<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสึกเจ้าอาวาสเสพยาบ้า ปลูกกัญชา อ้างเครียดถูกสาวหลอกโอนเงิน 3 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สรรคบุรี จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้นำกำลังตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;เข้าไปตรวจสอบภายในกุฎิ พระเรวัต อายุ&amp;nbsp; 75 ปี&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดโพธิ์งาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท&amp;nbsp;หลังสืบทราบว่า พระเรวัต&amp;nbsp;มีพฤติกรรมเสพยาบ้า และนำเงินวัดไปใช้ส่วนตัว และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปในวัดที่หายไปก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบต้นกัญชาสูงประมาณ 40 เซนติเมตร หนัก 5.3 กรัม&amp;nbsp;ปลูกอยู่หน้ากุฎิ&amp;nbsp;จำนวน 2 ต้น และพบกัญชาแห้ง น้ำหนัก 15.3 กรัม บรรจุอยู่ในโถแก้วมีฝาปิด วางอยู่บนชั้นวางของภายในกุฎิ พร้อมถุงแบ่ง จำนวน 13 ถุง&amp;nbsp;จึงนำตัวพระเรวัต&amp;nbsp;ไปตรวจปัสสาวะ พบเป็นสีม่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเรวัต&amp;nbsp;ยอมรับสารภาพว่าเสพยาบ้า โดยมีเพื่อนจากจังหวัดอุทัยธานี นำยาบ้าจำนวน 5 เม็ด มาให้เสพ เพื่อคลายความเครียด เพราะก่อนหน้านี้ถูกผู้หญิงคนหนึ่งหลอกให้โอนเงิน จำนวน 3 ล้านบาท ตำรวจจึงนำตัวพระเรวัต ไปทำการสึก และนำตัวไปดำเนินคดีข้อหา&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผลิตและมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดประเภทที่ 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทเอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตำรวจจะไปตรวจสอบ&amp;nbsp;พระพุทธรูปบูชาหลายองค์ในวัดโพธิ์งาม ที่หายไปก่อนหน้านี้ว่าพระเรวัตมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่&amp;nbsp;เนื่องจากมีข้อมูลว่าพระเรวัตอาจมีส่วนรู้เห็นกับเซียนพระบางคนในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันนำพระพุทธรูปในวัดออกไปขาย&amp;nbsp;หากพบว่าพระเรวัติกระทำผิดจริง ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม และจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111426</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชัยนาท, จับสึกพระ, พระเสพยา, สภ.สรรคบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_610139fdc3377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อเฒ่าเล่นปืนลูกซองถูกกระสุนเจาะหน้าอกดับปริศนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อเฒ่าวัย77ปีถูกปืนยิงดับปริศนา ญาติคาดทำปืนลั่น แต่ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 26 เมาายน ตำรวจ สภ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตอยู่ใต้ถุนบ้านเลขที่ 3/1 หมู่ 12 ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแจ้งแพทย์โรงพยาบาลสรรคบุรี และอาสาสมัครร่วมกตัญญูชัยนาท ไปที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง พบร่างนายเลื่อม โพธิ์หร่าย อายุ 77 ปี เจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนเตียงไม้ใต้ถุนบ้าน สภาพศพนอนหงาย มีแผลถูกกระสุนปืนที่หน้าอกซ้าย 1 รู ส่วนขาซ้ายงอพับอยู่บนเตียง ขาขวาห้อยลงกับพื้น โดยมีปืนลูกซองยาววางพาดอยู่ที่ขา ส่วนบริเวณเสื่อมีเม็ดกระสุนลูกซองตกอยู่ 1 เม็ด และบริเวณเพดานตรงจุดที่เสียชีวิต มีร่องรอยถูกกระสุนปืน 4 รอย เจ้าหน้าที่จึงเก็บปืน กระสุนปืนและบันทึกถ่ายภาพร่องรอยต่างๆในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนางสุธิดา โพธิ์หร่าย อายุ 50 ปี ลูกสะใภ้ของผู้ตาย เล่าว่า ปกติผู้ตายจะอาศัยอยู่ในบ้านคนเดียว ตนเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ พาหลานมาหาปู่ เมื่อช่วงเช้าก็ยังเห็นปกติ ตนออกไปข้างนอกบ้าน พอกลับมาเห็นกองเลือดนองที่พื้นและพบว่าพ่อสามีถูกปืนยิงที่หน้าอกจึงรีบแจ้งตำรวจ แต่ไม่ติดใจสาเหตุเชื่อว่าอาจจะเกิดจากเกิดจากปืนลั่น เพราะพ่อสามีชอบนำปืนลูกซองกระบอกนี้ออกมาเช็ดทำความสะอาดและเคยทำปืนลั่นมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่คิดว่าจะมีคนมาทำร้าย