<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าโจรแสบอุ้มตู้เติมเงิน สุดท้ายงัดไม่ไหวทิ้งไว้กลางทุ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63- ร.ต.อ.ชยณัฐ เตชะผาติกุล พนักงานสอบสวนเวร สภ.เขลางค์นครลำปาง พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน &amp;nbsp;เดินทางไปตรวจสอบ บริเวณกลางทุ่งนา ชุมชนบ้านป่ากล้วยใต้ ตำบลปงแสนทอง อำเภอเมืองจังหวัดลำปาง &amp;nbsp;หลังรับแจ้งจากนาย สุพัฒน์ คำมีอ่อน อายุ 58 ปี ชาว จ.นครพนม &amp;nbsp;และยังเป็นเจ้าของตู้เติมเงินบุญเติม แจ้งว่าถูกคนร้ายขโมยตู้และนำตู้มาทิ้งบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงได้ตรวจสอบ ดูร่องรอยตู้เติมเงิน &amp;nbsp;ซึ่งพังเสียหายเกือบทั้งหมด แผงวงจรแตกกระจายเกลื่อน &amp;nbsp;เนื่องจากถูกคนร้ายทุบทำลาย เพื่องัดเอากล่องเก็บเงินซึ่งภายในกล่อง มีเงินกว่า 6,000 บาทภายในตู้ แต่ ไม่สามารถนำเงินไปได้ &amp;nbsp;คาดว่าอาจจะมีคน หรือชาวบ้านที่ขับรถผ่านไปมาแล้วเห็นเสียก่อน &amp;nbsp;คนร้ายจึงหนีไป และทิ้งตู้เติมเงินไว้กลางทุ่งนา เจ้าหน้าที่ได้ถ่ายรูปบันทึกไว้เป็นหลักฐาน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตู้เติมเงินดังกล่าวนั้นเดิมตั้งอยู่บริเวณ หน้าตลาดชุมชนบ้านป่ากล้วยใต้ ตำบลปงแสนทอง อำเภอเมืองลำปาง บริเวณหน้าร้านค้าและจากการตรวจสอบ กล้องวงจรปิดเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายได้มาก่อเหตุยกตู้เติมเงินไปช่วงกลางดึกเวลา 01:40 น ที่ผ่านมา &amp;nbsp;โดยคนร้ายเป็นชายลักษณะรูปร่างสันทัด จอดรถมอเตอรไซด์ไว้หน้าร้าน &amp;nbsp;ก่อนจะมายกตู้แล้ว อุ้มตู้เติมเงินใส่รถมอเตอร์ไซด์แล้ว ขับรถหนีไปซึ่งตู้มีน้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม &amp;nbsp;หลังจากคนร้าย ได้ยกตู้ไปแล้ว &amp;nbsp;ได้นำตู้เติมเงินดังกล่าว ไปทิ้งกลางทุ่งนา ซึ่งอยู่ไกลจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร &amp;nbsp;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดและตรวจเช็ก ลายนิ้วมือของคนร้าย &amp;nbsp;ที่ก่อเหตุเพื่อจะได้รีบล่าตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83885</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ลำปาง, ตู้เติมเงิน, สภ.เขลางค์นคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb0c6bf5ba25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2020 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2020 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิคอัพชนรถบรรทุกหินพลิกคว่ำ หนุ่มขับจยย.ตามหลังหวิดโดนหินทับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.63- &amp;nbsp;ร.ต.อ.อภิรักษ์ &amp;nbsp;มีธรรม &amp;nbsp;รองสารวัตร สอบสวน สภ.เขลางค์นคร พร้อมกับเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง เดินทางเข้าไปตรวจสอบ บริเวณถนนสายเลี่ยงเมืองศูนย์ราชการ ปากทางเข้าบ้านร้อง ตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง หลังรับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกหินชนกับรถยนต์ปิคอัพและจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่รุดเดินทางไปที่จุดเกิดเหตุ &amp;nbsp;เมื่อไปถึงพบผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นายพยอม อายุ ประมาณ 70 ปี &amp;nbsp;เป็นโชเฟอร์คนขับรถบรรทุก6ล้อ บรรทุกหิน หมายเลขทะเบียน &amp;nbsp;81- &amp;nbsp;5665 &amp;nbsp;ลำปาง สภาพรถเสียหลัก พลิกคว่ำกลางถนน &amp;nbsp;ทำให้หินกว่า 15 ตัน ที่บรรทุกมากระจายเกลื่อนบนถนน &amp;nbsp;โดยได้รับบาดเจ็บและถูกนำส่งตัวรพ.ลำปางทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บริเวณใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน 1กฆ 5396 ลำปาง ล้มอยู่ในกองหิน โดยมีชายวัย 40ปี ซึ่งเป็นคนขับขี่มาไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยเจ้าตัวบอกว่าเพิ่งขับรถออกจากบ้านมา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถบรรทุกหินก็ชนกับปิคอัพและรถบรรทุกหินก็ไถลไปชนเสาไฟฟ้าข้างทางซึ่งเกือบชนรถจยย.ของตัวเองที่ขับมาตามปกติ จนรถของตนเองเสียหลักล้มลงและไถลไปชนกองหินที่ไหลลงมาจากรถบรรทุก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรถคู่กรณีอีกคันหนึ่งซึ่งเป็นต้นเหตุเป็นรถยนต์ปิคอัพ กระบะตอนเดียว ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ทะเบียน 2ฒฬ 1028 ลำปาง สภาพหน้ารถพังเสียหายยับเยิน สอบถาม นายกฤษดา ภรณ์ โนราช อายุ 30 &amp;nbsp;ปี &amp;nbsp;ชาว จ.กรุงเทพมหานคร คนขับรถซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บ &amp;nbsp;กล่าวก่อนเกิดเหตุ &amp;nbsp;ตนเองขับรถมาตามถนน ที่สร้างใหม่และจังหวะนั้นกำลังจะขับเข้าถนนเลนหลักซึ่งมีรถวิ่งสวนกัน โดยจะมุ่งหน้าไปทางสี่แยกนาก่วม อ.เมือง &amp;nbsp;จ.ลำปาง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่รถบรรทุกหินกำลังวิ่งมาทางฝั่งขวามือของตนเองๆจึงเร่งเครื่องขับรถเพื่อเข้าช่องทางถนนสายหลัก &amp;nbsp;ทำให้รถบรรทุกที่ขับมาทางตรงเสียหลักพุ่งชนกับรถยนต์ปิคอัพของตนเอง ทำให้มีหินกระจายเกลื่อนบนถนนและมีการจราจรติดขัดบนถนนสายเลี่ยงเมือง ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ต้องรีบมาอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และประสานรถยกมายกลากรถทั้งหมดออกจากจุดเกิดเหตุต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74599</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถบรรทุกหินคว่ำ, สภ.เขลางค์นคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200816/image_big_5f38eccab6b85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสม.ลำปางทำงานกัดไม่ปล่อย! ยกทีมตรวจสอบบุคคลแปลกหน้าเข้าพักในหมู่บ้านสกัดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.63- เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ผ่านมา ทางนางวิไลวรรณ สูงติวงศ์ ประธานชุมชนบ้านกอกชุม เทศบาลเมืองเขลางค์นคร &amp;nbsp; ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พร้อมด้วยทีมงาน อสม. และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร และชาวบ้านในพื้นที่อีกเกือบ20คน ได้เข้าตรวจสอบบ้านพักภายในหมู่บ้านไทยสมุทร หลังจากรับทราบว่ามีบุคคลในหมู่บ้านนำญาติซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงคือ บ้านดง อ.งาว ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 และขณะนี้หมู่บ้านดังกล่าวยังคงปิดหมู่บ้านอยู่ มาพักอาศัย จึงทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างหวาดผวาและไม่ต้องการให้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเข้าตรวจสอบทราบว่า มีผู้พักอาศัยรายหนึ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ได้นำพ่อซึ่งมีอายุมาก และป่วย เพิ่งออกจากโรงพยาบาลลำปางมาช่วงค่ำวานนี้ จึงได้พามาพักในหมู่บ้าน โดยขอพักอยู่ห้องหนึ่งที่ว่าง โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ อสม. หรือ ประธานชุมชนทราบ และเช้าวันนี้ก็ได้พาพ่อออกจากหมู่บ้าน เพื่อกลับไปที่บ้านดง อ.