<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นหนังสือค้านตั้งรักษาการคณบดี&#039;ว.การบิน&#039;นครพนม ชง4ชื่อแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 -&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานพ ชื่นชมบุญ อายุ 43 ปี บุคลาการวิทยาลัยการบินนานาชาติ (ว.การบินฯ)&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยนครพนม (มนพ.) ตำแหน่งศิษย์การบิน ในฐานะผู้ได้รับฉันทามติให้เป็นตัวแทนนักศึกษา และพนักงาน ว.การบินฯ จำนวน 90 คน เดินทางมาพร้อมกับนายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ ทนายความ เข้าพบ ร.ต.ท.(หญิง)มนัสนันท์ บุรีภักดี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อแจ้งความลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp; จากกรณีคณะบุคคลปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสภาฯและกรรมการสภา มนพ. ที่มีมติแต่งตั้ง ดร.ทัศนา ประสานตรี ซึ่งปัจจุบันรักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนม (รก.อธก.มนพ.) ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการคณบดี ว.การบินฯ อีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งการแต่งตั้งถือว่าเป็นมติที่มิชอบด้วยกฎหมาย เพราะบุคลากรที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนครพนม และระเบียบของวิทยาลัยการบินนานาชาติ มนพ. จึงได้ร่วมกันลงลายมือชื่อคัดค้าน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้ว นายมานพตัวแทนบุคลากร ว.การบินฯ เปิดเผยหนังสือขอคัดค้านและขอถอดถอน มติคณะบุคคลปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสภาฯและกรรมการสภา มนพ. โดยระบุข้อความว่า หลังจาก พล.อ.ต.นภาพล อาชวาคม รก.คณบดี ว.การบินฯ ครบวาระ 180 วัน ทางคณะบุคคลจึงได้แต่งตั้ง นายธานี ทุมประเสน พนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์ ว.การบินฯ เป็น รก.คณบดีฯ ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 64 -18 กุมภาพันธ์ 65 แต่นายธานีได้ไปชี้แจงในที่ประชุมสภาฯและขอลาออกจาก รก.คณบดี ว.การบินฯ ในที่ประชุมจึงมีการแต่งตั้ง ดร.ทัศนา ประสานตรี แทนตำแหน่งที่ลาออก มีผลวันที่ 3 กันยายน 64 เป็นต้นมา แต่ทาง ว.การบินฯยังไม่เห็นหนังสือแต่งตั้งฉบับดังกล่าวอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในหนังสือคัดค้านยังระบุด้วยว่า ดร.ทัศนา ประสานตรี ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่ง รก.อธก.มนพ.เป็นระยะเวลา 6 เดือนผ่านมาแล้ว ไม่มีการให้ความช่วยเหลือใดๆ กับบุคลากร ว.การบินฯ ตลอดจนนักศึกษาศิษย์การบินเป็นรูปธรรม ไม่เคยแม้จะตรวจเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจ ที่สำคัญ ดร.ทัศนา ประสานตรี ไม่มีคุณวุฒิและประสบการณ์ทางด้านการบิน ตามข้อกำหนดตาม Training Procedure Manual :TPM ของวิทยาลัยการบินนานาชาติ และไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.เดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 ว่าด้วยคณะกรรมการการบินพลเรือน ที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถาบันการบินให้ปฏิบัติตาม กล่าวคือไม่มีคุณวุฒิด้านการบริหารและประสบการณ์ด้านการบินที่สามารถดำรงตำแหน่ง Accountable Executive :AE ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งมีการจัดผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณปี พ.ศ.2564 ประเภทสถาบันอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยนครพนมได้ลำดับที่ 82 จากทั้งหมดที่มีจำนวน 83 สถาบัน ผลการประเมินไม่ผ่านได้เกรด C&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะเจ้าหน้าที่บุคลากร ว.การบินฯ ตลอดจนนักศึกษาศิษย์การบิน ต้องการได้ผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญด้านการบินโดยตรง ที่ผ่านมาการแต่งตั้งถือปฏิบัติตามข้อกำหนดฯมาโดยตลอด ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นำบุคคลที่ขาดความเชี่ยวชาญด้านการบินมาบริหาร ถ้าเป็นเช่นนี้การบินจะเดินหน้าไปได้อย่างไร ทางคณะเจ้าหน้าที่บุคลากรฯ จึงได้เสนอรายชื่อบุคคลภายใน ว.