<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.รวบแล้ว ลูกทรพีฆ่าแม่ ก่อนหลบหนีข้ามจังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64 - ที่ สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิพงษ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น , พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.วรวุธ เล็กสุนทร ผกก.สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ &amp;nbsp;ร่วมทำการสอบสวน นายทรงกลด อย่างสวย หรือโจ้ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 ม.2 ต.หนองคู อ.บ้านแทน จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูขียว ที่ 14 / 2564 ลงวันที่ 4 ก.พ.2564 &amp;nbsp;ในข้อหาฆ่าบุพการโดยเจตนา เหตุเกิดที่ ม.12 บ้านเต่า ต.บ้านเต่า อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 29 &amp;nbsp;ม.ค. ที่ผ่านมา หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแ่กน จับกุมตัวได้ ขณะขับหลบซ่อนตัวในพื้นที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านหนองสองห้อง ต.นางาม อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ยรรยง กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่า สาเหตุที่ฆ่ามารดา เพราะขอเงิน 200 บาท 2 ครั้ง แต่ผู้ตายไม่ให้ ด้วยความโมโหจึงบีบคอจนตายคามือ หลังจากที่ฆ่าแล้วก็ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ จีที สีเทา ไม่แผ่นป้ายติดทะเบียน หลบหนีมาในพื้นที่ อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค4 &amp;nbsp;เมื่อเข้ามาในพื้นที่อ.พระยืน ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายทองใส ม่วงกลาง อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/4 บ้านหนองโพธิ์ ม.2 ต.หนองแวง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ขณะนอนอยู่ที่ทุ่งนา จนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลตามร่างกาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นได้ไปก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ &amp;nbsp;ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีชมพูไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของ นายสนธยา ศรีผ่องใส อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 137 ม.4 บ้านหนองฮี ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขับขี่หนีไปในพื้นที่ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม และได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ ไว้ แล้วทำการก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่าสปาร์ค สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนพร้อมเงินสด 12,000บาท &amp;nbsp;หลบหนีไปยังพื้นที่อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ และหลับนอนในกระท่อมนาของชาวบ้าน ก่อนที่จะตัดสินใจขับขี่รถจักรยานยนต์วนกลับมาที่อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น และหลับนอนในกระท่อมนาของชาวบ้านหนองสองห้อง ชาวบ้านไปพบจึงแจ้งตำรวจสภ.มัญจาคีรี ไปตรวจสอบ จนทราบว่าเป็นผู้ต้องหาที่ทำการฆ่ามารดาตัวเองตายในพื้นที่อ.บ้านแท่น และมีหมายจับของศาลจังหวัดภูเขียว จึงทำการจับกุมตัวมาทำการสอบสวนและขยายผลในคดีต่างๆ ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายทองใส ม่วงกลาง อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/4 บ้านหนองโพธิ์ ม.2 ต.หนองแวง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ผู้เสียหายที่ถูกผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย กล่าวว่า ได้ออกไปนอนที่นากับภรรยา เพื่อเฝ้าเครื่องสูบน้ำ &amp;nbsp;ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.