<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแล้วมือปืนยิงหนุ่มใหญ่ดับคาบ้าน หลังไม่พอใจผู้ตายไม่บอกว่าเหล้าอยู่ไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.64 - ที่สภ.หนองสองห้อง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธีร์ธัช พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.หนองสองห้อง พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมคิด &amp;nbsp;นาหนอง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.หนองสองห้อง ทำการควบคุมตัวตัว นายวิรัตน์ รัตนผูก อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 ม.12 ต.ดงเค็ง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม &amp;nbsp;หลังก่อเหตุยิง นายตะวัน แก้วฝ่ายนอก อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.12 ต.ดงเค็ง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ญาติผู้พี่ตายที่ลานดินข้างบ้าน เหตุเกิดเมื่อช่วงค้ำของเมื่อวานที่ผ่านมา &amp;nbsp;และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก
&amp;nbsp;
พ.ต.ท.สมคิด นาหนอง รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.หนองสองห้อง กล่าวว่า &amp;nbsp;ผู้ต้องหาให้การว่า ไม่ได้มีเจตนาฆ่านายตะวัน เนื่องจากก่อนเกิดเหตุนั้น ได้ไปทำธุระด้วยกัน ที่ อ.พุทธไธสง จ.บุรีรัมย์ ขากลับผู้ต้องหาซื้อสุรา 40 ดีกรีขวดเล็กขึ้นรถมาด้วย 1 ขวด โดยที่ผู้ตายกับเพื่อนอีกคนพากันดื่มในรถ เมื่อถึงบ้านผู้ต้องหาจึงถามหาสุรา ทำให้ผู้ตายไม่พอใจ พูดจาเสียงดังและทุบรถเก๋ง พร้อมกับยิงปืน ขึ้นฟ้า1 นัด ผู้ต้องหาตกใจและมองไปดู เห็นนายตะวันเล็งปืนมาใส่ตัวเอง จึงวิ่งเข้าไปแย่งปืน และเกิดปืนลั่นขึ้นอีก 1 นัด กระสุนเจาะเข้าที่ใต้คางข้างซ้ายของนายตะวันจนล้มลงเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า เมื่อ 3 วันที่ผ่านมาได้เสพยาบ้าไป 1 เม็ด แต่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากการหลอนยาบ้า หรือโกรธแค้นกับผู้ตายแต่อย่างใด โดยอ้างว่า เกิดจากการป้องกันตัวเอง เพราะผู้ตายเล็งปืนมาใส่จะยิง จึงวิ่งเข้าไปหาจนเกิดการแย่งปืนกัน และปืนก็ลั่นใส่นายตะวันตาย อีกทั้งอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวก็เป็นของผู้ตาย ที่พกติดตัวมานาน เมื่อเมาสุราผู้ตายก็มักจะควักปืนออกมาโชว์เป็นประจำ อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จ จึงตั้งข้อกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต &amp;nbsp; และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยโดยไม่มีเหตุสมควร พร้อมควบคุมตัวนำส่งศาล จ.พล เพื่อทำการฝากขัง ตามขั้นตอนต่อไป &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายนายวิรัตน์ รัตนผูก อายุ 25 ปี ผู้ต้องหา กล่าวว่า ไม่มีเรื่อวโกรธเคืองกับผู้ตาย และไม่เคยคิดฆ่าผู้ตาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดเพราะตนต้องการดื่มสุรา ที่ตนเองซื้อขึ้นมาในรถ กะว่าถึงบ้านจะอามาดื่ม ถามกับนายตะวัน ซึ่งมีอาการเมาสุรา ก็ตอบว่าไม่รู้เรื่อง ทั้งยังโวยวายและจะยิงตน ตนจึงเข้าไปแย่งปืน และปืนก็ลั่นใส่ นายตะวันเสียชีวิตดังกล่าว ขอยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่เป็นเพราะปืนลั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านม.ที่12 ต.