<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผบช.ภ.2 สั่งให้ออกจากราชการ &#039;ร.ต.อ.-ส.ต.ท.&#039; สภ.เมืองจันทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.บช.ภ.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.บช.ภ.2 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี (รรท.ผบก.ภ.จว.จันทบุรี) ได้มี คำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีที่ 14/2564 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน คำสั่งดังกล่าวระบุว่า ด้วยข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้&amp;nbsp;

ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ ตำแหน่ง รองสารวัตรสายงานปฏิบัติการป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี รับเงินเดือน (ระดับ ส.1 ) ขั้น 3.5 ยย จำนวน 43,300 บาท และ ส.ต.ท.ณัชนน แนวตัน ตำแหน่ง ผู้บังหมู่งานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี รับเงินเดือน (ระดับ ป.1 ) ชั้น 25.5 จำนวน 13,820 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564 เวลา 23.00 น. ว่าที่ ร้อยตรีชยุต พรมเทศ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝาย&amp;nbsp;ร่วมกันจับกุม ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ ส.ต.ท.ณัฐชนน แนวตัน กับพวกในความผิดฐานลักลอบเล่นการพนันไพ่สิบสามใบพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดจันทบุรี ที่ 4222/2553 ลงวันที่ 28 ธีนวาคม 2563 เรื่อง ปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เป็นการชั่วคราวฝ้าฝืนข้อกำหนดออกตามความใน มาตรา 9 แห่ง พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 7) ข้อ 3 การปราบปรามและการลงโทษผู้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค เหตุเกิดที่ร้านขายอาหารตามสั่ง เลขที่ 10/56 ตรอกเมตตา ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมีเหตุให้พักราชการได้ตมกฎ กตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2547 ข้อ 3(1 ) คือ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาคดีอาญาในเรื่องเกี่ยวกับความประพฤติหรือพฤติกรณ์อันไม่ไว้วาใจ และได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการสอบสวนพิจารณาคดีที่เป็นเหตุให้สั่งพักราชกรจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 95 แห่พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ, 2547 ประกอบกับกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ. 2547 ข้อ 8 จึงให้ ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ และ ส.ต.ท.ณัชน แนวตัน ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย&amp;nbsp; ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้ มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.ได้ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 105 ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่งและหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรืคำวินิฉัยอุทธรณ์นี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันที่พันกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผล การวินิจฉัยอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ รัดษาราชการแทน ผบช.ภ.2&amp;nbsp; เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าว เป็นไปตามมาตราการทางปกครอง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางรัฐบาล พร้อมทั้ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้ให้นโยบายใว้จัดเจนว่าให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น ซึ่งทาง ตร.ก็ได้มีคำสั่งให้เข้มงวด มาตลอด แต่ยังพบว่ามีผู้ฝ่าฝืน ท้าทายคำสั่งผู้บังคับบัญชา ท้าทายกฏหมายนโยบายนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร.ทั้งที่ได้ประชุมกำชับไปแล้ว ถ้าหากไม่จัดการขั้นเด็ดขาด ตนก็จะต้องเป็นผู้ที่ถูกลงโทษในการปล่อยปละละเลย จึงได้มีมาตราการดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป แต่เพื่อความเป็นธรรมผู้ถูกลงโทษให้ออกจากราชการใว้ทั้งสองรายก็มีสิทธิ์ใช้ช่องทางของกฏระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อุทธรณ์ ชี้แจ้งต่อ ก.