<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัวยิงรถพรุนทั้งคัน! ผัวเมียรอดหวุดหวิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มี.ค. เวลา 01.00 น. พ.ต.อ.สัญญา&amp;nbsp;ทองสวัสดิ์&amp;nbsp;ผกก.สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่งสีขาว ทะเบียน บม 3234 กระบี่&amp;nbsp;ที่จอดอยู่บริเวณหน้าบริษัทเสริมสงวนก่อสร้าง ถนนเพชรเกษม&amp;nbsp;ม.4 ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก หลังถูกคนร้ายยิงถล่มพรุนทั้งคัน มีรอยกระสุนบริเวณประตูด้านขวา กระจก ขวา กระจกหลัง และขอบกระบะ รวมกว่า 20 นัด ภายในรถพบหัวกระสุนตกอยู่ 1 หัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนขับรถคันดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาคือ นายสันทัด&amp;nbsp;สูหน้าหู&amp;nbsp;หรือ &amp;quot;หยัด หนองกก&amp;quot; อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/1 ม.2 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่&amp;nbsp;มีบาดแผลถูกยิงใต้ราวนมขวา 1 นัด กระสุนทะลุปอด ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่พยายามขับรถหนีออกมาจากจุดเกิดเหตุและมาจอดบริเวณดังกล่าว พร้อม น.ส.มณฑกาญจน์ สูหน้าหู อายุ 22 ปี ภรรยา เพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชาเขตอ่าวลึกจะประสานรถพยาบาลมารับตัวไปส่ง รพ.อ่าวลึก&amp;nbsp;และส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่&amp;nbsp;ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดกระบี่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ บริเวณถนนทางไปบ้านทุ่งค้อ&amp;nbsp;ม.4 ต.คลองหิน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นถนนลาดยางตัดเข้าไปในซอย สองข้างทางเป็นสวนปาล์มน้ำมันและยางพารา บนถนนพบเศษกระจกรถแตกกระจายเต็มพื้น คาดว่าเป็นจุดที่คนร้ายซุ่มยิง ตรวจสอบใต้โคนต้นปาล์ม ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 15 เมตร พบปลอกกระสุน ขนาด .45 จำนวน 28 ปลอก คาดว่าเป็นจุดที่คนร้ายใช้ซุ่มยิง นอกจากนี้บริเวณต้นยางพาราที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจุดซุ่มยิง พบหัวกระสุนฝังอยู่ 1 หัว เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สัญญากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตั้งปมสังหารไว้ 2 ประเด็นคือ มาจากความขัดแย้งส่วนตัว และขัดแย้งเรื่องยาเสพติด เนื่องจากสืบทราบว่าคนเจ็บมีประวัติพัวพันกับยาเสพติด คาดว่าคนร้ายได้มีการวางแผนหลอกให้นายสันทัดและภรรยาไปเอาของบางอย่างบริเวณริมถนนจุดเกิดเหตุ ก่อนดักยิงถล่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน สืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97585</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน, ขับรถหนีออกมาจากจุดเกิด, ถูกคนร้ายยิงถล่มพรุน, รถยนต์กระบะ, สภ.อ่าวลึก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_6060814a1c3d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แจ้งความลากคอ! แก๊งจยย.ลุยถ้ำพัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จนท.ป่าไม้สุดทน! เข้าแจ้งความแก๊ง จยย.วิบากทำ &amp;quot;หินงอกหินย้อย&amp;quot; ภายในถ้ำโต๊ะหลวงแตกหักเสียหาย ผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ มอบหลักฐานให้ จนท.