<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิสามัญ4โจรใต้! จนท.ตรึงพื้นที่ บึ้มสุไหงปาดีอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดปฏิบัติการฮูแตยือลอ เจ้าหน้าที่วิสามัญคนร้าย 4 ราย หลังปะทะลากยาวกว่า 6 วัน ชี้ยังคุมพื้นที่ต่อเนื่องหลังมีความเคลื่อนไหวยิงต่อสู้ฝ่าวงล้อม ขณะที่สุไหงปาดีป่วนบึ้มอีกลูก หวังก่อกวนความวุ่นวายต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อวันจันทร์ เวลา 08.00 น. วันที่ 4 ต.ค.64 ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ โสดานิล รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดที่บริเวณพงหญ้ารกทึบริมทาง ซึ่งห่างจากโรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี ประมาณ 500 เมตร ตั้งอยู่บ้านจือแร ม.1 ต.ริโก๋ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อาภากร วิรูปักษ์อารักษ์ ผกก.สภ.สุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยพบระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลมหนัก 5 กก. ส่วนตัวจุดชนวนระเบิดเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบ&amp;nbsp;
ด้าน พ.ต.อ.อาภากรกล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นไม่มีเจ้าหน้าที่กองกำลังชุดใดๆ รวมถึงบุคคลขี่ยานพาหนะผ่านไป จึงไม่ความสูญเสียต่อทรัพย์สินและชีวิตของบุคคลใดๆ แต่คนร้ายมีความประสงค์เพียงก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายขึ้นในพื้นที่เท่านั้น
ขณะที่ความคืบหน้าปิดล้อมพื้นที่บาเจาะ ล่าสุด พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงความคืบหน้าเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ป่าพรุ บริเวณ &amp;nbsp;ม.6 บ้านฮูแตยือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หลังจากเมื่อวันที่ 3 ต.ค. คนร้ายได้ยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เพื่อพยายามเปิดทางหลบหนีออกจากวงล้อม จนเกิดการปะทะกันขึ้นและทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตจำนวน 4 ราย &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.นายบารูวัน กือจิ มีหมายจับ ป.วิ.อาญา &amp;nbsp;จำนวน 2 หมาย 2.นายอัสซัน สามะ มีหมายจับ ป.วิ.อาญา &amp;nbsp;จำนวน 1 หมาย กรณีลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยนาวิกโยธินเสียชีวิตจำนวน 3 นาย 3.นายอับดุลเลาะ อูแล &amp;nbsp;มีหมายจับ ป.วิ.อาญา จำนวน 2 หมาย กรณีร่วมกันก่อการร้ายและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน 4.นายอัฏฮา ยูกะ มีหมายจับ ป.วิ.อาญา จำนวน 1 หมาย&amp;nbsp;
พ.อ.เกียรติศักดิ์ระบุว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดอาวุธปืนของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุได้จำนวน 4 กระบอก &amp;nbsp;ประกอบด้วย อาวุธปืน AK-47 จำนวน 1 กระบอก, ปืน &amp;nbsp;M16 A1 จำนวน 2 กระบอก และปืนพก CZ จำนวน 1 &amp;nbsp;กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะได้นำไปตรวจสอบแหล่งที่มา โดยขณะนี้การปฏิบัติในพื้นที่ปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากยังคงพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอีกจำนวนหนึ่ง ที่พยายามยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนีตลอดเวลา
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 21.30 น.ของคืนวันที่ 3 ต.ค. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.นราธิวาส ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ป่าพรุ หลังเปิดแผนยุทธการฮูแตยือลอมาแล้ว 6 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำศพผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวน 4 รายที่เสียชีวิต ส่งให้แพทย์โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118773</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ โสดานิล, รองสารวัตรสอบสวน, สภ.สุไหงปาดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615abcea67b85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มก่อความไม่สงบ ดักบึ้มทหารพรานสุไหงปาดีเจ็บ 4 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.64 - เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ธีรพงษ์ พิมพา รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดจรยุทธ์ สังกัดกรมทหารพรานที่ 48 เหยียบกับระเบิดได้รับบาดเจ็บ 3 นาย บริเวณเนินเขาบูเก๊ะซามาเลีย บ้านตะโละบูเก๊ะ ม.2 ต.