ตร.ตามกรอบเวลาที่มีใว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีดัง มีรายงานว่า เหตุเกิดวันที่ 13 ม.ค.64 เวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 กองปราบปราม บช.ก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจันทบุรี ได้ร่วมกันจับกุมการลักลอบเล่นการพนันไพ่สิบสามใบ จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 7 คน ประกอบด้วย 1.นายอำพัน บุญค้ำ&amp;nbsp; 2.นายนิทัศน์ เลิศนาวีพร&amp;nbsp; 3.นายไพสิฐ จิตตภานันท์ 4.น.ส.กรองแก้ว นาคฤทธิ์&amp;nbsp; 5.นายอนิวัฒน์ ถิ่นวงษ์เมือง&amp;nbsp; 6.น.ส.ภรทิพย์ รอดพ้นภัย และ&amp;nbsp; 7.นายณัฐชนน แนวตัน พร้อมด้วยของกลาง 1.ไพ่อยู่บนโต๊ะ จำนวน 4 ตลับ&amp;nbsp; 2.ถ้วยไฮโล 1 ชุด 3.โจ๋ไฮโล 1 ผืน 4.วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง&amp;nbsp; 5.ธนบัตรใบละ 500,100, 20 รวม 3,140 บาท&amp;nbsp; 6.โต๊ะสำหรับเล่นการพนัน 1 ชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนันไพ่สิบสามใบ พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดจันทบุรี เรื่องการปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีชั่วคราว, ฝ่าฝืนข้อกำหนดการออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ข้อ 3 การปราบปรามและการลงโทษผู้กระทำผิดอันเป็นเหตุให้เกิดการระบาดของโรค นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งต่อมาภายหลัง จากการสอบสวนแล้วทราบว่า มีข้าราชการตำรวจ จำนวน 2 นาย เป็นผู้ถูกจับกุมด้วย ในข้อหาดังกล่าว ได้แก่&amp;nbsp; 1.ร.ต.อ.อำพัน บุญค้ำ รอง สว.(ป) สภ.เมืองจันทบุรี&amp;nbsp; 2.ส.ต.ท.ณัฐชนน แนวตัน ผบ.หมู่ (สส) สภ.เมืองจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89842</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภ.เมืองจันทบุรี, ให้ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_60001d7247136.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อนายทุนเงินกู้ดอกโหดร้องคดีไม่คืบ หลัง &#039;บิ๊กโจ๊ก&#039; ลุยจับ-ยึดทรัพย์ 700 ล้านนานเกือบปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.63 - ที่หน้าห้องผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี บรรดาผู้เสียหายกว่า 5 รายที่เคยตกเป็นเหยื่อเจ้าของเขียงหมู เบื้องหลังเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบ เปิดรับจำนองที่ดินแล้วคิดดอกเบี้ยเด้งทบต้นสุดโหด เดินทางเข้าพบ นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี แต่ผู้ว่าฯติดภารกิจจึงได้ส่งให้หัวหน้าจังหวัดจันทบุรี มารับเรื่องแทน เพื่อติดความคืบหน้าของคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากที่ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบ.สตม.) สนธิกำลังชุดศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร) ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น และตรวจยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน 778 ล้านของนายทุนเงินกู้นอกระบบในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา แต่จนขณะนี้นานเกือบ 1 ปี แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากที่เข้าพบกับทาง พ.ต.ต.ชยพัทธ์ สุขสมบูรณ์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี ผู้รับผิดชอบคดี ชี้แจงว่า ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการสรุปสำนวนคดี และการตรวจสอบเพื่ออายัดหุ้นของนางสุรจิต กอร์ปไพบูลย์ นายทุนเงินกู้คู่กรณี ยื่นฟ้องต่อศาล ส่วนในเรื่องที่มีเรื่องข่าวลือว่ามีผู้กว้างขวางช่วยวิ่งเต้นจ่ายเงินกว่า 10 ล้านถึง 100 ล้านให้กับตำรวจ และอัยการเพื่อล้มคดี ทางพนักงานสอบสวนยืนวันว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญตามยุทธการขุดลากถอนโคนอาชญากรรม ทวงคืนความเป็นธรรมให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ นโยบายสำคัญของรัฐบาล และ สนง.ตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการคำชี้แจงในวันนี้ ผู้เสียหายหลายคนรู้สึกพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ในส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนก็อยากให้มีการดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เนื่องจากผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนทั้งเรื่องที่ทำกิน การประกอบอาชีพ และยังต้องอยู่อย่างหวาดระแวง เนื่องจากนายทุนคู่กรณียังไม่ได้ถูกดำเนินคดี ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ผู้เสียหายจึงเกรงในความไม่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55133</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดจันทบุรี, นายทุนเงินกู้นอกระบบ, สภ.เมืองจันทบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26be1074c00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือยิงอดีตจเรตำรวจติดต่อขอมอบตัว พร้อมให้การในชั้นศาลเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความคืบหน้าอดีตจเรตำรวจก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงทนายโจทก์ และลูกความบาดเจ็บและเสียชีวิต ภายในศาลจังหวัดจันทบุรี ล่าสุด นายธนากร วีรวโรดม ซึ่งเป็นเสมียนทนายโจทก์ที่วิ่งหลบหนีออกมาจากห้องพิจารณาคดี ก่อนจะมาพบ ร.ต.อ.ขจร บรรจง เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี ซึ่งจะเข้าไประงับเหตุ นายธนากร&amp;nbsp;จึงได้ใช้หยิบอาวุธปืนขนาด.45 ของ ร.ต.อ.ขจร&amp;nbsp;ยิงใส่ พล.ต.ต.ธารินทร์&amp;nbsp;จันทราทิพย์ จำนวน 5 นัดได้รับบาดเจ็บที่หลัง ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองจันทบุรีแล้ว โดยนายธนากร ไม่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสื่อมวลชน ให้เพียงแต่ว่าจะให้การที่ชั้นศาลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เตรียมเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดจันทบุรี มาประชุมร่วมกันเพื่อหามาตรการป้องกันดูแลความปลอดภัย รวมทั้งการพกพาอาวุธปืนเข้ามาในศาล เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีก ส่วนปืนที่ พล.ต.ต.ธารินทร์ อดีตตำรวจใช้ก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสืบสวนหาที่มา และตรวจสอบว่าเป็นปืนที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่อย่างไร พร้อมกันนี้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี จะมีการเรียก ร.ต.อ.ขจร บรรจง เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี มาสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับ พล.ต.ต.ธารินทร์ ในการนำอาวุธปืนเข้าไปภายในศาลจังหวัดจันทบุรีหรือไม่อย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบรรยากาศที่ศาลจังหวัดจันทบุรี พบว่าที่ห้องพิจารณาคดี บัลลัง 2 ยังคงปิดเป็นพื้นที่หวงห้ามอยู่ ส่วนห้องพิจารณาคดีอื่นๆยังคงเปิดในการพิจารณาคดีตามปกติ เจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ยังคงเข้ามาปฏิบัติหน้าตามปกติอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50175</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาชญากรรม, จันทบุรี, ตำรวจยิงทนาย, ปมพิพาทที่ดินมรดก, ยิงกลางศาล, สภ.เมืองจันทบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcb7f754d646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ใจสลาย! ฝากยายข้างบ้านเลี้ยงลูกวัย 5 เดือนเลือดคั่งในสมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.62 -&amp;nbsp;ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รังสิต-นครนายก คลอง 7 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี น.ส.แอน (นามสมมุติ) อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี พร้อมกับสามี ซึ่งเป็นข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณี &amp;ldquo;น้องสมาร์ท&amp;rdquo; ลูกชายวัย 5 เดือน เป็นลูกคนแรกที่นำไปจ้างเลี้ยง เลือดคั่งในสมองขณะฝากเลี้ยง ต้องนำตัวส่ง รพ.นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานกว่า 20 วันแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น ขอให้ช่วยติดตามคดีให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.แอน (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนเริ่มนำน้องสมาร์ทไปฝากเลี้ยงกับยายแดง (นามสมมุติ) อายุประมาณ 60 ปี ซึ่งบ้านอยู่ละแวกเดียวกันใน อ.เมืองจันทบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พ.