<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายปกครองสนธิกำลังตร.สำโรงใต้ บุกจับโต๊ะสนุกเกอร์ฝ่าฝืนคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;13 พ.ค.64 - นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีโต๊ะสนุกเกอร์ ที่ตั้งอยู่ ตลาดพูลทรัพย์ ซอยพิทักษ์ธรรม หลังโรงงานอีซูซุ หมู่ 8 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ลักลอบเปิดให้คนเข้ามาเล่น ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด จึงสั่งการณ์ให้นายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอพระประแดง และ พ.ต.อ.จักรพงษ์ นุชผดุง ผกก.สภ.สำโรงใต้ พร้อมด้วย นาย.ฐิติภัทร ประกอบผล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเข้าตรวจสอบ&amp;nbsp;พบโต๊ะสนุกเกอร์ดังกล่าว เปิดอยู่และที่บริเวณด้านหน้ามีการตั้งวงดื่มสุรา ภายในมีบรรดาสิงห์ไม้คิวกำลังแทงสนุกกันอย่างสนุกสนาน โดยมีนายเอกชัย&amp;nbsp;ชัชวาลเวียงไชย อายุ 27 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของโต๊ะสนุกเกอร์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าชี้แจงว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดสมุทรปราการ เรื่องการสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ซึ่งโต๊ะสนุกเกอร์หรือบิลเลียด อยู่ในข้อบังคับข้อที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;นายเอกชัย&amp;nbsp;อ้างว่า&amp;nbsp;ตนไม่ได้เปิดให้เล่น แต่ตนซ้อมมือกันเองกับลุงของตนเฉยๆ ไม่ได้เปิดให้คนภายนอกเข้ามาเล่นแต่อย่างใด คือใครเข้ามาเราก็บอกว่าโต๊ะปิด แต่เราไม่ทราบว่าเจ้าของโต๊ะเล่นเองก็ผิด ซึ่งทางเข้าก็มีการป้ายเขียนประกาศไว้อย่างชัดเจนว่าโต๊ะปิดให้บริการ จนกว่าจะหมดโรคและรัฐบาลจะให้เปิด&amp;nbsp;ตนก็ยอมรับว่าไม่รู้ในรายละเอียดของคำสั่ง ตนก็ไม่รู้กฎหมายก็เลยไม่ทราบเหมือนกัน คิดว่าซ้อมมือกันเฉยๆ ก็น่าจะเล่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายเอกชัย ว่าฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 2165/2564 เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว คำสั่งลงวันที่ 26 เมษายน 2564 ข้อที่ 1 ปิดสถานที่ต่อไปนี้เป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;(4) โต๊ะสนุกเกอร์หรือบิลเลียด ซึ่งออกโดยคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มีโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102752</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, สภ.สำโรงใต้, สั่งปิดสถานที่, โควิด19, โต๊ะสนุกเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609c74bf75871.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจคุมตัว 2 ผู้ต้องหาฝากขังศาลสมุทรปราการ พร้อมวางกำลังคุมเข้มป้องกันเหตุในงานศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ ได้คุมตัวสองผู้ต้องหาที่เหลือในแก๊งบุกโรงพยาบาลคือ นายมณฑล มะลัยเถาว์ หรือ ต้น และนายธีรยุทธ หรือปอ สุขสะอาด ออกมาจากห้องขังเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือและเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ จากนั้นจึงคุมตัวขึ้นรถผู้ต้องขังเพื่อนำไปฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการพร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยในวันนี้มีทางด้านแฟนสาวของนายต้น หลังทราบข่าวว่าแฟนหนุ่มถูกจับกุมได้เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจนายต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.ศุภณัฏฐ์ เจริญเรืองสกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งรับผิดชอบดูแลด้านงานสอบสวน เดินทางมายัง สภ.