<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทราย&#039; พร้อมพวกรวม 9 คน มอบตัวคดีขึงป้ายปฏิรูปสถาบัน หน้าโรงพักภูเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก The Isaan Record แนวร่วมม็อบราษฎรและกลุ่มดาวดิน รายงานว่า&amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มราษฎร 9 คนเข้ารายงานตัว สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ หลังจัดกิจกรรมหยุดคุกคามนักเรียนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในวันนี้&amp;nbsp;17 มี.ค. มีการรายงานตัวของนักกิจกรรมที่ สภ.ภูเขียว โดย น.ส.จตุพร สุสวดโม้ นักกิจกรรม กลุ่ม UNME of Anarchy และเป็นหนึ่งในผู้ได้รับหมายเรียก เปิดเผยว่า มีผู้เข้ารายงานตัวทั้งหมด 9 คน จากทั้งหมด 25 คน ตามหมายเรียกจากเหตุการณ์ที่จัดการชุมนุมหน้า สภ.ภูเขียว เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564&amp;nbsp;ทั้งนี้ในหมายเรียกระบุข้อหาของการจัดกิจกรรมว่า เป็นการร่วมกันชุมนุมหรือการทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีการแออัดที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคฯ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดกิจกรรมชุมนุมที่หน้า สภ.ภูเขียวเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ตัวแทนกลุ่มราษฎร นำโดย จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาว หยุดคุกคามนักเรียน นักศึกษาที่จะเข้าค่ายราษฎรออนทัวร์ที่จะจัดขึ้นที่ จ.ชัยภูมิ แต่ถูกกีดกันด้วยการที่ตำรวจไปถ่ายรูปนักเรียนที่จะเข้าร่วมกิจกรรมถึงที่บ้าน ซึ่งทำให้ผู้ปกครองเกิดความหวาดกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;จากกรณีชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและหน้าโรงพักภูเขียว จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;และมีการนำป้าย &amp;quot;ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&amp;quot;&amp;nbsp;ขึ้นแขวนหน้า สภ.ภูเขียว และเปิดเวทีปราศรัยเมื่อคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ส่งผลให้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 มีคำสั่งให้ว่าที่ พ.ต.อ.เพิ่มสุข ศิริพละ ผกก.สภ.ภูเขียว ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3 โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่สังกัดเดิม ตั้งแต่วันนที่ 1 ก.พ.2564 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เข้ารายงานตัว สภ.ภูเขียว ประกอบด้วย 1.น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือ ทราย&amp;nbsp;อายุ 40 ปี 2.น.ส.ปนัดดา ศิริมาศสกุล อายุ 22 ปี 3.น.ส.ปาริชาติ เลิศอัคระรัตน์ อายุ 19 ปี 4.น.ส.จตุพร สุสวดโม้ อายุ 27 ปี 5.นายทรงพล สนธิรักษ์ อายุ 21 ปี 6.นายจิตริน พลาก้านตง อายุ 23 ปี 7.นายวันชัย สุธงษา อายุ 24 ปี 8.นายณัฐพล โชคสวัสดิ์ และ 9.นายณพกิตติ์ มะโนชัย อายุ 23 ปี&amp;nbsp;เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 เนื่องจากครั้งแรกทนายขอผ่อนผัน​ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ ,&amp;nbsp;นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ไม่สามารถเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาได้ เนื่องจากถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ในคดีความผิด ม.112 ส่วนหมายเรียกครั้งที่ 1 ผู้สนับสนุนการชุมนุมมารับทราบข้อกล่าวหา ได้แก่ นายกิตติภูมิ ทะสา ส่วนอีก 13 คนยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน แต่จะต้องมารายงานตัวในวันที่ 7 เม.ย.64 รวมทั้งนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่&amp;nbsp;ที่ถูกหมายเรียกครั้งที่ 1 ก็ไม่ได้มารายงานตัว แต่ทนายความได้ยื่นขอประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96384</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยภูมิ, ทราย เจริญปุระ, ปฏิรูปสถาบัน, สภ.ภูเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051dc6bd46e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด! &#039;ไผ่ดาวดิน&#039; เจอหมายเรียกคดีชุมนุมขึงป้ายหน้าโรงพักภูเขียว &#039;แอมมี่-ทราย&#039; โดนด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.64 - จากกรณีกลุ่มราษฎรผู้จัดค่าย ราษฎรออนทัวร์ จัดกิจกรรมด้านนอกรั้วโรงเรียนภูเขียว จ.