<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มหื่นโชว์อนาจารตามร้านสะดวกซื้อทั่วเมือง พนักงานสาวผวาเจอหลายครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวบหนุ่มหื่น ตระเวนสไลด์หนอนโชว์ตามร้านสะดวกซื้อ ทั่วเมืองบุรีรัมย์ วงจรปิดเห็นชัด พนักงานสาวผวาเข้ามาในร้านทั้งกลางวันกลางคืน เคยแจ้ง ตร.จับหายไปสักพักก็กลับมาก่อเหตุอีก สอบถามพูดจาวกไปวนมา จึงประสาน รพ.ตรวจสภาพจิต หากป่วยก็จะส่งบำบัดรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 -&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากพนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง บริเวณถนนรมย์บุรี ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ว่า มีผู้ชายคนหนึ่งเดินวนเวียนอยู่ภายในร้านหลายรอบแล้วทำการสไลด์หนอนช่วยตัวเองต่อหน้าพนักงานผู้หญิงที่อยู่ภายในร้าน จนเกิดความหวาดกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;จึงได้เดินทางไปตรวจสอบก็พบชายอายุประมาณ 40 &amp;ndash; 45 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า กางเกงขาสามส่วนเดินอยู่ภายในร้าน เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า เป็นชายคนเดียวกันกับที่เดินช่วยตัวเองในร้าน จึงได้เข้าควบคุมตัวไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามชายคนดังกล่าว ก็พูดจาวกไปวนมาลักษณะคล้ายกับคนไม่ปกติ ตอนแรกบอกว่า บ้านอยู่ จ.ขอนแก่น พอถามอีกรอบบอกอยู่ในเมืองบุรีรัมย์ และเมื่อถามว่ารู้ตัวมั๊ยตอนที่ช่วยเหลือตัวเองโชว์พนักงานในร้านก็ตอบเพียงสั้นๆว่า รู้ และพอถามว่าทำไมถึงมาที่ร้านนี้ เพราะมีพนักงานสาวเยอะใช่มั๊ย ก็ตอบว่าใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามพนักงานในร้านสะดวกซื้อที่ก่อเหตุล่าสุด&amp;nbsp;ก็บอกว่า ชายคนดังกล่าวได้เข้ามาในเดินสไลด์หนอนช่วยตัวเองในร้านครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ยอมรับว่า กลัวเพราะไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรบ้าง เพราะบางครั้งเข้าเวรก็มีแต่ผู้หญิง ก็ไม่รู้ว่าชายคนดังกล่าวปกติดีหรือไม่ ที่ผ่านมาเคยแจ้งตำรวจให้มานำตัวไปแล้ว แต่ผ่านไปสักพักก็กลับมาทำเหมือนเดิมอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลพบว่า ชายคนดังกล่าวเคยตระเวนก่อเหตุช่วยตัวเองตามร้านสะดวกหลายแห่งในเขตตัวเมืองบุรีรัมย์ เคยถูกจับไปแล้วแต่ก็ไม่นานก็กลับมาก่อเหตุอีก เพราะเป็นคนวิกลจริต อย่างไรก็ตามครั้งนี้ก็ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากเป็นพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อสังคม และสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ก็จะได้ประสาน รพ.ตรวจสภาพจิตใจ หากเป็นผู้ป่วยจิตเวชก็จะได้ส่งเข้าบำบัดรักษาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110735</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, สภ.เมืองบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f936dc9d85b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตาวัย 82 ปีตามหาลูก​หายจากบ้านเกือบ 10 ปี สุดท้ายตายจากไม่ทันเห็นหน้า​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.64 -&amp;nbsp;นายแถน และนางมาน ชุมหิรัญ สองสามี​ ภรรยา​ ชาวบ้านโคกใหญ่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาวิงวอนให้ชาวเน็ตและประชาชนทั่วไปช่วยแจ้งเบาะแส หากพบเห็นนายอาจองค์ ชุมหิรัญ อายุ 45 ปี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหลานชาย หลังจากนายอาจองค์ ได้เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯตั้งแต่ปี 2555 แล้วหายไปไม่เคยติดต่อหรือกลับมาบ้านอีกเลย​ เป็นเวลาเกือบ 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลังจากหายออกจากบ้าน​ นายมีชัย ชุมหิรัญ อายุ 82 ปี ผู้เป็นพ่อ ก็ได้ไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.