<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบชายแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ เดินเรี่ยไรเงินซื้อยาบ้า พบเคยถูกจับแต่ไม่เข็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เข้าทำการจับกุมนายพัฒนชัย สัพโส หรือ &amp;ldquo;ทิดเหน่ง&amp;rdquo; อายุ 40 ปี ที่อยู่ 51 ม.10 ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ขณะกำลังเดินดื่มเหล้าบริเวณหน้าร้านทองแห่งหนึ่ง ใกล้กับสถานีรถไฟในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ซึ่งจากการตรวจสอบในกระเป๋าสะพายพบจีวรและย่ามพระ โดยที่ทิดเหน่ง ได้แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์หลอกเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านไปซื้อยาบ้ามาเสพและซื้อสุรามาดื่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ทิดเหน่ง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว ในข้อหาเสพยาเสพติด พนักงานสอบสวนฯได้นำตัวไปดำเนินคดีมาแล้ว แต่ผ่านมาเพียง 2 วัน กลับมีชาวบ้าน พบเห็น ทิดเหน่ง แต่งตัวเป็นพระสงฆ์ ออกมาเดินเรี่ยไรเงินในตลาดเทศบาลเมืองบ้านไผ่ เช่นเดิม ทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นเกิดความสงสัยว่า เหตุใดทิดเหน่ง จึงกลับมาทำแบบนี้ได้อีก ทั้งที่ถูกจับไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าจับกุม ทีมข่าวได้ติดตามดูพฤติกรรมของทิดเหน่ง โดยมีชาวบ้านให้เบาะแสว่า เขาจะอาศัยอยู่ภายในสถานีรถไฟและจะออกมาห่มผ้าเหลืองเดินเรี่ยไรเงินชาวบ้านในช่วงเช้า เที่ยงและเย็น ทีมข่าวจึงได้เดินทางไปเฝ้าดู โดยพบทิดเหน่งอยู่ในชุดลำลอง สวมกางเกงขาสั้นแบบสามส่วนและเสื้อกล้าม ได้ผูกเปลนอนอยู่ใต้บันไดทางขึ้นของสถานีรถไฟ กระทั้งเวลาผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมง ทิดเหน่งก็เริ่มเก็บเปลนอน ก่อนจะเดินออกไปทางด้านหน้าสถานีรถไฟ ทีมข่าวจึงตามไปดูก็พบว่า ทิดเหน่งได้นำผ้าจีวรออกมาจากสะพายย่ามแล้วห่มทับชุดลำลองปลอมตัวเป็นพระ ก่อนจะออกเดินขอเงินจากชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในระหว่างที่ทีมข่าวติดตามดูพฤติกรรม ก็มีชาวบ้านยื่นเงินให้ แต่ทันทีที่ทิดเหน่งได้เงิน เขาได้เดินเข้าไปในซอย แล้วถอดผ้าจีวรออก เหลือเพียงชุดลำลองที่ใส่ไว้ด้านใน จากนั้นก็เดินไปขอซื้อเหล้าขาวจากร้านค้าริมทาง ทีมข่าวจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ เข้าจับกุมตัว โดยในระหว่างเข้าจับกุม เขายังอ้างว่า มาหาซื้อของเพื่อเดินทางไป จ.นครราชสีมา ตำรวจชุดสืบสวนจึงแกล้งถามว่า มีเงินไหมจะเอาให้ ทิดเหน่ง จึงหลุดปากออกมาว่า &amp;ldquo;แล้วแต่โยมจะให้อาตมา&amp;rdquo; ตำรวจจึงได้แสดงตัว ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.บ้านไผ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน นายพัฒนชัย ให้การว่า ที่ต้องกลับมาปลอมตัวเป็นพระเดินขอเงินชาวบ้าน เพราะไม่รู้ว่าจะไปทำงานอะไร และตนเองก็ไม่อยากทำงาน เห็นว่า ห่มผ้าเหลืองแล้วเดินขอเงินแบบนี้ ได้เงินง่ายกว่า และหากกลับออกมาอีกก็จะกลับมาทำเหมือนเดิม

ขณะที่ พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า การจับกุมตัวนายพัฒนชัย&amp;nbsp;หรือ ทิดเหน่ง ในครั้งที่ 2 นี้ สืบเนื่องมาจากได้มีชาวบ้าน พบเห็นว่า ทิดเหน่ง ได้กลับมาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์เดินเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยถูกจับกุมตัวดำเนินคดีไปแล้ว ในข้อหาเสพยาเสพติด โดยครั้งนั้น พนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ ได้นำตัวส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดพล จ.ขอนแก่น แล้ว โดยศาลมีคำสั่งคุมประพฤติและให้ไปรายงานตัวตามนัด แต่ทิดกลับมาก่อเหตุในลักษณะเดิมอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง สภ.