ค.62 หลังได้รับคำแนะนำจากคนที่รู้จัก โดยไปส่งลูกตอนเช้าและรับกลับช่วงเย็น ส่วนสามีเป็นครูอยู่ที่ฉะเชิงเทรา จะกลับบ้านช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งยายแดงคิดค่าจ้างวันละ 250 บาท ถ้าวันไหนเด็กนอนค้างคืนด้วยก็จะคิดเพิ่มอีก 250 บาท เป็น 500 บาท ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 1 ส.ค.62 ตนจะไปสอบประกันหลักสูตรและต้องจัดเตรียมงาน จึงนำลูกไปฝากยายแดงเลี้ยงโดยให้ค้างคืนที่นั่น 1 คืน ด้วย ช่วงเย็นวันที่ 2 ส.ค.62 ตนก็แวะไปหาลูกที่บ้านยายแดงก็ยังพบว่าปกติดีอยู่ จึงฝากลูกให้อยู่ต่ออีกวัน เพราะตนต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปสอนเด็กพิเศษทุกวันเสาร์อย่างที่เคย พอวันเสาร์ที่ 3 ส.ค.62 เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่สอนเด็กพิเศษอยู่ ยายแดงโทรมาหาตนแจ้งว่า น้องสมาร์ทไม่รู้เป็นอะไร จู่ๆ มีอาการคออ่อน ตาลอย ตัวอ่อนนิ่มไม่มีแรง ตนจึงบอกให้รีบพาไปโรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี พร้อมกับโทรบอกเพื่อนที่อยู่ใกล้ช่วยไปดูให้ก่อน โดยน้องสมาร์ทมีอาการชักเกร็งแพทย์จึงฉีดยากันชักให้ ก่อนส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี แพทย์ทำการเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด ตรวจซีทีสแกนสมอง และให้ยากันชักใน 2 วันแรก น้องสมาร์ทสามารถขยับตัวได้แต่ไม่ลืมตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกลางดึกของวันที่ 5 ต่อเนื่องวันที่ 6 ส.ค. น้องสมาร์ทมีอาการชักเกร็งจนถึงเย็นวันที่ 6 ส.ค. รวมแล้วมากกว่า 20 ครั้ง ซึ่งแพทย์ก็ได้ให้ยากันชักเพื่อควบคุมอาการ และใส่เครื่องช่วยหายใจนำตัวเข้าห้องไอซียู ระหว่างนั้นแพทย์ได้เรียกพ่อแม่และยายเข้าไปฟังผลซีทีสแกนสมองพบว่ามีเลือดออกในสมอง โดยตรวจพบเลือดบริเวณรอบๆสมองและด้านในสมอง มีทั้งเลือดเก่าและเลือดใหม่ โดยแพทย์นิติเวช ให้พ่อแม่เข้าแจ้งความไว้ก่อน จากนั้นตนจึงไปแจ้งความที่สภ.เมือง จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.62 หลังแจ้งความก็ทราบภายหลังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการไปตรวจที่บ้านของยายแดงและสอบถามเรื่องที่เกิดขื้น และล่าสุดทางตำรวจแจ้งว่ายังรอผลตรวจจากแพทย์อยู่ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาใครได้ จึงมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตนเพิ่งมีลูกชายคนแรกไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องแบบนี้ ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยทำความจริงให้ปรากฎ หลังเกิดเหตุยายแดงก็มีมาเยี่ยมน้องสมาร์ท 2 ครั้ง แต่หลังจากตนแจ้งความแล้วก็ไม่มาอีกเลย ที่ผ่านมา ยายแดง ยืนยันว่า วันเกิดเหตุก่อนที่จะพบว่าน้องสมาร์ทมีอาการผิดปกติ กำลังเข้าไปบดข้าวเพื่อป้อนให้เด็กอีกคนและได้ยินเสียงน้องสมาร์ทนอนร้องไห้ประมาณ 3-4 นาที พอเดินมาดูก็พบว่าคออ่อน ตาลอยแล้ว ไม่ได้เรื่องอื่นใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.แอน (นามสมมุติ) กล่าวอีกว่า ตอนนี้น้องสมาร์ทก็ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ล่าสุดแพทย์ตรวจพบว่ามีเลือดออกที่จอประสาทตา ไม่มีทางรักษาได้ และอาจจะส่งผลให้ตาบอดในอนาคต ส่วนอาการเลือดคั่งในสมองอาจส่งผลให้เด็กพิการทางสมองได้ ยังคงให้ยารักษาต่อไปพร้อมกับทำกายภาพบำบัด ในเรื่องพัฒนาการต้องเริ่มใหม่ ตั้งแต่การฝึกดูดนม ฝึกกลืน คว่ำชันคอ แต่ตนก็ยังไม่สิ้นหวังจะรักษาลูกให้ดีที่สุด และเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.คมน์สรณ์&amp;nbsp;มาบำรุง ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี และในวันพฤหัสบดี ที่ 29 ส.ค 62 เวลา 13.00 น. ได้เดินทางไปเยี่ยมอาการน้องสมาร์ทที่ รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี เพื่อสอบถามสาเหตุจากแพทย์ผู้รักษา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปด้วย เพื่อประชุมกับทีมแพทย์สรุปสาเหตุ ที่พบเลือดบริเวณรอบๆ สมองและด้านในสมองเกิดจากสาเหตุใด เพื่อให้ตำรวจสรุปสำนวนได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44494</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปทุมธานี, มูลนิธิปวีณา, มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี, สภ.