การบินฯ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบินอย่างแท้จริง เพื่อให้คณะบุคคลฯพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รก.คณบดีฯ จำนวน 4 คน ได้แก่ 1.พล.อ.อ.อารมย์ ปัถวี 2.พล.อ.ท.สกันต์ สอนหลักทรัพย์ 3.พล.อ.ต.พีระเดช เกิดนาวี 4.พล.อ.ต.นภาพล อาชวาคม เนื่องจากบุคคลทั้งสี่มีความรู้ความสามารถถูกต้องตามข้อกำหนดฯและ พ.ร.บ.เดินอากาศทุกประการ ต่างจาก ดร.ทัศนา ประสานตรี ที่ไม่มีความรู้ความสามารถด้านการบินใดๆ ทั้งสิ้น จึงถือว่าขาดคุณสมบัติโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานพ กล่าวว่า หลังจากนี้ตัวแทนบุคลากร พนักงานและนักศึกษา จะยื่นหนังสือคัดค้านต่อคณะบุคคลปฏิบัติหน้าที่แทนนายก และกรรมการสภา มนพ. พิจารณาตามข้อเรียกร้อง หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็จะยกระดับไปสู่ชั้นศาลปกครองต่อไป นอกจากนี้ บุคลากรตลอดจนพนักงานยันภารโรง ว.การบิน ยังไม่ได้รับเงินเดือนย่างเข้าสู่เดือนที่ 8 ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115760</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, รักษาการคณบดี, ว.การบิน, ศิษย์การบิน, สภ.เมืองนครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_61358abde6eb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะเทือนใจ &#039;หนุ่มไรเดอร์&#039; จมน้ำพร้อมลูกสาว หลังพยายามช่วยน้องหมาตกน้ำ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น.ของวันที่ 21 สิงหาคม 2564 ร.ต.อ.จำรัส ศรีหาตา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำสูญหาย จำนวน 2 คน &amp;nbsp;บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เยื้องจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมทำลายใต้น้ำหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.),กู้ภัยศรีสัตตฯ,งานป้องกันฯเทศบาลเมืองนครพนม,ตำรวจน้ำ,รพ.นครพนม,กู้ภัยนครพนม,วีอาร์กู้ภัยลำโขงเฟรนด์ชิพฯ และกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนมจุดเมืองนครพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยที่เกิดเหตุเป็นริมฝั่งน้ำโขง ระดับน้ำลึกไม่ต่ำกว่า 4&amp;ndash;5 เมตร บริเวณดังกล่าวมีโป๊ะแพเหล็กยื่นออกไปในน้ำ ซึ่งเป็นของกลุ่มชมรมนกเป็ดน้ำที่ใช้ในการออกกำลังกายทางน้ำ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันระดมค้นหาตามจุดที่มีชาวบ้านพบเห็น และข้อมูลเบื้องต้น ว่า มีชายหนุ่มและลูกสาวพร้อมสุนัขพันธุ์ทางเพศผู้ 2 ตัว แต่งกายด้วยชุดวอร์มเหมือนมาเดินออกกำลังกาย พอเดินมาตรงจุดดังกล่าวทั้งหมดก็กระโดดลงน้ำไป ทั้งนี้ร่าง 2 พ่อลูกได้จมน้ำหายไป ส่วนสุนัขสองตัวลอยคอตระเกียกตระกายขึ้นมาอยู่บนฝั่ง และวิ่งวนไปวนมาอยู่บริเวณนั้นตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาค้นหาร่างสองพ่อลูกนานนับชั่วโมง กระทั่งพบศพทั้งคู่อยู่ห่างชายฝั่งออกไปประมาณ 5 เมตร จึงรีบนำร่างขึ้นมาที่ริมฝั่ง ทราบต่อมาว่าชื่อ นายระฆังเงิน อินทรา หรือนัท อายุ 30 ปี อาชีพเป็นไรเดอร์รับส่งอาหาร มีบ้านเช่าอยู่ในชุมชนวัดโอกาส เทศบาลเมืองนครพนม สภาพศพสวมใส่ชุดวอร์มสีดำ &amp;nbsp; ส่วนลูกสาวชื่อภายหลัง ด.ญ.กุลนารถ อินทรา หรือน้องโม อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนเทศบาล 4 &amp;nbsp;สภาพศพสวมใส่ชุดกีฬาสีชมพู มีกระเป๋าสะพายไหล่ จากการชันสูตรไม่พบร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย โดยระหว่างชันสูตรของแพทย์สุนัขทั้งสองตัว นั่งอยู่ข้างศพสองพ่อลูกอยู่ไม่ห่าง ซึ่งเป็นภาพสุดรันทดแก่ผู้พบเห็นเป็นจำนวนมาก บางคนถึงกลั้นน้ำตาไม่ไหว &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีหญิงคนหนึ่งอ้างเป็นอดีตภรรยา ได้เดินทางมาสภาพศพอดีตสามีรวมถึงลูกสาว เมื่อเห็นสภาพศพถึงกับเข่าอ่อนแทบช็อกและร้องไห้โฮ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่รับทราบจากพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ว่า นายนัทและน้องโมพร้อมด้วยสุนัขมาเดินออกกำลังกายด้วยกัน พอถึงจุดที่เกิดเหตุด้วยความซนของสุนัข จึงเดินลงไปเล่นที่โป๊ะเหล็กแล้วพลาดตกลงน้ำ น้องโมเห็นจึงวิ่งกระโดดลงไปช่วยทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น นายนัทเห็นลูกสาวเป็นเช่นนั้นจึงวิ่งโดดลงไปช่วย และร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ก่อนที่ร่างทั้งสองจะกอดกันจมน้ำหายไป