ชัยภูมิ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามจัดกิจกรรม ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมมาจัดกิจกรรมหน้า สภ.ภูเขียว และมีการนำป้าย &amp;ldquo;ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; ขึ้นแขวนหน้า สภ.ภูเขียว และเปิดเวทีปราศรัยเมื่อค่ำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 มีคำสั่งให้ว่าที่ พ.ต.อ.เพิ่มสุข ศิริพละ ผกก.สภ.ภูเขียว ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3 โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่สังกัดเดิม ตั้งแต่วันนที่ 1 ก.พ.2564 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ได้ออกหมายเรียก นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน แกนนำราษฎร พร้อมพวกอีก 11 ราย ได้แก่ 1.ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์&amp;nbsp;2.อินทิรา เจริญปุระ หรือ ทราย 3.ปนัดดา ศิริสกุล&amp;nbsp;4.ปาริชาติ เลิศอัคระรัตน์&amp;nbsp;5.จตุพร สุสวดโม้ 6.ทรงพล สนธิรักษ์ 7.จิตริน พลาก้านตง 8.วันชัย สุธงษา&amp;nbsp;9.ณัฐพล โชคสวัสดิ์&amp;nbsp;10.ณพกิตติ์ มะโนชัย และ 11.ปิยมิตร กล้าณรงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หมายเรียกแจ้งข้อหาว่า เป็นการจัดกิจกรรมเป็นการร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมตัวคนที่มีความแออัดเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค กำหนดให้ไปรายงานตัวในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ณ สภ.ภูเขียว เวลา 09.00 น.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92688</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุภัทร บุญภัทรรักษา, จังหวัดชัยภูมิ, สภ.ภูเขียว, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_6019000c4a6ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นกกต.ยุบก้าวไกลหนุน3นิ้ว เด้งตร.เซ่นป้ายโจมตีสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ณฐพร&amp;rdquo; มือยุบพรรคโผล่ กกต. ยื่นยุบก้าวไกล เผยฐานความผิดหนุนม็อบ 3 นิ้วป่วนเมือง ประกันตัวผู้ต้องหา ม.112 มีพฤติกรรมปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ยันหลักฐานชัดเจนครบถ้วน &amp;quot;พิธา&amp;quot; ด่าเลอะเทอะ ขู่ฟ้องกลับ คุก 5 ปี ด้าน &amp;quot;ผบช.ภ.3&amp;quot; ชิงโกนผมธำรงวินัย พร้อมสั่งเด้งผู้กำกับ สภ.ภูเขียว โทษฐานปล่อย 3 นิ้วแขวนป้ายโจมตีสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาวินิจฉัยกรณีพรรคก้าวไกลมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 จากกรณีการแสดงความเห็นทางการเมือง การเข้าร่วมกับผู้ชุมนุม และการประกันตัวผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมือง ถือเป็นการกระทำการ หรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งกรณีพรรคก้าวไกลยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในฐานความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาททั้งหมด รวมถึงมาตรา 112, ร่างแก้ไข พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 และร่างแก้ไข พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ตลอดจนการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับไอลอว์ ซึ่งการกระทำของพรรคก้าวไกลถือเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 45 และมาตรา 92 (2) (3) จึงขอให้ กกต.พิจารณาวินิจฉัยและเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณฐพรเผยว่า ที่มายื่นร้องเนื่องจากพรรคก้าวไกลมีการกระทำใน 2 ประเด็น ยุยงส่งเสริม สนับสนุนให้มีการชุมนุม ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และมีการประกันตัวผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 มีการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งการกระทำเหล่านี้ตนได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานมานาน และมีหลักฐานครบทั้งหมด จึงมายื่นให้ กกต.พิจารณา และศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการตรวจสอบการทำงานของพรรคการเมือง ในฐานะประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 51 กำหนด ส่วนที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลยืนยันว่าการประกันตัวผู้ต้องหาและการเสนอแก้ไขกฎหมายเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอถามกลับว่าหากผมไปหมิ่นประมาทแม่ของคุณธนาธร&amp;nbsp; ส.