ดงเค็ง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของผู้ตาย อยู่ติดกับบ้านผู้ต้องหา พบนางดอกลิ แก้วฝ่ายนอก อายุ 61 ปี มารดาของผู้ตาย พร้อมญาติพี่น้องกำลังเตรียมสถานที่ สำหรับการตั้งศพของผู้ตาย โดยนางดอกลิ กล่าวว่า เรื่องที่ลูกชายถูกยิงตายนั้น ไม่ทราบรายละเอียด และไม่เห็นเหตุการณ์ เนื่องจากไปเลี้ยงหลานที่กรุงเทพฯ ส่วนสามีบวชเป็นพระ ที่บ้านจึงมีเพียงนายตะวัน ลูกชายอาศัยอยู่เพียงลำพัง มากว่า 1 เดือนแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นลูกชายกับหลานชายมีปัญหากัน เห็นแต่คอยช่วยเหลือกัน แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นญาติพี่น้องโทรศัพท์ไปแจ้งให้ทราบ จึงรีบเดินทางกลับมา จัดงานบำเพ็ญกุศลศพให้ลูก ซึ่งไม่ว่าการตายจะเกิดจากสาเหตุใดก็ไม่เคียดแค้น ขออโหสิกรรมให้ ขอให้ทุกอย่างว่ากันไปตามกฎหมาย คนทำผิดก็รับโทษไป ส่วนศพลูกชายนั้น ยังอยู่ที่นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ รอญาติพร้อมจึงจะไปรับศพออกมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102994</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, สภ.หนองสองห้อง, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f67f588274.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่คืบหน้าสาววอนตำรวจเร่งคดีจับลุงโฉดหลอกเข้ารีสอร์ทข่มขืน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.64- จากกรณี เยาวชนอายุ 17 ปี ชาว ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ซึ่งถูกลุงข่มขืนแต่คดีไม่คืบหน้าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.ของปีที่ผ่านมา ล่าสุดเยาวชนดังกล่าว ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;จึงขอร้องเรียนกับสื่อมวลชน ให้ตรวจสอบคดีที่เกิดขึ้นด้วย &amp;nbsp;เพราะอยากให้ลุงถูกจับเข้าคุก &amp;nbsp;โดยตัวเองอาศัยอยู่กับป้าและยาย ที่อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ส่วนพ่อกับแม่มีอาชีพ รับจ้างทั่วไป มีบ้านอยู่ที่อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร และไปทำงานอยู่ที่กรถงเทพมหานคร จึงให้ตนเองมาอยู่กับยายและป้าที่ อ.หนองสองห้อง ตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งช่วงเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา เป็นช่วงโควิด-19ระบาด พ่อแม่จึงมาอยู่ด้วยที่อ.หนองสองห้อง ต่อมาแม่ไม่สบาย เมื่อไปตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก จึงได้ผ่าตัดและรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า &amp;nbsp;แม่เข้ารับการผ่าตัดที่ รพ.ขอนแก่นตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.- จนกระทั่งวันที่ 10 ธ.ค.2563 แม่โทรศัพท์มาบอกว่า ให้ไปรับแม่และพ่อ ออกจาก รพ.กลับบ้าน จึงได้ขอความช่วยเหลือจากลุงดอก(นามสมมุติ)อายุ 62ปี ซึ่งเป็นลุงเขย เพราะเป็นสามีของป้าที่พักอาศัยอยู่ด้วยในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่งลุงดอกตอบตกลง และพากันขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซุบิชิ สีดำ ( ทะเบียน7กช-4830 กรุงเทพมหานคร) เดินทางออกจากบ้านในช่วงเวลา 09.00 &amp;nbsp;น. ออกจากบ้านได้ประมาณ 10 กม. ลุงก็บอกว่า จะพาเข้าไปนอนในรีสอร์ทก่อน จึงบอกว่า ไม่นอน เพราะต้องรีบเดินทางไปรับแม่กับพ่อที่ รพ. แต่ลุงก็ไม่ยอม ได้เปิดห้องในรีสอร์ทแบบชั่วคราว &amp;nbsp;ซึ่งตนเองพยายามมองหาคนให้ช่วยแต่ก็ไม่มีคน จึงพยายามจะขอความช่วยเหลือจากแม่บ้านและคนดูแลรีสอร์ทแต่ลุงเดินมาก่อน ด้วยความกลัวจึงไม่ได้พูดอะไรออกไป ก่อนที่ลุงจะลากแขนเข้าห้อง จับถอดเสื้อผ้าและทำการข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ พยายามขัดขืน แต่สู้ไม่ได้ เพราะลุมแรงเยอะกว่า จากนั้นก็เดินทางออกจากโรงแรมไปรับแม่กับพ่อที่ รพ.