บ้านไผ่ ยืนยันว่า ไม่ได้ปล่อยตัวทิดเหน่งไปในชั้นสอบสวนแต่อย่างใด แต่เมื่อมีชาวบ้านร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนรำคาญและทิดเหน่ง ยังมีพฤติกรรมแต่งกายเป็นพระสงฆ์หลอกเรี่ยไรเงินจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องจับกุมตัวมาดำเนินคดี โดยครั้งนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหา ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 208 ผู้ใดแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวชในศาสนาใดโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดพล จ.ขอนแก่น ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากผู้ต้องหากลับมาทำพฤติกรรมแบบเดิม เจ้าหน้าที่จะจับกุมดำเนินคดีเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114382</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, สภ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124b86fd5067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครูพานักเรียน ม.2 แจ้งความถูก ผอ.ลวนลาม แฉพฤติกรรมสุดหื่น-ให้เงินปิดปาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูใจเด็ด พานักเรียน ม.2 &amp;nbsp;เข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังนักเรียนถูกผู้อำนวยการโรงเรียนลวนลาม ขณะที่นักเรียนส่วนใหญ่ต่างต้องการให้ย้าย ผอ.ออกไปโดยเร็ว เพราะใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุขและอยู่อย่างหวาดระแวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.63 - เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ สภ.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น น.ส.ภวรรค์อัมพร แถวโนนงิ้ว ครูภาษาไทย โรงเรียนบ้านทุ่งมน ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พานักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 5 คน เข้าแจ้งกับ ร.ต.อ.ประนอม มะลาหอม สว.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ หลังนักเรียนหญิงทั้ง 5 คน ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนฯลวนลาม จึงตัดสินใจพานักเรียนเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเด็กหญิงทั้ง 5 คน ต่างให้การตรงกันว่า ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนมักจะมาโอบกอด ลูบไล้ที่แขน ที่หลัง และถามว่า มีเงินใช้หรือไม่ ถ้าไม่มีให้เข้าไปหาที่ห้องทำงาน และถามว่ามีแฟนกันหรือยัง ซึ่งทุกคนเชื่อว่า การกระทำดังกล่าวคือการลวนลาม ไม่ใช่ความเอ็นดูที่ครูมีต่อนักเรียน จึงนำเรื่องบอกผู้ปกครอง และบอกครูภาษาไทย ซึ่งผู้ปกครองมอบหมายให้ครูภาษาไทย เป็นตัวแทนพานักเรียนเข้าแจ้งความดังกล่าว และจะไม่มีการยอมความ ทั้งยังขอเรียกร้องให้ย้ายผู้อำนวยการออกจากโรงเรียนโดยเร็วที่สุดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ภวรรค์อัมพร แถวโนนงิ้ว ครูภาษาไทย โรงเรียนบ้านทุ่งมน กล่าวว่า &amp;nbsp;รับรู้เรื่องราวต่างๆจากนักเรียนหญิงชั้น ป.6 มาก่อน และทราบว่า มีนักเรียนหญิงระดับชั้น ม.1 ม.2 และ ม.3 ถูกกระทำด้วยพฤติกรรมเดียวกันคือ โอบกอด ลูบไล้ และ จับมือถือแขน รวมทั้งถามให้เงิน แต่นักเรียนไม่รับ ซึ่งเมื่อได้ยินสิ่งที่นักเรียนบอกเล่ามา ทีแรกไม่ได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม จนกระทั่งนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ทั้ง 5 คน มาฟ้องที่ห้องทำงานว่า ถูกผู้อำนวยการฯลวนลาม จึงได้สอบถามรายละเอียดต่างๆซึ่งนักเรียนทุกคนยืนยันว่า เป็นการลวนลามจริง ไม่ใช่ ผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นักเรียนทุกคนไม่ชอบ และกลัวถูกกระทำซ้ำ กลัวว่าจะไม่ปลอดภัย จึงต้องการให้ผู้อำนวยการออกจากโรงเรียน เมื่อทราบรายละเอียดดังกล่าว จึงเดินทางเข้าพบผู้ปกครองที่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ พ่อ แม่ ไปทำงานต่างจังหวัด ต่างประเทศ จึงติดต่อกันทางโทรศัพท์ ซึ่งพ่อแม่ยืนยันจะเอาเรื่อง ขอให้ครูพาเข้าแจ้งความ จึงได้พานักเรียนมาแจ้งความให้มีการสอบสวนรายละเอียดตามขั้นตอนต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ภวรรค์อัมพร กล่าวต่ออีกว่า &amp;nbsp;สิ่งที่นักเรียนบอกเล่ามา