งาว แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก็สร้างความสบายใจให้กับชาวบ้านไปส่วนหนึ่ง ซึ่งทาง ประธานชุมชน ก็ได้รีบประสานไปยังหน่วยงานในพื้นที่เพื่อขอทราบการดำเนินการว่าจะต้องมีการทำความสะอาดพื้นที่บริเวณดังกล่าวหรือไม่ และ จะได้ประสานปลายทางว่าบุคคลดังกล่าวได้พาพ่อกลับเข้าไปยังหมู่บ้านจริงหรือไม่เพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป ขณะที่ประธานชุมชน ได้กำชับ อสม.ให้แจ้งชาวบ้านในพื้นที่ให้ทราบว่าหากมีบุคคลแปลกหน้านอกพื้นที่เขามาในหมู่บ้านขอให้แจ้งให้ทราบทันที และต้องทำความเข้าใจชาวบ้านให้ทราบและช่วยกันเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัดเพื่อจะได้ช่วยกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19เข้ามาสู่ชุมชนได้.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62895</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานชุมชนบ้านกอกชุม, สภ.เขลางค์นคร, อสม.ลำปาง, เทศบาลเมืองเขลางค์นคร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92b0aed9680.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อแม่ไม่เชื่อลูกผูกคอตาย วอนตร.ลำปางเร่งทำคดีอาจถูกฆ่าอำพราง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี&amp;nbsp;ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งเกิดเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณไร่มันสำปะหลังข้างลำห้วยป่าดำ ตำบลชมพู อ.เมืองลำปาง เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยที่เกิดเหตุพบศพนายจรัญฐาธีนากร วงผาบุตร อายุ 23 ปี และ น.ส.ทิพวรรณ สิมโสม อายุ 23 ปี สองสามีภรรยาชาวอุบลราชธานี สภาพศพใช้เชือกผูกคอตายกับต้นไม้โดยใช้เชือกเส้นเดียวกัน แต่พ่อแม่ของผู้ตายไม่ปักใจเชื่อว่าลูกและลูกสะใภ้จะฆ่าตัวตายเองเนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจและมีข้อสงสัยหลายจุดอีกทั้งเงินที่ผู้ตายพกมา 4-5 หมื่นก็หายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ นายสุริยา พุดตาน พ่อของผู้ตาย เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) พนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร ได้ให้ตนเองเข้าไปพบและได้คืนโทรศัพท์ของผู้ตายจำนวน 2 เครื่องให้ตนเอง ซึ่งเท่าที่ทราบมีเบอร์แปลกๆประมาณ 3-4 สาย โทรเข้าเครื่องของลูก เมื่อช่วง 10 โมงกว่าๆ ของวันที่ 29 ม.ค.62 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุ แต่เจ้าตัวไม่ได้รับ ซึ่งเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวไม่ใช่เบอร์ญาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามเรื่องคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าต้องรออีก 2 เดือนจึงจะสามารถสรุปคดีได้เนื่องจากต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนตัวเองมองว่าขณะนี้ลูกเสียชีวิตไปแล้วเกือบ 1 เดือนแต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า ทำให้คิดว่าลูกอาจจะตายฟรี จึงจะนำเรื่องเข้าพบ พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รักษา ราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อขอความเป็นธรรมและเร่งรัดการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ่อและแม่ของผู้ตายทั้งคู่ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนและญาติได้นำธูปเทียนไปจุดบอกกล่าวลูกชายและลูกสะใภ้ตรงที่ทั้งคู่ผูกคอตาย พร้อมบอกให้ดวงวิญญาณหากไม่ได้รับความยุติธรรมให้ช่วยครอบครัวไขปริศนาหรือมาเข้าฝันเพื่อจะได้ติดตามสาเหตุการตายที่แท้จริง และเป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อคืนวานนี้ (24 ก.