัง บริเวณริมถนนที่ต้นนนทรี หรือชาวบ้านเรียกว่าต้นสะฝางขนาด 1 คนโอบ มีร่องรอยถูกชน อีกทั้งบริเวณริมขอบไหล่ทางพบว่าถนนลาดยางเป็นร่องคลื่นยาวกว่า 20 เมตร จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในรถด้านคนขับพบศพ ทพ.อนุพงษ์ นิกิจ อายุ&amp;nbsp;26 ปี บ้านเดิมอยู่ ต.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา เสียชีวิตคาพวงมาลัย ด้านเบาะหน้าซ้ายเป็นศพ ทพ.มานพ ชัยเข็มพันธ์ อายุ 21 ปี และเบาะหลังด้านซ้ายพบศพ ทพ.วีรพันธ์ สายเสนา อายุ&amp;nbsp;28 ปี ชาว อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ส่วนเบาะหลังด้านขวาพบ ทพ.กิตติศักดิ์ ศรีพอง อายุ 26 ปี ชาว อ.ด่านซ้าย จ.เลย ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงรีบนำตัวส่งรักษาที่ รพ.บ้านแพง ก่อนนำตัวส่งรักษาต่อที่ รพ.นครพนม อาการเป็นตายเท่ากัน โดยทหารพรานทั้งหมด สังกัดกองร้อยทหารพราน (ทพ.) ที่ 2107 บ้านปากห้วยม่วง ต.นาเข &amp;nbsp;อ.บ้านแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทพ.อนุพงษ์ ได้ขับรถออกจากตัวอำเภอบ้านแพง หลังปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน เพื่อกลับฐานที่บ้านปากห้วยม่วง ขณะขับออกมาได้ประมาณ 10 กิโลเมตร สันนิษฐานว่าทหารพรานอนุพงษ์เกิดอาการเหนื่อยล้า คาดว่าอาจจะวูบหลับใน เนื่องจากไม่พบรอยเบรกและเป็นช่วงเช้ามืด ก่อนรถจะวิ่งตกขอบถนนแหวกพงหญ้าข้างริมทางพุ่งชนต้นไม้ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวัชรพงศ์ สีหา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านโคกสายทอง ต.นาเข เผยว่าเวลาประมาณ 03.00 น. ได้ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ มองเห็นไฟสว่างจ้าอยู่ที่เกิดเหตุ จึงคิดว่าเป็นพวกหากบหาเขียด กระทั่งฟ้าสางเห็นเป็นสภาพรถตกถนน จึงรีบไปบอกเหตุ ก่อนที่ตนจะแจ้งต่อนายสายัณห์ ดาเกษ กำนัน ต .นาเข ทราบ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุได้มีเพื่อนทหารพรานมาสอบถามรายละเอียดกับพนักงานสอบสวนด้วยสีหน้าเศร้า พร้อมกับเผยสั้นๆว่าทหารพรานทั้ง 4 นาย มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ออกปฏิบัติงานตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา จนเป็นที่ไว้วางใจ ก่อนเกิดเหตุก็ออกไปปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง และจะพากันกลับฐานที่มั่น จนประสบเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34946</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารพราน, สภ.บ้านแพง, สี่แยกบ้านนาเขเหนือ, อุบัติเหตุริมถนนนครพนม-บ้านแพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5cca8a234140f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