วันที่ 30 มกราคม เห็นผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านไปมา 3 รอบ จากนั้นก็หยุดรถ และเดินเข้ามาหาถามว่า แถวนี้มีคนขายไข่เป็ด ไข่เต่าหรือไม่ จึงตอบว่าไม่มีจากนั้นก็ถูกผู้ต้องหาก็พุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ &amp;nbsp;ภรรยาเห็นเหตุการณ์ตลอดเวลาจึงตะโกนเสียงดังว่า เห็นปืนแล้ว จะเอาปืนมายิง ซึ่งในความเป็นจริง เป็นเพียงอุบายของภรรยาเท่านั้นเพราะชีวิตจริงไม่มีปืน เมื่อผู้ต้องหาได้ยินจึงรีบวิ่งหนีไป จากนั้นจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระยืน เพื่อให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจันทร์ดี &amp;nbsp;ม่วงกลาง อายุ67 ปี ภรรยาของนายทองใส กล่าวว่า &amp;nbsp;เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสามีตัวเองตลอด ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครมาช่วย จึงคิดอุบายว่ามีปืน จะเอาปืนให้สามียิงผู้ต้องหา เมื่อคิดได้ จึงรีบตะโกนบอกสามีว่าจะเอาปืนไปให้ และให้ยิงใส่ผู้ต้องหา ซึ่งไม่คิดว่า ผู้ต้องหาได้ยินคำว่าปืนแล้ว ผู้ต้องหาจะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วรวุธ เล็กสุนทร ผกก.สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานกับทางตำรวจภูธรภาค4 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่สภ.มัญจาคีรี และสภ.พระยืนมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมีเบาะแสที่ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งหนีมายังอ.มัญจาคีรี &amp;nbsp;โดยล่าสุดพลเมืองดีซึ่งเห็นการเสนอข่าวของสื่อมวลชนที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ลูกชายฆ่ามารดาตัวเองตายในพื้นที่สภ.บ้านแท่น แจ้งเบาะแสเข้ามาว่าพบคนร้ายที่ลงมือฆ่ามารดาอยู่ในพื้นที่บ้านหนองสองห้อง &amp;nbsp; อ.มัญจาคีรี จึงได้ประสางานกับ บช.ภ.4 &amp;nbsp;และ สภ.มัญจาคีรี เพื่อทำการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าฆ่ามารดาตัวเองจริง เพราะโมโหที่ขอเงินไม่ได้ ส่วนการลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ต่างๆก็เพื่อหลบเลี่ยงสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจในระหว่างการหลบหนี จึงได้แจ้งข้อหาฆ่าบุพการีโดยเจตนา และข้อหาทำร้ายร่างกาย ข้อหาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ และหลังจากแถลงข่าวเรียบร้อยแล้ว นี้ก็จะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านแท่น ทำการสอบสวน จากนั้นก็จะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และคุมตัวส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดภูเขียวตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92009</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ลูกทรพี, สภ.มัญจาคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601bef2fc090e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น มอบเงินกองทุนฯช่วยครอบครัว &#039;น้องน้ำ&#039; เหยื่ออดีตครูจ่อยิงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - นายทวีศักดิ์ สารทรัพย์ ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี &amp;nbsp;ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 3 ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งศพ &amp;quot;น้องน้ำ&amp;quot; อายุ 14 ปี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่นายประสิทธิ์&amp;nbsp;รู้ปัญญา อดีตข้าราชการครูใช้อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม . จ่อยิงขมับจนเสียชีวิต ก่อนที่อดีตครูรายนี้จะยิงขมับตัวเองตายตามไปเหตุเกิดภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขต อ.