<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวใจแม่สลาย!หนุ่มตรังกลับมาเยี่ยมบ้านได้วันเดียวกลายเป็นศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.63- เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.ท.เมธี ภิญโญประการ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุพบศพมีผู้เสียชีวิตอยู่ในน้ำไม่ทราบสาเหตุ พื้นที่ หมู่ 6 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง หลังจากรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ ก่อนจะเดินทางไปตรวจพร้อมด้วย สายตรวจตำบล ฝ่ายสืบสวน แพทย์เวร รพ.ศูนย์ตรัง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุ ภายในสวนปาล์มน้ำมัน พบชาวบ้านจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์อยู่ ภายในน้ำ ซึ่งเป็นน้ำขังอยู่ภายในร่องสวนปาล์ม เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน ติดกับกำแพงโรงทำขนม พบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายสมศักดิ์ สินไชย อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79/2 หมู่ 5 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง นอนหงายหน้าจมน้ำ ลึกประมาณระดับหัวเข่า หรือประมาณ 45 ซม. สวมเสื้อกีฬาสีดำแดง กางเกงกีฬาขาสั้นสีเทา รองเท้าบูท ติดกับร่างพบถุงข้าวสารชนิด 5 กก.สำหรับใส่ของและไฟฉายคาดศีรษะลอยอยู่ในน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้นำร่างขึ้นมาก่อนจะตรวจสอบภายในถุงข้าวสารบรรจุของ พบทรัพย์สินของผู้ตายไม่ได้สูญหาย เป็นกระเป๋าสะพายข้าง 1 ใบ มีเอกสารติดตัว เงินสดจำนวน 718 บาท และใบจากยาเส้น ชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย หรือการต่อสู้แต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาไม่น้อยกว่า 6 ชม. ท่ามกลาง นางสมจิตร สินชัย อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่ และบรรดาญาติร้องไห้ปริ่มขาดใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นางเรียง จันทร์ด้วง อายุ 70 ปี ผู้เป็นย่า กล่าวว่า ผู้ตายไม่มีครอบครัว ปกติไปอยู่อาศัยกับผู้เป็นอา ที่ จ.พังงา โดยไปช่วยตัดปาล์มน้ำมัน และช่วยถางป่า ก่อนจะเดินทางกลับมาบ้านใน จ.ตรัง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบศพไปประมาณ 1 กม.เพื่อมาเยี่ยมผู้เป็นแม่ คือนางสมจิตร สินชัย และมาซื้อชุดขาวเพื่อไปใส่ในเทศกาลกินเจ ใน จ.พังงา โดยจะมาหาปลาในบริเวณดังกล่าวเป็นประจำหากกลับมา กระทั่งเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 1 ทุ่ม ได้ออกมาหาปลาเพียงลำพัง และกลับไปบ้านก่อนจะออกมาหาปลาอีกครั้ง จนกระทั่งไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งญาติออกตามหาและมาพบเป็นศพดังกล่าว ทั้งนี้ที่ผ่านมาผู้ตายไม่เคยมีโรคประจำตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางจำปา จันทร์ด้วง 46 ปี ผู้เป็นอา กล่าวว่า ปกติผู้ตายก็นอนพักผ่อนเพียงพอ แต่ก่อนที่จะกลับมาบ้าน ใน จ.ตรัง ขณะยังอยู่ที่ จ.พังงา ผู้ตายได้ไปหาปลามาก่อนแล้ว 1 คืน จนกระทั่งเวลา 03.00 น.เมื่อวานนี้ 10 ต.ค. หลังจากเสร็จจากหาปลาก็ได้เดินทางมา จ.ตรัง และได้ลงหาปลาต่อ คิดว่าน่าจะเป็นลมเนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ตายไม่ได้มีศัตรูหรืออริ อย่างไรก็ตามทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต แต่ได้ให้เจ้าหน้าที่นำร่างไปชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งที่ รพ.ศูนย์ตรัง อีกครั้ง ก่อนจะนำร่างไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80145</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำ, สภ.เมืองตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82adb87f362.