<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! พนักงานช่อง 5 วัยดึกขี่มอเตอร์ไซค์สะดุดลูกระนาดคอหักดับคาถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;31 พ.ค.64 - พ.ต.ท.วิเศษ&amp;nbsp;พุ่มพวง สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สะดุดลูกระนาดล้มมีผู้เสียชีวิตภายในซอยด่านสำโรง 54 แยก 9 หมู่ 1 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ที่เกิดเหตุพบร่างของนายสวง&amp;nbsp;เที่ยงวัน อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้สื่อข่าวช่อง 5 นอนหงายอยู่กับพื้นถนนข้างกระถางต้นไม้ในสภาพไม่ได้สติ ตามลำตัวไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ทำการปั้มหัวใจยื้อชีวิตอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ไม่เป็นผลได้เสียชีวิตลง โดยทีมพยาบาล ที่ร่วมเข้าตรวจสอบระบุว่าเสียชีวิตเนื่องจากกระดูกคอหัก ห่างไปประมาณ 5 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิก สีขาวแดง ทะเบียน 1 กก 3466 สมุทรปราการ ล้มคว่ำอยู่กลางถนน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;จากการสอบถามนายภาณุสรณ์&amp;nbsp;กรเกษม อายุ 19 ปี วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนและเพื่อนร่วมวินรถจักรยานยนต์รับจ้างรวมทั้งชาวบ้านประมาณ 7-8 คนกำลังช่วยกันนำหินคลุกยางมะตอยมาช่วยกันก่อนทำลูกระนาดขวางถนนตรงจุดที่เกิดเหตุ เนื่องจากรถในซอยขี่กันเร็วมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นหลายครั้งในระหว่างที่พวกตนก่อลูกระนาดลูกแรกเสร็จและกำลังไปก่อลูกระนาดลูกที่สองที่ห่างกันประมาณ 10 เมตร อยู่ ๆ ผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาสะดุดลูกระนาดลูกเสร็จที่พวกตนพึ่งทำเสร็จ จนเสียหลักล้มลื่นไถลไปไกลกว่า 10 เมตรบริเวณลูกระนาดลูกที่สองที่ตนกำลังช่วยกันอยู่ ร่างของผู้ตายได้กระเด็นไปกระแทกเข้ากับกระถางต้นไม้ข้างทางจนแน่นิ่งไป ด้วยความตกใจตนจึงรีบโทรเรียกรถกู้ชีพมาให้การช่วยเหลือปั้มหัวใจอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมงแต่ก็ไม่ฟื้นจนมาทราบว่าคอหักเสียชีวิตก่อนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ขณะที่นายยิ่งยศ&amp;nbsp;มอญใต้ อายุ 42 ปี ได้กล่าวว่า ถนนภายในซอยนี้พึ่งสร้างเสร็จได้ประมาณ 2 เดือน ทำให้ถนนเรียบไม่มีหลุมบ่อ จึงทำให้รถที่วิ่งเข้าออกซอยดังกล่าวขี่กันดัวยความเร็ว โดยเฉพาะวัยรุ่นชอบขี่รถจักรยานยนต์ด้วยเร็วเข้าออกซอยหลายครั้งได้เกิดอุบัติเหตุ เคยร้องเรียนไปทางเทศบาลให้มาช่วยทำลูกระนาดเพื่อให้รถชะลอความเร็ว แต่ทางเทศบาลอ้างว่ายังทำอะไรไม่ได้เพราะอยู่ระหว่างเลือกตั้ง เมื่อช่วงเช้าตนจึงได้เดินทางไปยืนคำร้องที่เทศบาลด่านสำโรงขอหินคลุกยางมะตอย และมาช่วยกันลงมือทำกันเองจนมาเกิดเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งชาวบ้านและรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ร่วมกันก่อลูกระนาดมาทำการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่าเข้าข่ายร่วมกันกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นเหตุให้เสียชีวิตหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104837</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, ช่อง 5, สภ.สำโรงเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4e3903c53d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีโอดี&#039; ตรวจระเบิดการ์ดอาชีวะถูกตร.สำโรงเหนือ ยึดได้ 2 ลูก พบเหมือนระเบิดที่สามย่าน สารภาพทำเองไว้ป้องกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.64 - พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ได้ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน กว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กองร้อย เข้าตรึงกำลังที่บริเวณหน้า สภ.