ส.พรรคก้าวไกลจะประกันตัวให้ผมหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณฐพรกล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 112 การเป็นนักการเมืองจะทำอะไรก็ต้องศึกษาว่ามาตราดังกล่าวมีผลร้ายต่อประเทศและประชาชนอย่างไร และกฎหมายมาตรานี้ไม่ใช่เพิ่งมี แต่มีมานานแล้ว และทั่วโลกก็มีกฎหมายคุ้มครองประมุข เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาชุมนุมกัน ซึ่งการเสนอแก้ไขมาตรา 112 ไม่ใช่เพียงเรื่องการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อขอแก้ไขกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีการโยงใยไปถึงการล้มล้างระบอบการปกครองซึ่งเรามีหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พฤติกรรมหลายๆ อย่างที่ทำมา มันไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างเช่นหัวหน้าพรรคก้าวไกลยื่นประกันตัวทนายอานนท์ นำภา ที่ละเมิดต่อมาตรา 6 ของกฎหมายอาญา ซึ่งการไปประกันตัวบุคคลพวกนี้ถือว่าละเมิดหรือไม่ แม้จะอ้างว่าศาลยังไม่ตัดสิน แต่ความผิดซึ่งหน้ามันชัดเจนว่าทำผิด และยังมีการละเมิดสิทธิบุคคลอย่างกรณีสถาบันถูกละเมิดอย่างแรง กรณีการฉีกพระบรมฉายาลักษณ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณฐพรกล่าวว่า บอกได้เลยที่มายื่นวันนี้หลักฐานชัดเจน ไม่มีหลักฐานที่เคลือบคลุม อันไหนที่ต้องตีความกันเราไม่ยื่น เอกสารหลักฐานต่างๆ เราขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเรื่องการโอนเงิน ก็มีหลักฐานว่าพวกที่ชุมนุมได้เงินจากใคร ใครโอนเงินให้ ใครจ่ายเงินให้ จ่ายเงินที่ไหน เรามีหลักฐานครบทุกอย่าง ทั้งนี้ เราเชื่อว่าเราจะพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่าที่เรายื่นไม่ได้กลั่นแกล้ง แต่มีหลักฐานเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าการยื่นยุบพรรคก้าวไกลในวันนี้ไม่ได้โกรธแค้นส่วนตัวกับใคร แต่ทำในฐานะประชาชนที่มีหน้าที่ที่รวบรวมพยานหลักฐานมานาน ซึ่งก่อนหน้านี้ก่อนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญผมก็ยื่นเสนอศาลรัฐธรรมนูญทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เราเอากฎหมายเป็นหลัก บ้านเมืองมีกฎหมาย ถ้าเรายกการบังคับใช้กฎหมายให้คนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ก็จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ต้องจ้องยุบพรรค แต่มีกฎหมายชัดเจนว่าการทำหน้าที่ ส.ส. ไม่ใช่จ้องล้มล้างสถาบันเพื่อจะเอาใจคนใดคนหนึ่ง&amp;quot; นายณฐพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กกรณีนี้ว่า เลอะเทอะ ได้ติดตามข่าวและได้อ่านเอกสารคำร้องที่นายณฐพรได้ส่งให้ กกต.แล้ว ไม่มีอะไรจะพูดอะไรมาก นอกจากคำว่าเลอะเทอะและไร้สาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณณฐพร โตประยูร ชื่อคุ้นๆ เพราะเป็นหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินที่ดินคลองจั่นเกือบ 500 ล้านบาท เป็นผู้สนับสนุนระบอบสืบทอดอำนาจ คสช. และเขาก็ยังเป็นคนเดียวกับที่เคยยื่นให้ยุบพรรคอนาคตใหม่คดีอิลลูมินาติด้วย ซึ่งในคดีนั้นก็จบลงที่ศาลวินิจฉัยไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากไม่ได้มีการล้มล้างการปกครองหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองแต่อย่างใด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธากล่าวว่า ตนและพรรคกำลังพิจารณาฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายณฐพร ในความผิดมาตรา 101 แห่ง พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ในข้อหาที่ว่า ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ต่อคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีมีกลุ่มราษฎร ผู้จัดค่าย &amp;ldquo;ราษฎรออนทัวร์&amp;rdquo; นำป้ายข้อความที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปสถาบัน แขวนทับป้ายชื่อสถานีตำรวจภูเขียว จ.ชัยภูมินั้น พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.เพิ่มสุข ศิริพละ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูเขียว จ.ชัยภูมิ มาปฏิบัติราชการ ณ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3 โดยให้ขาดจากตำแหน่งและหน้าที่สังกัดเดิม ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และมีคำสั่งมอบหมายให้ พ.ต.