ริโก๋ จึงพร้อมด้วย พล.ต.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.ฉก.นราธิวาส พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 48 ร.อ.วีระศักดิ์ จันทร์แก้วเดช ผบ.ร้อย ทพ.4803 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด ตชด.447 และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัย รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือคนเจ็บทั้ง 3 นาย คือ 1. ส.อ.อนันต์ มณีโชติ 42 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดมือซ้าย 2. อส.ทพ.อนัส บิลซา 20 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดมือซ้ายและขาขวา ซึ่งทั้ง 2 นายถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนและขา 3. อส.ทพ.ฉัตรพงศ์ เพชรตีบ 26 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่แขนขวาและใบหน้า นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินเท้าฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก เพื่อมุ่งหน้าขึ้นไปยังจุดเกิดเหตุ เมื่อถึงบริเวณเหนือฝายกักเก็บน้ำบ้านสือแด ม.7 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับเนินเขาบ้านตะโละบูเก๊ะ ม.2 ต.ริโก๋ ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบฐานเก่าของกองกำลังติดอาวุธ เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังกันเพื่อตรวจสอบ แต่ ร.อ.วีระศักดิ์ จันทร์แก้วเดช ผบ.ร้อย ทพ.4803 ได้เหยียบกับระเบิดของคนร้ายที่วางกับดักไว้อีก 1 ลูก จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวและได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น พร้อมทั้งให้กำลังส่วนหนึ่งคุมกันผู้บาดเจ็บนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลสุไหงปาดีอย่างเร่งด่วน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะร่วมกันเดินเท้าขึ้นพิสูจน์ทราบยังที่เกิดเหตุ พร้อมช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 นาย นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดีอย่างเร่งด่วนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 48 ได้สั่งการให้ ส.อ.อนันต์ มณีโชติ หัวหน้าชุดได้นำกำลัง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการณ์ ออกลาดตระเวนจรยุทธ์เดินเท้าในการกดดันและสกัดกั้นความเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธไม่ให้แฝงตัวลอบลงมาก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่ เมื่อถึงที่เกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารกำลังแยกย้ายกันเดินเท้าอยู่นั้น คาดว่ากลุ่มคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ดูลาดเลาอยู่ห่างๆได้จุดชนวนระเบิดที่วางกับดักฝังไว้ใต้ผิวดิน จนเกิดระเบิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เมื่อผู้บังคับบัญชาได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ขึ้นพิสูจน์ทราบเพื่อนำคนเจ็บส่งรักษาโรงพยาบาล และเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และระหว่างผ่านเส้นทางได้พบกับฐานเก่าของคนร้าย จึงได้วางกำลังเพื่อตรวจสอบ แต่ ร.อ.วีระศักดิ์ เท้าได้เหยียบกับระเบิดของคนร้ายที่ฝังอยู่ในป่าที่รกทึบ และได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวทำให้ ร.อ.วีระศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บอีก 1 นายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มผู้ไม่หวังดีส่วนใหญ่ ที่ได้หลบหนีกบดานเคลื่อนไหวกระจายอยู่บนเทือกเขาต่างๆในแต่ละพื้นที่ ได้มีการประชุมประเมินสถานการณ์ความสูญเสียที่ถูกเจ้าหน้าที่กดดันไล่ล่าอย่างหนักในช่วงระยะหลังอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีการวางกลยุทธ์สกัดกั้นและตอบโต้เจ้าหน้าที่ ด้วยการวางกับระเบิดตามเส้นทางที่กลุ่มคนร้ายใช้สัญจรไปมาบนเทือกเขาต่างๆ ซึ่งข่าวสารดังกล่าวได้ทราบเบาะแสมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นความจริง จนกระทั่งมาเกิดกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดีในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103760</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มก่อความไม่สงบ, นราธิวาส, สภ.สุไหงปาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a845f339ec4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วางระเบิดทหาร! ยิงซ้ำนายพันเจ็บ ‘อีโอดี’หวิดโดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โจรใต้วางระเบิดรถทหารหลังกลับจากงานแต่งชาวบ้าน แต่พลาดเป้าจึงยิงซ้ำทำให้นายทหารยกพันตรีเจ็บ 1 นาย ขณะที่อีโอดีเข้าตรวจสอบ บึ้มอีกลูก โชคดีไม่โดนใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 30 มี.ค.62 ร.ต.ท.ธีระพงษ์ พิมพา รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน &amp;nbsp;ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ริมถนนสายสุไหงปาดี-สากอ ช่วงบริเวณบ้านบูเก๊ะปูลา ม.1 ต.ริโก๋ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย รถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี, พ.ต.อ.อาภากร วิรุปักษ์อารักษ์ ผกก.สภ.สุไหงปาดี, เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดอโณทัย, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ซึ่งเป็นริมถนนด้านขวามือทางเข้าเขตพื้นที่ อ.สุไหงปาดี เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีอโณทัยได้จอดรถพร้อมทั้งได้เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและวิทยุสื่อสาร แล้วได้กระจายกำลังกันเดินเคลียร์พื้นที่ริมถนนไปหายังจุดเกิดเหตุ เกรงกลุ่มคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ซ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 12.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีเดินเคลียร์พื้นที่ไปได้เพียง 30 เมตร จู่ๆ ก็ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีก 1 ลูก ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกันกับจุดเกิดเหตุแรก แต่เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีทุกนายปลอดภัย เนื่องจากรัศมีการทำลายล้างของระเบิดแสวงเครื่องลูกที่ 2 ได้หักเหขึ้นสู่ท้องฟ้าและสวนยางพาราของชาวบ้านที่รกทึบริมทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดีอโณทัยมั่นใจว่าพื้นที่ดังกล่าวปลอดภัยแล้ว จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ที่ได้เดินทางมาสนับสนุนเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิดทั้ง 2 จุด ซึ่งห่างกันประมาณ 70 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่า จุดแรกมีหลุมระเบิดลึกประมาณ 50 ซม. กว้าง 80 ซม. โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิคหนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจุดที่ 2 มีหลุมระเบิดลึก 40 ซม. กว้าง 100 ซม. โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบว่าเป็นอุปกรณ์ใดที่ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและสวนยางพาราของชาวบ้านเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ที่บริเวณเนินดินซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลอบวางระเบิดจุดแรกซึ่งเป็นสวนยางพาราของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวนกว่า 10 ปลอก ตกกระจัดกระจายอยู่ จำนวน 2 จุดใหญ่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ พ.ต.ศรัณย์ชัย จิตเพชร นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือนชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ที่ถูกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณขาซ้าย 1 นัด ผู้ใต้บังคับบัญชาได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดีไปก่อนหน้าแล้ว และเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ได้ส่งตัวรักษาต่อยังโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุสีฟ้า 4 ประตู หมายเลขทะเบียน กง 4162 นราธิวาส ของเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งจอดอยู่ที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี อยู่ในสภาพถูกกระสุนปืนของคนร้ายกระจกด้านหน้าแตก และที่บริเวณประตูฝั่งตรงข้ามคนขับมีร่องรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.ต.