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักธุรกิจสาวใหญ่เมืองตรังร้องทองคำมูลค่า 3 แสนล่องหนจากธนาคาร คดีไม่คืบหน้า เตรียมย้ายไปฝากที่อื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เจ๊หนิง&amp;rdquo; เจ้าแม่นักธุรกิจชื่อดังเมืองตรัง ไร้ความเชื่อมั่นธนาคารกรุงไทย หลังทองคำกว่า 3 แสนเก็บในตู้นิรภัยหายอย่างไร้วี่แวว ยันหมดความเชื่อมั่น เตรียมย้ายทรัพย์สินออกจากธนาคารอย่างแน่นอน แถมหมดความเชื่อมั่นในตัวตำรวจ ผ่านมา 1 เดือนพูดได้แค่คำเดียวว่า &amp;ldquo;ไม่มีหลักฐาน&amp;rdquo; ด้าน รองผกก.ระบุต้องไปตรวจดูประวัติการนำไปขายในร้านค้าทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.63 - จากกรณี นางสุภา เม่งช่วย หรือเจ๊หนิง อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/70 ถ.รักษ์จันทน์ อ.เมือง จ.ตรัง นักธุรกิจชื่อดังรายใหญ่ของ จ.ตรัง ได้เดินทางเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.ตรัง เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังจากที่ ทรัพย์สินซึ่งเป็นทองรูปพรรณที่ฝากไว้ในตู้เซฟนิรภัยของธนาคารกรุงไทย สาขาหน้าตลาด ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง มูลค่ากว่า 3 แสนบาทได้เกิดสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย อีกทั้งไม่มีการรับผิดชอบใดๆมาจากธนาคาร รวมทั้งมีการไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ผ่านมากว่า 1 เดือนกลับไม่มีคำชี้แจง หรือความคืบหน้าในทางคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางสุภา หรือเจ๊หนิง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้กล่าวความรู้สึกรวมทั้งความคืบหน้าหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่า ในวันนี้ตนเองก็ได้ไปคุยกับทาง ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.ตรัง ก็ได้ให้ความช่วยเหลือดีมาก รับปากว่าจะดำเนินการช่วยเหลือให้ และรับเรื่องไว้ในการดูแลแล้ว ทางธนาคารก็ยังได้ติดต่อมาแล้ว แต่ไม่ได้มีการพูดคุยกัน ในส่วนของธนาคารก็มีการแจ้งมาแค่เพียงว่าตอนนี้ได้แจ้งเรื่องไปยังสำนักงานใหญ่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามระบบของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากที่ไปแจ้งความดำเนินคดีผ่านมากว่า 1 เดือนแล้วก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย ส่วนตัวไม่มั่นในใจกับทางตำรวจเลย เพราะจริงๆแล้วถ้าเรามั่นใจกับทางตำรวจ เรื่องที่ไปร้องศูนย์ดำรงธรรมก็จะไม่เกิด เพราะทุกครั้งที่ตนเองโทรถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้รับคำตอบเดิมๆว่า ไม่มีหลักฐานที่จะจำตัวคนร้ายได้ ทั้งๆที่จริงคนที่เข้าออกห้องนั้นในห้วงระยะเวลา 3 วันมีแค่เพียง 3 คน แต่ทำไมถึงไม่มีข้อมูลไดๆ เราเป็นประชาชนคนธรรมดา เราก็นึกว่าถ้ามีผู้ต้องสงสัยเพียงแค่ 3 คน ทางตำรวจก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้ เรารู้สึกว่าเราพึงพาตำรวจไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ตนคิดว่าเข้าไปหาศูนย์ดำรงธรรมแล้ว น่าจะมีความยุติธรรมและช่วยเหลือได้ ยังคงมีความหวังอยู่ เชื่อมั่นในศูนย์ดำรงธรรม&amp;nbsp;ถึงจะได้หรือไม่ได้ เราก็รู้สึกว่าก็ยังมีคนที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับเราได้ หลังจากที่ปรากฏเป็นข่าวออกไป คนรอบข้างทั้งหมดก็บอกให้สู้ให้เต็มที่ เพราะความยุติธรรมมันมีอยู่บนโลก เราต้องสู้เพื่อความถูกต้อง ถ้าไม่ออกมาพูดเรื่องมันก็จะเงียบ ส่วนตัวจะทำให้ถึงที่สุด สู้เต็มที่ หลังจากหายไปก็รู้สึกเสียดาย หามาด้วยความยากลำบาก เหนื่อยมากกว่าจะได้มา หลังจากนี้ยืนยันว่าจะย้ายที่เก็บทรัพย์สินอย่างแน่นอน เพราะเคยเชื่อมั่นมากว่า 20 ปี แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เพราะผู้จัดการพูดไม่ดี เอาตัวรอดอย่างเดียว ปฎิเสธทุกอย่าง แถมยังหาว่าตนเป็นคนทำให้สูญหายเอง และไม่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือหรือหลักฐานใดๆเลย โดยไม่อยากให้มันเกิดซ้ำ 2 อีก&amp;rdquo; เจ๊หนิงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.