ด้านนางสมคิด อินทรา อายุ 53 ปี แม่ของผู้ตาย รวมถึงญาติใกล้ชิดให้ข้อมูลว่า &amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้พาลูกสาวและสุนัขมาเดินวิ่งออกกำลังกายริมแม่น้ำโขง &amp;nbsp;เคยมีครอบครัวที่อบอุ่นกับภรรยาวัย 27 ปี &amp;nbsp;จนมีพยานรักด้วยกัน 2 คนเป็นหญิงทั้งคู่ คนโตคือน้องแตงโมอายุ 7 ขวบ ส่วนคนเล็กอายุ 4 ขวบ ก่อนหน้านี้ราว 2 ปีเศษได้ไปกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนค้าขายกว่าแสนบาท สุดท้ายเจอพิษโควิดทำให้ขาดทุนย่อยยับ จึงหันมาประกอบอาชีพเป็นไรเดอร์ขับรถจักรยานยนต์รับส่งอาหารในตัวเมืองนครพนม ภายหลังมีปากเสียงกับภรรยาบ่อยครั้งถึงขั้นเลิกรากันมาประมาณ 2 ปี แต่นายนัทก็รับภาระดูแลลูกสาวทั้งสองคนเพียงลำพัง ช่วงหลังมีปัญหาค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ จึงเกิดความเครียดซึมเศร้าเคยบ่นท้อใจกับแม่ รวมถึงญาติคนใกล้ชิดตลอด &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเมื่อเจ้าหน้าที่นำข้อมูลจากพยานที่เห็นเหตุการณ์มาประกอบแล้ว เชื่อว่าไม่น่าจะใช่การฆ่าตัวตาย แต่คาดว่าเกิดจากที่สุนัขดื้อซนตามประสาจนพลาดตกน้ำ น้องโมจึงโดดลงไปช่วยและนายนัทก็วิ่งไปช่วยอีกคน ก่อนที่ทั้งคู่จะจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว โดยทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการตายจึงขอนำศพสองพ่อลูกไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114105</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำ, ช่วยน้องหมาตกน้ำ, พร้อมลูกสาว, สภ.เมืองนครพนม, ไรเดอร์หนุ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121b1527becc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกจับ &#039;อรหันต์ลวงโลก&#039; ตุ๋นเหยื่อกว่า 400 ราย หลงเชื่อซื้อผ้าป่าสะสมบุญให้ผลตอบแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.จตุรงค์ มหิทธิโชติ ผกก.สืบสวนจังหวัดนครพนม พ.ต.อ.ณัฏฐวิชฌ์ ราชแก้ว ผกก.สภ.เมืองนครพนม&amp;nbsp;นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอเมืองนครพนม&amp;nbsp;ร่วมกับนายจุลสัน ทันอินทร์อาจ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดฯ เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์อำเภอเมืองนครพนม นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;นำหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ที่ ค 181/2564 ลงวันที่ 27 เมษายน 2564 เข้าจับกุมนางสาวอิสรีย์ อินทร์ไชยา หรือพญาธรรมมิกราช อายุ 49 ปี&amp;nbsp;ผู้แอบอ้างตนเป็นภิกษุณี เจ้าสำนักสถานปฏิบัติธรรมวิปัสสนาพระพุทธสิกขี ตั้งอยู่เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน หลังมีชาวบ้านผู้เสียหายในพื้นที่ อ.เมืองฯ , อ.ท่าอุเทน และ อ.ปลาปาก จ.นครพนม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จำนวน 3 สภ. ได้แก่ สภ.เมืองนครพนม , สภ.ท่าอุเทน และ สภ.กุตาไก้ รวมกว่า 400 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมฉ้อโกงประชาชน จัดตั้งกองทุนขึ้นมาอ้างว่านำไปช่วยเหลือโควิด จึงระดมทุนให้ผู้หลงเชื่อซื้อผ้าป่าสะสมบุญกองละประมาณ 3,500 บาท&amp;nbsp;โดยให้ผลตอบแทนสูงเช่นคืนกำไรด้วยทองคำรูปพรรณหนัก 1 สลึง เริ่มแรกมีคนลงทุนซื้อกองทุนดังกล่าวเพียงกองทุนเดียว ไม่ถึง 10 วัน ก็เรียกให้ไปรับกำไรเป็นทองคำ 1 สลึงจริง ทำให้มีคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ ควักเงินซื้อกองทุนเพิ่มมากขึ้น บางคนอยากได้ทองคำเยอะก็ลงทุนซื้อผ้าป่าหลายสิบกอง เวลาผ่านไปประมาณ 3 เดือน ไม่ได้ผลตอบแทนเหมือนทีแรก จึงคิดว่าถูกเจ้าสำนักหลอกลวงให้สูญเงินแน่แล้ว จึงชักชวนกันไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าจับกุม ได้พบพระสงฆ์รูปหนึ่งทราบว่าชื่อเล่นพระตึ๋ง ออกมาด้านหน้าสำนักอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงมาปฏิบัติธรรมเท่านั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปสอบสวนที่สำนักพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ถือหมายจับเข้าไปภายใน พบตัว น.