สำโรงใต้ เพื่อตรวจสำนวนทางคดีพร้อมกับเรียกประชุมทีมพนักงานสอบสวนมืออาชีพจากตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เข้ามาช่วยดูแลสำนวนในคดี กลุ่มผู้ต้องหาแก๊งมหาวงศ์ เนื่องจากมีความละเอียดอ่อน เรื่องการแจ้งข้อกล่าวหาและต้องทำสำนวนให้รัดกุมเพื่อใช้มัดเป็นหลักฐานในการเสนออัยการส่งฟ้องศาล ซึ่งจะต้องเร่งรัดทำสำนวนให้แล้วเสร็จภายในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผู้การฯที่ดูแลงานสืบสวนสั่งประชุมด่วนเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทั้งของกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรปราการและฝ่ายสืบสวน สภ.สำโรงใต้ กว่า 50 นาย เตรียมความพร้อมในการลงพื้นที่หาข่าวและแฝงตัวในงานเผาศพนายคิวช่วงเย็นของวันนี้ นอกจากนั้นภายในงานยังมีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษและกองร้อยควบคุมฝูงชนที่จะเข้ามาดูแลและตั้งจุดตรวจจุดสกัดผู้ที่จะเข้าสู่งานศพด้วยเพื่อป้องกันเหตุและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้านนายเจ๋งและนายต้น 2 ใน 3 ของกลุ่มซอยโรงเหล็ก มีรายงานว่าทางด้านพนักงานสอบสวนได้ทำประวัติและสอบปากคำไว้เบื้องต้นแล้วแต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด เนื่องจากมีรายงานจากแหล่งข่าวว่า กรณีนายเจ๋ง และนายต้น นั้นเบื้องต้นพบว่าเป็นการก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับนายแฮ็กเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบปากคำนายแฮ็ก เบื้องต้นพบว่าบาดเจ็บเล็กน้อยและนายแฮ็กไม่ติดใจเอาความ อย่างไรก็ตามทางด้านพนักงานสอบสวนจะต้องไปสอบปากคำนายแฮ็ก อีกครั้งว่าจะเอาความหรือไม่หากผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความก็ไม่สามารถดำเนินคดีต่อนายเจ๋ง และนายต้นได้เช่นกัน ทั้งนี้ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่พบการกระทำความผิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72300</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, สภ.สำโรงใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f1930db47bdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมตัว 4 โจ๋บุกโรงพยาบาลชกหมอ ส่งฝากขังศาลสมุทรปราการ เหลืออีก 2 จ่อมอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.63 -&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ ได้ทำการเบิกตัว 4 ผู้ร่วมก่อเหตุมาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติ ประกอบด้วย 1.นายนิพนธ์ บุตรสาร อายุ 22 ปี 2.นายกานต์ หรือออม แสงชัน อายุ 22 ปี 3.นายวิชัย&amp;nbsp;อยู่เล็ก อายุ 24 ปี และ 4.เยาวชนชายอายุ 17 ปี&amp;nbsp;โดยมีบรรดาเพื่อนๆของผู้ต้องหาพากันเดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจที่หน้าห้องขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ เจ้าของคดี ได้รวบรวมสำนวนการสอบสวนก่อนคุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดส่งฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการและคัดค้านการประกันตัว ในข้อกล่าวหา&amp;nbsp;ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ&amp;nbsp;และบุกรุกสถานพยาบาลในเวลากลางคืน ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนชาย 17 ปี ถูกแจ้งข้อหาบุกรุกสถานพยาบาลในเวลากลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ในส่วนของผู้ต้องหากลุ่มมหาวงศ์ ที่ร่วมกันก่อเหตุในโรงพยาบาลมีรายงานจากเดิม 18 คนนั้น ทางด้านตำรวจได้สอบปากคำและขยายผลประกอบกับหลักฐานจากภาพวงจรปิดพบว่ามีผู้ต้องหาเพิ่มรวมเป็น 24 คนรวมผู้เสียชีวิตด้วย ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้แล้ว 22 ราย เหลือเพียง 2 รายที่คาดว่าจะเข้ามอบตัวในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกลุ่มของซอยโรงเหล็กเบื้องต้นจากข้อมูลของทางตำรวจพบว่ามี 5 คนที่อยู่ในเหตุการณ์และถูกจับกุมตัวไปแล้ว 1 คนคือนายธนพล หรือแจ๊ค มือแทงนายคิวจนถึงแก่ความตาย ส่วนรายอื่นๆ เบื้องต้นทางด้านตำรวจยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาและอยู่ระหว่างประสานเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยขณะนี้มีรายงานว่าไปหลบซ่อนตัวกับญาติที่จังหวัดจันทบุรีเนื่องจากหวาดกลัวฝ่ายตรงข้ามจะล้างแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า พล.