<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมตัวคนร้ายข่มขืนแม่ชีพิการขาขาดวัย 79 ปี ทำแผนรับสารภาพ ตร.ตั้ง 5 ข้อหาหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.64 - พ.ต.อ.ภพกร กวินโยธิน ผกก.สภ.หนองเรือ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และพนักงานสอบสวน คุมตัวนายอัจฉริยะ สีทา อายุ 24 ปี หรือนายโอ๋ อยู่บ้านเลขที่ 148 ม.1 ต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม ผู้ต้องหาในคดีข่มขืน นางสมยา ปรางทอง อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 201ม.2 ต.จระเข้ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้พิการขาขวาขาด ขณะนอนอยู่ในห้องพักภายในสวนปฏิบัติธรรมบ้านหนองโน หมู่8 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายโอ๋ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมด 4 จุด เริ่มจากจุดแรกคือ ที่หน้า สภ.หนองเรือ ซึ่งเป็นจุดที่นายโอ๋ถอดรองเท้าแล้ววิ่งหลบหนีข้ามไปฝั่งตรงข้าม โดยพยายามสลัดกุญแจมือแต่ไม่สามารถเอาออกได้ ก่อนจะควบคุมตัวไปยังจุดที่ 2 บริเวณหน้าร้านค้าใต้สะพานลอยตรงข้ามโรงพัก ซึ่งมีรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านจอดเสียบกุญแจอยู่หน้าร้านค้า โดยนายโอ๋ไม่สามารถสลัดกุญแจมือออกได้ ขับรถมือเดียวด้วยมือขวารีบสตาร์ทขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็วโดยขับย้อนศรไปถึงสี่แยกไฟแดงหลบหนีเข้าไปยังหมู่บ้านหนองโนที่เคยก่อเหตุข่มขืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายโอ๋ไปทำแผนที่เรือนพักผู้ปฏิบัติธรรมของนางยาผู้เสียหายถูกข่มขืน โดยในจุดนี้นายโอ๋ปีนเข้าจากทางด้านหลังของเรือนพัก ลอดเข้าไปในช่องด้านบนแล้วเข้าไปข่มขืนแม่ชี และในจุดสุดท้ายเป็นกระท่อมในไร่อ้อยห่างจากสวนปฏิบัติธรรมประมาณ 1 กม. ซึ่งนายโอ๋ได้ใช้เป็นที่หลบซ่อนตัวและนอนหลับก่อนถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับตัวได้เมื่อวานที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวสอบถามนายโอ๋ ผู้ต้องหาว่ามีอะไรจะพูด โดยนายโอ๋ได้ขอโทษแม่ชี ขอโทษสังคมสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำและจะไม่ทำผิดอีก สัญญาว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทำผิด และปฏิเสธว่าไม่เคยก่อเหตุคดีอื่นๆในพื้นที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายโอ๋ดำเนินคดีตามกฎหมาย และคุมตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดชุมแพใน 5 ข้อหาประกอบด้วย ผู้ขับขี่เสพยาเสพติด,ข่มขืนกระทำชำเรา,ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์,กักขังหน่วงเหนี่ยว,และ หลบหนีที่คุมขังของเจ้าพนักงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96364</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีข่มขืน, จังหวัดขอนแก่น, สภ.หนองเรือ, แม่ชี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051bc5a2f57b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อ &#039;ดร.ภูผาภูมิ&#039; หลอกสวมสิทธิคนละครึ่ง เข้าแจ้งความเอาผิดครูอีก 3 ราย ตร.จ่อออกหมายเรียก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.64 - ที่ สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ. 4&amp;nbsp;พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐนนท์&amp;nbsp;ประชุม ผบก.สส.ภ.4 ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีชาวบ้านในพื้นที่ อ.หนองเรือ กว่า 500 ราย ถูกว่าที่ ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์&amp;nbsp;ข้าราชการครูในพื้นที่ อ.หนองเรือ พร้อมพวกอีก 4 ราย หลอกชาวบ้านนำบัตรประจำตัวประชาชนไปสวมสิทธิ์ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง และ โครการเราเที่ยวด้วยกัน โดยให้เงินจำนวน 200 บาทกับชาวบ้าน โดยในวันนี้ได้มีชาวบ้านใน ต.