<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบทันควันลูกทรพีคลั่งยาคว้ามีดไล่ฟันหัวพ่อดับกลางบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.63 - เมื่อเวลา 03.00 น. ร.ต.อ.ธวัชชัย ศรีไหม รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุลูกใช้มีดพร้าฟันหัวพ่อตายคาที่ ในบ้านเลขที่ 49/5 ซอยพิทักษ์ดารา หมู่ 2 ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง ผกก.,พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ทองนุ่น รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.อาคม จอนนุ้ย รอง ผกก.(สอบสวน),แพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และจนท.มูลนิธิใต้เต๊กตึ้ง ไปที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในห้องโถงกลางพื้นลานบ้าน พบศพผู้ตายชื่อนายโบน ดาราโชติ อายุ 53ปี เจ้าของบ้าน นอนฟุบคว่ำหน้ากับพื้นบ้านในชุดนุ่งผ้าโสร่งผืนเดียวไม่สวมเสื้อเลือดไหลนอง สภาพศพมีบาดแผลถูกฟันด้วยมีดพร้าเข้ากลางศีรษะเป็นแผลยาวประมาณ7ซม.เลือดไหลนองเต็มพื้นบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบคนร้ายเป็นลูกชายแท้ๆของผู้ตาย ชื่อนายสมบูรณ์หรือเฉด ดาราโชติ อายุ 28ปี หลังก่อเหตุได้ถือมีดพร้าเปื้อนเลือดวิ่งหลบหนีออกจากบ้านหายไปก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ทองนุ่น รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้วิทยุสั่งให้ตำรวจสายตรวจจยย.ทั้งหมดระดมเข้ามายังที่เกิดเหตุทันที แล้วกระจายกำลังออกค้นหานายสมบูรณ์คนร้ายรายนี้ทันที ซึ่งคาดว่าน่าจะหลบหนีไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ในที่สุด พ.ต.ท.ก่อเกียรติ นำกำลังตำรวจสายตรวจ จยย.จับกุมนายสมบูรณ์ ได้ขณะแอบไปนอนหลับบนม้าหินอ่อน หน้าร้านค้าขายของชำ ในหมู่บ้าน ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ1กม. โดย จนท.ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้อย่างละม่อมพร้อมอาวุธมีดพร้าเปื้อนเลือดของกลาง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน ยังให้การวกวนไม่ได้สติว่าไม่ได้เป็นคนฆ่าพ่อและไม่รู้ว่าพ่อตายแล้ว และแสดงอาการตกใจเมื่อรู้ว่าพ่อตายแล้ว และเผยว่าก่อนหน้านี้มีปากเสียงทะเลาะกับพ่อเป็นประจำในเรื่องเงินๆทองๆแต่ปฏิเสธไม่ได้ฆ่าพ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางปิยะนุช ดาราโชติ อายุ 50ปี น้องสาวของผู้ตายให้การ ว่าปกติพ่อลูกคู่นี้จะมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำเป็นที่รู้กันดีของบรรดาญาติๆและคนในหมู่บ้าน แต่ครั้งนี้ทะเลาะรุนแรงถึงขั้นฆ่ากันตายดังกล่าว โดยตนเองซึ่งมีบ้านติดกันได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันเสียงดังลั่นและได้ยินเสียงดังโครมครามผิดปกติก่อนเงียบไป จึงเข้าไปดูก็พบร่างพี่ชายถูกลูกชายใช้มีดพร้าฟันหัวตายคาที่แล้วหลบหนีไป ซึ่งสาเหตุมาจากนายสมบูรณ์หรือเฉดลูกชายมีอาการเพี้ยนสติไม่สมประกอบจากเสพยาเสพติดชนิดหนึ่ง จนมาก่อเหตุรุนแรงฆ่าพ่อดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60812</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลูกทรพี, สภ.เมืองนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7aac3feac9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดระทึก! จับตาย &#039;ไก่ เซเว่น&#039; เสือร้ายจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน 3 คน สุดท้ายหนีไม่รอดถูกตร.วิสามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.63 - พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ทองนุ่น รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านเสริมสวย&amp;rdquo;น้องนุช&amp;rdquo; เลขที่ 1717/6 ซอยหลังวิกวิโรจน์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน รอง ผกก.สส. , ร.ต.อ.วรัชญ์ &amp;nbsp; สวัสดี รอง สวป.ทำหน้าที่ หน.สายตรวจร้อยเวร 20 พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งและตำรวจ นปพ.นครศรีธรรมราช รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันจับกุมคนร้ายในร้านเสริมสวยที่เกิดเหตุทันที โดยมี ด.ต.คำรพ อุปการณ์ดี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสามีของนางผานิตย์ อุปการณ์ดี อายุ 45ปี เจ้าของร้านเสริมสวยดังกล่าว ร่วมเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อล้อมจับกุมคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ จนท.พบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีดำแดง ทะเบียน 1กฉ-4178 ซึ่งเป็นของคนร้ายจอดอยู่หน้าร้านเสริมสวยดังกล่าว ส่วนคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์กำลังรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้านและได้เตรียมห่ออุปกรณ์เสริมสวยเตรียมจะหลบหนี ซึ่งเมื่อคนร้ายเห็น จนท.ตำรวจ จึงชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ออกมายิงใส่ จนท.ตำรวจ 1 นัดเพื่อเปิดทางหลบหนี แต่กระสุนไม่ถูกใคร ก่อนคนร้ายจะวิ่งหลบหนีออกไปบนถนนราชดำเนิน แล้ววิ่งตัดเข้าซอยไปทะลุถนนศรีปราชญ์ โดยมีรถจยย.ไม่ทราบสีและยี่ห้อมารับพาหลบหนีไป ซึ่ง จนท.ได้วิทยุกสัดจับคนร้ายที่หลบหนีอย่างไม่ลดละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเวลา 06.00 น. พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ได้กระจายกำลังไล่ติดตามคนร้ายไปจนถึงถนนป่าโล่ง ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 400 เมตร พบสังเกตเห็นคนร้ายวิ่งเข้าไปตามถนนป่าโล่ง จนท.จึงไล่ติดตาม จนคนร้ายได้หลบหนีบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 211/6 ถนนป่าโล่ง ซึ่งมีนางปิยะมาศ&amp;nbsp;บุญทิพย์ หรือ ตา อายุ 50ปี เจ้าของบ้านกำลังทำอาหารอยู่ในครัวหลังบ้าน ซึ่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจี้หัวจับตัวนางปิยะมาศเป็นตัวประกันบังคับจะเอารถจยย.เพื่อจะหลบหนี แต่นางปิยะมาศบอกว่าไม่มีรถจยย.คนร้ายจึงปล่อยตัวนางปิยะมาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนคนร้ายวิ่งเข้าไปในบ้านเลขที่ 2112/10 ที่อยู่ติดกัน ใช้ปืนจี้หัวนายประพาส ทิพย์ยุทธิ์ อายุ 63ปี เจ้าของบ้านเพื่อบังคับเอารถจยย.เพื่อหลบหนี แต่รถจยย.ไม่สามารถออกได้ คนร้ายจึงใช้ปืนจี้หัวนายประพาส ออกมาหน้าบ้านเพื่อขู่ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าทันใดนั้นได้มีนายกนกพล เจริญวรรณ อายุ 30ปี หลานชายของนายประพาส ได้เข้ามาช่วยเหลือจับคนร้ายจนกอดรัดฟัดเหวี่ยงแย่งชิงตัวประกันกับคนร้าย ทำให้คนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด9มม.ยิงใส่ร่างนายกนกพล 1นัด แต่กระสุนไม่ลั่น ทำให้นายกนกพลล้มหัวฟาดพื้นแตกเลือดอาบ ส่วนนายประพาสได้สะบัดมือคนร้ายจนหลุดแล้ววิ่งหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคนร้ายได้พยายามวิ่งหลบหนี แล้วใช้อาวุธปืน 2กระบอกยิงใส่ จนท.