ส.อิสรีย์ หรือพญาธรรมมิกราช แต่งกายในคล้ายสงฆ์ห่มกายด้วยจีวรสีเหลือง นั่งบนเก้าอี้ในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ และเรียกสรรพนามแทนตัวเองว่าอาตมา&amp;nbsp;พร้อมอ้างตนว่าเป็นอรหันต์ แรกๆพูดเป็นภาษาอังกฤษทำทีเป็นพูดไทยไม่ชัด และแสดงธรรมเทศนาโปรดเจ้าหน้าที่ ซึ่งจ้องใช้การเจรจานานกว่า 10 นาที จึงยอมให้จับกุมตัวแต่โดยดี โดยยืนยันว่าไม่ได้ฉ้อโกงและไม่มีส่วนรู้เห็น ถ้าผู้เสียหายต้องการเงินคืน บอกเลยว่าไม่มีเงินคืนให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตลอดเวลาที่พูดคุย น.ส.อิสรีย์จะอ้างตนเป็นพระอรหันต์ชั้นสูงที่มาโปรดพุทธศาสนิกชน เพื่อพาไปสู่เส้นทางแห่งความสงบ&amp;nbsp;ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบสวนในข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน และขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พบว่าพื้นที่สำนักดังกล่าว มีเนื้อที่กว่า 7 ไร่ มีการก่อสร้างอาคารสถานที่ปฏิบัติธรรม พระพุทธรูปจำนวนมาก รวมถึงมีแม่ชีอีก 2 รูปที่ดูแลในวัด แต่อ้างไม่รู้เห็น และไม่เกี่ยวข้องเพียงมาปฏิบัติธรรมเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้มีการสอบสวนเพิ่มเติมภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า วันนี้ทางตำรวจและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้นำหมายศาลจังหวัดนครพนม เข้าจับกุม น.ส.อิสรีย์ หรือพญาธรรมมิกราช ที่ตั้งตนเป็นภิกษุณี&amp;nbsp;แต่ไม่ได้รับการอนุญาตตามระเบียบของศาสนา และมีการตั้งสำนักปฏิบัติธรรม เพื่อแสวงผลประโยชน์จากชาวบ้าน ด้วยการตั้งกองทุนผ้าป่าช่วยเหลือโควิด โดยมีการมอบหมายให้สายบุญ เดินสายตระเวนเหยื่อในพื้นที่อำเภอต่างๆ ร่วมบริจาคทำบุญกองผ้าป่า กองละประมาณ 3,500 บาท และมีผลตอบแทนคืนกำไรสูงเป็นเงินสดบ้าง รวมถึงทองคำรูปพรรณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงแรกเป็นการเชิญชวนให้หลงเชื่อ ทำให้ชาวบ้านตกเป็นเหยื่อซื้อกองทุนผ้าป่ามากขึ้น สุดท้ายไม่ได้ผลตอบแทนคืน และไม่ได้ตามข้อตกลง ทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อกว่า 400 ราย&amp;nbsp;รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตามวันนี้เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาความผิดฉ้อโกงประชาชน และจะได้สอบสวนขยายผลในฐานความผิดอื่นๆ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า จะมีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อเอาผิดตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp; แต่ในเบื้องต้นได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่อ้างเป็นพระภิกษุณีตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม นอกจากนี้ยังมีการจับกุมแม่ชีอีก 2 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการทำหน้าที่เดินสายหลอกชาวบ้าน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างควบคุมตัวไปสอบสวนดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง การบวชเป็นพระภิกษุณีนั้น ในประเทศไทยยังไม่เปิดกว้าง สตรีผู้เสื่อมในพระพุทธศาสนา ต้องการจะบวชต้องเดินทางไปที่ประเทศศรีลังกาเพียงแห่งเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100950</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ฉ้อโกงประชาชน, ภิกษุณี, สภ.เมืองนครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_608805247316c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าอาวาสสุดทน นำคลิปวงจรปิดแฉโจรใจบาปฉกเงินผ้าป่า หวั่นเป็นภัยสังคมก่อเหตุต่อเนื่อง 3 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูโสภณรัตนากร เจ้าคณะตำบลนาทราย อายุ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ปี เจ้าอาวาสวัดโพนแก้ว บ้านโพนงาม หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม ได้มอบหมายให้นายจำนง อ่อนพินา กำนันฯ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.