ต.ต.ธนายุตม์&amp;nbsp;วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จะเดินทางมาตรวจสำนวนและคุมการปฎิบัติด้วยตนเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72201</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, ชกหมอ, ตีกันในโรงพยาบาล, ทะเลาะวิวาท, บุกรุกสถานพยาบาล, สภ.สำโรงใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f17f05b2e194.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแล้ว 11 ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายแพทย์หญิง ทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล 2 แห่งที่สมุทรปราการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงกว่า 10 คน&amp;nbsp;ก่อเหตุอุกอาจบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายแพทย์หญิงและพยาบาลสาวรวมถึงเจ้าหน้าที่ชายภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ&amp;nbsp;ถนนปู่เจ้าสมิงพราย จากนั้นพากันยกพวกไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายคู่อริภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อเวลา&amp;nbsp;12.30 น. พ.ต.ท.สุเมธ&amp;nbsp;สาลี&amp;nbsp;สารวัตรสืบสวน สภ.สำโรงใต้&amp;nbsp;นำกำลังไปจับกุมผู้ต้องหาที่บ้านพักภายในซอยวัดมหาวงษ์&amp;nbsp;ตำบลสำโรง อำเภอพระประดง จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 11 รายทั้งชายหญิง โดย 3 ใน 11 เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ปรากฎในคลิปวงจรปิดภายในห้องฉุกเฉินทั้งสองโรงพยาบาล ประกอบด้วย นายภาณุวัฒน์ หรือกั๊ก สุขแย้ม&amp;nbsp;ผู้ต้องหาที่ลงมือชกต่อยแพทย์หญิงและบุรุษพยาบาล นายนิพล หรือมิน วันชม อายุ 23 ปี ก่อเหตุชกต่อยแพทย์หญิง&amp;nbsp;นายกานต์ หรือออม&amp;nbsp;แสงชัย อายุ 21 ปี ที่ก่อเหตุชกต่อยเจ้าหน้าที่รพ. ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือตกเป็นผู้ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ ได้มอบหมายให้ นายศิริเดช มีศิริ ผู้จัดการทั่วไปแจ้งความที่ สภ.สำโรงใต้&amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ส่วนทรัพย์สินที่เสียหายอยู่ระหว่างตรวจสอบราคาค่าซ่อมแซมอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเกียรติวุฒิ ชาญประเสริฐ&amp;nbsp;อายุ 24 ปี ผู้เสียหายที่ถูกฝ่ายของนายกั๊ก พาพวกมารุมทำร้ายภายในโรงพยาบาล กล่าวว่า&amp;nbsp;ตนเองไม่เคยรู้จักกับฝ่ายผู้ก่อเหตุ&amp;nbsp;ตนเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่ถูกทำร้ายร่างกาย ที่โรงพยาบาลระหว่างที่ออกมายืนสูบบุหรี่ที่หน้าโรงพยาบาล เมื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุเดินทางมาถึง หนึ่งในนั้นก็เดินเข้ามาหาตนและถามว่ามาเยี่ยมคนที่แทงเพื่อนเขาตายใช่ไหม ตนเองพยามตอบเลี่ยงแต่ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะมั่นใจจึงเข้าทำร้ายร่างกายจนเกิดการต่อสู้และชุลมุนกัน โดยในวันนี้ตนเองเดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้านตำรวจเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทั้งหมด 11 รายในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันชุลมุนต่อสู้กัน เป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;rdquo; และ ดำเนินคดีกับกลุ่มที่ยกพวกมาทำร้ายภายในโรงพยาบาล ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันบุกรุกสถานพยาบาลในยามวิกาล,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72006</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, สภ.สำโรงใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f155a2989919.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งามไส้! โจ๋สำโรงใต้ยกพวก30กว่าคนถล่มคู่อริในห้องฉุกเฉินรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 63 - เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วีระพล ดอนหัวร่อ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีกลุ่มวับรุ่นจำนวนหลายสิบคนเข้าไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทและไล่ทำร้ายกันภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ ต.สำโรงกลาง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มีผู้บาดเจ็บและทรัพย์สินของทางโรงพยาบาลได้รับความเสียหาย หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุ ภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลฯ พบว่าอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์และข้าวของประเภทโต๊ะเก้าอี้กระจัดกระจายเกลื่อนห้องฉุกเฉิน มีกระจกหน้าต่างและประตูกระจกห้องแพทย์แตกได้รับความหายอีกหลายรายการ&amp;nbsp; และที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาล รวมทั้งหน้าลิฟต์พบรอยเลือดอยู่ที่พื้นและกระจก โดยมีเก้าอี้ไม้และพลาสติกแตกกระจายอยู่เกลื่อนพื้น ส่วนผู้ก่อเหตุได้พากันแยกย้ายหลบหนีไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพยาบาลที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน เล่าว่า นาทีระทึกที่สร้างความหวาดกลัวขวัญผวากับเจ้าหน้าที่ว่าและคนไข้ว่าเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. มีผู้บาดเจ็บถูกทำร้ายร่างกายถูกแทงมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมา 2 นาย ซึ่งขณะนั้นวุ่นวายพอสมควรเพราะมีเพื่อนๆ ของผู้บาดเจ็บมาด้วยหลายคน หลังแพทย์ให้การรักษาผู้บาดเจ็บเสร็จประมาณ 20.00 น.&amp;nbsp; พรรคพวกฝ่ายคู่กรณีได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามมากว่า 20 กว่าคัน มาจอดที่หน้าโรงพยาบาลก่อนที่จะกรูกันเข้ามา ซึ่งมีอาวุธทั้งไม้เบสบอลเก้าอี้และไม้มอบถูพื้น เข้าไล่ทำร้ายเพื่อนของผู้บาดเจ็บ ทำให้เพื่อนของผู้บาดเจ็บต้องหนีเข้ามาในห้องฉุกเฉิน โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้เดินถืออาวุธเข้ามาไล่ทำร้ายฝ่ายเพื่อนผู้บาดเจ็บกันในห้องฉุกเฉินทั้งตีและขว้างปาข้าวของปาเก้าอี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเราก็เกรงว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะตามขึ้นไปทำร้ายผู้บาดเจ็บที่ขึ้นไปพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้นบน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ปิดลิฟต์ทางขึ้นลงอาคาร และในขณะนั้นภายในห้องฉุกเฉินข้าวของกระกระจายเต็มห้องกระจกหน้าต่างและกระจกประตูห้องตรวจแตก โชคดีที่ขณะเกิดเหตุมีผู้ป่วยมารักษาอยู่ในห้องฉุกเฉินเพียง 2 คน ซึ่งขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้าเข้ามาด้านในเพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุมากันหลายสิบคน และก่อนลงมือก่อเหตุวิ่งวนออกไปประตูด้านข้างห้องฉุกเฉินไปก่อเหตุที่หน้าลิฟต์และที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อีก เหตุเกิดนานเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะพากันหลบหนีกันออกไปด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลวิถารามชัยปราการ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ ได้เล่านาทีระทึกว่า ช่วงหัวค่ำเวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีเพื่อนๆ ของผู้บาดเจ็บขี่และซ้อนท้ายพาผู้บาดเจ็บที่ถูกแทงเข้าที่ไหปลาร้าข้างซ้ายแต่เลือดไม่ออก ซึ่งขณะมาถึงผู้บาดเจ็บหมดสติอยู่ หลังจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้พาเข้าในห้องฉุกเฉิน แพทย์ได้ทำการปั้มหัวใจและจับชีพจรของผู้บาดเจ็บพบว่าขณะมาถึงโรงพยาบาล ผู้บาดเจ็บหัวใจหยุดเต้นแล้ว