ตำรวจไปหลายนัดแต่ไม่โดนใคร ซึ่งจนท.ตำรวจได้ยิงสวนถูกร่างคนร้ายไปหลายนัดเช่นกัน กระสุนเจาะถูกลำตัวคนร้ายจนทรัด แต่คนร้ายพยายามแข็งใจวิ่งหลบหนีเข้าไปในซอยมหรรณพ ถนนป่าโล่ง ไปได้ประมาณ 50เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคนร้ายยังไม่สิ้นฤทธิ์ ยังจับตัว ด.ช.ยามารุดดีน เจ๊แต่ อายุ 8 ปี ซึ่งกำลังเดินอยู่ในซอยดังกล่าวเป็นตัวประกันโดยใช้ปืนจี้หัวและล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดีนไว้แน่น พร้อมขู่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้ามาไม่เช่นนั้นจะยิงเด็กให้ตาย ทำให้ จนท.ไม่กล้าเข้าใกล้แต่ได้ปิดล้อมเกลี่ยกล่อมให้คนร้ายมอบตัวแต่โดยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าขณะที่คนร้ายกำลังล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดี ลากถอยหลังไปครู่หนึ่ง เกิดเดินสะดุดฝ่าท่อระบายน้ำจนล้มลง ประกอบกับก่อนหน้านี้ถูกกระสุนปืนของ จนท.ยิงใส่ลำตัวหลายนัด ทำให้คนร้ายหมดแรงล้มลง ทั้งๆที่มือยังล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดีไว้แน่น ก่อนที่จนท.ตำรวจจะกรูกันเข้าไปช่วยเหลือ ด.ช.ยามารุดดีนออกได้อย่างปลอดภัย ก่อนจนท.แจ้งมูลนิธิรีบนำร่างคนร้ายที่บาดเจ็บสาหัส ส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช แต่ได้เสียชีวิตที่ รพ.เวลาต่อมาเพราะกระสุนถูกยิงเข้าลำตัวหลายนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุแล้ว ร.ต.อ.อภินันท์ พลศร รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุวิสามัญคนร้ายและไปเสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ สอบสวนทราบคนร้ายที่เสียชีวิตชื่อนายพงษ์ศักดิ์ เจษฎารมย์ หรือ ไก่ เซเว่น อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สอบพบประวัติมีหมายจับคดีชิงทรัพย์และลักทรัพย์จำนวนหลายหมายจับ มีประวัติเคยก่อเหตุลักทรัพย์และชิงทรัพย์ มาหลายคดีรวมทั้งเคยก่อคดีชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อเซเว่นมาหลายครั้งจนถูกจับกุมเมื่อออกมาก็ยังก่อคดีตระเวนลักทรัพย์และชิงทรัพย์มาหลายครั้งจนถูกจนท.จับตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในที่เกิดเหตุจนท.พบปลอกกระสุน9มม.ตกอยู่นับสิบปลอก และกระสุนปืน.38 จำนวน 1ปลอก,อาวุธปืน9มม.1กระบอกและอาวุธปืนพกสั้น.38ไทยประดิษฐ์ 1กระบอกจำนวน2กระบอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายกนกพล เจริญวรรณ อายุ 30ปี พลเมืองดีที่เข้าช่วยจับกุมคนร้ายและกอดรัดฟันเหวี่ยงกับคนร้ายล้มหัวแตกจนถูกคนร้ายใช้ปืนยิงใส่แต่โชคดีกระสุนปืนด้าน ไม่ลั่น ได้เล่านาทีระทึกให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุตนพบว่าคนร้ายกำลังจับตัวนายประพาสลุงของตนเป็นตัวประกันโดยใช้ปืนจี้หัว โดยไม่คิดอะไรและไม่กลัวอะไรได้เข้าชาร์ทจับคนร้ายแบบไม่คิดชีวิต จนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับคนร้ายจนล้มหัวแตกเลือดออาบ และถูกคนร้ายยิงสวนมา1นัดแต่โชคดีกระสุนด้าน ทำให้ตนรอดชีวิตมาได้หวุดหวิดก่อนคนร้ายวิ่งหลบหนีไปและถูกตำรวจจับตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ตนรอดมาได้หลังถูกคนร้ายยิงแต่กระสุนด้านเชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะบารมีและความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญในหลวงร.9และเหรียญพญาครุฑ ที่ตนห้อยติดคอไว้ตลอดเวลาปกปักรักษาชีวิตตนมาได้ในครั้งนี้ นายกนกพล กล่าวพร้อมยกมือไหว้ท่วมหัวในที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58244</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, วิสามัญคนร้าย, สภ.