กลับมาที่บ้าน และได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเล่าให้พี่สาว และยายรวมถึงพ่อแม่ให้รับรู้ จากนั้นพ่อจึงเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสองห้อง ให้ทำการจับกุม ลุงดอก มาดำเนินคดีตามกฎหมายในวันต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เธอกล่าวด้วยว่า &amp;nbsp; เมื่อเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ศรศักดิ์ พากระโทก สว.(สอบสวน)สภ.หนองสองห้อง และถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายที่รพ.หนองสองห้อง รอผลตรวจประมาณ 1 เดือน แต่ช่วงที่รอผลตรวจก็ยังพักอาศัยอยู่ที่บ้าน และเมื่อไม่มีใครอยู่ในบ้าน ลุงก็จะลวนลาม &amp;nbsp;และเมื่อไปทำงานลุงก็จะไลน์ตาม ให้ออกไปพบ แต่ไม่เคยไป &amp;nbsp;ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเหตุขึ้นซ้ำอีก เพราะลุงไม่เลิกรา จึงตัดสินใจออกจากบ้านยาย มาอยู่กับเพื่อนที่บ้านหนองไผ่ล้อม ซึ่งเมื่อผลตรวจร่างกายออกมา ตำรวจได้ออกหมายเรียก และรับตัวลุงดอกมาสอบสวนที่สภ.หนองสองห้อง &amp;nbsp;เมื่อสอบสวนแล้วเสร็จตำรวจก็ปล่อยตัวกลับบ้าน จึงไม่ทราบว่า โทษที่ลุงได้รับคือมีเพียงการรับทราบข้อกล่าวหาแล้วปล่อยตัวไปเช่นนั้นหรือ ทำไม ไม่มีการจับกุมตัวส่งเข้าคุก เพื่อให้ครอบครัวเกิดความสบายใจ &amp;nbsp;และเมื่อทราบว่าลุงถูกปล่อยตัวจึงได้สอบถามในทางคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทราบว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน หลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.ธีร์ธัช พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.หนองสองห้อง กล่าวว่า &amp;nbsp;ทราบเรื่องจากพนักงานสนอบสวนเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งน้องเยาวชนก็โทรศัพท์มาสอบถามในทางคดี ซึ่งได้ชี้แจงขั้นตอนการทำงานของพนักงานสอบสวนแล้วเช่นกัน โดย เมื่อพนักงานสอบสวนรับแจ้งความก็ทำการสืบสวบสอบสวน รวบรวม พยาน หลักฐานต่างๆ และส่งตัวน้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เมื่อผลตรวจออกมา จึงได้ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา รวมถึงได้นำตัวนายดอก ซึ่งเป็นลุงที่ถูกกล่าวหามาสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งในส่วนของการสอบสวนนั้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน จะขอให้การในชั้นศาล พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา ข่มขืนและพรากผู้เยาว์อายุมากกว่า 15 ปีแล้วแต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมสำนวน เพื่อส่งอัยการในสัปดาห์หน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94500</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ขอนแก่น&#039;, ข่มขืน, สภ.หนองสองห้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b3b9895c0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเชียลแฉสภาพบ้านพักตร.บุรีรัมย์ ปลวกแทะผุทั้งหลัง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์รายงานว่า กลายเป็นกระแสฮือฮาอีกแล้ว&amp;nbsp; หลังโลกโซเชียลได้มีการแชร์ภาพสภาพบ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.