พ.) เวลาประมาณ 3-4 ทุ่มได้ยินเสียงผู้หญิงร้องดังโหยหวนเหมือนคนร้องไห้อยู่รอบบ้าน กระทั่งเช้าก็มีตำรวจโทรมานัดว่าช่วงเย็นให้ไปพบเพื่อฟังผลทางคดี จึงเชื่อว่าวิญญาณของลูกคงจะมาร้องขอความเป็นธรรมหลังคดีผ่านมาแล้วเกือบ 1 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันว่า ไม่เชื่อว่าทั้งคู่จะผูกคอตายเอง เนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจใดๆที่ทั้งคู่จะผูกคอตาย เพราะมันสำปะหลังก็กำลังจะขุดขาย ลูกก็ยังเล็ก ทั้งเงินค่าขายมันสัมปะหลังประมาณ 4-5 หมื่นก็ยังหายไปด้วย และที่สำคัญคือ สภาพศพของลูกชายขณะที่ไปพบปลายเท้าเกือบจะถึงพื้น แต่พื้นดินกลับไม่มีร่องรอยของการตะกุยตะกายของคนที่จะดิ้นก่อนที่จะเสียชีวิต ประกอบกับที่ผ่านมา แพทย์เคยบอกว่าลูกชายมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรงที่บริเวณเข่า และใบหน้าด้านขวาของฝ่ายหญิงมีรอยมือคล้ายถูกตบหน้าอย่างแรง จึงเชื่อว่าทั้งคู่อาจจะไปรู้เห็นอะไรบางอย่างที่นำมาซึ่งอันตรายต่อตัวเองจึงถูกฆ่าอำพราง และที่สำคัญที่กิ่งของต้นไม้ยังมีร่องรอยของการดึงเชือก คล้ายกับดึงฝ่ายหญิงแขวนคอก่อนแล้วก็แขวนคอฝ่ายชายตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29909</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีไม่คืบหน้า, ฆาตกรรมอำพราง, จังหวัดลำปาง, ผัวเมียผูกคอตาย, ผูกคอตาย, ผูกคอตายในไร่มันสำปะหลัง, ร้องขอความเป็นธรรม, สภ.เขลางค์นคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c73aa32854e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอกลงจัด! ผู้ขับขี่มองไม่เห็นฝูงควายเดินบนถนน พุ่งชนเสียหายหลายคัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.62 - เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 รับแจ้ง จากพลเมืองดีมีอุบัติเหตุรถชนฝูงควายบนถนนปากทางเข้าวัดห้วยหล่อ ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1036 ตำบลชมพู อำเภอเมืองลำปาง ทำให้รถเสียหายหลายคัน และควายหลายตัวได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ถิ่นสอน สารวัตรสอบสวน สภ.เขลางค์นคร พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์ เดินทางตรวจที่เกิดเหตุพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุคือนายเอนก นที อายุ 50 ปี มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก เล่าว่าก่อนเกิดเหตุ ตนขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะไปทำงาน แต่จู่ๆเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุก็มีฝูงควายเผือกจำนวนประมาณ 4-7 ตัววิ่งขึ้นมาบนถนน ทำให้ตนเองซึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาบนถนนมองไม่เห็นเนื่องจากมีหมอกลงจัด เมื่อเห็นก็กระชั้นชิดทำให้รถจักรยานยนต์พุ่งชนฝูงควายเผือกเข้าอย่างจัง รถล้มลงกลางถนน จากนั้นรถตู้ที่แล่นตามท้ายมาหักหลบและไปชนฝูงควายอีก และจังหวะเดียวกันก็มีรถกระบะซึ่งบรรทุกวัววิ่งตามท้ายมามองไม่เห็นก็พุ่งชนฝูงควายเผือก จากนั้นฝูงควายก็วิ่งลงทุ่งนาไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นายพงศ์วิชญ์ ปลอดปลา อายุ 49 ปี คนขับรถตู้โตโยต้าสีขาวหมายเลขทะเบียน นข 6477 ลำปาง เล่าให้ฟังว่าตนเองรับนักท่องเที่ยวจะเดินทางไปเที่ยวดอยพระฌาน ใน อ.