เมืองจันทบุรี, เด็กเลือดคั่งในสมอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d665714016fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาสาวยันเอาเรื่องกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายหลานชายวัย 19 ปีบาดเจ็บสาหัส ฝ่ายญาติผู้ต้องหาเสนอเงินหวังจบปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายชายอายุ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ปี หน้าสถานบันเทิงชื่อดังกลางเมืองจันทบุรี ล่าสุดแม้ นายจิรานุวัฒน์ ชูวงศ์ อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี ผู้ที่ก่อเหตุทำร้ายวัยรุ่นชายจนอาการสาหัส จะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้วก็ตาม แต่นางพิมพา ขำเจริญ อายุ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ปี อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;145&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมือง จังหวัดตราด พร้อมด้วย นางสาวณัฐวรรณ์ วงษสมบูรณ์ อายุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี ได้เดินทางมาร้องเรียนของความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนจังหวัดจันทบุรี ภายหลังจากนายพงษ์พันธ์ วงษ์สมบูรณ์ อายุ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ปี ถูกนายจิรานุวัฒน์ หรือปอนด์ ชูวงศ์ อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี พร้อมกับพวกก่อเหตุทำร้ายร่างกายที่หน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในตัวเมืองจันทบุรี เมื่อคืนวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;จนอาการสาหัส ขณะนี้ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ณัฐวรรณ์ อาสาวของผู้เสียหาย กล่าวว่า วันนี้ที่ต้องเดินทางมาขอความเป็นธรรม เนื่องจากข่าวที่ออกไปก่อนหน้านี้ไม่เป็นความจริง เพราะวันเกิดเหตุหลานชายตนเอง และผู้ก่อเหตุไม่ได้มีการพูดคุยหรือทะเลาะวิวาทกันในวันนั้นเลย แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเมื่อ&amp;nbsp;3 ปีที่ผ่านมา เพราะความหึงหวง ซึ่งผู้หญิงก็แยกย้ายไปมีแฟนใหม่ และวันเกิดเหตุหลานชายของตนเองก็มากับแฟนใหม่ด้วย ซึ่งเรื่องผ่านไปหลายปีแล้ว หลังก่อเหตุญาติของผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์มาพูดคุยเพื่อขอให้จบเรื่อง โดยเสนอเงินให้จำนวนหนึ่ง พร้อมกับค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด แต่ตนเองไม่ยอมเพราะผู้ก่อเหตุทำกับหลานชายของตนเองอย่างโหดร้าย และหลานชายก็ยังเป็นเยาวชนอายุ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ปีเท่านั้น ตนเองและครอบครัวจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในทางคดีทาง พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้ทราบตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และได้สั่งการให้ร้อยเวรเจ้าของคดีออกหมายเรียกผู้ร่วมก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ทั้งนี้หากผู้ร่วมก่อเหตุไม่มอบตัวหรือไม่มารับทราบข้อกล่าวหา ทางร้อยเวรเวรเจ้าของคดีก็จะต้องขออนุมัติศาลจังหวัดจันทบุรี ออกหมายจับผู้ร่วมก่อเหตุต่อไป นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้สืบหาข่าวเชิงลึกเพื่อเร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37528</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดจันทบุรี, ร้องสื่อ, วัยรุ่นอันธพาล, สภ.เมืองจันทบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf4d119c14fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.นำตัวแม่ใจร้ายฆ่าลูกวัย 2 ขวบทำแผนรับสารภาพ อ้างลูกดื้อร้องงอแง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.62 - พ.ต.อ.เสน่ห์ จรรยาสถิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรเมืองจันทบุรี ได้นำตัว นางสาวกนกวรรณ ขาวแพร อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาที่ฆ่าลูกตัวเองมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาดูการทำแผน และอยากเห็นแม่ใจร้ายที่ฆ่าลูกตัวเอง ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมเข้มตลอดการทำแผนหวั่นผู้ต้องหาจะถูกประชาทัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเริ่มทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มจากจุดแรกที่ น.ส.