แพทย์พยาบาลจึงได้ช่วยกันปั้มหัวใจแต่ไม่เป็นผล ทางแพทย์จึงได้บอกกับญาติของผู้บาดเจ็บว่าผู้บาดเจ็บเสียชีวิตก่อนที่จะมาถึงโรงพยาบาลแล้ว แพทย์พยายามแล้วแต่ไม่เป็นผล ทำให้พรรคของผู้ตายไม่พอใจได้กรูกันเข้าไปทำร้ายแพทย์ซึ่งเป็นแพทย์หญิงและพนักงานเวรเปล โดยหาว่าแพทย์ไม่ยอมช่วยเพื่อนของเขา ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดจะออกมาที่หน้าห้องฉุกเฉินและทำร้ายกันเอง ซึ่ได้ยินว่า &amp;quot;มึงโทรตามเพื่อนมาตาย&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหลังจากที่พรรคพวกของผู้ตายทราบว่า คู่อริที่ทำร้ายคนตายก็ได้รับบาดเจ็บไปเข้ารักษาที่ตัวที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ จึงได้ยกพวกพากันไปก่อเหตุที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯอีกอย่างไม่เกรงกลัวกฏหมายถึงแม้รัฐบาลจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.ท.สุเมธ&amp;nbsp; สาลี สว.สส. สภ.สำโรงใต้ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำที่บริเวณบ้านเลขที่ 111 / 1 หมู่ 10 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยกลุ่มของนายแฮ็ก (กลุ่มเด็กมหาวงษ์) ได้มีปากเสียงชกต่อยกับนายแจ๊ค (กลุ่มเด็กซอยโรงเหล็ก) นายแฮ็ก จึงได้ไปตามนายรัชต์พงษ์ หรือคิว วาสนา อายุ 22 ปี ผู้ตายและพวกอีกประมาณ 8 &amp;ndash; 9 คนให้มาช่วย และเกิดการชุลมุนกันอยู่พักใหญ่ นายรัชต์พงษ์ หรือคิว ได้ถูกของมีคมไม่ทราบชนิดแทงเข้าที่บริเวณราวนมข้างขวา จำนวน 1 แผล แต่เลือดไม่ออก โดยนายรัชต์พงษ์ หรือคิว ได้หมดสติ ก่อนที่พรรคพวกจะพากันขี่รถจักรยานยนต์พานายรัชต์พงษ์ หรือคิว มารักษาที่โรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ และเสียชีวิต โดยมีพรรคพวกของผู้ตายติดตามมาจำนวนหลายสิบคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทราบว่านายรัชต์พงษ์ หรือคิว เสียชีวิตแล้ว และทราบว่าคู่กรณีที่แทงนายรัชต์พงษ์ หรือคิว จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตชื่อนายธนพล หรือแจ๊ค ทองชัยยะ อายุ 21 ปี ก็ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณศีรษะ ปาก และแขนซ้าย ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกันและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ จึงได้ยกพวกพากันเดินทางไปก่อเหตุที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯอีกจนมีผู้บาดเจ็บ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัด ซึ่งคาดว่าน่าจะพัวพันกับเรื่องยาเสพติดหรือไม่อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71950</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ, สภ.สำโรงใต้, สมุทรปราการ, ห้องฉุกเฉิน, โจ๋ถล่มคู่อริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f14f1364a1e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มประชดรักส่งข้อความสั่งเสียแฟนสาว &#039;ไว้เจอกันชาติหน้า&#039; ก่อนผูกคอดับคาบ้านเช่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 00.30 น.พ.ต.ต. บุญฤทธิ์ เชิญเชื้อ สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีชายผูกคอเสียชีวิต ภายในบ้านเช่าเลขที่ 194/23 หมู่ 2 ซอยผูกมิตร ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางเไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวภายในบ้านบริเวณประตูทางเข้า พบศพนายสมนึก สมใจเรา อายุ 25 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 46/1 หมู่ 1 ต. ปราสาททนง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ใช้เชือกไนล่อนผูกคอตัวเองอยู่กับขื่อหลังคาบ้านเสียชีวิตในสภาพใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีเหลือง กางเกงขาสั้นสีแดง ที่พื้นด้านล่างพบถังพลาสติกสีขาวล้มอยู่ คาดว่าผู้ตายนำมาใช้ยืนขณะผูกคอ &amp;nbsp; ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วกว่า 5 ชั่วโมง จึงมอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม น.