แม่ทะ เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งมีหมอกลงจัดมองไม่ค่อยเห็นทาง สังเกตเห็นเพียงรถจักรยานยนต์ล้มลงแต่ไม่ทันเห็นว่าชนกับฝูงควายเผือกจึงหักหลบ รถจักรยานยนต์และพุ่งไปชนกับฝูงควายที่วิ่งอยู่เต็มถนน ทำให้รถได้รับความเสียหาย นักท่องเที่ยวที่โดยสารมาด้วยได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก 1 คน แต่บาดเจ็บเล็กน้อย ขณะเดียวกันรถกระบะToyota Mighty X สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน บว 3962 ลำปาง ที่บรรทุกวัววิ่งตามท้ายมา โดยมีนายชิษณุพงษ์ ทวีชัย อายุ 27 ปี เป็นคนขับ มองไม่เห็นฝูงควายเผือกที่วิ่งขึ้นมาบนถนนจึงพุ่งชนฝูงควายเผือกเข้าอย่างจัง ทำให้รถได้รับความเสียหายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพ และเก็บข้อมูลรายละเอียดผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งรถที่ได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งติดตามถ่ายรูปฝูงควายที่ถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บก่อนที่จะวิ่งหนีลงทุ่งนา ไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะติดตามตัวเจ้าของมารับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าของรถทั้ง 3 คันและผู้ได้รับบาดเจ็บต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27398</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ตำรวจภูธรลำปาง, รถชนควาย, สภ.เขลางค์นคร, หน่วยกู้ภัยอัมรินทร์, หมอกลงจัด, หมอกลงเกิดอุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c493fc7bf051.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอกลงจัด! ผู้ขับขี่มองไม่เห็นฝูงควายเดินบนถนน พุ่งชนเสียหายหลายคัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.62 - เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 รับแจ้ง จากพลเมืองดีมีอุบัติเหตุรถชนฝูงควายบนถนนปากทางเข้าวัดห้วยหล่อ ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1036 ตำบลชมพู อำเภอเมืองลำปาง ทำให้รถเสียหายหลายคัน และควายหลายตัวได้รับบาดเจ็บ หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ถิ่นสอน สารวัตรสอบสวน สภ.เขลางค์นคร พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์ เดินทางตรวจที่เกิดเหตุพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุคือนายเอนก นที อายุ 50 ปี มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอนก เล่าว่าก่อนเกิดเหตุ ตนขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะไปทำงาน แต่จู่ๆเมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุก็มีฝูงควายเผือกจำนวนประมาณ 4-7 ตัววิ่งขึ้นมาบนถนน ทำให้ตนเองซึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาบนถนนมองไม่เห็นเนื่องจากมีหมอกลงจัด เมื่อเห็นก็กระชั้นชิดทำให้รถจักรยานยนต์พุ่งชนฝูงควายเผือกเข้าอย่างจัง รถล้มลงกลางถนน จากนั้นรถตู้ที่แล่นตามท้ายมาหักหลบและไปชนฝูงควายอีก และจังหวะเดียวกันก็มีรถกระบะซึ่งบรรทุกวัววิ่งตามท้ายมามองไม่เห็นก็พุ่งชนฝูงควายเผือก จากนั้นฝูงควายก็วิ่งลงทุ่งนาไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นายพงศ์วิชญ์ ปลอดปลา อายุ 49 ปี คนขับรถตู้โตโยต้าสีขาวหมายเลขทะเบียน นข 6477 ลำปาง เล่าให้ฟังว่าตนเองรับนักท่องเที่ยวจะเดินทางไปเที่ยวดอยพระฌาน ใน อ.