ศรัณย์ชัย จิตเพชร นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน กรมทหารพรานที่ 48 พร้อมผู้ใต้บังคับบัญชา รวม 4 นาย โดยมี จ.ส.ต.กิตติศักดิ์ แก้วอุดม เป็นพลขับ ได้เดินทางด้วยรถยนต์กระบะของสังกัด ออกจากกรมทหารพรานที่ 48 ซึ่งตั้งอยู่ภายในค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เพื่อไปร่วมงานแต่งงานของชาวบ้านในพื้นที่บ้านสากอ ม.4 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อแล้วเสร็จได้นั่งโดยสารรถยนต์กระบะเพื่อกลับฐาน ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่บนเนินดินในสวนยางพาราของชาวบ้าน ได้จุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ริมถนนจนเกิดระเบิดขึ้นก่อนที่ พ.ต.ศรัณย์ชัยและผู้ใต้บังคับบัญชาจะนั่งรถยนต์ผ่านจุดเกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ปลอดภัย แต่กลับถูกคนร้ายที่แฝงตัวอยู่บนเนินดินในสวนยางพาราของชาวบ้านริมถนนใช้อาวุธปืนยิงถล่มซ้ำใส่รถยนต์ที่ พ.ต.ศรัณย์ชัยและผู้ใต้บังคับบัญชานั่งโดยสารมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลทำให้ พ.ต.ศรัณย์ชัยถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่ยิงทะลุประตูฝั่งตรงกันข้ามกับคนขับถูกที่บริเวณขาซ้าย จำนวน 1 นัด จ.ส.ต.กิตติศักดิ์ซึ่งเป็นพลขับได้รีบขับรถออกจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อนำตัว พ.ต.ศรัณย์ชัยส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดีอย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่มีการประชุมวางแผนไว้เป็นอย่างดี ด้วยการวางระเบิดและใช้อาวุธปืนยิงซ้ำ รวมทั้งมีการวางแผนในการดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32604</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นราธิวาส, วางระเบิด, สภ.สุไหงปาดี, หนังสือพิมพ์, อีโอดี, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190330/image_big_5c9f56ac09832.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง2นายตำรวจสภ.สุไหงปาดี ยัดเฮโรอีนชาวบ้านรีดเงินครึ่งล้าน หึ่งตำรวจนับสิบนายเอี่ยว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.62 - &amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้ตรวจค้นรถยนต์กระบะที่น.ส.สารีดา บินบือเฮง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 265 ม.7 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส พร้อมเครือญาติ กำลังเดินทางไปเที่ยวยังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อเย็นของวันที่ 15 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่ามียาเสพติดประเภท 1 เฮโรอีน จำนวน 5 ถุง ได้ซุกซ่อนอยู่บริเวณฝาท้ายของรถยนต์กระบะ โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้นำยาเสพติดดังกล่าวให้ น.ส.สารีดา และเครือญาติดูแต่อย่างใด พร้อมได้ควบคุมตัวไปยังห้องสืบสวน สภ.สุไหงปาดี โดย น.ส.สารีดา ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมผ่าน พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ว่า ถูกเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวเรียกเงิน จำนวน 5 แสน บาทเพื่อแลกกับอิสรภาพนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.สกนธ์ อนนท์รัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมายังที่ว่าการ อ.สุไหงปาดี เพื่อรับฟังคำให้การของ น.ส.สารีดา และมารดา ที่ได้เดินทางมาแจ้งความกับ พ.ต.ท.พิสิษฐ์ อุ่นใจ รอง ผกก.สส.สภ.สุไหงปาดี ณ ห้องทำงานนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี โดย น.ส.สารีดา ระบุว่าไม่กล้าเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.สุไหงปาดี เนื่องจากเกรงกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกเงินจะข่มขู่ ซึ่งการให้การของ น.ส.สารีดา เป็นการให้ปากคำในทางลับโดยที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี พ.ต.อ.สกนธ์ อนนท์รัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และ พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.สุไหงปาดี ได้เปิดห้องประชุมที่ว่าการ อ.สุไหงปาดี เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านจำนวนกว่า 20 คน ที่เดินทางมาให้กำลังใจกับ น.ส.