<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยรุ่นคะนอง ยกพวกตะลุมบอนยับหน้าจุดเกณฑ์ทหาร ตร.ระดมกำลังจับตัววุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.64 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.30 น ของวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า มีเหตุกลุ่มวัยรุ่นต่างหมู่บ้านยกพวกตีกัน ที่บริเวณการจัดตรวจคัดเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการหรือทหารเกณฑ์ ประจำปี 2564&amp;nbsp;พ.ต.ต.ธนากร&amp;nbsp;ตุ๋นนิ่ม&amp;nbsp;สวป.สภ.ประโคนชัย จึงได้ออกตรวจสอบ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ปราบปราม&amp;nbsp;พบว่า ที่บริเวณโดมอเนกประสงค์ โรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์&amp;nbsp;ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;พบกลุ่มวัยรุ่นร่วม 10 คน กำลังทะเลาะวิวาทชกต่อยกันอยู่ภายในโดมอเนกประสงค์ ด้านนอกเขตกั้นสำหรับผู้ทำการคัดเลือกทหารกองประจำการ โดยมีญาติพี่น้องของแต่ละฝ่ายเข้าแยกคู่กรณีออกจากกัน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยรักษาความปลอดภัยในบริเวณสถานที่คัดเลือกทหารกองประจำการ แต่วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวไม่มีทีท่าว่าจะยุติ ไม่เชื่อฟังยังไล่ตีกันเหมือนเดิมจนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องร้องขอกำลังเสริม ท่ามกลางผู้ปกครองและผู้ที่มาตรวจคัดเลือกเกณฑ์ทหารเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในพื้นที่อำเภอประโคนชัย มีพื้นที่ 16 ตำบล&amp;nbsp;กำหนดให้มีการตรวจคัดเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2564 ตั้งแต่วันที่ 7-9 เม.ย. 64 รวมจำนวน 3 วัน ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก มีตำบลที่เข้ารับการตรวจคัดเลือก 6 ตำบล ประกอบด้วย ต.ไพศาล ต.แสลงโทน ต.โคกม้า ต.สี่เหลี่ยม ต.โคกย่าง และ ต.เขาคอก ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประโคนชัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98685</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ทหารกองเกิน, ทหารเกณฑ์, สภ.ประโคนชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d8e8b4a31a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสึก​พระหื่นทำสาว 26 ท้อง​ อ้างฝ่ายหญิงนำ &#039;ปูหลน&#039; มาให้ฉันแล้วมีอารมณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64 - เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา น.ส.ภัทรานิษฐ์&amp;nbsp;จริยาโสวรรณ&amp;nbsp;ผอ.กลุ่มอำนวยการ&amp;nbsp;สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;พร้อมด้วยพระครูภัทรสมาจารคุณ&amp;nbsp;เจ้าคณะตำบลละเวี้ย&amp;nbsp;พระวินยาธิการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย&amp;nbsp;ได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ น.ส.เอ&amp;nbsp;(นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาว อ.พลับพลาชัย&amp;nbsp;ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อว่า&amp;nbsp;ถูกพระรูปหนึ่งซึ่งจำพรรษาอยู่ในที่พักสงฆ์บริเวณป่าสาธารณะท้ายหมู่บ้านหนองคูณ&amp;nbsp;ต.ละเวี้ย&amp;nbsp;อ.ประโคนชัย&amp;nbsp;กระทำชำเราตั้งแต่เดือน พ.ย.2563&amp;nbsp;โดย น.ส.เอ&amp;nbsp;อ้างว่ามีเพศสัมพัน์กับพระรูปดังกล่าวหลายครั้ง&amp;nbsp;จนปัจจุบันตั้งท้องได้ 4 เดือน&amp;nbsp;แต่พระปฏิเสธไม่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณที่พักสงฆ์ดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในที่สาธารณะ เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่&amp;nbsp;มีอาคารชั้นเดียวสร้างเหมือนบ้านเรือนชาวบ้านทั่วไปอยู่ 1 หลัง ใกล้กันก็ศาลาคล้ายกับกระต๊อบเล็กๆ อีก 1 หลัง&amp;nbsp;ก็พบพระเกียรติ&amp;nbsp;อายุ 51 ปี&amp;nbsp;ที่ถูกกล่าวหานั่งอยู่ที่กระต๊อบ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบหนังสือสุทธิพระ&amp;nbsp;ซึ่งพระรูปดังกล่าวก็หยิบมาให้ดูพบว่าเป็นพระจริง&amp;nbsp;ได้อุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.