ถ้าไม่ใช่เรื่องจริง นักเรียนคงไม่พูด คงไม่ยืนยันเช่นนี้ เพราะโดยส่วนตัวเชื่อว่า นักเรียนคงไม่แต่งเรื่องกลั่นแกล้งผู้อำนวยการ เพราะนักเรียนหญิงหลายคนมาเล่าให้ฟัง แต่ไม่กล้ามาแจ้งความ เพราะผู้ปกครองกลัวเรื่องราวอื่นๆจะตามมา เนื่องจากนักเรียนหญิงทั้ง 5 คน ถูกครูในโรงเรียนข่มขู่ว่า ถ้าแจ้งความจะย้ายให้ไปเรียนที่อื่น ทำให้นักเรียนรายอื่นๆไม่กล้าแจ้งความ ส่วนตัวเองในฐานะครู คิดว่า ขณะนี้เพียงแค่การลวนลามควรปกป้องลูกศิษย์ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น และไม่ได้กลั่นแกล้งใคร ส่วนจะจริงไม่จริง ตำรวจต้องมีการตรวจสอบและสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80254</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูหื่น, จังหวัดขอนแก่น, สภ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f842dcaa75b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2020 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2020 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ขอนแก่นจับทันควันโจรติดคุกมาแล้ว2ครั้งก่อเหตุเชิดเงินผู้เฒ่าเจ้าของร้านชำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.63 - พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อำนาจ เชาเทอรี่ สว.สอบสวน สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านไผ่ ควบคุมตัว นายปรีชา ชิดมน อายุ 49 ปี &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.6 ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุชิงทรัพย์เงินสด พร้อมเครื่องดื่มชูกำลัง เหตุเกิดภายในร้านขายของชำใกล้ซอยศาลเจ้า &amp;nbsp;เขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ภายในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก นายกวงเซียง แซ่โอว อายุ 80 ปี เจ้าของร้านขายของชำว่า ขณะนั่งขายของในร้าน ได้ถูกคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อยืดสีดำ สวมทับด้วยเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน มีผ้าโพกศีรษะ ใส่หน้ากากปิดปาก จมูกสีดำ &amp;nbsp;ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีฟ้าไม่ติดทะเบียน ทำทีเข้ามาขอซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง โดยในขณะเดินหยิบเครื่องดื่มให้นั้น คนร้ายได้ขโมยเงินสด จำนวน 3,000บาท หลบหนีไป ซึ่งหลังรับแจ้งจึงได้สั่การให้ชุดสืบสวนสอบสวนทำการลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะลบหนี โดยเฉพาะการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด &amp;nbsp;11 ตัว ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ จึงพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นขับขี่รถวนเวียนในเขตเทศบาลบ้านไผ่ เจาหน้าที่จึงกระจายกำลังตามหาจนกระทั่งพบคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าตลาดสดบ้านไผ่ จึงเข้าควบคุมตัวไปสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง &amp;nbsp; จึงควบคุมตัวมาตรวจปัสสาวะซึ่งพบว่ามีสีม่วง และจากการตรวจสอบประวัติพบว่า &amp;nbsp;ผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกจับกุมในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ในปี 2541 และปี 2556 &amp;nbsp;อีกทั้งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าสาเหตุที่ก่อเหตุนั้นเพราะต้องการเงินมาใช้จ่ายเนื่องจากไม่มีงานทำ อย่างไรก็ตามหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหาว่า &amp;nbsp;วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และข้อหาเสพยาเสพติด ก่อนจะควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66162</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ชิงทรัพย์, สภ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec0f92345a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถพ่วงบรรทุกข้าวชนประสานงารถกระบะ ตาย 2 เจ็บ 1 โชเฟอร์ต้นเหตุสารภาพหลับใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.62 - พ.