อนุชัย สวยงาม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ได้ปฎิเสธการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เพียงแต่พูดคุยผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยระบุว่า ตนเองได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อไปขอกล้องวงจรปิดกับธนาคารดังกล่าว แต่ทางธนาคารแจ้งว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด เนื่องจากเป็นความลับของลูกค้า ส่วนการดำเนินการหลังจากนี้จะต้องไปตรวจดูรูปพรรณของทองคำที่สูญหายไปก่อนว่า เป็นในลักษณะได เพื่อที่จะได้ไปตรวจสอบตามบริเวณร้านค้าทางต่างๆในพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง ในเวลาที่มีการสูญหายไป ว่ามีการนำทองในลักษณะดังกล่าวมาขายให้กับทางร้านหรือไม่ และยังได้สอบปากคำพยานไปแล้วจำนวน 3 ปาก ได้แก่พนักงานธนาคารที่ถือกุญแจห้องดังกล่าวจำนวน 2 ราย รวมทั้งลูกค้าที่มีตู้เซฟนิรภัยในห้องเดียวกันอีกจำนวน 1 ราย รวมเป็น 3 ราย แต่ยังคงไม่มีเบาะแสใดๆที่สามารถเชื่อมโยงไปได้ ส่วนประเด็นที่ผู้เสียหายแจ้งว่าคดีไม่มีความคืบหน้านั้น ไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างได เพียงเพราะทางเราไม่มีพยานหลักฐานหรือภาพจากกล้องวงจรปิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71760</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ตู้นิรภัยธนาคาร, ทองคำสูญหาย, สภ.เมืองตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f119232ab0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับพ่อสุดอุบาทว์ ข่มขืนลูกสาวในไส้ เมียโร่แจ้งความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จับพ่อสุดทราม ข่มขืนลูกในไส้วัย 13 ปี กระทั่งแม่รู้เรื่องเข้าแจ้งความ ซมซานหนีได้เดือนเศษเจอพิษโควิด ไม่มีงานทำต้องกลับบ้านเกิด รับสารภาพหน้าชื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 เมษายนนี้ พ.ต.ต.อนุสรณ์ เรืองศรี สว.กก.สส.ภ.จว.ตรัง พ.ต.ต.วสันต์ บรรลือพืช สว.สส.สภ.เมืองตรัง ร.อ.ณัฐวุฒ สรรเพชร หน.ชรต.กอ.รมน.จ.ตรัง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าควบคุมตัวนายมนัส อายุ 30 ปี อยู่บ้านหมู่ 9 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.ตรัง ที่ 130/2563 ลงวันที่ 25 มี.ค.63 ฐาน &amp;ldquo;กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน ซึ่งมิใช่ ภริยาของตน โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเด็กนั้นจะยินยอม หรือไม่ก็ตาม, พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากมารดาเพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร&amp;rdquo; หลังจากก่อเหตุข่มขืนลูกสาววัย 13 ปี ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่บ้านไทยสมุทร ถนนห้วยยอด (เขตเทศบาลนครตรัง) เมื่อกลางดึกวันที่ 21 มี.ค.63 โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านหลังดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังได้ควบคุมตัวนายวันชัย อายุ 26 ปี อยู่บ้านใน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.ตรัง ที่ 43/2557 ลงวันที่ 21 พ.ย.57 ในคดีร่วมกันชิงทรัพย์ ชิงโทรศัพท์มือถือ บนถนนสายตรัง-กันตัง ต.ควนปริง อ.เมืองตรัง เมื่อวันที่ 18 พ.ย.57 จับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 28/8 หมู่ 7 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง ซึ่งเป็นบ้านของญาติภรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า นายมนัสผู้ต้องหาคดีข่มขืนลูกสาว น่าจะก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งแม่เด็กทราบเรื่อง จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองตรัง ส่วนผู้ต้องหาได้หลบหนีไปทำงานรับจ้างก่อสร้างในพื้นที่ จ.พัทลุง พร้อมด้วยคู่เขย คือนายวันชัย ซึ่งหนีหมายจับมานานกว่า 9 ปี จนกระทั่งทั้งคู่เกิดตกงานในช่วงไวรัสโควิด-19 จึงเดินทางกลับมาอยู่บ้านพักที่ จ.