ยางคำ อ.หนองเรือ&amp;nbsp;ที่ถูกสวมสิทธิ์ต่างทยอยเดินทางมาให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวน สภ.หนองเรือ และแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ &amp;quot;ครูอ้อ- ครูนิด และครูพี้&amp;quot;&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นครูอัตราจ้างของเทศบาลตำบลยางคำ ที่มีพฤติกรรมหลอกชาวบ้านในพื้นที่ ต.ยางคำ ด้วยการนำเลขบัตรประจำตัวประชาชนไปให้กับว่าที่ ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์ เพื่อสวมสิทธิ์ลงทะเบียนทั้ง 2 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ. 4 กล่าวว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บ้านฝาง และขยายผลตรวจสอบพบที่ อ.หนองเรืออีกกว่า 500 ราย พร้อมทั้งพบว่ามีผู้ร่วมขบวนการซึ่งเป็นครูอัตราจ้างในพื้นที่ อ.หนองเรือ ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับ ดร.ภูผาภูมิ ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp; โดยในวันนี้ ทีมสอบสวนจะเร่งสอบปากคำชาวบ้านให้ครบทุกปาก และจะทำการออกหมายเรียกครูทั้ง 3 คนที่ถูกกล่าวหามาสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตำรวจจะทำการสอบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง หากพบมีส่วนเชื่อมโยงไปที่ใครอีกก็จะออกหมายเรียกมาสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ โดยเบื้อต้นจะเอาผิดในส่วนของที่ชาวบ้านถูกนำเลขบัตรประจำตัวประชาชนไปใช้สวมสิทธิ์เพื่อลงทะเบียนโครงการของรัฐบาลทั้ง 2 โครงการก่อน พร้อมประสานไปยังส่วนของผู้เสียหายโดยตรงคือรัฐบาล เพื่อดำเนินการแจ้งความเอาผิดขบวนการสวมสิทธิ์ดังกล่าวนี้ในข้อหาฉ้อโกง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดตามขั้นตอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า&amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวครูอ้อ 1 ในผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวน เบื้องต้นให้การว่ารู้จักกับ ดร.ภูผาภูมิ จริง โดย ดร.ภูผาภูมิได้ชักชวนให้ไปหาบัตรประจำตัวประชาชนของชาวบ้านมา โดยจะให้ค่าตอบแทนรายละ 50 บาท เมื่อได้บัตรประจำตัวประชาชนมาแล้วก็จะโอนเงินให้รายละ 250 บาท โดยครูอ้อเมื่อรับเงินมาก็จะนำเงินไปให้ชาวบ้านรายละ 200 บาท และหักเป็นของตัวเอง 50 บาท พร้อมกันนี้ยังพบว่ามีชาวบ้านบางรายได้เพียง 100 บาท โดยรายละเอียดอื่นๆนั้นอยู่ในสำนวนการสอบสวน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะเรียกครูอีก 2 คนมาสอบปากคำตามขั้นตอนและเมื่อทางเจ้าหน้าที่รัฐเข้าแจ้งความก็จะแจ้งข้อหา ฉ้อโกงเพิ่มเติมกับทุกคนที่ร่วมขบวนการ และหากยังคงมีพื้นที่อื่น ที่มีส่วนเชื่อมโยงในกระบวนการหลอกสวมสิทธิ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทางเจ้าหน้าที่ก็จะขยายผลจับกุมตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางจำรัส ประเสริฐก้านตรง อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103/2 ม. 1 บ้านยางคำ ต.ยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อช่วงเดือน พ.ย.2563&amp;nbsp;เห็นเพื่อนบ้านหลายคนพูดคุยกันเกี่ยวกับได้รับเงิน 200 บาทจากครูนิด ซึ่งบอกว่าเป็นเงินช่วยเหลือจากทางรัฐบาล จึงได้ชักชวนกันกับเพื่อนบ้านไปสอบถามครูนิดที่บ้านของครูนิด ซึ่งครูนิดบอกว่าให้นำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดง ตนเองกับครอบครัวรวมทั้งเพื่อนบ้านก็นำให้ครูนิดไป โดยครูนิดได้ถ่ายภาพบัตรประจำตัวประชาชนทั้งหน้าทั้งหลัง แล้วคืนให้ ต่อมาประมาณ 1 อาทิตย์ครูนิดก็นำเงินจำนวน 200 บาทมาให้ที่บ้านแล้วก็กลับไป ซึ่งตนเองมารู้ภายหลังจากที่มีข่าวและทางผู้นำชุมชนได้เรียกไปให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมเมื่อวานที่ผ่านมา และในวันนี้ก็ได้เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งอยากให้ครูนิดนั้นเลิกทำแบบนี้และไม่ไปทำกับใครอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นาย อุทัย นามกอง อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/2 ม.1 บ.