ตำรวจ สภ.อ่าวลึกติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี อดีต ปธ.จัดการแข่งขัน จยย.กระบี่จวกไม่เหมาะสมที่จะไปแข่งกันในถ้ำทั้งที่มีสถานที่แข่งขันมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีมีการแชร์คลิปกลุ่มนักจักรยานยนต์วิบาก จำนวนกว่า 10 คัน นำรถจักรยายนต์เข้าไปขี่ภายในถ้ำโต๊ะหลวง หมู่ 2 ต.คลองหิน อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงความไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะกลุ่มนักอนุรักษ์ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ เนื่องจากถ้ำโต๊ะหลวงได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งโบราณสถาน ซึ่งมีการค้นพบวัตถุโบราณภาพเขียนสีโบราณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งโบราณสถานไว้เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2559 และจัดอยู่ในลำดับที่ 35 ของโบราณสถาน ใน จ.กระบี่ ทางอำเภออ่าวลึก เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ พบรอยล้อรถวิบากจำนวนมาก และพบหินงอกหินย้อยได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าวันที่ 24 มี.ค.64 นายวิรัช อยู่เป็นสุข หน.หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ กบ.5 (ปลายพระยา) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ อ.อ่าวลึก และ อ.ปลายพระยา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ถ้ำโต๊ะหลวง อยู่ในเขตป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 พบร่องรอยล้อรถวิบากภายในถ้ำจำนวนมาก ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน และสามารถเดินทะลุออกไปด้านหลังถ้ำได้ นอกจากนั้นยังพบชิ้นส่วนหินงอกหินย้อยภายในถ้ำแตกหักจำนวนหนึ่ง ซึ่งเกิดจากล้อรถของจักรยานยนต์วิบาก จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยแจ้งข้อหากระทำผิดต่อ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยได้นำหลักฐานแผ่นซีดีบันทึกวิดีโอพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำผิดมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.อ่าวลึก เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกรณีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราราณวัตถุฯ นั้น ก็เป็นหน้าที่ของกรมศิลปากรที่จะดำเนินการต่อไป&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเดชชาติ ดำดี อดีตประธานจัดการแข่งขันจักรยานยนต์โมโตครอสใน จ.กระบี่ และภาคใต้ กล่าวว่า การแข่งขันรถจักรยานยนต์โมโตครอส หรือรถจักรยานยนต์วิบาก มีสถานที่ให้จัดแข่งขันหรือฝึกซ้อมมากมาย จึงเป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะไปแข่งกันในถ้ำ หรือสถานที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี จึงอยากฝากไปยังนักแข่งวิบากว่า หากจะไปทดสอบรถหรือจัดแข่งขัน ควรจะไปเล่นในที่ห่างไกลชุมชน หรือแหล่งที่มีความเจริญ และที่สำคัญจะต้องขออนุญาตจากเจ้าของสถานที่นั้นๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อประมาณสิบกว่าปีผ่านมา สมัยที่ผมเป็นประธานสมาพันธ์นักแข่งวิบากภาคใต้ ก็เคยมีการร้องเรียนว่ามีกลุ่มจักรยานยนต์วิบากไปขับแข่งกันในสวนยางของชาวบ้านจนได้รับความเสียหาย ก็ได้มีการตักเตือนกันไปและไม่เกิดขึ้นอีก จนกระทั่งมาเกิดเหตุในครั้งนี้ เป็นที่น่าตกใจมาก ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง&amp;quot; นายเดชชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตนได้รับทราบการกระทำของกลุ่มคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหน ไม่จำเป็นต้องมีกฎอะไรเพื่อบังคับใช้ แต่เราควรใช้จิตสามัญสำนึกในการอนุรักษ์คงไว้ จึงต้องถามคนที่เข้าไปทำลายธรรมชาติว่ามีจิตสำนึกหรือไม่ การนำรถ จยย.