สัจจานันท์&amp;nbsp; บางทราย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐานภายในวัด พร้อมนำภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ไปสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ&amp;nbsp;22.00&amp;nbsp;น. วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีโจรใจบาป เข้ามาลักขโมยเงินบริจาค ที่ญาติโยมมาทำบุญสร้างอุโบสถ และเก็บรักษาไว้บนศาลาการเปรียญของวัด คาดว่าหายไปประมาณ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาทมีทั้งธนบัตรใบละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;,&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท เสียบไว้บนต้นเงินผ้าป่าจากศรัทธาชาวบ้านมาร่วมทำบุญพัฒนาวัด เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากการตรวจสอบในภาพวงจรปิดมีคนร้ายเป็นชายสูงโปร่งประมาณ&amp;nbsp;150-160&amp;nbsp;เซนติเมตร สวมเสื้อแขนยาวมีหมวกปกคลุมใบหน้า สวมถุงมือ ถุงเท้า&amp;nbsp;ป้องกันลายนิ้วมือแฝงเป็นอย่างดี&amp;nbsp;เข้าไปลักขโมยเงินและปีนศาลาการเปรียญหลบหนีออกไปทางด้านหลังวัด&amp;nbsp;ซึ่งทางพระเจ้าอาวาสเชื่อว่าเป็นคนในพื้นที่ และรู้ทิศทางการหลบหนี และความเคลื่อนไหวของวัด&amp;nbsp;ซึ่งตำรวจกำลังเร่งสืบสวนติดตามแกะรอยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พระครูโสภณรัตนากร&amp;nbsp;เจ้าอาวาสเปิดเผยว่าจากข้อมูลกล้องวงจรปิด คนร้ายเข้ามาก่อเหตุเวลา&amp;nbsp;22.15&amp;nbsp;น. ของวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และมั่นใจว่าเป็นคนในพื้นที่&amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้เมื่อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีที่แล้ว ช่วงทำบุญผ้าป่าสมทบทุนสร้างอุโบสถ&amp;nbsp;คนร้ายคาดว่ามีลักษณะเดียวกัน&amp;nbsp;เคยเข้ามางัดเงินในตู้บริจาครูปเณรน้อย ที่ตั้งไว้ในศาลาหลังนี้ได้เงินไปกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท ต่อมาครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้วนี่เอง คนร้ายย่ามใจเข้ามายกตู้เงินบริจาคหนีไป ได้เงินบริจาคร่วม&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;บาท โดยนำตู้ไปโยนทิ้งน้ำที่ลำห้วยทางไป บ้านโพธิ์ตาก ต.โพธิ์ตาก อ.เมืองนครพนม แต่ไม่คิดจะเอาเรื่อง ถือว่าทำทานแก่สรรพสัตว์ผู้ยากไร้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งครั้งนี้เป็นครั้งที่&amp;nbsp;3 นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว เห็นคนร้ายชัดเจนมาก ก่อเหตุลักษณะเดียวกัน ส่วนครั้งนี้คงไม่ให้โอกาสแล้ว ถึงจะเป็นเงินไม่มาก แต่สำคัญคนร้ายจะเป็นภัยสังคม และอาจเป็นอันตรายต่ออาตมา&amp;nbsp;จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เพื่อให้เร่งสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95487</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ฉกเงินวัด, วัดโพนแก้ว, สภ.เมืองนครพนม, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_60470bd48e81e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบคาผ้าเหลือง! ชาวบ้านเหลืออดภาพอัปรีย์ แจ้งจับพระมั่วสุมเสพยาบ้าในกุฏิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.63 - เมื่อเวลา 16.00 น. ชุดปฏิบัติการประกอบด้วย ชุดเฉพาะกิจจังหวัดนครพนม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในละแวกหมู่บ้านอัมพร 1 ถนนบายพาส ว่าภายในกุฏิหลังหนึ่งของวัดธาตุฝุ่น ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม มีพระภิกษุสงฆ์บางรูปพร้อมวัยรุ่นในพื้นที่ มั่วสุมเสพยาบ้าในกุฏิดังกล่าวเป็นประจำ จึงประสาน ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนม ตำรวจน้ำ ตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) และชุดสืบสวน สภ.เมืองนครพนม วางแผนเข้าจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งสายสืบนอกเครื่องแบบแจ้งว่า กุฏิต้องสงสัยมีฆราวาส 1 คน และพระรูปหนึ่งเข้าไปนานผิดปกติ และมีควันลอยออกมาทางหน้าต่าง คาดว่ากำลังเสพยาบ้ากัน จึงนำกำลังเข้าล้อมและจู่โจมเข้าไปพบพระอมตะ แสนเยีย หรือ แจ็ค อายุ 38 ปี เดิมอยู่บ้านเลขที่ 112/26 ถนนประชาร่วมมิตร ต.หนองญาติ อ.เมือง&amp;nbsp;จ.