ยางคำ ต.ยางคำ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า&amp;nbsp;ได้รับเงิน 100 บาท จากครูพี้ หลังจากที่ครูพี่มาแจ้งกับชาวบ้านว่าจะมีเงินจากทางรัฐบาลมาแจกให้กับชาวบ้านเป็นเงินช่วยเหลือ ให้นำบัตรประชาชนมารับไป ตนเองกับเพื่อนบ้านก็นำบัตรรวบรวมให้กับครูพี้และได้รับเงินมาคนละ 100 บาท เหตุการณ์เกิดชึ้นเมื่อช่วงเดือน พ.ย. 2563 กระทั่งพบว่ามีข่าวดังกล่าวขึ้นและทางผู้นำชุมชนได้เรียกให้ไปให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ว่าใครที่นำบัตรประชาชนไปรับเงินให้มาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ในส่วนของตนเองที่ได้ 100 บาทนั้นก็ไม่ได้ไปสอบถามคนอื่นที่ได้ 200 เพราะให้เท่าไหร่ก็เอาเนื่องจากคนที่มาบอกเป็นถึงครูบาอาจารย์มีความน่าเชื่อถือจึงไม่ได้สอบถามอะไร และตั้งแต่วันที่เจอครูพี้มาขอบัตรประชาชนแล้วให้เงินมาก็ไม่เจอครูพี้อีกเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92655</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, จังหวัดขอนแก่น, สภ.หนองเรือ, เราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023da148fedf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การขอนแก่น ถกทีมสืบสวนเร่งคลี่คลายคดี &#039;ยอดชาย&#039; ผูกคอตายในบ้าน ญาติติดใจเป็นฆาตกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.63 - ที่ สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วม ภ.จว.ขอนแก่น และ&amp;nbsp; สภ.หนองเรือ เพื่อสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตของนายยอดชาย แสนสงค์ อายุ 46 ปี ชาวบ้าน บ.เหมือดแอ่ ม.7 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งพบเป็นศพผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพักของตัวเอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่คนในครอบครัวและชาวบ้านติดใจในการเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่าเนื่องจากการเสียชีวิตของนายยอดชาย นั้น&amp;nbsp;ภรรยาและญาติพี่น้อง รวมถึงชาวบ้านเกิดความสงสัยเพราะมีเลือดออกที่หว่างขา ซึ่งในกรณีดังกล่าวการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือ รอบคอบเพราะการตรวจที่เกิดเหตุ ได้เดินทางไปพร้อมกับแพทย์รพ.หนองเรือ และ เจ้าหน้าที่ ศพฐ.4&amp;nbsp; ที่มีการดำเนินการการตรวจทุกอย่างครบถ้วนตามขั้นตอน โดยแพทย์รพ.หนองเรือ ไม่ได้ลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิต แจ้งเพียงว่า เป็นการตายที่ไม่ชัดเจน จึงมีการส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในใบชันสูตรศพของแพทย์ รพ.หนองเรือ นั้น บอกเพียงว่า มีรอยถลอกที่ขา และโคนขา แต่ไม่ได้ลงความเห็นเรื่องเลือดไหล หรือบาดแผลที่อวัยวะเพศแต่อย่างใด ดังนั้น สาเหตุการของการเสียชีวิตนั้นจึงยังไม่ชัดเจน ยังต้องรอการตรวจพิสูจน์จากแพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า การเรียกประชุมครั้งนี้ นอกจากมีการสั่งการให้ชุดสืบสวนร่วมกันตรวจสอบในเรื่องของการเสียชีวิตของนายยอดชายแล้ว ยังคงกำชับและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบ ที่มีการปล่อยเงินกู้ให้ภรรยาของผู้เสียชีวิตเกือบ 100,000 บาท เพื่อจะได้ควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเป็นนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับการส่งศพนายยอดชายไปชันสูตรเป็นครั้งที่สอง คงจะระงับไว้ก่อน เพื่อรอให้แพทย์สรุปผลการชันสูตรศพครั้งแรกออกมา ซึ่งเมื่อผลการชันสูตรศพออกมาก็ต้องดูอีกว่าภรรยาและญาติพี่น้องพอใจหรือไม่ ซึ่งทั้งสองกรณีได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.