แม่ทะ เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งมีหมอกลงจัดมองไม่ค่อยเห็นทาง สังเกตเห็นเพียงรถจักรยานยนต์ล้มลงแต่ไม่ทันเห็นว่าชนกับฝูงควายเผือกจึงหักหลบ รถจักรยานยนต์และพุ่งไปชนกับฝูงควายที่วิ่งอยู่เต็มถนน ทำให้รถได้รับความเสียหาย นักท่องเที่ยวที่โดยสารมาด้วยได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก 1 คน แต่บาดเจ็บเล็กน้อย ขณะเดียวกันรถกระบะToyota Mighty X สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน บว 3962 ลำปาง ที่บรรทุกวัววิ่งตามท้ายมา โดยมีนายชิษณุพงษ์ ทวีชัย อายุ 27 ปี เป็นคนขับ มองไม่เห็นฝูงควายเผือกที่วิ่งขึ้นมาบนถนนจึงพุ่งชนฝูงควายเผือกเข้าอย่างจัง ทำให้รถได้รับความเสียหายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพ และเก็บข้อมูลรายละเอียดผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งรถที่ได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งติดตามถ่ายรูปฝูงควายที่ถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บก่อนที่จะวิ่งหนีลงทุ่งนา ไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะติดตามตัวเจ้าของมารับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับเจ้าของรถทั้ง 3 คันและผู้ได้รับบาดเจ็บต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27397</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ตำรวจภูธรลำปาง, รถชนควาย, สภ.เขลางค์นคร, หน่วยกู้ภัยอัมรินทร์, หมอกลงจัด, หมอกลงเกิดอุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c493fc7bf051.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรแสบยกเค้าสำนักงานปปช.ลำปาง กวาดเรียบเครื่องคอมพ์-แอร์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.61 - เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกเข้าไปลักทรัพย์ภายในสำนักงาน ของกรรมการ ปปช. ลำปาง มีทรัพย์สินหายหลายรายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งสำนักงานดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านศรีพูลทรัพย์ ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง ติดกับถนนวชิราวุธดำเนิน ทางไปศาลากลางจังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบเจ้าของสำนักงานคือ นายสถิตย์ นิตย์สมบูรณ์ อายุ 57 &amp;nbsp;ปี ซึ่งเป็น กรรมการ ปปช.ประจำจังหวัดลำปาง และ อดีตประธานสภาทนายความจังหวัดลำปาง ยืนรอให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ พร้อมเล่าว่าตอนเช้าตนเองลงมาเปิดสำนักงานซึ่งอยู่หน้าอาคารที่พักอาศัยตามปกติ ก็พบว่ามีอุปกรณ์สำนักงานตกเกลื่อนพื้นด้านหน้าสำนักงาน ตอนแรกเข้าใจว่าน่าจะเป็นของพนักงานทำตกไว้ แต่เมื่อเปิดสำนักงานเข้าไปก็ต้องตกใจหลังพบว่าโต๊ะเก้าอี้ ลิ้นชัก ถูกรื้อค้น กระจัดกระจาย


fifa356&amp;nbsp;คอมพิวเตอร์สำนักงานก็หายไปด้วย และเมื่อเปิดแอร์ก็ไม่ทำงาน จึงออกมาดูคอมเพรสเซอร์ &amp;nbsp;แอร์ ขนาด 9000 btu ซึ่งติดตั้งอยู่ข้างสำนักงาน ก็พบถูกขโมยหายไปด้วย&amp;nbsp;


bnk789 จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว โดยเบื้องต้นพบว่าคนร้ายน่าจะงัดหน้าต่างด้านหลังสำนักงาน เข้ามาเพราะบานหน้าต่างซึ่งเป็นกระจกถูกถอดออกไปหนึ่งบาน&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บื้องต้นเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;


สล็อต พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บรอยนิ้วมือแฝงของคนร้ายกลุ่มนี้เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ส่วนทรัพย์สินที่หายไปมีประมาณ 8 &amp;nbsp;รายการรวมพระเครื่องด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8994</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยทรัพย์สิน, ปปช.ลำปาง, สภ.เขลางค์นคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af529b146263.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