นครพนม เป็นพระลูกวัด และนายชาญชัย คุ่ยยาสุข หรือเต๋า อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/5 ซอยจันทวงค์ ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม กำลังนั่งสูบยาบ้ากันอยู่ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 274 เม็ด นำตัวพระแจ๊คไปให้เจ้าอาวาสสึก ก่อนจะนำตัวไปสอบสวนขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแจ็ค รับสารภาพว่าร่วมกับนายเต๋าเสพยาบ้าเป็นประจำ เพราะก่อนหน้ายังไม่ได้บวชก็มั่วสุมกับเพื่อนๆเสพยากันเสมอ โดยเพิ่งบวชทดแทนคุณบุพการีก่อนเข้าพรรษา แต่ตัดขาดจากยาเสพติดไม่ได้จึงให้นายเต๋านำยาบ้ามาเสพกันในกุฏิ บางครั้งหิวยาจัดก็นั่งเสพกันอย่างโจ๋งครึ่มที่ใต้ถุนกุฏิ ชาวบ้านเดินผ่านไปมาจึงเห็นบ่อยๆ และตนเคยต้องโทษเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายเต๋าให้การว่าพวกตนติดยาบ้างอมแงม วันไหนไม่ได้เสพจะมีอาการหงุดหงิด โดยซื้อจากคนที่รู้จักกัน เจ้าหน้าที่จึงกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย นำตัว ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72871</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, จับสึกพระเสพยา, สภ.เมืองนครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f217a80128ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! หนุ่มชลบุรีกระหน่ำยิง 3 ศพ กลางเมืองนครพนม อ้างแค้นเมียหันคบผัวเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.30 น. ร.ต.อ.พยุง ศรีโฮง รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บริเวณถนนมหาสิทธิโชค เขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.ณรงค์ นาคทั่ง รอง ผบก.ภ.จ.นครพนม พ.ต.อ.วรเพชร เพชรบรม ผกก.สภ.เมืองนครพนม พ.ต.ท.คำดี เฮียงบุญ รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.จีรุฎฐ์ &amp;nbsp;พิมพ์พา รอง ผกก.สืบสวนฯ แพทย์เวร รพ.นครพนม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ชุดสืบสวน กู้ชีพศรีสัตตนครพนม กู้ภัยนครพนม กู้ภัยลำโขงเฟรนด์ชิฟ และรถกู้ชีพ 1669&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลนตัดใหม่ ชื่อถนนมหาสิทธิโชค &amp;nbsp;บริเวณหน้าตลาดนัดเย็น &amp;nbsp;ฝั่งขาเข้าถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 ที่ริมฟุตบาธพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำ 4 ประตู ทะเบียน งบ 1003 ชลบุรี พื้นถนนด้านรถประตูฝั่งขวา &amp;nbsp;พบศพผู้ตายเป็นหญิง ทราบชื่อ น.ส.สุจิตรา เชียงใบ อายุ 23 ปี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืน 2 นัดเข้าที่ศีรษะและสีข้างเสียชีวิตคาที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ริมฟุตบาธประตูรถฝั่งซ้าย &amp;nbsp;พบศพ น.ส.จิตรา เชียงใบ อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของ น.ส.สุจิตรา มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด และใกล้เคียงกันบนทางเท้ามีศพนางโอลา &amp;nbsp;เชียงใบ อายุ &amp;nbsp;45 ปี บ้านเลขที่ 38/2 หมู่ 4 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเข้าที่ศีรษะ 1 นัด โดยนางโอลาเป็นแม่ของผู้ตายทั้งสอง &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 9 ม.ม. ตกอยู่กลางถนน 5 ปลอก และหัวกระสุนอีก 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคนก่อเหตุทราบภายหลังว่าชื่อนายนพดล &amp;nbsp;น่วมสำลี หรือบี อายุ &amp;nbsp;42 ปี บ้านเลขที่ 74/331 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี &amp;nbsp;หลังก่อเหตุสลดได้ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกรู๊ปปี้ไอ &amp;nbsp;สีชมพู-ขาว ทะเบียน 1 กค นครพนม 3832 ไปรับลูกสาววัย 8 ขวบ &amp;nbsp;ที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงวิทยุสกัดจับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบนายนภดลขับรถ จยย.คันดังกล่าว มาพร้อมกับเด็กหญิงที่เป็นลูกสาวบริเวณร้านยางรถยนต์ริมถนนทางหลวงฯ 22 เจ้าหน้าที่จึงสกัดและจับกุมตัว โดยนายนภดลมือปืนได้ชูมือขึ้นเหนือหัว พร้อมบอกว่าผมขอมอบตัว &amp;nbsp;จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองนครพนม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายนพดล ขับรถกระบะมากับ น.