สารีดา ให้รับทราบซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งต้องมีกระบวนการสอบสวนที่รอบคอบและรัดกุม ใครผิดเราว่าไปตามผิดจะไม่มีการช่วยเหลือแม้จะเป็นตำรวจด้วยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.สกนธ์ อนนท์รัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้เปิดเผยต่อที่ประชุมว่า ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหา ทางผู้กำกับการได้เสนอให้ไปช่วยราชการที่กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ในเบื้องต้น จำนวน 2 นาย หลังจากถูกตั้งกรรมการสอบสวน ส่วนที่เหลือมีอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเสนอให้ไปช่วยราชการที่นั้นเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีของผู้เสียหายหรือผู้ร้องมีความเกรงกลัวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนข่มขู่ เราก็มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้ เพื่อไม่ให้มีสิ่งที่ไม่พึ่งประสงค์เกิดขึ้น ซึ่งผมมั่นใจว่าทางผู้กำกับการ สภ.สุไหงปาดี คุ้มครองผู้เสียหายได้ ส่วนเรื่องทางคดีก็ให้ไปตามกระบวนการยุติธรรม ต้องรอให้มีความชัดเจนก่อน มันต้องอิงกับพยานบุคคลและวัตถุพยาน ส่วนเรื่องนี้จะกระจ่างก็คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ จนสร้างความพอใจให้กับชาวบ้านที่เดินทางมาให้กำลังใจกับ น.ส.สารีดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว ที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนในคดีนี้ ได้เปิดเผยว่า ในช่วงเย็นของวานนี้ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ได้เชิญตัว น.ส.สารีดา เข้าพบเป็นการลับที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อรับฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากปากของ น.ส.สารีดา และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีการบันทึกการให้ปากคำเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้เป็นหลักฐานและแนวทางในการสืบสวนสอบสวน โดยใช้เวลานานกว่า 4 ช.ม.จึงแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว ระบุด้วยว่า หลังจากที่เป็นข่าวครึกโครม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเงิน น.ส.สารีดา เพื่อแลกกับอิสรภาพนั้น บางนายเริ่มสำนึกผิดโดยให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ โดยแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวมีไม่น้อยกว่า 10 คน ซึ่งเป็นผลดีต่อแนวทางการสืบสวนสอบสวน ที่จะทำให้เรื่องนี้กระจ่างโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยัดเฮโรฮีน, รีดไถชาวบ้าน, สภ.สุไหงปาดี, สีกากี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c41d9952b404.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ฉาว! ชาวบ้านร้องแม่ทัพภาค4โดนยัดยาแลก5แสน เครียดจนแท้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาสรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลา 19.30 น. นายอาซือมิง มะสาและ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 363 หมู่ 7 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยภายหลังเดินทางไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกเงิน จำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ กรณีตรวจพบยาเสพติดในรถ แต่กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ดำเนินคดีตนและพวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาซือมิง เล่าว่า ตนเองพร้อมด้วย นายอิบรอเฮง ดอเลาะ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าเขย เป็นคนขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่น นาวารา สีส้ม หมายเลขทะเบียน ผท 21 สุราษธานี ออกจากบ้านพักเพื่อเดินทางไปยังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พอขับรถมาถึงบริเวณด่านตรวจ สี่แยกโผลง (จุดตรวจฉัตรวาริน) เขตเทศบาลตำบลปะลุรอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก็มาพบกับรถยนต์กระบะ 4 ประตู โดยบุคลในรถกระบะคันดังกล่าวได้โบกรถของตนให้หยุด เพื่อขอทำการตรวจค้นภายในรถ โดยอ้างว่ามีคนแจ้งว่ารถยนต์คันดังกล่าวมียาเสพติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผลการตรวจเจ้าหน้าที่อ้างว่า พบยาเสพติดประเภท 1 เฮโรอีน จำนวน 5 ถุง ซึ่งได้เก็บอยู่ในฝากระโปรงท้ายรถและได้นำตัวตนพร้อมบุคคลภายในรถ รวม 3 คน ที่อาศัยมากับรถยนต์มาที่โรงพัก สภ.