เข้าไปบิดในถ้ำ ซึ่งอากาศก็ไม่ถ่ายเท ควันรถยนต์ออกมา ต้องถามว่ามันเป็นการกระทำที่ควรหรือไม่ ส่วนการเอาผิดก็แล้วแต่หน่วยงานดูแลรับผิดชอบกัน โดยสามารถดำเนินตามกฎหมายที่มีอยู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97185</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรยานยนต์วิบาก, จักรยายนต์เข้าไปขี่ภายในถ้ำ, ตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี, ถ้ำโต๊ะหลวง, พ.ร.บ.ป่าไม้, สภ.อ่าวลึก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หินงอกหินย้อย, หินงอกหินย้อยแตกหักเสียหาย, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b3c6b26cc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แตกตื่นกลางดึก! จระเข้โผล่ร้านอาหารเมืองกระบี่ แจ้งกู้ภัยจับส่งตร.ตามหาเจ้าของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลตำบลอ่าวลึกใต้ พร้อมกู้ภัยมูลนิธิการกุศลอ่าวลึก เข้าตรวจสอบหลังร้านอาหาร &amp;ldquo;วังทอง&amp;rdquo; เลขที่ 9/21 ถ.อ่าวลึก-แหลมสัก หมู่ 2 ต.อ่าวลึกเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ หลังรับแจ้งจากนายสุทิน อัครวงศธร เจ้าของร้านว่ามีจระเข้หลุดเข้ามาอยู่ภายในบริเวณบ้าน ด้านหลังของร้าน ให้กู้ภัยช่วยมาจับด้วย เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลอ่าวลึกใต้พร้อมตำรวจสายตรวจ สภ.อ่าวลึกเข้าไปตรวจสอบด้านหลังร้าน พบสุนัข 3 ตัว กำลังเห่าเสียงดัง ตรวจสอบพบจระเข้ยาวประมาณ 1.5-1.7 เมตร นอนนิ่งอยู่ใกล้กับรถของเจ้าของร้าน โดยพบบริเวณส่วนหลังของหัวจระเข้ มีเชือกผูกไว้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามจับอยู่นาน เนื่องจากจระเข้มีอาการดุร้าย ดิ้นหลุดทุกครั้ง จนในที่สุดต้องนำกระสอบป่านมาคลุมตัวไว้ ป้องกันไม่ให้จระเข้ตื่นกลัว จากนั้นจึงช่วยกันจับไว้ได้ ใช้เวลานานประมาณ 20 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนายสุทิน เผยว่า ช่วงที่ตนกำลังดูแลลูกค้าอยู่ด้านหน้าร้าน ได้ยินเสียงสุนัขเห่าพร้อมกันทั้ง 3 ตัว ซึ่งทีแรกคิดว่าเป็นวัยรุ่น หรือขโมย แอบเข้ามาในบ้าน จึงเดินไปดู ก็พบว่าเป็นจระเข้ ตนตกใจทำอะไรไม่ถูก ถึงแจ้งให้ จนท.กู้ภัยมาจับให้ ตนเองก็ไม่ทราบว่ามาจากไหน แต่ดูแล้วน่าจะเป็นจระเข้ที่เลี้ยงไว้ โดยเจ้าของอาจจะผูกเชือกล่ามไว้ แต่จระเข้กัดเชือกขาดแล้วหลุดออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาตำรวจนำตัวจระเข้ไปขังไว้ที่ สภ.อ่าวลึก เพื่อหาตัวเจ้าของอีกครั้ง โดยสอบถามบ้านข้างเคียงบริเวณดังกล่าวก็ไม่พบเจ้าของ ตำรวจสงสัยว่าอาจจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มากับมหกรรมสินค้าเร่ ซึ่งจัดอยู่บริเวณลานที่ว่าการอำเภอ ไม่ไกลกับร้านอาหารดังกล่าว จะเร่งสืบหาตัวเจ้าของต่อไป พร้อมตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตเลี้ยงถูกต้องหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24115</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยจับจระเข้้, กู้ภัยมูลนิธิการกุศลอ่าวลึก, จระเข้หลุด, จระเข้โผล่ร้านอาหาร, จังหวัดกระบี่, ร้านอาหารวังทอง, สภ.