พิทักษ์ สิงห์คำ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2558 เพื่อให้ช่วยตามหา ทั้งยังพยายามตามหาด้วยตัวเองมาตลอด ถึงขนาดเคยบอกว่าหากใครตามหาลูกชายเจอจะให้วัวที่เลี้ยงไว้ 1 ตัว​ ตอบแทนเพราะอยากเจอหน้าลูกชายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อปี 2564 เริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคปอดประกอบกับสังขารที่แก่ชราก็เข้า-ออกโรงพยาบาลเป็นประจำ และเมื่อเดือน เม.ย.2564 ได้เกิดเป็นลมที่ศาลากลางจังหวัดขณะไปทำธุระ จนมีพลเมืองดีนำส่ง รพ.บุรีรัมย์ ตอนนี้ในกระเป๋าของคุณตามีชัย พบเพียงกระดาษที่จดเบอร์โทรของ ร.ต.อ.พิทักษ์ สิงห์คำ&amp;nbsp;พนักงานสอบสวน ที่นายมีชัยเคยไปแจ้งความให้ช่วยตามหาลูกชายที่หายเท่านั้น ไม่สามารถติดต่อลูกหรือญาติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง รพ.จึงติดต่อไปยังพนักงานสอบสวนคนดังกล่าว เพื่อให้ช่วยประสานญาติ จนน้องชายตามีชัย ทราบและไปดูแลที่ รพ. กระทั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย.64 คุณตามีชัยได้เสียชีวิตลงโดยที่ไม่ทันได้เห็นหน้าลูกชายที่ตามหามาเกือบ 10 ปี และญาติได้ช่วยกันประกอบพิธีฌาปนกิจศพเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแถน อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นน้องชายคุณตามีชัย จึงอยากฝากถึงหลานชายหากยังมีชีวิตหรือได้เห็นภาพข่าวนี้หรือหากใครพบเห็นนายอาจองค์ หลานชาย ก็ให้ช่วยแจ้งข่าว เพื่อให้นายอาจองค์กลับมาทำบุญกระดูกให้กับผู้เป็นพ่อด้วย ทั้งอยากจะให้หลานกลับมาดูแลบ้าน ที่ดินและทรัพย์สินของพ่อที่เหลือด้วย เพราะมีลูกชายเพียงคนเดียว ซึ่งก่อนที่ตามีชัยจะล้มป่วยและเสียชีวิตก็ได้ตั้งเสาและซื้ออุปกรณ์มาไว้เพื่อเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับลูกชาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เห็นหน้าลูกชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ต.อ.พิทักษ์ สิงห์คำ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ &amp;nbsp;ระบุว่า หลังจากที่คุณตามีชัยแจ้งความไว้เมื่อปี 2558 ว่าลูกชายหายออกจากบ้านติดต่อไม่ได้อยากให้ช่วยตามหาให้ด้วย เพราะเป็นห่วงลูกชายและอยากให้กลับมาดูแลบ้านและทรัพย์สินที่เหลือ เพราะเหลือลูกชายเพียงคนเดียว หลังรับแจ้งก็ได้ส่งข้อมูลคนหายไปยังศูนย์คนหาย​ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งประสานขอข้อมูลไปยังที่ที่นายอาจองค์ เคยทำงานเป็น รปภ. และ รพ.ที่มีสิทธิรักษาประกันสังคม แต่ก็ไร้วี่แวว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อประมาณปี 2563 มีใบสั่งของนายอาจองค์ ส่งมาที่บ้านว่า​ ขับรถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ที่เขต สน.สำราญราษฎร์ จึงได้ให้เพื่อนที่ สภ.พลับพลาชัย กรุงเทพฯ ช่วยไปตรวจสอบให้แต่ก็ไม่มีเบาะแส ส่วนใบสั่งก็ไม่มีคนไปชำระเงิน จากข้อมูลต่างๆเชื่อว่านายอาจองค์น่าจะยังมีชีวิตอยู่แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมไม่ติดต่อหรือเดินทางกลับบ้านก็อยากฝากถึงคนที่พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแสเพราะอยากให้นายอาจองค์ กลับมาทำบุญให้กับพ่อตัวเอง&amp;nbsp;และกลับมาดูแลบ้านและมรดกที่เหลือด้วย เพราะมีลูกชายแค่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101437</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, ตามหาคนหาย, บุรีรัมย์, สภ.เมืองบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608d5872bac8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าโจ๋ฟันเยาวชนสาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจชุดสืบ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เร่งล่าแก๊งโจ๋ขับ จยย.ไล่ฟันเยาวชนลูกครึ่ง 16 แขนเหวอะ นิ้วหวิดขาด เลือดโชกสาหัส ก่อนหนีไปขอความช่วยเหลือเด็กปั๊ม ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเป็นการชิงทรัพย์หรือเป็นคู่อริ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่น ประมาณ 3 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ใช้อาวุธมีดไล่ฟันกลุ่มเยาวชนลูกครึ่ง อายุ 15-16 ปี จำนวน 3 คน ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนนในหมู่บ้านโคกเขา ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้นายเรจจี้ อายุ 16 ปี หนึ่งในเยาวชนถูกมีดฟันที่ต้นแขนข้างขวา เป็นแผลฉกรรจ์ลึกจนถึงกระดูก ใบหน้าด้านซ้ายและนิ้วชี้ข้างซ้ายก็ถูกฟันจนเกือบขาด ก่อนที่จะมีพลเมืองดีช่วยยันรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บมาขอความช่วยเหลือจากพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ก่อนที่หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถานจะเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำตัวส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด วันที่ 28 เม.ย.64 นายเรจจี้ เยาวชนลูกครึ่งที่ถูกฟันอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.บุรีรัมย์ ซึ่งทาง รพ.งดให้ญาติเข้าเยี่ยมตามมาตรการป้องกันโควิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และชุดสืบ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก็ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลเบาะแสของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนนายเรจจี้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับเพื่อนอีก 3 คน คนละคัน ชื่อนายเก่ง นายโทนี่ และนายโต้ ขับขี่เข้าไปทางโรงโม่หินสมบูรณ์สุข เพื่อจะขึ้นไปบ้านโคกเขา ม.11 ต.เสม็ด ขณะขับขี่ได้สังเกตเห็นวัยรุ่นชาย 3 คน ขับขี่รถ จยย. จำนวน 2 คัน คันแรก รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเทน่า (ท่อดัง) คันที่ 2 รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 i ขับขี่ตามกลุ่มของตนจากบริเวณหน้าโรงโม่หินสมบูรณ์สุข จากนั้นเมื่อตนกับกลุ่มเพื่อนได้ขับขี่ย้อนกลับมาแล้วถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวใช้อาวุธมีดฟันตนที่แขนขวา โดยไม่ทราบสาเหตุ จนทำให้รถ จยย.ของตนล้มลง จากนั้นกลุ่มดังกล่าวได้ใช้อาวุธมีดฟันตนที่แขนซ้ายอีกครั้งแล้วกระทืบซ้ำ ส่วนเพื่อนของตนได้ขับขี่รถ จยย.หลบหนีไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุก็ได้ให้ตนคร่อมรถ จยย.ของตนเอง แล้วได้ยันรถ จยย.ของตนมาส่งไว้ที่บริเวณถนนก่อนถึงโรงโม่หินสมบูรณ์สุข ก่อนที่จะขับรถหลบหนีไป ตนจึงเข็นรถ จยย.มาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีให้ช่วยยันรถมาส่งที่ปั๊มน้ำมันเพื่อขอความช่วยเหลือ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้บาดเจ็บยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ จึงไม่ทราบสาเหตุว่ามาทำร้ายเพราะอะไร หรือเพียงแต่ต้องการชิงทรัพย์ เพราะไอแพดในกระเป๋าหายไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101102</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มวัยรุ่น, ขอความช่วยเหลือเด็กปั๊ม, สภ.เมืองบุรีรัมย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไล่ฟันเยาวชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60896eea25bdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่เยาวชนลูกครึ่งคาใจ 2 รุ่นพี่ชวนลูกออกไปขี่ จยย.