เมืองนครศรีธรรมราช, เมืองคอน, ไก่ เซเว่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e561d1680619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวิดสยอง!4โจ๋ซิ่งเก๋งเสียหลักชนกำแพงยับเฉียดหัวจ่ายน้ำมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.62 - เมื่อเวลา 02.45 น.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.วิรัตน์ แท่นทอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถเก๋งเสียหลักปชนกับกำแพงภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาถนนพัฒนาการคูขวาง ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย จนท.มูลนิธิใต้เต๊กตึ้ง ไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสันรุ่นอัลมีร่า สีขาว ทะเบียน กธ-5569นครศรีธรรมราช เสียหลักชนอัดก๊อปปี้ติดกับกำแพงภายในปั๊มน้ำมัน ห่างจากหัวจ่ายน้ำมันประมาณ2เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบสภาพรถด้านหน้าพังยุบ โดยภายในรถพบร่างคนเจ็บเป็นวัยรุ่นจำนวน4ราย ส่วนใหญ่หัวแตกเลือดไหลอาบ จนท.มูลนิธิใต้เต๊กตึ้งจึงรีบนำร่างคนเจ็บทั้ง4รายส่งรพ.มหาราชนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบคนเจ็บทั้ง4 &amp;nbsp;ชื่อนายธนวัฒน์ คงกาน &amp;nbsp;ซึ่งเป้นคนขับ อายุ 23ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 ถนนมะขามชุม ต.ท่าวัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช มีแผลแตกที่ศีรษะแผลยาวประมาณ2-3ซม.,รายที่2ซึ่งเป็นคนนั่งข้าง ชื่อนายศุภกิจ นุกูลกิจ อายุ 24ปี อยู่บ้านเลขที่ 104/7 ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช มีแผลแตกที่ศีรษะยาว1-2ซม., รายที่ 3 คนนั่งหลังชื่อนายยศพล ธัญวัน อายุ 24ปี อยู่บ้านเลขที่ 175/103 ถนนราชดำเนิน ต.ท่าวัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช มีบาแผลแขนซ้ายหักผิดรูป ศีรษะแตกแผลยาว1-2ซม.และรายที่ 4นั่งเบาะหลังชื่อนายปรเมศ แซ่อึ้ง อายุ 17ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/6 ซอยบุญนารอบ ถนนศรีธรรมโศก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีบาดแผลแตกศีรษะและนิ้วก้อยแตก ซึ่งแพทย์ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้ง4รายจนอาการปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุคนเจ็บทั้ง4ได้กลับจากเที่ยวร้านอาหาร&amp;rdquo;แสงจันทร์&amp;rdquo; โดยมีนายธนวัฒน์ คงกาน เป็นคนขับรถเก๋งออกจากร้านอาหารดังกล่าวไปตามถนนสายมุ่งหน้าไปตามสายพัฒนาการคูขวาง มุ่งหน้าไปทางสี่แยกคูขวาง ด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.รถได้เกิดเสียหลักพุ่งเข้าไปในปั๊มน้ำมันและพุ่งเฉียดหัวจ่ายน้ำมันไปนิดเดียว ก่อนที่รถจะพุ่งไปชนอัดก๊อปปี้กับกำแพงปั๊มนำมันจนสิ้นฤทธิ์ในที่สุด ทำให้คนในรถทั้ง4คนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดยทางตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป โดยโชคดีที่รถเก๋งคันดังกล่าวไม่ได้พุ่งชนหัวจ่ายน้ำมันในปั๊ม ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเหตุรุนแรงมากกว่าก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ท.อรุณ โต๊ะบาย รอง สว.