อ.ปราโมทย์ สิมหลวง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ รักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดเผยว่า เรื่องนี้ได้กำชับไปหลายรอบแล้ว แต่ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ยังบกพร่อง เราก็ไม่อยากต้องลงโทษกันแบบนี้ตลอดเวลา เพราะที่ผ่านมามีการกำชับและอบรมแล้ว แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังไม่เรียบร้อย เราปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้ ในเมื่อย้ำหลายครั้งแล้วถ้าใครทำงานไม่ได้ก็เปลี่ยนหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์เผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนได้มีคำสั่งย้ายด่วนผู้กำกับการ สภ.ภูเขียว เนื่องจากผู้กำกับการไร้จิตสำนักความเป็นตำรวจ ไร้ซึ่งระเบียบวินัย และไร้ซึ่งแผนเผชิญเหตุ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด ซึ่งขณะเกิดเหตุผู้กำกับการไม่รายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงถึงการปล่อยปละละเลยและหย่อนยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในวันเดียวกันนี้ ตนจะเดินทางไปที่ สภ.ภูเขียว เพื่อกำกับติดตาม และสั่งการให้ดำเนินคดีกลุ่มราษฎรทุกคนที่ชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินและฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ รวมถึงข้อหาอื่นๆ ทั้งนี้ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ในระเบียบวินัย เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาไร้ระเบียบวินัย ตนในฐานะผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 จึงต้องโกนหัวเพื่อธำรงวินัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91811</URL_LINK>
                <HASHTAG>กต., ป้ายโจมตีสถาบัน, ม.112, ยื่นกยุบก้าวไกล, สภ.ภูเขียว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_60195fe27a5de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร. เผยเด้ง ผกก.ภูเขียว ปล่อยม็อบขึงป้ายหน้าโรงพัก กำชับหลายครั้งแล้วแต่ยังบกพร่องก็ให้เปลี่ยนหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.64. - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดเผยกรณี พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.เพิ่มสุข ศิริพละ ผกก.สภ.ภูเขียว ไปปฏิบัติราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3 ( ศปก.ภ.3) เนื่องจากปล่อยให้กลุ่มราษฏรชุมนุมทำกิจกรรมที่เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินหน้าสถานีตำรวจภูธรภูเขียว โดยไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อปกป้องหรือระงับยับยั้งการกระทำฝ่าฝืนกฏหมายดังกล่าวว่า เรื่องนี้ได้กำชับไปหลายรอบแล้ว แต่ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ยังบกพร่อง เมื่อวานนี้ ( 1 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ได้ลงไปแก้ปัญหาและมีคำสั่งย้าย ผกก.สภ.ภูเขียว ไปแล้ว

&amp;quot;เราก็ไม่อยากต้องลงโทษกันแบบนี้ตลอดเวลา เพราะที่ผ่านมามีการกำชับและอบรมแล้ว แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังไม่เรียบร้อย เราปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้ ในเมื่อย้ำหลายครั้งแล้ว ถ้าใครทำงานไม่ได้ก็เปลี่ยนหน้าที่&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91774</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, สภ.ภูเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_60112089d1948.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ภ.3 ยอมโกนหัวเพื่อธำรงวินัย ปมลูกน้องไร้ระเบียบปล่อย 3 นิ้วขึงป้ายหน้าโรงพักภูเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ.64 - พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวถึงการออกคำสั่งย้ายด่วน ผกก. สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิว่า เนื่องจาก ผกก.สภ.ภูเขียว ไร้จิตสำนึกความเป็นตำรวจ ไร้ซึ่งระเบียบวินัย และไร้ซึ่งแผนเผชิญเหตุ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด ซึ่งขณะเกิดเหตุผู้กำกับการไม่รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงถึงการปล่อยปละละเลย และหย่อนยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจะเดินทางไปที่ สภ.