ก่อนถูกโจ๋รุมฟันสาหัส ปิดมือถือเงียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28&amp;nbsp;เม.ย.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 3&amp;nbsp;คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน&amp;nbsp;ไล่ติดตามก่อนใช้อาวุธมีดไล่ฟันกลุ่มเยาวชนลูกครึ่งจำนวน 3 คน ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ ไปตามถนนในหมู่บ้านโคกเขา ต.เสม็ด&amp;nbsp;อ.เมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ 21.00&amp;nbsp;น. ของวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เม.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนเป็นเหตุให้นายเรจจี้&amp;nbsp;อายุ 16 ปี หนึ่งในเยาวชน ถูกมีดฟันที่ต้นแขนข้างขวาเป็นแผลฉกรรจ์ลึกจนถึงกระดูก ใบหน้าด้านซ้าย และนิ้วชี้ข้างซ้ายก็ถูกฟันจนเกือบขาด&amp;nbsp;ก่อนที่จะมีพลเมืองดีช่วยยันรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บ&amp;nbsp;มาขอความช่วยเหลือจากพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง&amp;nbsp;ก่อนที่หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน&amp;nbsp;จะเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำตัวส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายเรจจี้&amp;nbsp;เยาวชนลูกครึ่ง ที่ถูกฟันอาการสาหัสขณะนี้แพทย์ได้ทำการผ่าตัดรักษาแขนและนิ้วที่ถูกฟันเกือบขาดอยู่ที่ รพ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;ก็กำลังอยู่ระหว่างแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิด&amp;nbsp;ตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะสัญจรผ่าน&amp;nbsp;เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.ลำดวน จะริบรัมย์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี แม่ของน้องเรจจี้ บอกว่า&amp;nbsp;ตนเองก็ไม่รู้ว่าใครทำร้ายลูกชายและสาเหตุเกิดจากอะไรขึ้น&amp;nbsp;แต่จากการสอบถามลูกชายก่อนจะเข้าผ่าตัด&amp;nbsp;ลูกชายเล่าให้ฟังแค่ว่า คืนที่เกิดเหตุมีรุ่นพี่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน ชื่อ เก่งและโทนี่&amp;nbsp;อายุประมาณ&amp;nbsp;17-18&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ได้โทรศัพท์และแชททางเฟซบุ๊กมาหาน้องเรจจี้หลายครั้ง รบเร้าให้น้องออกไปหาข้างนอก&amp;nbsp;ก็คิดว่าจะไปขับรถเล่นรอบเมืองกันตามปกติเหมือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;แต่ในคืนเกิดเหตุได้พาน้องขับไปถนนทางที่จะไปหมู่บ้านโคกเขา ซึ่งค่อนข้างเปลี่ยวและมืด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่งถนนมีทั้งป่าและหลุมหิน แต่ด้วยความที่น้องสนิทกับรุ่นพี่สองคน&amp;nbsp;และที่ผ่านมาตนก็เคยเห็นน้องไปเที่ยวเล่นกับรุ่นพี่ทั้งสองคนนี้บ่อย&amp;nbsp;แต่ที่คาใจคือ รุ่นพี่บอกให้น้องขับรถไปเองทั้งที่รถน้องไม่ค่อยดี&amp;nbsp;วันนั้นจึงขับไปคนละคัน&amp;nbsp;ทำให้ตอนเกิดเหตุน้องขับหนีไม่ทันแล้วแม่ก็อยากถามว่าทำไมน้องถูกรุมทำร้ายขนาดนี้ กลับหลบหนีและไม่ช่วยเหลือน้องบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่แปลกก็คือ หลังจากเกิดเหตุทั้งนายเก่งและโทนี่ไม่โทรมาสอบถามหรือมาเยี่ยมน้องที่ รพ.เลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เวลารถเสีย น้ำมันหมดหรือติดต่อน้องไม่ได้&amp;nbsp;รุ่นพี่ทั้งสองคนก็จะติดต่อผ่านแม่ตลอด เพราะเขามีเบอร์โทรและเฟซบุ๊กของแม่&amp;nbsp;พอแม่พยายามติดต่อไปทั้งเบอร์มือถือ และเฟสก็ติดต่อไม่ได้คล้ายกับปิดเครื่องเลย&amp;nbsp;จึงทำให้แม่สงสัยว่า รุ่นพี่ทั้งสองคนหลอกล่อน้องให้ออกเพื่อให้อีกกลุ่มรุมทำร้ายหรือไม่&amp;nbsp;แต่หากรุ่นพี่ทั้งสองคนบริสุทธิ์ใจจริงและไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ให้ติดต่อแม่โดยตรงหรือให้ข้อมูลความจริงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp;เพราะตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นน้องถึงถูกรุมทำร้ายปางตายขนาดนี้&amp;nbsp;และอยากถามคนที่ทำร้ายน้องว่าน้องไปทำอะไรให้ถึงได้ทำรุนแรงเหมือนกะจะเอาให้ถึงตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม่ยังได้ฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามหาข้อมูลเบาะแส&amp;nbsp;เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ&amp;nbsp;ก็อยากให้ได้ตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะแม่เห็นสภาพลูกแล้วรับไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101080</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, สภ.เมืองบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_608945e11ea7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าแก๊งโจ๋ขี่จยย.ไล่ฟันเยาวชนลูกครึ่งเจ็บสาหัส ชิงไอแพดหลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28&amp;nbsp;เม.ย.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;คน ขับขี่รถจักรยานยนต์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ใช้อาวุธมีดไล่ฟันกลุ่มเยาวชนลูกครึ่งอายุ&amp;nbsp;15-16&amp;nbsp;ปี จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ ไปตามถนนในหมู่บ้านโคกเขา&amp;nbsp;ต.เสม็ด&amp;nbsp;อ.เมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.ของวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เม.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนเป็นเหตุให้นายเรจจี้&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ปี หนึ่งในเยาวชนถูกมีดฟันที่ต้นแขนข้างขวา เป็นแผลฉกรรจ์ลึกจนถึงกระดูก&amp;nbsp;ใบหน้าด้านซ้าย และนิ้วชี้ข้างซ้ายก็ถูกฟันจนเกือบขาด&amp;nbsp;ก่อนที่จะมีพลเมืองดีช่วยยันรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บ มาขอความช่วยเหลือจากพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง&amp;nbsp;ก่อนที่หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน&amp;nbsp;จะเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำตัวส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้ นายเรจจี้&amp;nbsp;เยาวชนลูกครึ่งที่ถูกฟันอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.บุรีรัมย์ ซึ่งงดให้ญาติเข้าเยี่ยมตามมาตรการป้องกันโควิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และชุดสืบ สภ.เมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;ก็ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลเบาะแสของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ&amp;nbsp;เพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายเรจจี้&amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า&amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับเพื่อนอีก 3 คนๆละคัน ชื่อนายเก่ง นายโทนี่ และนายโต้ ขับขี่เข้าไปทางโรงโม่หินสมบูรณ์สุข&amp;nbsp;เพื่อจะขึ้นไปบ้านโคกเขา ม.11 ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;ขณะขับขี่ได้สังเกตเห็นวัยรุ่นชาย 3 คน&amp;nbsp;ขับขี่รถ จยย.