(จราจร)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เผยว่า ก่อนหน้าเกิดเพียงเล็กน้อยทางตำรวจจราจร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จำนวน10กว่านายได้ไปตั้งด่านตรวจจับคนเมาแล้วขับ บริเวณริมถนนสายพัฒนาการคูขวาง ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ1กม.เศษมาตั้งแต่ตอนหลังเที่ยงคืน และเพิ่งเลิกด่านไปได้ไม่กี่นาทีและหลังจากเก็บกรวยสัญญาณไฟจราจรเสร็จแล้ว ได้มีรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับผ่านไปด้วยความเร็วสูงมากจนไปเกิดเหตุเสียหลักพุ่งเข้าไปในปั๊มน้ำมันชนกำแพงปั๊มทำให้คนในรถได้รับบาดเจ็บ4รายดังกล่าว ซึ่งโชคดีมากที่ตำรวจเพิ่งเลิกด่านตรวจไปก่อนไม่เช่นนั้นอาจจะถูกรถเก๋งคันดังกล่าวขับแหกด่านพุ่งชนตำรวจบาดเจ็บก็ได้ รตอ.อรุณ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35568</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.วิรัตน์ แท่นทอง, สภ.เมืองนครศรีธรรมราช, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190511/image_big_5cd6424ab1b25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มซิ่งเบนซ์หักหลบรถจยย.ตัดหน้ากะทันหันเสียหลักชนเสาไฟฟ้าดับคาที่ เพื่อนบาดเจ็บเล็กน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.62 - เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ร.ต.อ.พิเชษฐ์ เรียบร้อย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถยนตเก๋งยี่ห้อเบนซ์เสียหลักชนเสาไฟฟ้าริมถนน ทำให้คนขับเสียชีวิตคาที่ 1 รายและบาดเจ็บ 1ราย เหตุเกิดบนถนนสายอ้อมค่าย ฝั่งออกเมือง ปากทางเข้าห้างโกลบอลเฮ้าส์ หมู่ 5 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และจนท.มูลนิธิใต้เต๊กตึ้ง ไปที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ รุ่นC200 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กต-5977 นครศรีธรรมราช เสียหลักชนอัดกับเสาไฟฟ้าริมถนน สภาพรถด้านข้างคนขับพังยุบติดกับเสาไฟฟ้า กระโปรงรถด้านหน้ายุบ กระจกหน้ารถและข้างรถแตก โดยตรงเบาะที่นั่งคนขับพบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย ชื่อนายพิพัฒน์ วิบูลย์พงษ์ อายุ 30 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน เลขที่ 483/14 ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม.สภาพศพนั่งพิงเบาะตะแคงซ้ายเสียชีวิตคาที่ มีบาดแผลแตกที่ศีรษะเลือดคั่งในสมอง แผลถลอกลำตัวในชุดสวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์สีดำ โดยมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 1 รายชื่อนายกฤษดา หนูคง อายุ 35ปี อยู่บ้านเลขที่ 1028/37 ถนนราชดำเนิน ต.คลัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นคนนั่งด้านข้างคนขับมีแผลถลอกแขนขาเล็กน้อย ถูกนำส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราชก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นทราบว่านายพิพัฒน์ เป็นลูกชายนักธุรกิจคนหนึ่งในพื้นที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ก่อนเกิดเหตุนายพิพัฒน์ ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์คันดังกล่าวกลับจากเที่ยวร้านอาหารในตัวเมืองนครศรีธรรมราชเพื่อจะกลับบ้านพักใน อ.สิชล โดยมีนายกฤษดานั่งข้างมาด้วย ปรากฏว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถจยย.คันหนึ่งวิ่งตัดหน้าทำให้นายพิพัฒน์ ตัดสินใจหักหลบแบบกะทันหัน ทำให้รถเก๋งเสียหลักไปชนอัดก๊อปปี้กับเสาไฟฟ้าริมถนนอย่างจัง ทำให้นายพิพัฒน์เสียชีวิตคาที่และนายกฤษดาบาดเจ็บเล็กน้อยดังกล่าว ซึ่งหลังจากจนท.ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วได้มอบศพให้กับญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35393</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, จังหวัดนครศรีธรรมราช, รถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า, รถเบนซ์ชนเสาไฟฟ้า, สภ.เมืองนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3a95f0220c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 18:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 18:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกจับ&#039;คุณนาย&#039;สมาชิกแก๊งควาย ตุ๋นเหยื่อเล่นพนันสูญเงินล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;8 ส.ค. 61&amp;nbsp; - ตำรวจกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 บก.ป. และ พ.ต.ต.ธนทัต จันทร์อิ่ม สว.กก.6 บก.ป. บุกเข้าจับกุม น.ส.บุญเชิญ หรือ สาว สุจริตธุระการ อายุ 51 ปี ชาว อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 2600/2558 ของตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ในคดีฉ้อโกง และหลังก่อเหตุได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่บ้านพักของน้องสาวในพื้นที่ ม.3 ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบจึงได้นำกำลังเข้าจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีดังกล่าวนั้น ทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 58 ที่ผ่านมา หลังจากที่ น.ส.บุญเชิญ ได้ร่วมกับพวก 4-5 คน หรือแก๊งควาย ทำทีจะเข้ามาติดต่อซื้อที่ดินที่ผู้เสียหายกำลังประกาศขาย โดย น.ส.บุญเชิญ รับบทเป็นเจ๊ หรือ คุณนาย ที่จะเป็นนายทุนซื้อที่ดิน เละผู้ร่วมขบวนการที่เหลือเป็นคนติดต่อให้ทางผู้เสียหายเข้ามาคุยกับคุณนายกำมะลอ เพื่อเจรจากัน และระหว่างนั้นก็ได้มีการหว่านล้อมและชักชวนให้เล่นพนันกำถั่วกัน จนกระทั่งผู้เสียหายสูญเงินไปกว่า 2 ล้านบาท ก่อนที่จะพากันหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นจากการตรวจสอบประวัติพบว่า น.ส.บุญเชิญ ได้ร่วมกับพวก ตระเวนก่อเหตุฉ้อโกงในลักษณะดังกล่าวมานานกว่า 10 ปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีหมายจับติดตัวในคดีฉ้อโกงมากถึง 8 หมายจับ ทั้งใน จ.ตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช กระบี่ ชุมพร และ นครราชสีมา ซึ่งเหตุเกิดในช่วงปี 50-58 และมีผู้ร่วมขบวนการบางคนถูกตำรวจกองปราบจับกุมไปแล้ว ส่วน น.ส.บุญเชิญ ถูกจับกุมเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมก่อเหตุที่ จ.นครศรีธรรมราช จริง และได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินที่หลอกเหยื่อมาได้จำนวน 18 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่จึงได้สอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14989</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกง, ตุ๋นเล่นพนัน, บุญเชิญ  สุจริตธุระการ, พ.ต.ต.ธนทัต จันทร์อิ่ม, พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์, สภ.เมืองนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6ada6250634.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