หนองสองห้อง&amp;nbsp; อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมข้อความว่า &amp;ldquo;บางทีอยากให้บิ๊กสีกากี หันมามองความเป็นอยู่ผู้ใต้บังคับบัญชาบ้าง #บ้านพักตำรวจ#สถานีตำรวจภูธรหนองสองห้อง#บุรีรัมย์&amp;rdquo; และข้อความว่า สภ.หนองสองห้อง เป็น 1 ใน 396 โรงพักร้าง(สร้างไม่เสร็จ) ซึ่งเป็นข่าวดังหลายปีก่อน กระทั่ง 2 ปีที่แล้ว มีการจัดงบบางส่วนลงมาจนสร้างโรงพักใหม่ได้เสร็จสิ้น หากแต่ยังไม่เพียงพอในการสร้างอาคารที่พักอาศัยให้ข้าราชการตำรวจ ซึ่งแต่ละนายต้องพักอาศัยในบ้านพัก ลักษณะคล้ายเพิงบ้านเช่ายุค 70 อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่โรงพักแห่งเดียวที่ยังประสบปัญหา&amp;rdquo;&amp;nbsp; ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต่างแสดงความเห็นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยัง สภ.หนองสองห้อง&amp;nbsp; ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ประมาณ 25 กิโลเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามที่การแชร์ภาพในโลกโซเชียล&amp;nbsp; พบว่าบริเวณด้านหลังของโรงพัก มีบ้านพักตำรวจอยู่จำนวน 3 หลัง&amp;nbsp; ซึ่ง 1 หลังเป็นบ้านพัก 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้มีทั้งหมด 10 ห้อง&amp;nbsp; สร้างมาประมาณ 10 ปีสภาพยังการได้&amp;nbsp; ปัจจุบันมีข้าราชการตำรวจพักอาศัยอยู่เต็มทั้ง 10 ห้อง&amp;nbsp; ส่วนอีก 2 หลังเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวหลังหนึ่งมี 4 ห้อง อีกหลังมี 5 ห้อง ตามที่ปรากฏในโลกโซเชียล&amp;nbsp; ซึ่งพบว่าทั้ง 2 หลัง อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก&amp;nbsp; ทั้งพื้น&amp;nbsp; ผนัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และฝ่าเพดานหลังคามีรอยปลวกแทะจนผุพังทุกห้อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จากการสอบถามพบว่า ปัจจุบันยังมีข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับผู้กำกับการ&amp;nbsp; รองผู้กำกับการ&amp;nbsp; ชั้นสัญญาบัตร และชั้นประทวนพักอาศัยอยู่&amp;nbsp; เนื่องจากบ้านพักอยู่ใกล้ที่ทำงานและประหยัดค่าใช้จ่ายไม่ต้องเสียค่าเช่า&amp;nbsp; แต่ก็ต้องทนอยู่ไปตามสภาพ&amp;nbsp; เพราะหากซ่อมแซมต้องควักเงินส่วนตัวซ่อมเอง เพราะรัฐไม่มีงบประมาณซ่อมแซมให้ แต่ตำรวจบางนายก็ยอมควักเงินในกระเป๋าไปเช่าบ้านพักข้างนอกเดือนละ 3,000-4,000 บาท&amp;nbsp; เพราะนอกจากสภาพบ้านพักจะทรุดโทรมผุพังแล้ว&amp;nbsp; ยังต้องเสี่ยงอันตรายจากหนู และงูที่เลื้อยเข้ามาในบ้านพักอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เจ้าหน้าที่ตำรวจยังให้ข้อมูลอีกว่า อาคารบ้านพักที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมดังกล่าว&amp;nbsp; สร้างมาตั้งแต่ปี 2510 พร้อมกับอาคารโรงพักหลังเดิม&amp;nbsp; รวมปัจจุบันก็ประมาณ 51 ปีแล้ว แต่ไม่เคยมีงบประมาณมาปรับปรับปรุงซ่อมแซม&amp;nbsp; ส่วนอาคารบ้านพักที่สร้างใหม่เมื่อ 10 ปีก่อน ก็มีเพียง 10 ห้อง แต่ทั้งโรงพักมีข้าราชการตำรวจอยู่ถึง 38 นาย&amp;nbsp; หากเป็นไปได้ก็อยากให้มีการจัดสรรงบมาซ่อมแซมหรือก่อสร้างอาคารบ้านพักให้ใหม่&amp;nbsp; เพื่อให้ข้าราชการตำรวจมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่านี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20425</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, บ้านพักตำรวจ, ปลวกแทะผุทั้งหลัง, สภ.หนองสองห้อง, โซเชียลแฉ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcd454ccb1aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