มัญจาคีรี โดยคณะของยุติธรรมจังหวัดได้เข้าเคารพศพน้องน้ำ รวมทั้งการพูดคุยกับคนในครอบครัวของผู้ตายท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้มอบเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเบื้องต้น 110,000 บาท ซึ่งได้มอบให้กับยายน้องน้ำที่เลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่อายุ 3 เดือนหลังจากพ่อแม่น้องแยกทางกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมของกองทุนยุติธรรมที่จะจ่ายทันทีเมื่อพบผู้เสียชีวิตเข้าหลักเกณฑ์ เป็นเงินจำนวน 110,000 บาท ซึ่งเหตุการณืที่เกิดขึ้นนี้นั้นคณะทำงานได้ทำการตรวจสอบรายละเอียดต่างๆแล้ว จึงได้ทำการมอบให้กับญาติของผู้เสียชีวิตในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของครอบครัวนายประสิทธิ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไม่เข้าเงื่อนไขของทางกองทุนฯ&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นผู้กระทำและฆ่าตัวตาย ขณะเดียวกันในคดีที่เกิดขึ้นหากครอบครัวของน้องน้ำ ต้องการดำเนินคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายก็สามารถทำได้ โดยสามารถยื่นเรื่องผ่านทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่นได้ทันที ซึ่งทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดมีทนายความดำเนินเรื่องให้หรือผู้เสียหาย ก็สามารถแต่งตั้งทนายดำเนินเรื่องเองได้เช่นเดียวกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะทีนางสมพงษ์&amp;nbsp;เปทา อายุ 62 ปี ยายของน้องน้ำ กล่าวว่า ครอบครัวยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเชื่อว่าหลานสาวถูกครูคนนี้ลวงไปฆ่า ซึ่งในส่วนการฟ้องร้องดำเนินคดีนั้น จะขอปรึกษาคุยกันในครอบครัวก่อนว่าจะเริ่มต้นอย่างไรภายหลังจากจัดงานศพน้องน้ำแล้วเสร็จ ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางครอบครัวฝ่ายครูที่ก่อเหตุก็ยังไม่มีใครติดต่อมา เพราะครอบครัวอยากจะให้ทางครอบครัวของครูที่ก่อเหตุมาช่วยเหลือเรื่องงานศพให้กับน้องน้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ที่บ้านของนายประสิทธิ์ คู่กรณีในคดีดังกล่าว โดยไม่พบกับภรรยาของนายประสิทธิ์แต่อย่างใด จึงได้สอบถามข้อมูลจากเพื่อนบ้านรวมทั้งคนในครอบครัวของนายประสิทธิ์&amp;nbsp;เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนทราบว่า นายประสิทธิ์ได้ขอลาออกจากการรับราชการเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยได้รับเงินมาประมาณ 2,000,000 บาท และได้แบ่งให้กับลูกชาย 2 คนๆละ 100,000 บาท ที่เหลือนายประสิทธิ์เก็บไว้ใช้เองโดยไม่ได้ให้ภรรยาแม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหลังจากนายประสิทธิ์ลาออกแล้ว ก็ได้หย่ากับภรรยาเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่าสาเหตุของการหย่าว่าเกิดจากอะไร เพราะนายประสิทธิ์ก็เป็นคนที่มีนิสัยเงียบๆไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่เปิดเผยหรือแสดงออกว่ามีปัญหาใดๆ และภรรยาของนายประสิทธิ์ก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า หลังจากนายประสิทธิ์เสียชีวิตแล้ว ญาติพี่น้องเพื่อนสนิทและคนในครอบครัวมานั่งคุยกัน จึงทราบว่า เงินที่นายประสิทธิ์มีอยู่ นำไปทุ่มให้กับเด็กหญิงอายุ 14 ปีรายนี้ เพราะทราบว่านายประสิทธิ์รักฝ่ายหญิงคนนี้มาก ระยะหลังก่อนเกิดเหตุ นายประสิทธิ์รู้ว่า ฝ่ายหญิงมีแฟนอยู่แล้ว การคบหาจึงไม่ราบรื่นเหมือนเดิม และฝ่ายหญิงเริ่มพยายามตีตัวออกห่าง จึงคาดว่าน่าจะนัดเคลียร์ปัญหากันกระทั่งเกิดเหตุขึ้น แต่โดยส่วนตัวนั้นนายประสิทธิ์อายุมากแล้ว และมีหนี้สินในครอบครัวอยู่ประมาณ 3 ล้านบาท เงินทองก็หมด เพราะทุ่มไปให้ฝ่ายหญิง แต่สุดท้ายฝ่ายหญิงไปมีแฟนใหม่ทำให้เกิดปัญหารุมเร้าจึงคิดสั้นก่อเหตุดังกล่าวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41931</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนยุติธรรม, คดีน้องน้ำ, คดีอาชญากรรม, จังหวัดขอนแก่น, ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น, สภ.มัญจาคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d3951cd04841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