ส.จิตรา แฟนสาวออกจากบ้านเอื้ออาทร ซอย 4 เขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อจะไปรับลูกสาวที่โรงเรียนอนุบาล ระหว่างทางเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันนายนพดลจึงจอดรถริมฟุตบาธ &amp;nbsp;เพื่อเคลียร์ปัญหาคาใจ ขณะเดียวกัน น.ส.สุจิตราก็โทรศัพท์บอกแม่คือนางโอลามาช่วย โดยมี น.ส.จิตราพี่สาวซ้อนท้ายมาด้วย จากนั้นนายนภดลก็ชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงคนทั้งสามชีวิตคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามนายนภดลผู้ต้องหาที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าได้พบรักกับ น.ส.สุจิตราที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ก่อนจะมาตกลงปลงใจอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา เป็นเวลา 2 ปีผ่านมา &amp;nbsp;โดยตนและฝ่ายหญิงต่างมีลูกติดด้วยกันทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณเดือนพฤษภาคม 63 ที่ผ่านมา ตนดื่มเหล้าเมาแล้วมีปากเสียงขั้นทุบตีเมีย จึงทำให้ น.ส.สุจิตราหนีกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดนครพนม ด้วยความรักตนจึงตามมาง้อขอคืนดีกับเมีย และพ่อตาแม่ยายเปิดโอกาสให้แก้ตัว หากไม่กินเหล้าเมาตีเมียก็จะให้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง โดยตนทำเรื่องย้ายโรงเรียนลูกสาวมาอยู่นครพนม หวังตั้งหลักปักฐานไว้ที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนภดลเล่าต่อว่านางโอลาแม่ยายรู้ว่าอดีตลูกเขยที่ทำงานอยู่การไฟฟ้าถูกหวยรางวัลที่ 1 เมื่อปีก่อน จึงเอาลูกชายที่เกิดกับลูกสาวตนมาอ้างให้อดีตสามีมาช่วยดูแล ตนซึ่งเป็นสามีคนปัจจุบันก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่มีครั้งหนึ่งขณะที่ตนกลับไปดำเนินเรื่องย้ายลูกสาวมาเข้าโรงเรียนที่นครพนม เช็กพิกัดจากมือถือพบว่าเมียตนเองมาที่จังหวัดขอนแก่น จึงรีบเดินทางมาดูพบว่า น.ส.สุจิตรากำลังเดินลงมาจากโรงแรมพร้อมกับอดีตสามีเก่า เมื่อสอบถามก็อ้างว่ามีจัดการเรื่องลูกไม่ได้มีอะไรกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความรักเมียจึงไม่คิดอะไร แต่สิ่งที่ทำใจไม่ได้เพราะเปิดโทรศัทพ์เมีย พบบันทึกข้อความว่าวันที่และเวลาเท่าไหร่ ไปอยู่ไหนกับอดีตสามี ตนจึงเค้นถามเมียว่ากลับไปคืนดีกับผัวเก่าใช่ไหม ทีแรก น.ส.สุจิตราปฏิเสธแต่พอตนเปิดหน้าจอที่ก๊อปปี้ไว้ น.ส.สุจิตราจึงยอมรับว่าไปมีอะไรกันจริง และสิ่งที่ตอกย้ำในหัวใจคือตนทำไม่ดีเท่าผัวเก่า จึงเก็บความรู้สึกดังกล่าวไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งถึงวันที่เกิดเหตุขณะจะไปรับลูกสาว ตนถามว่าจะไปคืนดีกับผัวเก่าก็บอก ตนถามแค่นี้เมียก็โวยวายแล้วโทรศัพท์บอกให้แม่กับพี่สาวมา เมื่อมาถึง น.ส.จิตราไม่พูดพร่ำใช้ฝ่ามือตบใบหน้าตนไป 1 ที พร้อมรุมกันด่าด้วยคำหยาบคาย ด้วยอารมณ์ชั่ววูบจึงดึงปืนที่สะพายอยู่ในกระเป๋ากระหน่ำคนทั้งสามชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังก่อเหตุได้บอกคนแถวนั้นว่าช่วยโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้ด้วย โดยตนก็นั่งรออยู่ในที่เกิดเหตุ ประมาณ 15 นาที เมื่อยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมา นึกขึ้นได้ว่าลูกสาวไม่มีคนไปรับ จึงบอกคนละแวกนั้นว่าถ้าตำรวจมาบอกด้วยเดี๋ยวมามอบตัว ไปรับลูกสาวที่โรงเรียนก่อน ซึ่งนายนภดลเล่าด้วยน้ำตาต่อว่าหลังยิงเมีย แม่ยาย และ พี่สาว แล้ว คิดจะยิงตัวตายตาม แต่นึกถึงหน้าลูกสาวว่าจะอยู่กับใคร จึงขอติดคุกรับใช้กรรมที่ก่อ และถอดแม็กกาซีนซองปืน พร้อมอาวุธปืนวางไว้ที่หน้ารถ ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีไปไหนทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สนง.ตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.อ.จีรนันท์ ธนสิงห์ หน.พิสูจน์หลักฐาน พร้อมคณะไปร่วมตรวจที่เกิดเหตุด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไพจิตร &amp;nbsp;เชียงใบ อายุ 60 ปี สามีของนางโอลา และเป็นพ่อของ น.ส.จิตรา น.ส.