อ่าวลึก, เทศบาลตำบลอ่าวลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c11bcbef20b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดใจ &#039;หนุ่มบิ๊กไบค์&#039; ไล่ตามรถกระบะซิ่งแหกด่านกระบี่ เผยขับเร็วหวังช่วยตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค.61 - กรณีมีการเผยแพร่คลิปขณะตำรวจ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ขับรถไล่ล่ารถกระบะหนุ่มบุรีรัมย์ คลั่งยาขับแหกด่านข้ามจังหวัด ระหว่างพังงา และกระบี่ โดยซิ่งหนีแหกด่านหลายจุด เป็นระยะทางมากกว่า 100 กม. ตั้งแต่ สี่แยกนาเหนือ หมู่ 1 ต.นาเหนือ อ.อ่าวลึก ผ่านไปยัง อ.เมืองกระบี่ ก่อนวกกลับมาทาง อ.อ่าวลึก แล้วมุ่งหน้าเข้าไปยังเส้นทางเซาท์เทิร์นซีบอร์ด มุ่งหน้า จ.สุราษฎร์ธานี แต่ตำรวจสกัดจับได้ด้วยการยิงยางล้อรถจนรถคนร้ายเสียหลักลงข้างทาง หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก คุมตัวตรวจพบปัสสาวะเป็นสีม่วง สอบสวนเบื้องต้นสารภาพว่าทะเลาะกับแฟนสาวที่ จ.พังงา จากนั้นเกิดโมโหขับรถออกมาก่อนชนข้าวของเสียหายแล้วมุ่งหน้าหนีมาทาง จ.กระบี่ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาดำเนินคดีไป 4 ข้อหา ซึ่งในคลิปการไล่ล่าพบมีรถ จยย.บิ๊กไบค์ ยี่ห้อยามาฮ่า R1 สีน้ำเงิน ขับไล่ล่าร่วมอยู่ด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง สภ.อ่าวลึก เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจาก ร.ต.อ.บดินทร์ หรือผู้กองดิน กะลูแป รอง สวป.สภ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นนายตำรวจที่นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.บิ๊กไบค์ และเป็นตำรวจที่ปรากฎในคลิปขณะใช้อาวุธปืนส่องไปที่ล้อรถของคนร้าย โดย ร.ต.อ.บดินทร์ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ขณะกำลังเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสายตรวจ 191 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุของ สภ.อ่าวลึก ว่ามีรถกระบะของผู้ต้องหาคือนายเกียรติศักดิ์ ศรีเสมา อายุ 21 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ขับรถแหกด่านมาจากพื้นที่ ต.นาเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับ อ.ทับปุด จ.พังงา มุ่งหน้าไปทาง อ.เมืองกระบี่ และรถคันดังกล่าว ขับวกกลับมาทาง อ.อ่าวลึก อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้ง ตนจึงสั่งลูกน้องให้ตั้งด่านสกัดจับ โดยตั้งด่านอยู่ทางเข้าถนนเซาท์เทิร์นซีบอร์ด กระทั่งรถผู้ต้องหา ขับผ่านมาด้วยความเร็ว ฝ่าด่านที่ตนตั้งดักไว้ ต่อมามีรถ จยย.บิ๊กไบค์ ซึ่งขับไล่ตามรถคนร้าย มาจอดที่ด่านและบอกให้ตนขึ้นซ้อนท้ายไล่ตามไปด้วยกัน ตนเห็นว่าคนขับบิ๊กไบค์น่าจะมีความชำนาญในการขับขี่ ประกอบกับจังหวะดังกล่าวเป็นช่วงเร่งรีบ จึงขึ้นซ้อนท้าย แล้วไล่ตามรถผู้ต้องหาไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กองดิน เล่าต่อว่า หลังจากขับไล่ตามมาสักระยะ ตนก็ชักอาวุธปืนออกมา ตามยุทธวิธีในการไล่จับคนร้าย เนื่องจากเราไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุในรถ หลบหนีเรื่องอะไรมา และมีอาวุธอยู่ในรถด้วยหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ยิงใส่รถคนร้าย