ภูเขียว เพื่อกำกับติดตามและสั่งการให้ดำเนินคดีกลุ่มราษฎรทุกคนที่ชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ รวมถึงข้อหาอื่นๆ รวมทั้งจะปฏิบัติหน้าที่อยู่ในระเบียบวินัย เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาไร้ระเบียบวินัย ในฐานะผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 จึงต้องโกนหัวเพื่อธำรงวินัย&amp;quot;พล.ต.ท.ภาณุรัตน์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91755</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยภูมิ, พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ, สภ.ภูเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_6018f17278ee6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงไม่ใช่ตำรวจขอนแก่น! ชาวเน็ตจวกยับ จนท.ข่มขู่ประชาชน เหตุเกิดท้องที่ สภ.ภูเขียว ชัยภูมิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่นรายงานว่า ขณะนี้สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;เกรียงไกร ไทยอ่อน&amp;rdquo; ได้โพสต์คลิปวิดีโอซึ่งเป็นการบันทึกเหตุการณ์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;Namete Tum&amp;rdquo; ที่เป็นคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านบนท้องถนน และกำลังมีปากเสียงกับเจ้าของรถยนต์กระบะบรรทุกรถจักรยานยนต์อยู่ท้ายกระบะ และมีการตรวจปัสสาวะ และเป่าแอลกอฮอล์ แต่ไม่พบสิ่งเสพติดหรือมีปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ซึ่งมีความยาวในคลิปวิดีโอกว่า 8 นาที พร้อมข้อความระบุว่า &amp;ldquo;กูเป็นตำรวจ กูจะตรวจใครก็ได้ กูใส่เครื่องแบบกูทำได้หมด บัตรป.ป.ส. บัตรห่าเหว ไม่จำเป็นต้องมี กูจะเล่นมึงทุกข้อหา สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โปรดใช้วิจารณญาณ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ สภ.ชุมแพ โดยพบ&amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรัตน์ ด้วงสำรวย ผกก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากทราบว่ามีการแชร์คลิปดังกล่าวพร้อมระบุว่าเกิดขึ้นในท้องที่ สภ.ชุมแพ &amp;nbsp;โดยที่ในขณะนี้ได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด และทราบว่า ตามวันเวลาที่มีการโพสต์และแชร์คลิปนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแพ ไม่มีการตั้งด่านตรวจแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมได้ตรวจสอบกับตำรวจสายตรวจ ตำรวจจราจร ทราบว่าในวันเวลาดังกล่าวไม่มีการตั้งด่านตรวจ และเมื่อตรวจสอบการแต่งกายของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานก็ไม่ใช่ตำรวจ สภ.ชุมแพ ตำรวจในคลิปจึงไม่ใช่ตำรวจชุมแพ แต่ทราบแล้วว่าเป็นตำรวจของโรงพักใด ซึ่งไม่ขอก้าวก่าย ขอให้เป็นหน้าที่ขอผู้บังคับบัญชาในแต่ละพื้นที่จะตรวจสอบการทำงานของพื้นที่ตัวเอง แต่สิ่งที่จะฝากถึงข้าราชการตำรวจไม่ว่าจะเป็น สภ.ชุมแพ หรือสภ.ใด ก็ตาม สิ่งที่ต้องมีคือ วาจาสุภาพ อย่าใช้อารมณ์ และอย่ามีทิฐิกับประชาชน และต้องอดทนอดกลั้นหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าต่างๆที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ที่ผ่านมาได้มีการเน้นย้ำผู้ใต้บังคับบัญชาทุกครั้งและยังไม่พบปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.ชุมแพแต่อย่างใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผกก.สภ.ชุมแพ กล่าวต่อว่าขณะนี้ได้มีการรายงานต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงไปแล้ว รวมถึงการหารือกับผู้บังคับบัญชาถึงเรื่องที่จะมีการดำเนินการอย่างไรกับผู้ที่โพสต์และแชร์คลิปดังกล่าว อยู่ระหว่างผู้บังคับบัญชาจะพิจารณา ในขณะเดียวกันก็ได้ให้กำลังใจกับข้าราชการตำรวจ สภ.ชุมแพ ปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชน ดูแลความปลอดภัยในชีวิตประชาชนกันตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าจากการตรวจสอบคลิปดังกล่าว ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวตามที่ปรากฎตามคลิปเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34947</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปตำรวจ, จังหวัดขอนแก่น, จังหวัดชัยภูมิ, ตำรวจตั้งด่าน, สภ.ชุมแพ, สภ.ภูเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5cca899e043e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด.ต.เมาคลั่งกราดยิงเพื่อนตำรวจ สภ.