ต.ท.ธีร์ชัชช์&amp;nbsp;พงษสุวรรณ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อประสานงารถยนต์กระบะ บนถนนสายบ้านไผ่-บรบือ ในพื้นที่ตำบลบ้านลาน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับนายรุจน์ รังษี นายอำเภอบ้านไผ่ พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตร ผกก.สภ.บ้านไผ่ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัย รพ.บ้านไผ่ เข้าทำการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ&amp;nbsp;หมายเลขทะเบียน 82-2024 กาฬสินธุ์ ซึ่งบรรทุกข้าวสารมาเต็มคันรถ เสียหลักพลิกตะแคงอยู่ร่องกลางถนน &amp;nbsp; ใกล้กันพบรถกระบะอีซูซุ&amp;nbsp;สีขาว หมายเลขทะเบียน 5กศ-4718 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยิน โดยบริเวณเบาะที่นั่งคนขับพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายนิคม หมุนแทน อายุ 41 ปี ชาวปทุมธานี&amp;nbsp;ห่างไปเล็กน้อยพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย เป็นภรรยาคนขับรถกระบะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังคงพบผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือนางอำนวย ใสโม้ อายุ 65 ปี ชาว ต.หินตั้ง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งถูกรถพ่วงเสียหลักพุ่งชนขณะกำลังเดินข้ามถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายปัญญา พิมเก คนขับรถพ่วง บอกว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพ่วงบรรทุกข้าวสารมาเต็มคันรถ จาก จ.กาฬสินธุ์ เพื่อไปส่งให้กับลูกค้า ระหว่างทางรู้สึกง่วงนอนและพยายามขับรถมาเรื่อยๆ ตั้งใจว่าจะแวะพักที่ อ.บ้านไผ่ ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดงได้เกิดวูบหลับใน และมารู้สึกตัวอีกทีคือถึงสี่แยกไฟแดงแล้ว จังหวะนั้นมีสัญญาณไฟแดงขึ้นพอดี แต่ด้วยรถที่บรรทุกหนักจึงเบรกไม่อยู่ จึงทำให้พุ่งฝ่าไฟแดงในจังหวะเดียวกับที่รถกระบะอีซูซุ ได้ขับออกมา ตนเองพยายามบีบแตรให้สัญญาณ แต่ไม่เป็นผลจึงเป็นเหตุให้ชนประสานงานกัน หลังจากรถได้ชนกับรถกระบะแล้วรถยังเสียหลักไปชนกับคนเดินข้ามถนนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตร ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า ขณะนี้อาการของผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายคือภรรยาของคนขับรถกระบะนั้นอาการปลอดภัยแล้ว ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้น่าจะเกิดจากคนขับรถพ่วงหลับใน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีการสอบสวนหาสาเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35949</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, จังหวัดขอนแก่น, รถห่วง18ล้อชนกระบะ, สภ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdbed421f93e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ครูป่วยซึมเศร้า ไลฟ์สดฆ่าตัวตายคาบ้านพัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.62- &amp;nbsp;ร.ต.อ.ประนอม มะลาหอม สว.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191ว่าเกิดเหตุคนยิงตัวตายภายในบ้านพักเลขที่ &amp;nbsp;84 ม.8 บ้านเมืองเพีย ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ ,แพทย์เวร รพ.บ้านไผ่และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุป็นบ้านปูนชั้นเดียว โดยที่ห้องโถงภายในบ้าน พบศพ นายศราวุธ เอกปริญญา อายุ 41 ปี &amp;nbsp;ครูชำนาญการ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น สภาพศพถูกยิงที่ขมับขวาทะลุแก้มซ้ายเลือดไหลนองเต็มพื้นบ้าน จากการสอบสวนเพื่อนผู้ตาย &amp;nbsp;ระบุว่า ผู้ตายและภรรยาต่างก็รับราชการครูทั้งคู่ แต่อยู่คนละอำเภอ ภรรยาสอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอมัญจาคีรี ส่วนผู้ตายสอนอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ มีบุตรด้วยกันสองคน ครอบครัวอบอุ่น รักกันดี แต่เมื่อปลายปี 2559 