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังจากทราบข่าวจากโซเชียลที่ส่งต่อกันว่า จะมีกลุ่มการ์ดอาชีวะประชาธิปไตย นัดรวมตัวกันเข้ามาปิดล้อมโรงพักเพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวสองการ์ดอาชีวะซึ่งถูกตำรวจสำโรงเหนือจับกุมกรณีพบปลอกแขนซุกอยู่ใต้เบาะ ระหว่างขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก ที่บริเวณซอยด่านสำโรง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ถ.สุขุมวิท&amp;nbsp;113&amp;nbsp;ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ ช่วงคืนที่ผ่านมา โดยบรรยากาศ เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังคอยเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าสำโรง ถนนสุขุมวิท รวมถึงรอบโรงพัก เพื่อเฝ้าระวังอาจจะมีมือที่สามเข้ามาก่อความไม่สงบ แต่เวลาผ่านไปหลายชั่งโมงก็ยังไม่พบกลุ่มการ์ดอาชีวะเดินทางมาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.อาทิตย์&amp;nbsp;ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ&amp;nbsp;ได้ประสานเจ้าหน้าอีโอดี หรือเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดจากนครบาล เข้ามาทำการตรวจสอบระเบิดทั้ง 2 ลูกที่ตรวจยึดเอาไว้ พร้อมประสานเจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐานมาทำการเก็บรายนิ้วมือและดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบชนิดของระเบิดว่าเป็นชนิดเดียวกับที่เกิดระเบิดขึ้นที่ปทุมวันหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ อีโอดี ได้นำเครื่องเอ็กซเรย์มาทำการเอ็กซเรย์ระเบิดทั้งสองลูกพบว่าภายในระเบิดทั้งสองลูกมีส่วนผสมของดินปืนและเม็ดหินเป็นส่วนผสม รัศมีไม่เกิน 5 เมตร และภายในไม่มีแผงวงจรควบคุมในการจุดฉนวน ซึ่งระเบิดทั้งสองลูกจะทำงานต้องจุดฉนวนจากภายนอกเท่านั้น โดยระเบิดทั้งสองลูกมีลักษณะเดียวกันกับที่มีการระเบิดที่ปทุมวันเมื่อสองวันก่อน จึงมอบให้พนักงานสอบสวนนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งเพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ได้กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ&amp;nbsp;23.00&amp;nbsp;น.ของวันนี้ที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มกราคม เจ้าหน้าตำรวจสายตรวจของ สภ.สำโรงเหนือ&amp;nbsp;ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายสิทธิ์ชัย&amp;nbsp;ขำจริง อายุ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ปี และนายสิทธิ์ไพศาล พูลสมบูรณ์ศรี อายุ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สมาชิกการ์ดอาชีวะประชาธิปไตย พร้อมด้วยวัตถุระเบิดไทยประดิษฐ์ ที่ประกอบขึ้นเองพันด้วยผ้าเทปสีดำจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลูก และอาวุธมีดดาบยาวประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;เซนติเมตรและมีดง้าวพร้อมด้ามยาว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร โดยจับกุมได้ในขณะที่ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ&amp;nbsp;125&amp;nbsp;สีแดงเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผ่านมาที่บริเวณปากซอยด่านสำโรง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ ด้วยท่าทางมีพิรุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในตัวและกระเป๋าเสื้อแขนยาวของนายสิทธิชัย และมีดดาบพกอยู่ที่เอว ส่วนนายสิทธิ์ไพศาล พกอาวุธมีดง้าวอยู่ที่เอว พร้อมด้วยปลอกแขนการ์ดอาชีวะประชาธิปไตย จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาทำการสอบสวนที่โรงพัก