ประโคนชัย&amp;nbsp;ก่อนจะย้ายมาไปอยู่ที่ที่พักสงฆ์ท้ายหมู่บ้านหนองคูณได้ประมาณเกือบ 20 ปีแล้ว&amp;nbsp;อยู่รูปเดียวมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าได้กระทำชำเราหญิงอายุ 26 ปีจนตั้งครรภ์ จริงหรือไม่ พระเกียรติตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า&amp;nbsp;ตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำแต่ผู้หญิงเป็นฝ่ายทำ&amp;nbsp;โดยอ้างว่า&amp;nbsp;น.ส.เอ&amp;nbsp;ผู้หญิงคนที่ร้องเรียนพยายามทักทางเฟซบุ๊กมาหาอาตมา และขอเข้ามาเล่นที่ที่พักสงฆ์อาตมาก็ตอบกลับไปว่า เป็นผู้หญิงไม่เหมาะสม จากนั้นหญิงคนดังกล่าวก็เงียบหายไป&amp;nbsp;กระทั่งช่วงเดือน พ.ย. น.ส.เอ&amp;nbsp;ก็เอาปูหลนมาถวายอาตมา&amp;nbsp;ซึ่งปกติอาตมาเป็นคนชอบกินปูหลนอยู่แล้ว&amp;nbsp;เมื่อโยมเอามาถวายอาตมาก็ฉันแล้วรู้สึกอร่อย&amp;nbsp;แต่พอฉันได้ประมาณ 3 ช้อนแล้ว​ มีความรู้สึกเกร็งสั่นไปทั้งตัว โดยเฉพาะอวัยวะเพศจะแข็งตัว จึงถาม น.ส.เอว่าได้ใส่อะไรในปูหลนหรือไม่&amp;nbsp;แต่ น.ส.เอ&amp;nbsp;บอกว่าใส่แต่เครื่องปรุงปกติไม่ได้ใส่อะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นอาตมาก็คุมสติตัวเองไม่ได้แล้วฝ่ายหญิงก็เข้ามาหาอาตมา&amp;nbsp;กระทั่งมีเพศสัมพันธ์กัน&amp;nbsp;และเมื่ออาตมานึกย้อนไปก็คิดว่าน่าจะถูกผู้หญิงใส่ยาปลุกเซ็กซ์ในปูหลนอย่างแน่นอน&amp;nbsp;จนทำให้คุมสติตัวเองไม่ได้&amp;nbsp;แต่ยืนยันว่าอาตมาไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำชำเราผู้หญิง&amp;nbsp;ส่วนที่ว่าตั้งครรภ์ก็ไม่รู้ว่าท้องกับใครแล้วมากล่าวหาอาตมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวพระเกียรติไปทำพิธีสึกที่วัดจำปา&amp;nbsp;วัดที่อุปสมบทให้&amp;nbsp;ซึ่งวินัยสงฆ์การเสพเมถุนถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงต้องอาบัติปาราชิก&amp;nbsp;เมื่อสึกแล้วไม่สามารถบวชเป็นพระได้อีก&amp;nbsp;ส่วนเรื่องคดีก็ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายหญิงจะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97725</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, จับสึกพระ, สภ.ประโคนชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_606270da1ae1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ภาค3มอบเงินช่วยเหยื่อตำรวจเมาซิ่งกระบะชนรถร.พ. เผยอัยการส่งฟ้องแล้วข้อหาเมาแล้วขับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.62 - ความคืบหน้ากรณีรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งมี ร.ต.อ.เดชา &amp;nbsp;เปรียบสม รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เป็นคนขับ เสียหลักข้ามเลนพุ่งชนประสานงากับรถพยาบาลส่งต่อผู้ป่วย (รีเฟอร์) ของ รพ.ประโคนชัย บนถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ช่วงระหว่างบ้านไทร-ไพบูลย์ ต.บ้านไทร อ.ประโคนชัย ส่งผลให้ น.ส.สุดารัตน์ เชื่อมาก อายุ 25 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนเขาคอก ที่นั่งมาในรถเสียชีวิต และ น.ส.จรวยพร ปาประโคน อายุ 40 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลประโคนชัย บาดเจ็บสาหัส รวมทั้งยังมีคนขับรถรีเฟอร์ หญิงตั้งครรภ์ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อ และญาติ ได้รับบาดเจ็บอีก 5 คน เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 15 ต.ค.61 ที่ผ่านมา &amp;nbsp; ซึ่งผ่านมานานกว่า 2 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ &amp;nbsp;ประเสริฐศักดิ์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ &amp;nbsp;ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 &amp;nbsp;, พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ &amp;nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ ,พ.ต.อ.สุรชัย สังขพัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ /รักษาราชการแทน &amp;nbsp;ผกก.สภ.ประโคนชัย &amp;nbsp;เป็นผู้แทนไปเยี่ยม น.ส.จรวยพร ปาประโคน พยาบาลวิชาชีพ รพ.ประโคนชัย &amp;nbsp; ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องผ่าตัดสมองและม่ามจากเหตุการณ์ดังกล่าว หลังออกจาก รพ.เมื่อกลางเดือน พ.ย.61 มาพักรักษาตัวที่บ้านเลขที่ 269 หมู่ 1 อ.ประโคนชัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ยังได้แจ้งผลการดำเนินคดีอาญาและการดำเนินการทางวินัยกับผู้ต้องหา รวมถึงการประสานขอทนายความในการไปขึ้นศาลนัดแรก (21 ม.ค.62)และช่วยติดตามเรื่องเงินประกันภัย, ค่ารักษาพยาบาล, เงินช่วยเหลือตามสิทธิ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้เป็นตัวแทนมอบเงิน จำนวน 50,000 บาท ให้กับ น.