นพเก้า โสมนัส รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุดในการสืบสวนสอบสวน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70937</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ผูกคอตาย, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล, สภ.หนองเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f06c0742748b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกทรพีใช้มีดอีโต้ฆ่าพ่อตายคาบ้าน แม่กับพี่ชายเข้าห้ามถูกฟันสาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;x_&quot; style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x_&quot; style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;5 ม.ค.62 - ที่สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ร.ต.อ.นพดล ดีโนนโพธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต&amp;nbsp; ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น,พ.ต.อ.จรัสพัฒน์&amp;nbsp; สัตยสรณาคม รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น,แพทย์เวร รพ.หนองเรือและเจ้าหนา้ที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น&amp;nbsp; ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 125/4 ม.10 ต.โนนสะอาด อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย นายสมยศ&amp;nbsp; ภักดีแสน อายุ 63 ปี จนเสียชีวิตเหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกต่อเนื่องถึงช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยในการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำพยานแวดล้อม และการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับผู้ที่ก่อเหตุ&lt;/p&gt;

พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต&amp;nbsp; ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงช่วงเช้าของวันนี้ โดยเจ้าหนา้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือ ได้รับแจ้งเหตุลูกชายทำร้ายบิดาจนเสียชีวิต โดยที่มารดาและพี่ชาย ซึ่งได้เข้าไประงับเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส&amp;nbsp;ทั้งนี้จากการสอบสวนพยานแวดล้อม โดยเฉพาะเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับบ้านที่เกิดเหตุ&amp;nbsp; ให้การว่าได้ยินเสียงคนต่อสู้เอะอะโวยวายภายในบ้านของผู้ตาย จึงไปเคาะประตูเรียก จนกระทั่งนายสมยศเปิดประตูบ้านออกมาในสภาพโชกเลือดเมื่อมองเข้าไปในห้องโถงภายในบ้านก็ เห็นนายยุทธนา หรือนายเอส ภักดีแสน อายุ 37 ปี กำลังต่อสู่กับพี่ชาย ชื่อนายเดชา ภักดีแสน อายุ 40 ปี อยู่บนที่นอน จึงได้ตะโกนให้ญาติพี่น้องเพื่อนบ้านมาช่วยเหลือ

&lt;p class=&quot;x_&quot; style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;
&amp;quot;พยานได้เข้าไปแย่งมีดจากนายเอส เอาไว้ได้ พร้อมกับช่วยเหลือนายสมยศ ซึ่งถูกฟันที่ศรีษะ และหน้าอกหลายแผล รวมทั้งนางเสา ภักดีแสน อายุ 59 ปี ภรรยาของนายสมยศ&amp;nbsp; ซึ่งถูกฟันที่แขนสองข้าง ขาสองข้าง รวมทั้งนายเดชา&amp;nbsp; ลุกชายคนโต ซึ่งถูกฟันตามร่างกายเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผล ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้นำตัวทั้งหมดนำส่งรพ.ศูนย์ขอนแก่น เพื่อช่วยชีวืต แต่ในขณะนำตัวส่งโรงพยาบาลพบว่านายสมยศ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่นางเสา และนายเดชา&amp;nbsp; ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากอาการสาหัส&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x_&quot; style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ในช่วงที่เกิดเหตุเมื่อเจ้าหน้าทีตำรวจเดินทางไปถึง พบว่าบริเวณที่นอน ห้องโถงหน้าทีวี ชั้น 1 เจ้าหน้าที่พบมีดอีโต้ 1 เล่ม ยาวประมาณ 2 ฟุตเปื้อนเลือดตกวางอยู่ โดยพบนายเอส ในสภาพร่างกายเต็มไปด้วยคราบเลือด ท่าทีสงบนิ่ง ซึ่งญาติพี่น้องต่างยืนยันว่า นายเอส คือคนที่ทำร้ายนายสมยศบิดาตัวเองจนเสียชีวิต ทั้งยังทำร้ายร่างกาย มารดาและพี่ชายบาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงได้ควบคุมตัวไปที่สภ.หนองเรือ ทันทีพร้อมของกลางอาวุธมืดเปื้อนเลือด