ตรัง โดยยึดอาชีพรับจ้างแบกไม้ยางพาราเพื่อหาเลี้ยงชีพ ขณะเดียวกันทางตำรวจชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จึงได้นำหมายจับเข้าจับกุมดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64743</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี, ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน, สภ.เมืองตรัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaac922b25d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มขายปลาสดใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย เพื่อนบ้านได้กลิ่นเหม็นรีบแจ้งจนท.เก็บศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - เมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ก.พ.63&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.00 น. ศูนย์วิทยุ สภ. เมืองตรังได้รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตภายในบ้านเป็นเวลาหลายวัน ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;107/2&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลนาโยงใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง จากนั้นได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ร้อยเวรสภ. เมืองตรัง ชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง รุดไปยังที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงยังที่เกิดเหตุพบบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว พบศพผู้ตายนอนอยู่บริเวณหน้าโทรทัศน์ส่วนหน้าของบ้าน จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายได้ใช้อาวุธปืนยิงศีรษะตนเอง ซึ่งเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 วัน จากการตรวจสอบพบอาวุธปืน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม.ซึ่งผู้ตายได้ถือไว้บริเวณมือซ้ายกระสุนเจาะเข้าศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังทราบชื่อผู้ตายคือนายดวงพร บรมเจตน์ อายุ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ปี ซึ่งเป็นชาวอำเภอกันตัง จากการสอบถามเพื่อนบ้านของผู้ตายทราบว่าผู้ตายมีอาชีพขายปลาโดยขับขี่รถจยย.ไปขายปลาในบริเวณพื้นที่ต่างๆและมาเช่าบ้านดังกล่าวอยู่ประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เดือน โดยส่วนตัวแล้วผู้ตายเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสดี พูดคุยและยิ้มทักทายบ้าง&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาตนได้ขับรถผ่านบริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุและได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้งแต่ไม่เอะใจและคาดว่าน่าจะเป็นกลิ่นวัวที่ตายบริเวณใกล้กัน และเมื่อกลับไปถึงบ้านตนเองก็นึกเอะใจเลยเข้าไปบริเวณหน้าบ้านของผู้ตายพบสิ่งผิดปกติโดยมีมดเป็นจำนวนมากอยู่บริเวณหน้าบ้านและมีกลิ่นเหม็นออกมาจากในบ้านจึงแจ้งไปทางผู้ใหญ่บ้านและสายตรวจประจำตำบลเข้ามาตรวจสอบ และพบผู้ตายกลายเป็นศพดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะต้องเรียกญาติมาสอบสวนสืบสวนว่าติดใจในสาเหตุการตายหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57087</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, จังหวัดตรัง, ยิงตัวตาย, สภ.เมืองตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44e28e8cc5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจเมืองตรังป่วน! ปล่อยใบปลิวโจมตีกันเละ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า พบใบปลิวกว่า 1,000 แผ่น &amp;nbsp;ปลิวว่อนอยู่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 บริเวณส่วนราชการต่างๆ หน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.) และศาลากลางหลังเก่า ใกล้กับ สภ.