ผู้ตายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนกลายเป็นผู้พิการท่อนล่าง จากนั้นผู้ตายก็เปลี่ยนไป แต่ยังคงไปทำงานสอนหนังสือที่โรงเรียนตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนผู้ตาย ระบุด้วยว่า ทุกเช้าภรรยาจะทำหน้าที่ขับรถยนต์ไปส่งผู้ตายที่โรงเรียน ส่งลูกไปเรียนหนังสือ จากนั้นภรรยาก็ไปทำงานตามปกติ วันใดที่ภรรยาเลิกเรียนช้าหรือที่โรงเรียนมีกิจกรรม หรือมีประชุมสัมมนา ก็จะมีลูกชายสองคนคอยดูแล และผู้ตายมักจะเกิดอาการเครียดและยิงปืนในบ้านบ่อยครั้ง บางครั้งก็ตบตีลูกชาย ดังนั้น การเกิดเหตุครั้งนี้จึงคิดว่า ผู้ตายเครียดจากสภาพร่างกายที่พิการของตัวเองจึงยิงตัวตาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า &amp;nbsp;ได้สอบสวนคนใกล้ชิดกับผู้ตายทราบว่าผู้ตายหรือครูโฟร์ค นั้นป่วยด้วยอาการซึมเศร้า และมีอาการเครียดสะสมมานาน สาเหตุจากการที่ประสบอุบัติเหตุ ทางรถยนต์แล้วกลายเป็นผู้พิการ เคยทำงานได้ เคยช่วยเหลือตัวเองได้ แต่หลังประสบอุบัติเหตุต้องมานั่งรถเข็น จึงเกิดอาการเครียด &amp;nbsp;ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ฆ่าตัวตายนั้น เป็นปืนที่ผู้ตายซื้อมาและมีทะเบียนถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สุวัฒน์ จากการสอบถามพยานให้การตรงกันว่า บางวันก็ยิงปืนในบ้านตัวเอง และก่อนจะฆ่าตัวตาย ก็ได้ยิงปืนติดต่อกันหลายนัด ลูกและภรรยา ซึ่งพักผ่อนอยู่คนละห้อง ไม่กล้าออกไปดู กระทั่งเสียงปืนสงบจึงพากันเดินไปดูก็พบว่าครูโฟร์คเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้หลังการชันสูตรพลิกศพได้ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ เพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนมอบศพให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงของการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อนผู้ตายต่างก็พูดว่า ผู้ตายมีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ศราวุธ เอกปริญญา&amp;rdquo; ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวตรวจสอบก็ปรากฏว่าคลิปดังกล่าวถูกลบไปแล้ว จึงพบเพียงข้อความที่ผู้ตายโพสต์ทิ้งไว้ก่อนเกิดเหตุดังกล่าว ช่วงเวลา 02.00 น.โดยข้อความต่างๆนั้นผู้ตายได้เล่าถึงความเป็นในในชีวิตตัวเอง แต่มีข้อความสุดท้ายที่บอกว่า จากความในใจของนายศราวุธ เอกปริญญา ทั้งหมดที่เขียน จากสติที่ครบบริบูรณ์ไม่ได้เป็นโรคจิต คนเป็นโรคจิต คงจะเล่าอะไรไม่ได้อย่างนี้ และสิ่งหนึ่งถ้าผมตายไป ผมตั้งใจฆ่าตัวเอง โดยการเอาปืน GLock19ของตัวเอง ยิงตัวเองตาย จากด้านขวาของหัว ปล.ตั้งใจจะตายวันเกิด ถ้าบ้าคงจะไม่เลือกวันเวลาแบบนี้ หรือวันที่ทนไม่ไหว ถ้าเห็นข้อความนี้คือตายไปแล้ว ซึ่งในข้อความที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กนั้น เป็นที่สังเกตว่า เป็นการพิมพ์ข้อความที่มีลายเซ็นผู้ตายกำกับไว้ทุกแผ่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31621</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ครูขอนแก่น, ประสบอุติเหตุ, ป่วยซึมเศร้า, สภ.บ้านไผ่, ไลฟ์สด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8f36dfb6628.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ไล่กล้องวงจรปิดหาเบาแสะคนร้ายยิงเจ๊ยุเขียงเนื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.61- ความคืบหน้าคดีคนร้าย 2 คน ก่อเหตุบุกยิงนางยุพาพร บุราญรัตน์ อายุ 44 ปี หรือเจ๊ยุเขียงเนื้อ เพื่อทำการชิงทรัพย์ เหตุเกิดภายในบ้านพักเลขที่ 162 ม. 4 บ้านโนนข่า ต.หัวหนอง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายรวมทั้งรถต้องสงสัยที่ใช้ก่อเหตุ โดยไล่ตรวจสอบภาพตั้งแต่บริเวณบ้านของเจ๊ยุ ไปตามเส้นทางต่างๆที่คาดว่าคนร้ายจะใช้ในการหลบหนีหลังก่อเหตุ รวมทั้งการสืบสวนสอบสวนพยานทั้งหมดที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุอย่างละเอียด หลังจากที่ช่วงบ่ายวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภายในบ้านของนายวุฒิชัย บุราญรัตน์ น้องชายของนายวรวิทย์ บุราญรัตน์ สามีของเจ๊ยุผู้บาดเจ็บ โดยพบเสื้อทหารภายในบ้านหลายตัว จึงได้ทำการตรวจยึดมาตรวจสอบ พร้อมกันนี้ ภรรยาของนายวุฒิชัย ยืนยันว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุตนเองและสามียังนอนหลับอยู่ภายในบ้าน &amp;nbsp;ก่อนที่นายวุฒิชัยจะตื่นและออกไปทำงานตามปกติในเวลาประมาณ 07.00 น. โดยมีพยานหลายคนยืนยันว่าพบนายวุฒิชัยเดินทางไปทำงานตามปกติในช่วงเวลา 07.00 น. &amp;ndash; 08.