ส. น้ำทิพย์ ศรีเพลีย อายุ 24 ปี ที่อยู่ 272/1 ม.6 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ภรรยาผู้ตาย ได้เล่าว่า &amp;nbsp;ตนได้อยู่กินกับผู้ตายมาได้เกือบ 5 ปี และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คนวัย 2 ขวบเศษก่อนเกิดเหตุตนมีปากเสียงบ่อยครั้ง และผู้ตายได้พาลูกสาวไปอยู่ที่บ้านในซอยประชาอุทิศ 54 แถวทุ่งครุ ต่อมาทราบข่าวว่าลูกสาวถูกรถชน ตนจึงไปรับลูกสาวกลับมาอยู่ด้วยที่บ้าน ต่อมาเมื่อประมาณ 3-4 วันก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาหาตนที่บ้านโดยบอกว่าจะมาเก็บของแต่ก็ไม่ยอมกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาเมื่อช่วงเช้าของวานนี้ (3 มิ.ย.) ตนจะออกไปทำงานผู้ตายบอกจะกลับบ้าน ตนจึงบอกว่าจะเอาลูกไปอยู่ด้วยหรือเปล่า ผู้ตายบอกไม่เอาไปเพราะมันดูแลลำบาก ตนจึงพาลูกสาวไปทำงานด้วย จนกระทั่งเวลาประมาณเที่ยงวัน ผู้ตายก็แชทเฟสบุ๊คมาหาโดยมีข้อความว่า ไว้เจอกันชาติหน้า ฝากดูแลลูกด้วยนะไปละ ขอให้รักกันนาน ๆ นะ พอดูตนขอความแชทได้พักใหญ่ ผู้ตายก็ได้โทรวีดีโอคอล มาหาตนแต่ก็ไม่พุดอะไร ตนดูในโทรศัพท์ก็เห็นแต่ภาพเพดานหลังคาบ้านตรงที่ผู้ตายผูกคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนจึงได้ต่อว่าผู้ตายว่าโทรมาแล้วไม่พูดอะไรบ้าเปล่า ตนจึงได้วางสายและทำงานต่อ จนตนเลิกงานกลางดึก ได้เดินทางกลับมาที่บ้านพร้อมลูกสาว เห็นในบ้านเปิดไฟไว้ แต่ประตูปิดล๊อกกลอนอยู่ด้านใน ตนเลยเคาะและตะโกนเรียกผู้ตายแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ทำให้นึกถึงข้อความที่ผู้ตายแชทไปบอก จึงรีบเดินมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่พองัดประตูเข้าไปได้เห็นผู้ตายผูกคอเสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ตายน่าจะเกิดน้อยใจระแวงว่าแฟนสาวน่าจะปันใจให้ชายอื่น จึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้งจนกระทั่งแชทข้อความสั่งลา ก่อนผูกคอตัวเองดับคาบ้าน โดยมีการโทรวีดีโอคอล เพื่อต้องการให้แฟนสาวได้เห็นขณะที่ตนเองกำลังผูกคอแต่วางมุมผิดจึงมองไม่เห็น อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67780</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, น้อยใจแฟน, ผูกคอตาย, สภ.สำโรงใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed86c0924979.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปส.รวบ2ผู้ต้องหาเครือข่ายกุ๊กระยอง ยึดยาไอซ์และเคตามีนกว่า 300 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.63 - พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. พ.ต.อ.อนันต์ &amp;nbsp;ชัยชาญ ผกก.สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่สยบไพรี ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายเมธาสิทธิ์ หรือเม บำเพ็ญ &amp;nbsp;อายุ 42 ปี &amp;nbsp;ชาวจังหวัดระยอง และเริงศักดิ์ หรือตุ้ย เตชะวณิช อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ เครือข่าย กุ๊กระยอง สองผู้ต้องหาร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 1 ยาไอซ์ เฮโรอีน และเคตามินไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ 500 กิโลกรัม เฮโรอีน 100 กิโลกรัม และเคตามีน 2 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ที่ตรวจยึดได้ที่อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เลขที่ 33 / 2 หมู่ 9 หมู่บ้านสยามพัฒนา ซอยวัดบางหัวเสือ ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และตรวจยึดรถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด จำนวน 2 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อประมาณวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบรามยาเสพติด 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้สืบทราบมาว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่มาจาก สปป.