&amp;quot;ซึ่งในขณะที่ควบคุมตัวนายเอสไว้ในห้องควบคุมของ สภ.หนองเรือ ได้สั่งการให้สิบเวรเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดตลอดทั้ง&amp;nbsp; 24 ชม. เพราะนายเอสมีอาการหลอน วิ่งชนผนังห้องควบคุมหลายครั้ง ซึ่งในทางคดีนั้น ยังไม่ได้แจ้งข้อหาเพราะอยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน หลักฐานในภาพรวมตามขั้นตอน และต้องทำการสอบสวนนายเอสเสียก่อน เพราะในขณะนี้ยังพูดจาวกวน ให้การไม่รู้เรื่อง ซึ่งถ้านายเอสมีสติก็จะสอบสวนและแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และคุมตัวส่งฟ้องศาล ฝากขังผัดแรกตามขั้นตอนต่อไป แต่ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยนั้น จะมีการประสานแพทย์จิตเวช ทำการตรวจสภาพจิตด้วยเช่นกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x_&quot; style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านเกิดเหตุ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบ้านสองชั้น ครึ่งปูน ครึ่งไม้ หน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายของชำ พบญาติพี่น้องนั่งรวมตัวกันอยู่ในบ้าน โดยนางสมปอง เปลี่ยนผึ้ง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125ม.10 บ้านโนนสะอาด ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับที่เกิดเหตุ บอกว่า ขณะนอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ จึงรีบออกมาดู ปรากฏว่าเสียงดังจากในบ้านของนายสมยศ จึงเคาะประตูเรียก นายสมยศเป็นคนเปิดประตู ในสภาพไม่สวมเสื้อ ร่างกายมีบาดแผลถูกฟันหลายแห่ง บอกให้ช่วยนางเสากับนายเดชา จึงเข้าไปช่วยสองแม่ลูกซึ่งถูกฟันนอนจมกองเลือดบนที่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x_&quot; style=&quot;margin:0cm 0cm 10pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;quot;ก่อนจะเกิดเหตุร้าย นายเอส เคยพูดนางเสา ผู้เป็นมารดาว่า ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่แล้ว จะมีฐานะร่ำรวยใช่มั้ย &amp;nbsp;แต่มารดาไม่ใส่ใจ จึงได้แต่คอยเตือนให้มารดาพานายเอสไปพบแพทย์ เพราะตอนเป็นหนุ่มวัยรุ่น นายเอสเคยติดสารระเหยจนประสาทหลอน มารดาจึงพาเข้ารักษาตัวที่รพ.จิตเวชขอนแก่น และรับประทานยาของรพ.มาอย่างต่อเนื่อง ระยะ 2-3ปีที่ผ่านมาจนถึงวันเกิดเหตุ นายเอสไม่ยอมกินยา และบอกว่าตัวเองหายแล้ว ซึ่งทุกคนก็เชื่อว่าหาย เพราะนายเอสมีอาการปกติ &amp;nbsp;ใช้ชีวิตทั่วไป ไม่เคยทำร้ายหรือมีเรื่องกับใคร แต่มีความผิดปกติช่วงก่อนปีใหม่ ที่นายเอส มักจะถามมารดาและคนในหมู่บ้านว่า ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่แล้ว ฐานะจะร่ำรวยใช่หรือมั้ย กระทั่งเกิดเหตุร้ายขึ้นดังกล่าว ซึ่งหลังเกิดเหตุนายเอส พูดเพียงว่า มีคนมากระซิบให้ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ จึงเชื่อว่านายเอสเกิดอาการประสาทหลอน จากการขาดยา จนฆ่าพ่อตัวเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25820</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ขอนแก่น&#039;, พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต  ฮามคำไ, ร.ต.อ.นพดล ดีโนนโพธิ์, สภ.หนองเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190105/image_big_5c308922d7a32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