สุจิตรา กล่าวว่า ตนมีอาชีพขับรถสามล้อเครื่อง &amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุนายนพดล มือปืน &amp;nbsp;ได้ขับรถกระบะออกจากบ้านเอื้ออาทรพร้อมลูกสาว &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีเรื่องระหองระแหงกันมาตลอด &amp;nbsp;ตนมาที่เกิดเหตุพบว่าทั้ง 3 คน เสียชีวิตแล้ว และนายนพดลบอกว่าเดี๋ยวมานะจะไปรับลูกสาว ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องหึงหวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70434</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, สภ.เมืองนครพนม, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5eff1b1d5ec88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันโผล่แล้ว!ศพวัยรุ่นนักตกปลาจมแม่น้ำโขง ผลชันสูตรไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.63 &amp;ndash; เมื่อช่วงเช้า พ.ต.ท.กฤษดา สุวรรณกูล สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีคนพบศพลอยน้ำมาติดบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง หลังศูนย์วิจัยพันธุ์พืชฯติดกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.) จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.นครพนม และเจ้าหน้าที่กู้ภัยศรีสัตตนครพนม กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม กู้ภัยลำโขงเฟรนด์ชิฟ และกู้ภัยนครพนม รุดไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ศพดังกล่าวเป็นชายลอยอืดนอนคว่ำหน้า ตรวจสอบชื่อ นายชินวัตร กีกาศ หรือชินจัง อายุ 18 ปี ราษฎรชุมชนบ้านกกต้อง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ที่จมน้ำหายไปเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 30 มี.ค.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา จากการชันสูตรพลิกศพ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ ญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โดยเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;ร.ต.อ.คงฤทธิ์ พลศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งมีเหตุคนตกเรือจมน้ำร่างสูญหาย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงด้านหลังโรงน้ำแข็งวารี ติดกับโรงแรมบลู ชุมชนวัดทุ่งประชานารถ บ้านท่าควาย เขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงประสานชุดปฏิบัติการจู่โจมทำลายใต้น้ำ นรข. และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย ร่วมกันค้นหาศพแต่เวลาพลบค่ำก่อน จึงยุติการค้นหาชั่วคราว และดำน้ำหาร่างในวันที่ 31 มีนาคม อีกครั้งก็ยังไร้วี่แวว กระทั่งวันที่ 1 เมษายน ร่างได้ลอยอืดขึ้นมาที่ริมตลิ่งหลังศูนย์วิจัยพันธุ์พืชนครพนม ห่างจากจุดตกน้ำประมาณ 500 เมตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายอุทัย จันดีแก้ว อายุ 38 ปี ทำงานเป็นพนักงานทั่วไป รพ.นครพนม บิดาของผู้เสียชีวิต ระบุว่า า ลูกชายมีนิสัยชอบตกปลา&amp;nbsp;และมักจะพายเรือมานั่งตกปลาอยู่ในแม่น้ำโขงเป็นประจำ วันเกิดเหตุลูกชายออกมาตกปลาตั้งแต่เที่ยงของวันที่ 30 มีนาคม ด้วยการถ่วงทุ่นหินลอยเรืออยู่ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 10 เมตร โดยผู้เห็นเหตุการณ์ที่ทำงานเป็นช่างก่อสร้างเล่าให้ฟังว่า ระหว่างผู้ตายนั่งอยู่ในเรือ ได้ใช้เบ็ดฝรั่งตกปลาจำนวน 2 คัน เป็นอุปกรณ์หาปลา ขณะนั้นมีเบ็ดคันหนึ่งพลัดตกน้ำ ผู้ตายจึงกระโดดลงไปกู้เบ็ดดังกล่าวคืน ขณะกำลังว่ายกลับเรืออาจจะเกิดตะคริวทำให้ร่างจมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน แต่ไม่มีใครลงไปช่วยเหลือชีวิตได้ เพราะอยู่ห่างกันหลายร้อยเมตร และทำงานอยู่บนตึกสูง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 ลงดำน้ำค้นหาร่างผู้สูญหาย แต่สภาพพื้นใต้แม่น้ำโขง มีความลดหลั่นไม่เรียบเหมือนแม่น้ำทั่วไป และยังมีซอกหินอยู่ใต้น้ำอีกจำนวนมาก จึงเป็นอุปสรรคต่อการค้นหาเสมอ กระทั่งศพลอยอืดขึ้นมาเองดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61669</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, นักตกปลา, สภ.เมืองนครพนม, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e840f9437e3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