สุไหงปาดี เพื่อสอบสวน และได้พูดจาเพื่อต่อรองด้วยเงิน จำนวน 500,000 บาท โดยเขาบอกว่าของกลางมีจำนวนมากเลยต้องขอเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อแลกกับอิสรภาพของบุคคลทั้ง 3 ราย มิฉะนั้นจะจับกุมทั้งหมด ทั้งนี้ได้ให้ นางสาวสารีดา บินบอเฮง ซึ่งมากับรถคันดังกล่าวพร้อมกับตน เป็นคนดำเนินการในเรื่องของการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโรงพัก สภ.สุไหงปาดี ซึ่งเป็นชุดตรวจค้นดังกล่าว โดยนำเงินมาทำการจ่ายทั้งหมดที่โรงพักสุไหงปาดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวสารีดา บินบอเฮง เปิดเผยด้วยน้ำตาว่า ในวันเกิดเหตุตนกับสามีและญาติๆ กำลงเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อพาลูกและหลานๆไปเที่ยววันเด็กในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อมาได้มีรถยนต์กระบะ 4 ประตู ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้ขับไล่มาพร้อมสั่งให้รถยนต์ที่ตนนั่งมาด้วยจอด โดยอ้างว่ามีคนแจ้งมาว่าในรถคันดังกล่าวมียาเสพติด จากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งมาสมทบพร้อมทำการตรวจค้น ซึ่งตนและญาติในรถต่างก็มึนงงกับคำกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ทั้งที่ในรถคันดังกล่าวมีเพียงสะตอกับมะนาวและผ้าที่จะไปร่วมงานบุญเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้บังคับให้คนในรถลงจากรถให้หมด และขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่บริเวณท้ายกระบะโดยลำพังอยู่นั้น ตนและคนอื่นๆก็ยังนั่งอยู่ในห้องโดยสารด้านหน้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ รวม 8 นาย สั่งให้ทุกคนไปโรงพัก โดยอ้างว่าพบของอยู่ในรถ (ยาเสพติด) โดยไปนั่งที่โรงพักตั้งแต่เวลา 15.00 น.ถึง 18.00 น.โดยที่ลูกและหลานที่มาด้วยไม่ได้กินอะไรและร้องให้อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับเรียกตนและคนอื่นรวม 3 คนไปสอบสวนและถามว่าจะเอาอย่างไรมีของอยู่ในรถ โดยที่ตนและคนอื่นๆ ไม่ทราบเรื่องยาเสพติดมาก่อน และของกลางที่อ้างว่าพบอยู่ในรถนั้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ให้ดู เพียงแต่ให้ตนยอมรับ พร้อมกับได้ถามว่ามีเงินเท่าไหร่ พร้อมกับให้ตนได้คุยโทรศัพท์กับแม่เพื่อให้ช่วยกันหาเงินให้ครบจำนวน 500,000 บาท มาจ่าย แต่แม่ได้ให้ทองมาจำนวนหนึ่งพร้อมกับหยิบยืมกับเพื่อนๆ และญาติๆ เพื่อนำไปขายและรวบรวมเงินให้ครบภายในเวลา 2 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะจับหมดทุกคนไม่เว้นลูกหลานที่มาด้วยในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสามารถหามาได้เพียง 400,000 บาท เท่านั้น ซึ่งหลังจากต่อรองกันเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวก็ยอมตกลงกันที่ 400,000 บาท โดยนำมาจ่ายที่ห้องสอบสวน และหลังจากรับเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวบุคคลทั้งหมดให้กลับบ้าน ทั้งที่ตนเองท้องมา 2 เดือน เครียดจัดจนแท้งลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายอาซือมิง พร้อมกับนายอาซือมิง มะสาและ และนายอิบรฮง ดอเลาะ และนางสาวสารีดา บินบอเฮง ได้เขียนจดหมายคำให้การที่พูดไว้ทั้งหมดในกระดาษเอ 4 จำนวน 1 ใบ เพื่อมอบให้กับ พันตรีศรัณย์ณชัย จิตรเพชร นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 เพื่อนำไปมอบให้กับ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 โดยมีนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่มาเป็นสักขีพยานและให้กำลังใจต่อบุคคลทั้ง 3 ราย ณ ศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ด้านพันตรีศรัณย์ณชัย กล่าวภายหลังรับหนังสือจากนางสาวสารีดา บินบอเฮง ผู้ร้องทุกข์ ว่า จากนี้ไปจะดำเนินให้เร็วที่สุดและจะให้ความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด พร้อมกับจะมอบหนังสือให้กับทางแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26700</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร.ฉาว, นราธิวาส, ยัดยาเสพติด, สภ.สุไหงปาดี, แม่ทัพภาค4, แลกเงิน5แสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3ead9838169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