ภูเขียว ดับพร้อมภรรยา 2 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.61 - พ.ต.อ.กฤษณะ&amp;nbsp;พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเมาสุราคลั่งกราดยิงเพื่อข้าราชการตำรวจโรงพักเดียวกันเสียชีวิต ในพื้นที่ สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ว่า ได้รับรายงานจากกองบังคับการตำรวจภูธจังหวัดชัยภูมิ ว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย.&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp; 20.30 น. สภ.ภูเขียว ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิต ที่ บริเวณหน้าห้องแถวบ้านพักอาศัยของข้าราชการตำรวจ สภ.ภูเขียว หมู่ที่ 4 ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ทำบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ วาดแผนที่เกิดเหตุพอสังเขป พร้อมร่วมกับแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นในสถานที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต จำนวน 2 คน คือ ด.ต.ทองเปลว ลาภประสงค์ อายุ 49 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่บริเวณใบหน้า และ น.ส.อลิชา ราษีสวย ภรรยา ด.ต.ทองเปลว มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณใบหน้า เช่นกัน นอนเสียชีวิตอยู่ข้างกันบริเวณหน้าห้องพักของ ด.ต.ทองเปลว ผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหาคือ ด.ต.ชีวานนท์ นาผา ซึ่งพักอาศัยอยู่ห้องติดกัน หลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พ.ย.&amp;nbsp;เวลาประมาณ 04.25 น. ด.ตฝชีวานนท์ นาผา ผู้ก่อเหตุ ได้เปิดประตูเดินออกมาจากห้องพักที่หลบซ่อนอยู่หลังก่อเหตุ ออกมาข้างนอก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปิดล้อมไว้ จึงได้เข้าควบคุมตัว ได้พร้อมของกลางอาวุธปืนของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ด.ต.ชีวานนท์ ผู้ต้องหาชอบดื่มสุราและเปิดเพลงเสียงดังอยู่เป็นประจำ ทำให้มีปากเสียงกับ ด.ต.ทองเปลว ลาภประสงค์ และภรรยา ผู้ตาย ซึ่งพักอาศัยอยู่ห้องติดกัน ประกอบกับผู้ต้องหามีความเครียดเรื่องครอบครัว เนื่องจากเพิ่งเลิกกับภรรยาได้ 6 เดือน และในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ย.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา ภรรยาได้มารับตัวลูกไปจากผู้ต้องหา จนเป็นเหตุทำให้ผู้ต้องหาก่อเหตุดังกล่าวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหา ด.ต.ชีวานนท์ ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา&amp;rdquo; โดยจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานการดำเนินคดีตามความผิดทางอาญาในกรอบระยะที่กำหนดต่อไป พร้อมกันนี้ ส่วนของการดำเนินการทางวินัย พล.ต.ต.สมพจน์&amp;nbsp;ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ จะมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อพิจารณาโทษทางวินัย ให้ความเป็นธรรมกับญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิตและไม่ให้เกิดความเสียหายกับทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า&amp;nbsp;ตนได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้แสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิต กำชับผู้บังคับบัญชาดูแลสวัสดิการครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่าให้ขาดตกบกพร่อง พร้อมกำชับให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนด้วยความ รอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากปรากฏพบว่ามีความผิดใดที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดและกำชับผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยในสังกัดคอยสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หมั่นถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเป็นประจำ ให้คำแนะนำหรืออบรม สั่งสอน ความประพฤติ คุณธรรม จริยธรรม อยู่เป็นสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22014</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาชญากรรรม, ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, จังหวัดชัยภูมิ, ตำรวจเมาคลั่ง, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ยิงตำรวจเสียชีวิต, สภ.ภูเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bece5827ae27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