กนกวรรณ พร้อมเพื่อนหญิง ได้อุ้มลูกสาววัย 2 ขวบ ขี่รถจักรยานยนต์ สีน้ำเงินเทา หมายเลขทะเบียน 1 กค-1757 ตราด ออกมาจากห้องแถวเช่า และขี่รถจักรยานยนต์ ไปยังจุดเกิดเหตุ ที่ห่างจากห้องแถวเช่าไปประมาณ 2 กิโลเมตร คือ บริเวณสระน้ำข้างสนามออกกำลังกาย หมู่ที่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี ก่อนที่จะอุ้มลูกสาวเดินลงไปในสระน้ำ ทำให้ลูกสาววัย 2 ขวบ ที่ยังเล็กอยู่ที่ว่ายน้ำไม่เป็นจมน้ำเสียชีวิตต่อหน้าผู้เป็นแม่แท้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น น.ส.กนกวรรณ ก็กลับไปที่ห้องแถวเช่า ก่อนที่จะซื้อตั๋วรถทัวร์สายกรุงเทพ-จันทบุรี เพื่อหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี สกัดจับตัวไว้ได้ ในเบื้องต้น น.ส.กนกวรรณ แม่ใจร้ายรายนี้ให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุฆ่าลูกตัวเองจริง เนื่องจากสาเหตุลูกร้องงอแง ดื้อ และความกดดันภายในครอบครัว จึงเกิดความโมโห จึงได้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ขึ้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว น.ส.กนกวรรณ มาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และส่งทำการฝากขังต่อศาลจังหวัดจันทบุรีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26806</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาชญากรรม, สภ.เมืองจันทบุรี, แม่ฆ่าลูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c4009dc557de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านแตกตื่นไฟไหม้ร้านเครื่องเขียนเสียหาย 3 คูหากลางเมืองจันทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 - เมื่อเวลา 06.30 น. ร.ต.อ.พิชิต สายกระสุน ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ร้านขายเครื่องเขียนโฆษิตวิทยา ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบ และประสานรถดับเพลิงมาช่วยระงับเหตุให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.พิชิต สายกระสุน ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองจันทบุรี และรถกระเช้า ในพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คัน ได้รุดไปที่เกิดเหตุ เมื่อเดินทางไปถึงพบเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารพาณิชย์ 2 ชั้น อย่างหนัก เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงต้องช่วยกันระดมน้ำฉีดสกัดเพลิง และทุบกระจกชั้น 2 เพื่อเข้าไปฉีดน้ำสกัดเพลิง เนื่องจากภายในอาคารพาณิชย์มีอุปกรณ์เครื่องเขียน กระดาษ สีสเปรย์ และอื่นๆที่เป็นเชื้อเพลิงติดไฟอย่างดี หลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถควบคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัดได้ พบว่าไฟไหม้เสียหายไป 3 คูหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ต้องมีการฉีดน้ำเลี้ยงอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากยังมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา ซึ่งเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านเครื่องเขียนครั้งนี้ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนที่มาเดินจับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก เนื่องจากร้านขายเครื่องเขียนตั้งอยู่ใจกลางเมืองจันทบุรี และห่างจากตลาดสดไม่ไกลนัก ทั้งนี้สาเหตุของการการเกิดเพลิงไหม้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะเพลิงได้เกิดขึ้นจากชั้น 2 และในช่วงที่เกิดเหตุไม่มีใครอยู่ชั้น 2 ซึ่งเจ้าของร้านและครอบครัวได้นอนอยู่ชั้นล่างกันหมด ก่อนที่เจ้าของร้านและครอบครัวจะวิ่งหนีตายออกมาด้านนอกได้ทัน ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ค้าที่ขายของอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ กล่าวว่า เพลิงได้ลุกไหม้จากชั้น 2 ก่อนที่จะลุกลามมาชั้นล่าง และเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างหนัก ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25642</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภ.เมืองจันทบุรี, โฆษิตวิทยา, ไฟไหม้กลางเมืองจันทบุรี, ไฟไหม้ร้านเครื่องเขียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2d5ef40ad73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