โดยนายสิทธิชัยให้การรับสารภาพเป็นคนทำระเบิดดังกล่าวขึ้นมาเองและอ้างว่าที่พกติดตัวมาเพื่อเอาไว้ป้องกันตัวเอง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกัน​มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่​ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน​ทางสาธารณะ​ โดยไม่มีเหตุอันควรก่อนรวบรวมหลักฐานและคุมตัวส่งตัวขออำนาจฝากขังที่ศาลเยาวชนจังหวัดสมุทรปราการแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ อยากเรียนให้ทราบว่า การจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองนั้นเจ้าหน้าที่ไม่ได้กลั่นแกล้งจับกุมเพราะมีปลอกแขน แต่เป็นการจับกุมคดีอาวุธมีด และวัตถุระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90223</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดอาชีวะ, จังหวัดสมุทรปราการ, สภ.สำโรงเหนือ, อีโอดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_60055e5de5f1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟิวส์ กิติกร&#039; พระเอกละครพื้นบ้านช่อง 7 แจ้งดำเนินคดีสาวโพสต์เฟซบุ๊กอ้างเป็นเมีย-มีลูกด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.63 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายกิติกร โพธิ์ปี หรือ ฟิวส์ พระเอกละครจักรวงศ์ช่อง 7 สี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท.และโฆษก บก.ปอท. ร.ต.ท. พงศ์ปิติ ตรีปิยะ รองสว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่เอารูปภาพไปใช้แอบอ้างว่ามีครอบครัวด้วยกันรวมถึงมีบุตรด้วยกัน 2 คน ก่อนส่งข้อมูลไปยังผู้ใหญ่ทางช่อง 7 สี ตลอดจนเพื่อนดาราคนอื่นๆ สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยกรณีนี้มีหญิงสาวที่ชื่อ จินตนา บุญโสม ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Jintana Bunso&amp;quot; เข้าไปป่วนในเพจเฟซบุ๊กแฟนคลับ ฟิวส์-กิติกร สร้างขึ้นมาให้ โดยกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กัน จนมีบุตรด้วยกัน 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิติกร เผยว่า เรื่องแฟนคลับคนดังกล่าวมาป่วนในเฟซบุ๊กที่แฟนคลับสร้างให้และเฟซบุ๊กส่วนตัวของตน 3 ปีแล้ว โดยหญิงสาวคนดังกล่าวโพสต์ประมาณว่าเป็นภรรยาตนและมีลูกด้วยกัน 2 คน ทั้งๆที่ไม่ใช่ความจริง หากตนมีภรรยาและลูกจริงต้องรับปิดชอบอยู่แล้ว ตนเคยบล็อคไปแล้ว 4 ครั้ง ให้โอกาสตลอดเพราะแต่ล่าสุดยังมาโพสต์ป่วนในเพจแฟนคลับอีก ทำให้มีผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงโทรศัพท์มาสอบถามจำนวนมาก และมีผลกระทบต่องาน เพราะเพิ่งพักกองละครเรื่อง &amp;quot;สิงห์สั่งป่า&amp;quot; ในช่วงโควิด-19 ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วานนี้(วันที่ 15 เม.ย. )ประมาณ 20.15 น. ตนจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.สำโรงเหนือ ไว้เป็นหลักฐาน ว่าไม่รู้จักกับหญิงสาวดังกล่าว และถูกกล่าวหาทำให้มีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน และเนินคดีตามกฏหมาย และวันนี้จึงมาแจ้งความ บก.ปอท.อีกทางให้ช่วยดำเนินการตามกฏหมาย เพราะเป็นการโพสต์ในโลกโซเชียลด้วย สำหรับชีวิตตนนั้นปัจจุบันอายุใกล้หลักเลขสามแล้ว ขอยืนยันว่ายังไม่มีทั้งลูกและเมียเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เผยว่า รับแจ้งความไว้ก่อน เบื้องต้นเข้าข่ายหมิ่นประมาท ด้วยการโฆษณา ทราบว่าผู้เสียหายมีการแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.สำโรงเหนือ หลังจากนี้จะสืบสวนหาหญิงสาวเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ก่อนส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ รวบรวมหลักฐานและดำเนินตามขั้นตอนกฏหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63337</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิติกร โพธิ์ปี, บก.ปอท., พระเอกละครพื้นบ้าน, สภ.สำโรงเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e9807b3a935e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวิดดับหนุ่มซิ่งกระบะหวังกลับบ้านทันก่อนเคอร์ฟิวหักหลบมอเตอร์ไซต์ชนร้านค้าพังทั้งแถบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;15 เม.ย.63 - เมื่อเวลา 22:30 น.วันที่ 14 เม.ย. พ.ต.ต.จิราวัฒน์ อ่องสา สารวัตรเวร สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชน ร้านค้า และร้านสะดวกซื้อได้รับความเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณหน้าร้านเซเว่น วัดหนามแดง ถนนเทพารักษ์ กม. 6 ขาออกมุ่งหน้าบางพลี ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีดำ ทะเบียน 1 ฒฌ 7192 กทม.พุ่งชนเข้าไปในร้านค้าที่ตั้งอยู่ใต้สะพานลอยคนข้ามจนข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนฟุตบาท สภาพด้านหน้าพังยับเยิน หลังจากพุ่งชนตู้โทรศัพท์สาธารณะ ถังขยะข้างทางและร้านค้าที่อยู่บริเวณดังกล่าวเสียหายหลายร้าน ข้าวของต่างๆยังกระเด็นไปกระแทกกระจกร้านสะดวกซื้อจนแตกเสียหายหลายบาน รวมทั้งตู้เอทีเอ็ม โชคดีในช่วงที่เกิดเหตุเป็นเวลาที่ประกาศเคอร์ฟิว จึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพียงรายเดียวซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากการสอบถามนายเอกรินทร์ ปลื้มใจ อายุ 44 ปี คนขับรถยนต์กระบะที่เกิดเหตุ ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้ขับรถมาตามถนนเพื่อที่จะกลับบ้านพักที่อยู่ในอำเภอบางพลีให้ทันเวลาเคอร์ฟิว โดยขับในเลนขวาสุด มาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถกระบะขับมาด้วยความเร็ว ตนเองจึงหักเปลี่ยนเลนหลบเข้ามาทางเลนกลาง โดยไม่ทันสังเกตว่ามีรถจักรยานยนต์ขี่อยู่ข้างหน้า ด้วยความตกใจตนจึงตัดสินใจหักหลบเข้าทางด้านเลนซ้าย และทำให้รถเสียหลักพุ่งขึ้นไปบนฟุตบาทและพุ่งชนตู้โทรศัพท์สาธารณะข้างทางด้านท้ายฟาดเข้าไปในร้านค้าริมทางที่อยู่ใกล้กันและถังขยะ จนข้าวของและถังขยะกระเด็นไปกระแทกกระจกร้านเซเว่น จนแตกได้รับความเสียหายหลายบาน โชคดีที่เป็นช่วงเคอร์ฟิวจึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บนอกจากตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดตัวนายเอกรินทร์ คนขับรถยนต์กระบะที่เกิดเหตุ เอาไว้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63171</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนร้านค้า, สภ.สำโรงเหนือ, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e966373ddc1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลอนโควิดผวาทั้งห้าง!รปภ.ล้มฟุบลงไปชักกับพื้นก่อนเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.63- เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 22 มีนาคม 2563 พ.ต.ต.วิชาญ &amp;nbsp;ไลไธสงค์ &amp;nbsp;สารวัตรเวร สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ &amp;nbsp;รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ว่า มีเจ้าหน้าที่ รปภ.ของ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านสำโรงเหนือ อ.เมือง สมุทรปราการ เกิดอาการวูบล้มลงไปชักหมดสติกับพื้นขณะปฎิบัติหน้าที่อยู่ในห้าง ถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลและเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยมูลนิธิปอเต็กตึ้งเดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในห้องเก็บร่างผู้เสียชีวิตของโรงพยาบาล พบว่าเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้นำร่างของผู้เสียชีวิตบรรจุใส่ถุงซิปสีน้ำเงินเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากยังไม่ทราบว่าผู้ตายเสียชีวิตเนื่องจากติดเชื้อไวรัส โควิส 19 หรือไม่ จึงได้นำร่างผู้เสียชีวิตบรรจุใส่ถุงซิปเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ทราบชื่อผู้เสียชีวิตชื่อนายบวรลักษณ์ &amp;nbsp;ปกิตติตารัศมิ์ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็น รปภ. ที่มารักษาความปลอดภัยภายในห้างโดยขณะเกิดเหตุ ผู้ตายได้เข้าดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ที่บริเวณโซนร้านอาหาร ที่อยู่บริเวณชั้น 1 ของห้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย เหมปั่น อายุ 58 ปี หัวหน้า รปภ. ที่ประจำการอยู่ที่ห้างสรรพสินค้า ระบุว่า ขณะที่ตนเองนั่งปฎิบัติหน้าที่อยู่ภายในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดที่ชั้นใต้ดินของห้าง ได้มีเจ้าหน้าที่ของห้าง ได้นำร่างของผู้ตายใส่รถวีลแชร์เข็นลงมาที่ห้อง ในสภาพที่ผู้ตายพอรู้ตัวอยู่บ้าง โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายซึ่งกำลังปฎิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบอยู่ที่บริเวณศูนย์อาหารชั้น 1 ของห้าง และอยู่ ๆ ผู้ตายได้เกิดหมดสติล้มลงไปชักกระตุกอยู่ที่พื้น ด้วยความตกใจเจ้าหน้าที่ของห้างได้ช่วยกันทำการปั้มหัวใจจนผู้ตายพอรู้สึกตัว จึงได้นำใส่รถวีลแชร์เข็นลงมาที่ห้อง รปภ. ตนเองจึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ซึ่งอยู่ใกล้ห้าง และผู้ตายได้เสียชีวิตลงก่อนที่จะถึงโรงพยาบาล และจากการซักถามเพื่อน รปภ.ทราบว่าผู้ตายเคยเป็นโรคหัวใจมาก่อนแต่ก็ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกับสาเหตุการตายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตด้วยเหตุใด จึงได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สมุทรปราการ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60551</URL_LINK>
                <HASHTAG>รปภ., สภ.สำโรงเหนือ, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e77556d7171b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มป่วยโรคปอดเครียดหนักคิดว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ผูกคอตัวเองดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63 -&amp;nbsp;พ.ต.ท.สุทิน&amp;nbsp;พุ่มพวง สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีชายผูกคอตายที่บริเวณประตูรั้วทางเข้าบ้านเลขที่ 2444/92 หมู่ที่ 7 ซอยด่านสำโรง 42/ 2 ต.ด่านสำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ที่บริเวณประตูรั้วทางเข้าบ้านพบศพนายสราวุธ&amp;nbsp;ปัญญาอ้วน อายุ 32 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นดินข้างประตูในสภาพที่ลำคอมีสายยางขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตรผูกติดอยู่ที่ลำคอ และที่ประตูรั้วด้านบนยังมีเศษสายยางขนาดเดียวกันผูกติดอยู่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นตามลำตัวไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ภายในแคมป์พักคนงานภายในสถานที่ก่อสร้างดังกล่าวได้พบกระเป๋าสัมภาระของผู้ตายวางอยู่ และที่บันไดทางขึ้นพบสายยางขนาดเดียวกันถูกลนตัดด้วยไฟวางอยู่ที่ในแคมป์พัก พบไฟแช็คสีเหลืองวางอยู่ข้างโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย และจากการตรวจสอบภายในกระเป๋าสัมภาระของผู้ตายพบใบนัดของแพทย์ที่นัดให้ผู้ตายไปตรวจในวันนี้วางอยู่ และจากการประสานแพทย์ที่ลงอยู่ในใบนัด ได้ทราบว่าผู้ตายมีอาการปอดติดเชื้อ ซึ่งมีลักษณะป่วยเป็นวัณโรค แต่ผู้ตายยังไม่ทราบ ทราบเพียงว่ามีอาการปอดติดเชื้อเท่านั้น จึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม น.ส.