แต่ยางรถของคนร้ายระเบิดเอง จนรถมาเสียหลักลงข้างทาง ตำรวจจึงปิดล้อมจับกุมไว้ได้ ซึ่งผู้ต้องหายังอยู่ในอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงคุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวน ซึ่งตนต้องฝากชื่นชมหนุ่มที่ขี่รถบิ๊กไบค์ ไล่รถผู้ต้องหามาด้วย ที่ช่วยเจ้าหน้าที่ทำงานจนสำเร็จ อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนถึงพลเมืองดีที่พบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ หากไม่มีความชำนาญในการขับขี่รถ จยย. อย่าเสี่ยงทำแบบนี้ เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ เนื่องจากช่วงที่มีการไล่ล่า ต้องใช้ความเร็วสูง ผู้ขับขี่ช่วยเหลือเจ้าพนักงานจึงต้องมีความชำนาญเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าตัวหนุ่มบิ๊กไบค์ คันที่ขับไล่ตามรถผู้ก่อเหตุ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ ทราบชื่อคือนายชัยณรงค์ หรือต๊ะ สุขอุ่น อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 1 ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา เปิดร้านปะยางรถยนต์อยู่ใกล้กับป้อมตำรวจบริเวณสี่แยกนาเหนือ หมู่ 1 ต.นาเหนือ สอบถามทราบว่าเจ้าตัวเคยเป็นนักแข่งรถ จยย.ทางเรียบ เคยเข้าร่วมแข่งขันในระดับประเทศมาแล้วหลายสนาม ทั้งสนามบุรีรัมย์ สนามไทยแลนด์เซอร์กิต สนามพัทยาเซอร์กิต เป็นต้น จึงมีความชำนาญในการขับขี่ และชอบขับรถบิ๊กไบค์ เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยณรงค์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไล่ล่าสุดระทึก ตนนั่งกินข้าวอยู่ร้านข้าวข้างป้อมตำรวจ บริเวณจุดสกัดสี่แยกนาเหนือ ต่อมาเห็นรถกระบะคันดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็ว ฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่พยายามนำรถขับตามออกไป แต่ตนเห็นว่าผู้ก่อเหตุขับด้วยความเร็ว รถ จยย.ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่น่าจะตามได้ทัน ตนมีรถบิ๊กไบค์ R1 อยู่ จึงนำออกมาแล้วขับไล่ตามรถผู้ก่อเหตุ เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ โดยขับตามไปไกลมาก โดยไล่ตามรถของผู้ก่อเหตุไปติดๆ และติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแจ้งความเคลื่อนไหวให้ทราบเป็นระยะ จนมาถึงด่านทางเข้าถนนเซาท์เทิร์นซีบอร์ด จึงแจ้งให้ตำรวจขึ้นซ้อนท้าย โดยอาสาจะขับไล่ตามไปให้ จนสามารถตามทันและจับกุมผู้ก่อเหตุได้ดังกล่าว ยอมรับว่าช่วงนั้นรู้สึกตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยณรงค์ เผยต่อว่า ทำไปด้วยจิตสำนึกของพลเมืองดีเท่านั้น ไม่ได้อยากจะเด่นดังอะไร ตนเห็นว่ารถตำรวจไม่สามารถไล่ตามทัน เพราะผู้ก่อเหตุขับใช้ความเร็วสูง รถตนที่ขับไล่ตามต้องใช้ความเร็วเกือบ 200 กม./ ชม. อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงพลเมืองดีคนอื่นๆ อย่าทำตาม เพราะการขับขี่ด้วยความเร็วขนาดนี้ ต้องใช้ความชำนาญจริงๆ ตนยอมรับว่าวันเกิดเหตุ อุปกรณ์ป้องกันไม่ได้สวมใส่ด้วย เพราะเร่งรีบกับเหตุการณ์ตรงหน้า อย่างไรก็ตามตนมีความชำนาญด้านนี้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจทำไป ไม่ว่าสังคมจะมองในมุมไหนก็พร้อมจะยอมรับ นอกจากนี้อยากฝากเตือนไปถึงเหล่าบรรดานักบิด ที่ชอบขับรถซิ่งตามท้องถนน หากเป็นไปได้ตนอยากให้หันไปขับขี่แข่งกันในสนามแข่งที่ได้มาตรฐานจะดีกว่า เพราะการขับขี่บนท้องถนนด้วยความเร็ว และไม่มีความชำนาญ อาจจะเกิดอันตรายกับตัวเองและบุคคลอื่นได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23728</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ซิ่งบิ๊กไบค์จับโจร, พลเมืองดีช่วยจับโจร, สภ.