เพราะแกไม่เคยมีเรื่องกับใครและไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่ต้องรักษาแต่อย่างใดจนถึงกับคิดสั้น และช่วงเช้ายังเห็นเล่นกับหลานอย่างอารมณ์ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากปืนลั่น การฆ่าตัวตาย หรือจากสาเหตุใด โดยจะนำส่งศพให้สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจได้ทำการชันสูตรศพ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนจะสรุปคดีต่อไป &amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7926</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, ญาติพ่อเฒ่าคาดทำปืนลั่น, พ่อเฒ่าวัย77ปีดับปริศนา, พ่อเฒ่าเล่นปืนลูกซอง, สภ.สรรคบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1919bce561.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระขึ้นโรงพักหอบเหรียญบาทจ่ายค่าปรับแทนลูกศิษย์ขับรถเร็วจนถูกใบสั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระวัดเมืองชัยนาท หอบเหรียญบาทจ่ายค่าปรับ500บาทหลังถูกตร.ออกใบสั่งขับรถเร็วเกินกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เมษายน&amp;nbsp;พระมหาฐิติวัชร์ พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท วัดพระบรมธาตุวรวิหาร หอบเหรียญบาท 500 เหรียญ พร้อมด้วยนายราชชนทวีย์ ปุญญหิรัณย์ ลูกศิษย์วัด อายุ 21 ปี ขึ้นโรงพัก สภ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เพื่อไปชำระค่าปรับ หลังจากถูกตำรวจออกใบสั่งเพราะขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ตำรวจเห็นแล้วอึ้งรับชำระโดยไม่ต้องนับเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหาฐิติวัชร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ตนเร่งรีบที่จะเดินทางไปรดน้ำศพพระผู้ใหญ่ จึงให้ลูกศิษย์ขับรถไปส่ง ซึ่งลูกศิษย์ได้ขับรถไปบนถนนสาย 340&amp;nbsp;อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ด้วยความเร็ว 112 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้ขับได้ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจึงถูกตำรวจ สภ.สรรคบุรี จับและออกใบสั่งให้ไปเสียค่าปรับ 500 บาท&amp;nbsp;แม้ตนเองจะไม่ได้เป็นคนขับรถ แต่เป็นคนสั่งลูกศิษย์ให้ขับ จึงยอมรับว่าทำผิดกฎหมายจริงและพาลูกศิษย์มาเสียค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากเป็นพระสงฆ์ไม่มีรายได้จึงได้ปรึกษากับกรรมการวัด กรรมการวัดจึงให้นำเงินเหรียญในตู้บริจาคมาเสียค่าปรับ ซึ่งไม่ได้เป็นการทำเพื่อประชด แต่เพราะที่วัดมีเหรียญเยอะ เผื่อว่าใครมาขอแลกเงินกับตำรวจ ตำรวจจะได้มีให้แลก ซึ่งอาตมาได้นับเหรียญบาท แบ่งใส่ถุง 5 ถุง ถุงละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 500 บาท มาเสียค่าปรับ เพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้แต่พระสงฆ์หากทำผิดกฎจราจร ก็ต้องเสียค่าปรับไม่มีข้อยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้ขัดข้องที่นำเหรียญมาเสียค่าปรับ ยอมรับชำระเงิน และออกใบเสร็จให้ตามปกติ และไม่ได้แกะถุงเงินออกมานับ เพราะมั่นใจว่าหลวงพี่ได้นับเงินมาครบถ้วนแล้ว และได้อธิบายให้หลวงพี่เข้าใจว่า ที่ตำรวจต้องออกใบสั่งให้เพราะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สิทธิชัย สิทธิโชติเดชาสกุล รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สรรคบุรี &amp;nbsp;กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงต้องกวดขันวินัยจราจรเพื่อความปลอดภัย ซึ่งถนนสาย 340 จำกัดความเร็วไว้ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากผู้ใดกระทำผิดกฎหมายขับเร็วเกินกำหนด ก็ต้องถูกปรับไม่มีข้อยกเว้น
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6994</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระขึ้นโรงพักจ่ายค่าปรับ, พระมหาฐิติวัชร์, พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท, วัดพระบรมธาตุวรวิหาร, สภ.สรรคบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5aceea6842277.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