เมืองตรัง ประมาณ 40 &amp;nbsp;เมตร ซึ่งมีหัวข้อในใบปลิวดังกล่าวอ้างว่าเป็น &amp;ldquo;เสียงจากตำรวจชั้นผู้น้อย&amp;rdquo; ระบุถึงนายตรำวจระดับผู้บังคับบัญชานายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อความในใบปลิวดังกล่าว มีเนื้อหาเต็มหน้ากระดาษขนาด เอ 4 ระบุว่า &amp;ldquo;เสียงจากตำรวจชั้นผู้น้อย&amp;rdquo; ทันทีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้ ....มาดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรังรู้สึกดีใจกันถ้วนหน้า เพราะนายตำรวจท่านนี้เคยมีประสบการณ์การทำงานในท้องที่นครบาล ประกอบกับเป็นคนหนุ่ม น่าจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาทางานเพื่อชาวตรังได้เป็นอย่างดี และพวก &amp;nbsp; เขาในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาจะได้นายดีๆมาเป็นหัวขบวนเวลาผ่านไปไม่นาน ความหวังของพวกเราก็มอดดับเพราะพฤติกรรมและธาตุแท้ ของ....เริ่มปรากฏรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ฝ่ายสืบสวนทั้งจังหวัด ซึ่งขึ้นตรงกับ....เวลาเกิดคดีสำคัญ เช่น คดียาเสพติดความผิดเกี่ยวกับชีวิต หรือคดีนโยบาย ...จะเข้ามาแทรกแซงและต่อรองกับกลุ่มคนร้าย เรียกรับผลประโยชน์เป็นเงินมหาศาล ในขณะที่พวกเราซึ่งมีหน้าที่สืบสวนต้องใช้เงินส่วนตัว ยานพาหนะส่วนตัวทำงานอดหลับอดนอน บางครั้งต้องเดินทางไปต่างจังหวัด แต่เมื่อได้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิด ....กลับเอาไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว พวกเราจึงเป็นได้แค่เครื่องมือให้นายตำรวจ...เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คดียาเสพติดโดยเฉพาะคดีใหญ่ๆมักไปไม่ถึงตัวการใหญ่ ทั้งๆที่ข้อมูลต่างๆไม่ว่าคำให้การของผู้ต้องหา หลักฐานการใช้โทรศัพท์ แม้กระทั่งเส้นทางการเงิน ฝ่ายสืบสวนทำมาสมบูรณ์ชัดเจน แต่....กลับใช้อำนาจในฐานะผู้บังคับบัญชา ติดต่อกับผู้ค้ายาเสพติดมาต่อรองเรื่องผลประโยชน์หลายฝ่ายแปลกใจว่ายาเสพติดยิ่งจับยิ่งมาก จะไม่ให้มากได้อย่างไร ในเมื่อ....เป็นผู้จัดการอำนวยความสะดวก ให้พ่อค้ายาเสพติดจนเป็นที่กล่าวขานกันในหมู่ผู้ค้ายาว่า &amp;quot;มีปัญหาปรึกษา...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คดีนโยบาย เช่น แก๊งปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยมหาโหด พวกเราเป็นเหมือนคนพิการ นั่งทำตาปริบๆ จะจับกุมได้อย่างไร? ในเมือง ......เป็นผู้เก็บรายการ เดือนละหลายแสนบาท หากไปจับกุมเท่ากับเป็นศัตรูกับผู้บังคับบัญชาและบ่อยครั้ง มักจะด่าพวกเราว่า &amp;ldquo;ไอ้....ไอ้...&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กังฉิน, ตรัง, ตำรวจตรัง, สภ.เมืองตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d7310d1aab83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองสารวัตรจราจร&#039;สภ.ตรังเครียดใช้อาวุธปืนยิงขมับฆ่าตัวตายคาแฟลตตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 มี.ค.62- ร.ต.อ ฉลองรัฐ ขาวปาน ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองตรังได้รับแจ้งเหตุมีตำรวจยิงตัวตายบนแฟลตตำรวจชั้น 4 ห้องเลขที่ 37 ห่างจาก สภ.เมืองตรังประมาณ 300 เมตร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปพร้อมด้วย พล.ต.ต นุกูล ไกรทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง รองผู้บังคับการการตำรวจภูธรจังหวัด และผู้กำกับการสภ.เมืองตรัง เมื่อไปถึงพบศพของ ร.ต.อ นราธิป สาโรจน์ อายุ 43 ปี ตำแหน่งรองสารวัตรจราจร สภ.เมืองตรัง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม.เข้าที่ขมับขวา 1 นัดเสียชีวิตคาห้องพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบปากคำทราบว่า เมื่อกลางดึกเวลาประมาณ 01.00 น. ตำรวจห้องข้างเคียงได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดแต่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น. มีลูกน้องของ ร.ต.อ นราธิป&amp;nbsp;ผู้ตายมาเรียกเพื่อให้ไปเข้าเวรตามปกติ แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ จึงแหวกม่านหน้าต่างออกดู พบว่าผู้กองยิงตัวตายแล้ว &amp;nbsp;โดยผู้ตายนั้นพักอยู่ในแฟลตตำรวจเพียงลำพัง ส่วนภรรยากับลูก ๆ อาศัยอยู่ใน จ.พัทลุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านพล.ต.ต นุกูล ไกรทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตรังกล่าวว่า คาดว่าน่าจะเกิดจากปัญหาส่วนตัว แต่ไม่ทราบว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน โดยหลังจากนี้ จะให้ทั้ง 14 โรงพักใน จ.ตรัง สำรวจปัญหาของตำรวจตั้งแต่ชั้นประทวนถึงชั้นสัญญาบัตร ว่ามีความเครียดมากน้อยเพียงใด หากพบก็จะให้เข้ารับการบำบัดกับนักจิตวิทยาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายจากภาวะซึมเศร้าหรืออาการเครียดดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31897</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, ตำรวจ, สภ.เมืองตรัง, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c933df47b59e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2019 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุกอาจ2คนร้ายควบจยย.กระหน่ำยิงอดีตผญบ.เมืองตรังดับอนาถ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.62 - พ.ต.ต.เมธี ภิญโญประการ สารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุช่วงเย็นวานนี้ มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ริมถนนบ้านโคกวัว หมู่ที่ 1 ต.นาบินหลา อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งเหตุจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับขั้น &amp;nbsp;พร้อมเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.นุกูล ไกรทอง ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง พ.ต.อ อลงกรณ์ สีมาวุธ ผกก.สภ.เมืองตรัง พ.ต.อ.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง ก่อนแจ้งประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง และแพทย์เวรโรงพยาบาลตรัง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง รุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณที่เกิดเหตุพบพบร่างผู้เสียชีวิต สภาพศพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ทราบชื่อคือ นายสมพงษ์ บุญมา อายุ 64 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 อยู่บ้านเลขที่ 43/1 ม.1 ต.นาบินหลา อ.เมือง จ.ตรัง ภายในมือยังถือเคียว สำหรับตัดหญ้าวัวอยู่ สภาพศพโดนยิงด้วยอาวุธปืนชนิดลูกโม่ ไม่ทราบขนาดยิงใส่ผู้ตาย กระสุนเจาะเข้าที่บริเวณเหนือคิ้วขวา 1 นัด แขนขวา 1 นัด ต้นแขนซ้าย 3 นัด บริเวณสีข้างด้านซ้าย 1 นัด รวม 6 นัด ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร พบถังสำหรับใส่หญ้าวัวของผู้ตายตั้งอยู่ ก่อนที่จะนำศพ ไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แนวทางการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายสมพงษ์ ผู้ตายได้เดินออกมาจากบ้านห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร เพื่อมาตัดหญ้าให้วัวชนที่ตัวเองเลี้ยงไว้ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ระหว่างกำลังตัดหญ้าอยู่นั้น ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบแผ่นทะเบียน สี และยี่ห้อ ปิดบังใบหน้ามิดชิด ทันใดนั้นได้ใช้อาวุธถล่มยิงใส่ผู้ตาย ก่อนจะขับหลบหนีไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผู้เสียชีวิตมีนิสัยเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นการสังหารในครั้งนี้ มาจากความขัดแย้งส่วนตัว โดยได้ทำการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งแกะรอยจากภาพวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนีติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26358</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, นายสมพงษ์ บุญมา, พ.ต.ต.เมธี ภิญโญประการ, ยิงผู้ใหญ่บ้าน, สภ.เมืองตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c394034f2dc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