เนตร์ทราย เชียงใหม่ อายุ 31 ปี ซึ่งมาพบเห็นผู้ตายนอนอยู่ที่หน้าประตูรั้ว ได้เล่าว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ตนได้เดินออกมาหายายที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ได้พบเห็นผู้ตายนอนอยูที่พื้นหน้าประตู จึงได้เดินไปเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงได้ใช้เท้าเขี่ยที่ขาผู้ตายดูพบว่าตัวของผู้ตายแข็งแล้ว จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าที่มาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดที่ตนเองป่วยด้วยอาการปอดติดเชื้อ แต่คาดว่าผู้ตายน่าจะไม่รู้ว่าตนเองป่วยเป็นวัณโรค ประกอบกับช่วงนี้อาการของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็มีอาการปอดอักเสบเช่นกัน ผู้ตายจึงเกิดอาการเครียดคิดว่าตนเองได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงเกิดอาการเครียดในช่วงกลางดึกจึงได้ตัดสินใจใช้สายยางวัดระดับน้ำที่วางอยู่ใกล้ผูกคอตัวเองตาย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58776</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, ป่วยวัณโรค, ผูกคอตาย, สภ.สำโรงเหนือ, โรคปอดอักเสบ, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e35d8dc47e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของสุนัขถูกยัดกระสอบเผยตัวแล้ว อ้างไม่ได้ทารุณแต่เตรียมไปส่งสถานสงเคราะห์สัตว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่มีผู้พบสุนัข 12 ตัวและแมว 2 ตัวถูกคนใจบาปจับยัดใส่กระสอบวางไว้ท้ายรถกระบะเก่าจอดทิ้งไว้บริเวณข้างบ่อบำบัดน้ำเสียเยื้องทางเข้าหมู่บ้านกลางเมือง ซอยวัดด่านสำโรง ตำบลด่านสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สำโรงเหนือ หลังรับแจ้งพร้อมอาสาร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดสมุทรปราการเดินทางให้การช่วยเหลือประสานทางกลุ่มว็อชด็อก มูลนิธิเพื่อหมาในซอยจังหวัดชลบุรี มารับสุนัขทั้งหมดไปดูแลที่มูลนิธิแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.อุทิศ สุดใจ สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เจ้าของคดีเปิดเผยว่าได้มีนายมนตรี อายุ 40 ปีมาแสดงตัวแล้วว่าเป็นเจ้าของสุนัขและแมวทั้งหมด และได้เล่าว่า สุนัขและแมวทั้งหมดที่พบเป็นของน้องสาวตนที่เลี้ยงไว้ที่บ้านพักในย่านพระราม 2 และน้องสาวตนได้โทรมาบอกให้ช่วยมารับสุนัขทั้งหมดและแมวไปส่งที่สถานสงเคราะห์สัตว์อยู่ในย่านประเวศ ซึ่งน้องสาวตนได้ติดต่อไว้แล้ว เนื่องจากจะต่อเติมบ้านทำห้องนอนให้กับลูก แต่ด้วยความแออัดของบ้าน ไม่รู้จะนำสุนัขไปเลี้ยงไว้ที่ไหน จึงได้วานให้ตนนำสุนัขทั้งหมดใส่รถกระบะไปส่งที่สถานสงเคราะห์สัตว์ในย่านประเวศให้ที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากไปถึงพบว่าสถานสงเคราะห์ดังกล่าวปิดทำการแล้ว ตนจึงได้ขับรถกลับมาที่บ้านพักซอยวัดด่านสำโรง ซึ่งเป็นบ้านเช่าไม่สามารถนำสุนัขที่มีจำนวนมากขนาดนี้เข้าไปได้ จึงนำสุนัขทั้งหมดใส่กระสอบ โดยใส่ไว้กระสอบละ 1-2 ตัว ก่อนมัดปากกระสอบเพื่อไม่ให้สุนัขหลบหนี และตั้งใจว่าจะเอาสุนัขทั้งหมดไปส่งสถานสงเคราะห์สัตว์จึงนำสุนัขและแมวทั้งหมดกลับมาใส่ไว้ที่ท้ายรถกระบะ ซึ่งเป็นของบริษัทนายจ้างที่ตนทำงานอยู่ที่จอดทิ้งเอาไว้นานแล้ว เพราะเห็นว่ามีหลังคากันฝนและมีผ้าใบปิดด้านข้างเพราะเกรงว่าจะเปียกฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นตนก็ได้กลับไปนอนที่บ้านพัก จนกระทั่งเช้าตนได้เดินออกมาดูสุนัขที่ท้ายรถปรากฏว่าสุนัขทั้งหมดหายไป จึงกลับมาที่ห้องพักและได้เห็นข่าวทางโทรทัศน์ จึงได้รีบเดินทางมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่ามิได้มีการทารุณกรรมสัตว์ และขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10371</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนใจบาป, ทิ้งหมาแมวท้ายรถกระบะ, ทิ้งหมาแมวยัดกระสอบ, สถานสงเคราะห์สัตว์, สภ.สำโรงเหนือ, สมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e0b0a97b58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