ส.จรวยพร &amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ &amp;nbsp;ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ก็ได้สั่งกำชับให้เร่งรัดทำคดีดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว &amp;nbsp;ซึ่งทางตำรวจในพื้นที่เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเช่นกัน &amp;nbsp;จนพนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนคดีได้อย่างรวดเร็ว ส่งอัยการจังหวัดตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.2561 &amp;nbsp;ที่ผ่านมา &amp;nbsp; และทางอัยการก็ได้พิจารณายื่นฟ้องต่อศาลแล้วในข้อหา &amp;ldquo;ขับรถยนต์โดยประมาทขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 30 ต.ค. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ &amp;nbsp; กล่าวต่อว่าศาลได้นัดสืบพยานครั้งแรกในวันที่ 21 ม.ค.ที่จะถึงนี้ &amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมาทางตำรวจได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการดำเนินการทางวินัยได้มีการตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงตามขั้นตอน &amp;nbsp;ผลการสืบข้อเท็จจริงเบื้องต้นกรรมการมีความเห็นว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง และหากมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าผิดวินัยร้ายแรงจริง &amp;nbsp;ก็มีโทษให้ออก ไล่ออก &amp;nbsp;และปลดออก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตัวของ ร.ต.อ.เดชา เปรียบสม รองสารวัตรปราบปราม สภ.ประโคนชัย &amp;nbsp;ผู้ก่อเหตุ &amp;nbsp;ก็ได้ถูกสั่งย้ายไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์จนกว่าจะสิ้นสุดคดี &amp;nbsp;ส่วนที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าตำรวจอาจจะมีการช่วยเหลือกันนั้น &amp;nbsp;ก็ขอชี้แจงว่าทางตำรวจทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา &amp;nbsp;ทั้งเร่งรัดดำเนินการอย่างเต็มที่และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26335</URL_LINK>
                <HASHTAG>.สุดารัตน์ เชื่อมาก, จ.บุรีรัมย์, น.ส.จรวยพร ปาประโคน, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3, พล.ต.ต.คีรีศักดิ์  ตันตินวะชัย, พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ, ร.ต.อ.เดชา  เปรียบสม, สภ.ประโคนชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c389d7b2b8ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบวินัยผู้ใหญ่บ้านถูกกล่าวหาหลอกยืมเงิน10ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย. -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านหลายหมู่บ้านในตำบลโคกม้า อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 23 ราย นำหลักฐานสัญญาการกู้เงินเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย ไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ให้ตรวจสอบเอาผิดนางแดง (นามสมมติ) ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านระบุว่า ได้ถูกผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวหลอกยืมเงินรายละตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้านบาทรวมเป็นเงิน 10 ล้านบาท เพื่อนำไปร่วมลงทุนโดยจะมีผลตอบแทนให้ดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาทต่อเดือน ซึ่งช่วงแรกๆก็ได้รับดอกเบี้ยตามที่ผู้ใหญ่บ้านกล่าวอ้างจริง แต่ระยะหลังกลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง เมื่อไปสอบถามก็ถูกบ่ายเบี่ยงตลอดจนเวลาผ่านไปเกือบ 3 เดือนแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบชัดเจน ล่าสุดผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวได้หายออกจากบ้านไม่สามารถติดต่อได้ จึงเชื่อว่าน่าจะถูกหลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางหมื่น (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านที่ถูกหลอกยืมเงินอีกราย บอกว่า ตนเองถูกผู้ใหญ่บ้านยืมเงินไป 1 ล้าน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินที่เก็บสะสมไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต แต่เมื่อผู้ใหญ่บ้านมาชักชวนถ้านำเงินมาร่วมลงทุนจะให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน จึงหลงเชื่อให้ยืมไปเพราะเห็นว่ามีผลตอบแทนสูง แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ทั้งต้นและดอกเบี้ยมาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว และผู้ใหญ่บ้านก็หายตัวไปติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและอยากให้ผู้ใหญ่บ้านมาพูดคุยไกล่เกลี่ยกันเรื่องเงินที่ยืมไปว่าจะรับผิดชอบคืนเงินอย่างไร ไม่ใช่เงียบหายไปแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหา ชี้แจงไม่ได้หลอกลวงชาวบ้านตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นการยืมเงินไปร่วมลงทุนปล่อยกู้ให้กับผู้ที่เดือดร้อนจำเป็นต้องใช้เงิน ซึ่งชาวบ้านที่ให้ยืมเงินก็รับรู้เพราะได้รับผลประโยชน์ร่วมกันคือจะได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 3 ทั้งแบบรายเดือนและรายสัปดาห์ แต่ระยะหลังเกิดปัญหาเนื่องจากคนที่กู้ยืมเงินไปจ่ายดอกเบี้ยไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้ขาดสภาพคล่องและหมุนเงินไม่ทัน ส่วนที่ชาวบ้านกล่าวหาว่าตนเองมีเจตนาจะหลบหนีนั้นก็ไม่ความจริง เพียงแต่ตนเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัด เพื่อจะหาเงินมาทยอยใช้หนี้คืนให้กับชาวบ้าน ก็ขอความเห็นใจและให้ความเป็นธรรมกับตนเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.อ.ศักดิ์รินทร์ คูณประโคน ปลัดอำเภอเจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทน นายอำเภอประโคนชัย ระบุว่า เบื้องต้นได้รับการประสานจากทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กรณีเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว ซึ่งเบื้องต้นทางอำเภอก็ได้นัดชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหา มาสอบถามข้อเท็จจริงและพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่ว่าการอำเภอประโคนชัย ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ แต่หากไม่สามารถไกล่เกลี่ยตกลงกันได้ ชาวบ้านผู้เสียหายที่ถูกยืมเงินก็ต้องไปดำเนินการทางกฎหมายตามขั้นตอน เพราะเข้าข่ายคดีแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำส่วนตัวไม่เกี่ยวกับโครงการของรัฐ เพียงแต่ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกร้องเรียนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและอยู่ในการกำกับดูแลของทางอำเภอ ก็ต้องมีการตรวจสอบว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าว เข้าข่ายผิดวินัยหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22368</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ชาวบ้านร้องเรียน, ผู้ใหญ่บ้านตำบลโคกม้า, ผู้ใหญ่บ้านโกงเงิน, สภ.ประโคนชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf3d0c267aaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!อดีตทหารเกณฑ์โพสต์ตัดพ้อแฟนสาว ก่อนงัดลูกซองสั้นยิงตัวดับคาห้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ต.ค.61 -&amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิมพล&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก้วเนตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองสารวัตรสอบสวน สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับแจ้งมีเหตุคนยิงตัวตาย ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;186&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;ต.ประโคนชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ประโคนชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แพทย์เวรโรงพยาบาลประโคนชัย และหน่วยกู้ภัยร่มไทร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อเข้าไปตรวจสอบบริเวณชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของบ้าน พบศพนายโกวิทย์ ปานะโปย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ปี อดีตทหารเกณฑ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอนจมกองเลือดอยู่บนที่นอน ในสภาพสวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืดแขนสั้น บริเวณหน้าอกด้านซ้ายพบถูกกระสุนปืนยิงตัดขั้วหัวใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใกล้ศพผู้ตายยังพบกระสุนปืนลูกซองเบอร์&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตกอยู่ จำนวน&amp;nbsp;2นัด &amp;nbsp;ถูกยิงไปแล้วแต่ไม่แตก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้างศพผู้ตายยังพบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์วางอยู่ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเพียงรอยถูกกระสุนปืนยิงที่บริเวณหน้าอกเท่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอดคล้องกับการสอบปากคำชาวบ้านใกล้เคียง ก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าไม่มีผู้ใดเข้า-ออกในบ้านหลังดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนยายและน้าออกไปทำธุระนอกบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้ตายอยู่บ้านเพียงลำพัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนางเสก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยายผู้ตาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้การว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโกวิทย์ อาศัยอยู่กับตนเองและน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยช่วงเกิดเหตุตนออกไปทำธุระข้างนอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;พอกลับมาถึงบ้านก็ไม่พบความผิดปกติอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทั่งเข้าไปซักผ้าในห้องน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็พบรอยเลือดหยดลงมาจากชั้นสอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงรีบวิ่งขึ้นไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น &amp;nbsp;ก็ต้องตกใจเมื่อพบร่างหลานชายนอนจมกองเลือดอยู่ เมื่อเข้าไปดูก็พบว่าหลานเสียชีวิตแล้วโดยมีอาวุธปืนและกระสุนตกอยู่ข้างตัวด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งยังระบุอีกว่าก่อนหน้านี้หลานเคยบ่นในลักษณะตัดพ่อให้ฟัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกี่ยวกับเรื่องแฟนสาวที่คบหากันอยู่ ว่าจะมีปัญหาทะเลาะไม่เข้าใจกันอยู่บ่อยครั้ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะหลังก็เห็นหลานมีอาการเหงาซึมชอบเก็บตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่คิดว่าหลานจะคิดสั้นยิงตัวตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเฟสบุ๊กส่วนตัวของผู้ตายที่ใช้ชื่อว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;โกวิทย์ นามสมมุด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะยิงตัวตาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในลักษณะตัดพ้อเรื่องความรัก และกล่าวลาเพื่อนๆ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในวันที่ผิดพลาด เราไม่อาดกับไปแก้ไขได้ เราพยายามยังงัยก็ไม่มีประโยด&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ถือว่าเราได้ทำแล้ว ไม่เสียใจในสิ่งที่ทำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถึงแม้วันนี้ฉันอยากกอดเธอแค่สัมผัสมือเธอแค่ไหนก็ไม่มีทาง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เดือนของเรามันลำบากมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;หนทางที่ก้าวร่วมกันมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;มันก็มาถึงที่สุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถึงพี่จะจน พี่ก็ไม่เคยได้หวังอะไรจากเธอ ก็แค่ลมปากคนอื่น สัญญาจากลูกผู้ชายคนนี้ที่มีให้ จะขออยู่กับเธอ ตลอดไป รักเธอ&amp;rdquo;&amp;nbsp;และข้อความสุดท้ายที่โพสต์ คือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ลาก่อนครับ ทุกคน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้ตายยังได้เขียนข้อความ รหัสบัตร เอทีเอ็ม.ของตัวเอง ใส่กระดาษวางไว้บนหัวที่นอนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ไม่ได้ระบุว่าให้ใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการตรวจสอบ เก็บหลักฐาน และบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อนจะให้หน่วยกู้ภัยฯ นำศพผู้ตายส่งไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาล จ.สุรินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่าเป็นการฆ่าตัวตายเอง หรือมีบุคคลอื่นทำให้ตายหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20339</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายโกวิทย์ ปานะโปย, ร.ต.อ.เฉลิมพล  แก้วเนตร, สภ.ประโคนชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181020/image_big_5bcaf89d8b074.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