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ จะควบคุมตัวนายวุฒิชัย ผู้ต้องหาในคดีส่งฟ้องศาลจังหวัดพล ในข้อหา กันพยายามฆ่าผู้อื่น ,ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ในเคหะสถานเวลากลางคืน ,โดยมีและใช้อาวุธปืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ,โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันสมควร ,ยิงปืนโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24401</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, ตำรวจ, สภ.บ้านไผ่, อาชญากรรม, เจ๊ยุเขียงเนื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c170c5aac096.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปไม่ถึงที่หมาย! รถกระบะขนกัญชาแหกโค้ง ทิ้งของกลาง550กก. คนขับหนีลอยนวล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.61 - เมื่อเวลา 05.00 น.&amp;nbsp;พ.ต.ท.อำนาจ เชาเทอรี่ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ ตกข้างทางบริเวณทางโค้ง ถนนสายบ้านไผ่-หนองสองห้อง พื้นที่บ้านหนองตับเต่า ต.ป่าปอ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ และแพทย์เวร รพ.บ้านไผ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒณ-4400 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำตะแคงข้างซ้ายเทกระจาด สภาพรถเสียหายทั้งคัน หลังคายุบ กระจกหน้ารถแตกร้าว ตรวจค้นภายในรถพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กระเป๋าเงินตกอยู่ และแผ่นป้ายทะเบียนปลอมอีก 4 แผ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงพบถุงพลาสติกสีดำตกอยู่เกลื่อนถนน เมื่อเปิดทำการตรวจสอบก็ต้องถึงกับผงะ เพราะทั้งหมดบรรจุกัญชาแห้งอัดแท่งซึ่งจากการตรวจนับรวมทั้งหมด 11 ถุง เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าเป็นกัญชาแห้งอัดแท่งรวม 550 แท่ง จึงทำการตรวจยึดมาทำการตรวจสอบและเก็บรักษาไว้ที่ สภ.บ้านไผ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จำรัส จันทร์แดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า จากการสอบสวนพยานในเบื้องต้นทราบว่า รถคันดังกล่าวมีคนขับเป็นชาวจังหวัดสกลนคร ขับรถกระบะขนกัญชา เพื่อไปส่งให้เครือข่ายที่รอขนถ่ายและเปลี่ยนรถในพื้นที่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น โดยมีรถกระบะสีขาวอีกคันขับเป็นสเก๊าท์หน้าให้ แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งรถกระบะขนกัญชาเสียหลักแหกโค้งตกข้างทางและคนขับรถได้ทิ้งทุกอย่างหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการนำกำลังตรวจสอบทะเบียนรถว่าเป็นรถยนต์ของใคร ทะเบียนจริงหรือทะเบียนปลอม รวมทั้งมีเอกสาร หลักฐานในกระเป๋าสตางค์ที่ตกอยู่ในรถ คาดว่าน่าจะเป็นของคนขับรถกระบะขนกัญชาคันดังกล่าว ซึ่งจะมีการสืบสวนหาตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนกัญชาที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้เป็นกัญชามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามมายังประเทศไทยทางด้านจังหวัดเลย เพื่อส่งขายให้กับพ่อค้าในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้&amp;quot;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22495</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ยึดกัญชาอัดแท่ง, รถกระบะขนกัญชา, รถขนกัญชนพลิกคว่ำ, สภ.บ้านไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf60d1819e13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