อ่าวลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181207/image_mid_5c0a3f7935131.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2018 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2018 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกแล้ว!ประมาทรายวัน รถทัวร์ชนกระบะตาย2เจ็บ6ที่กระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.61-เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 23 มี.ค. &amp;nbsp;ร.ต.อ.พนมพร ปานมาตย์ รองงสารวัตรสอบสวน สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รับแจ้งว่ามีเหตุรถชนกันที่สี่แยกอ่าวลึก กลางตลาดอ่าวลึกอ.อ่าวลึก หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นรถทัวร์ และมีผู้บาดเจ็บหลายราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตอยู่กลางตลาด พบรถทัวร์ของบริษัทชนะสิทธิ์ ทัวร์ จำกัด &amp;nbsp;ชนกับร้านค้ากลางตลาด และมีรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน &amp;nbsp;บน &amp;nbsp;5349 กระบี่ ถูกชนติดอัดกับเสาไฟฟ้าหน้าร้านจนรถพลิกหายท้อง ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้นำเครื่องตัดถ่างออกมางัดร่างของคนเจ็บที่ติดอยู่ในรถทัวร์คันดังกล่าว ซึ่งมี 2 คน ส่วนอีก 3 คน นำส่ง รพ.อ่าวลึกแล้ว เบื้องต้นในรถทัวร์เสียชีวิต 1 ราย ส่วนรถกระบะ มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่เร่งตัดถ่างและนำร่างออกมาได้อาการสาหัส 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บประกอบด้วยคนขับรถทัวร์ นายอุดมศักดิ์ ทองประศรี อายุ 40 ปี บ้านอยู่ จ.พัทลุง บาดเจ็บสาหัส ดช.ธรรมนูญ พุทธมา อายุ 3 ปี เสียชีวิต ซึ่งเป็นลูกของนายอุดมศักดิ์ นางวรางกูล พุทธิมา อายุ 38 ปี ภรรยานายอุดมศักดิ์ ดญ.นาพัน ทองประศรี อายุ 3 เดือน บุตรชายนายอุดมศักดิ์ ดช.ภูวนนท์ แซ่ลิ้ม อายุ 15 ปี เด็กรถทัวร์ นายสุริยา ดินแดง อายุ 50 ปี นายชิษณุพงษ์ อยู่กลับ อายุ 25 ปี และนายวิโรจน์ กิจการ อายุ 48 ปี คนขับรถกระบะ ซึ่งเป็นลูกชายอดีตกำนันคนหนึ่งในพื้นที่ อ.อ่าวลึก ที่เสียชีวิต รวมผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 6 คน เบื้องต้นตรวจค้นในรถทัวร์พบปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า รถทัวร์คันดังกล่าว มุ่งหน้าจาก จ.ภูเก็ตมารับนักท่องเที่ยวที่สนามบินนานาชาติ จ.กระบี่ โดยมีนายอุดมศักดิ์ เป็นคนขับพาลูกเมียและเด็กรถมารวม 6 คน จากนั้นเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสี่แยกปรากกฎว่าได้มีรถของนายวิโรจน์ ขับออกมา จึงพุ่งชนเข้าอย่างจังแล้วลากไปชนกับร้านค้าก่อนชนกับเสาไฟฟ้าจนรถกระบี่หงายท้อง และมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5672</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, รถทัวร์-รถกระบะ, สภ.อ่าวลึก, อุบัติเหตุ, เสียชีวิต-บาดเจ็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab5a4ea75b03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