ลาว ลักลอบเข้ามาทางจังหวัดหนองคาย โดยใช้รถยนต์กระบะจำนวน 2 คัน เป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด ทะเบียน 1 กญ 2024 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์กระบะยี่ห้อเดียวกัน สีส้ม ทะเบียน 3 กถ 5363 กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;เป็นยานพาหนะในการขนย้าย จึงทำการสืบสวนติดตามจนกระทั่งทราบว่า รถยนต์กระบะทั้งสองคันได้ขับออกจากประเทศไทย ข้ามไปที่ สปป.ลาว ทางด้านจังหวัดหนองคาย จึงวางกำลังไว้ตามแนวชายแดนจังหวัดหนองคายจนกระทั่งพบเห็นรถยนต์กระบะทั้งสองคันขับกลับเข้ามาในประเทศไทย มุ่งหน้ากลับมาเข้ากรุงเทพมหานคร และนำรถทั้งสองคันมาจอดที่อาคารพาณิชย์หลังดังกล่าว ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านสยามพัฒนา ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้ต้องหาทั้งสองได้ขับรถยนต์กระบะทั้งสองคันออกจากอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวมุ่งหน้าลงไปทางภาคใต้ ซึ่งเชื้อว่าน่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดไปส่งมอบให้กับผู้รับในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้นำกำลังติดตามรถยนต์กระบะทั้งสองคัน พบว่ารถยนต์กระบะทั้งสองคันเลี้ยวเข้าเส้นทางลัดจากจังหวัดชุมพร เข้าไปทางท่าแซะ มุ่งหน้าเข้าจังหวัดระนอง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด 4 ร่วมกับด่านตรวจยานพาหนะชุมพร สกัดจับกุมรถทั้งสองคันเอาไว้ได้&amp;nbsp;
จากการตรวจค้นโดยละเอียดโดยภายในรถไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงนำรถทั้งสองคันเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ของด่านศุลกากร พบว่ารถยนต์กระบะทั้งสองคันได้ซุกซ่อนยาเสพติดเอาไว้ที่กันชนหน้ารถช่องระหว่างกันชนหน้ารถกับหม้อน้ำและแผงระบายความร้อนของแอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดัดแปลงช่องดังกล่าวเพื่อยัดก้อนยาเสพติดเอาไว้เป็นกรณีพิเศษ จึงได้ทำการรื้อกันชนหน้าออกตรวจสอบพบว่ามีการซุกซ่อนเฮโรอีน อัดแท่งห่อด้วยกระดาษฟรอยสีเงินคันละ 100 แท่ง รวมเป็น 200 แท่ง น้ำหนักรวม 100 กิโลกรัม &amp;nbsp;จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเอาไว้ ก่อนคุมตัวมาทำการตรวจค้นที่อาคารพาณิชย์ต้องสงสัยในย่านสำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่บริเวณห้องชั้นที่ 2 พบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดประเภทยาไอซ์ น้ำหนัก 500 &amp;nbsp;กิโลกรัม &amp;nbsp;เฮโรอีน 1 กิโลกรัม &amp;nbsp;และ เคตามีน น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ไว้ในลังพลาสติกที่วางอยู่ในห้องดังกล่าว จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ให้การรับสารภาพว่าทั้งสองมีหน้าที่ขับรถขึ้นไปรับยาเสพติดจากต้นทางในพื้นที่ สปป.ลาว โดยลักลอบออกไปทางจังหวัดหนองคาย &amp;nbsp;และลำเลียงไปส่งที่ปลายทางทางด้านภาคใต้ ซึ่งมีคนมารอรับโดยได้ค่าจ้างครั้งละ 5 หมื่นบาท ต่อคน และทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง ส่วนอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวพึ่งมาเช่าได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น &amp;nbsp;เพื่อเอาไว้พักยาเสพติดก่อนลำเลียงส่งต่อไปทางภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย &amp;nbsp;และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเอาไว้เพื่อทำการสอบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวรการณ์ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบช.ปส., ยาเสพติดไอซ์ เฮโรฮีน, สภ.สำโรงใต้, เครือข่ายกุ๊กระนอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e526b2033fac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