จำนวน 2 คัน คันแรก รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเทน่า (ท่อดัง) คันที่ 2 รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ ขับขี่ตามกลุ่มของตนจากบริเวณหน้าโรงโม่หินสมบูรณ์สุข จากนั้นเมื่อตนกับกลุ่มเพื่อนได้ขับขี่ย้อนกลับมาแล้วถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวใช้อาวุธมีดฟันตนที่แขนขวา โดยไม่ทราบสาเหตุ จนทำให้รถ จยย.ของตนล้มลง จากนั้นกลุ่มดังกล่าวได้ใช้อาวุธมีดฟันตนที่แขนซ้ายอีกครั้งแล้วกระทืบซ้ำ ส่วนเพื่อนของตนได้ขับขี่รถ จยย.หลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุก็ได้ให้ตนคร่อมรถ จยย.ของตนเอง&amp;nbsp;แล้วได้ยันรถ จยย.ของตนมาส่งไว้ที่บริเวณถนนก่อนถึงโรงโม่หินสมบูรณ์สุข&amp;nbsp;ก่อนที่จะขับรถหลบหนีไป ตนจึงเข็นรถ จยย.มาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีให้ช่วยยันรถมาส่งที่ปั๊มน้ำมัน&amp;nbsp;เพื่อขอความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บาดเจ็บ ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ&amp;nbsp;จึงไม่ทราบสาเหตุว่ามาทำร้ายเพราะอะไร&amp;nbsp;หรือต้องการชิงทรัพย์ เพราะไอแพดในกระเป๋าหายไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101054</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, สภ.เมืองบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60890b78a07f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 08:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายศักดิ์สยาม&#039;เตือนใครโพสต์เรื่องเท็จทำให้เกิดความเสียหายเอาผิดตามกฎหมายถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.64 - เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบอำนาจให้นายทิวา การกระสัง ทนายความ นำหลักฐานภาพการลงข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า &amp;ldquo;รำพึง&amp;rdquo; รหัสผู้ใช้ @Charisa_Ph และข้อความที่โพสต์ในทวิตเตอร์ว่า &amp;ldquo;ไทม์ไลน์ที่หายไป อยู่นี่หรือป่าวน๊า เอ๊...คนหน้าคล้ายหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดีนะ #ศักดิ์สยาม ชิดชอบ #ศักดิ์สยาม #โควิด19 #โควิด&amp;rdquo; เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.ประจักษ์ คำนาค รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้ทวิตเตอร์ดังกล่าว ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้คนที่เข้าไปดูหรืออ่านข้อความดังกล่าวเข้าใจผิด และเกิดความเสื่อมเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทิวา การกระสัง ทนายความ กล่าวว่า วันนี้ได้รับมอบอำนาจจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาร้องทุกข์กล่าวโทษกับบุคคลที่ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า &amp;ldquo;รำพึง&amp;rdquo; ที่ได้โพสต์ ภาพของชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในสถานที่ซึ่งมองแล้วคล้ายกับสถานบันเทิง พร้อมระบุข้อความว่า &amp;ldquo;ไทม์ไลน์ที่หายไป อยู่นี่หรือป่าวน๊า เอ๊...คนหน้าคล้ายหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดีนะ #ศักดิ์สยาม ชิดชอบ #ศักดิ์สยาม #โควิด19 #โควิด&amp;rdquo; ซึ่งข้อความคำว่าศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในประเทศไทยมีอยู่คนเดียว ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าท่านติดโควิด-19 เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่หน้าห้องไปเที่ยวสถานบันเทิงมา แล้วท่านก็ได้แจ้งไทม์ไลน์ให้กับทางโรงพยาบาลทราบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทิวา กล่าวว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าว ทำให้คนที่ดูภาพหรืออ่านข้อความ อาจจะเข้าใจผิดว่า นายศักดิ์สยาม ที่ติดโควิด-19 เพราะไปเที่ยวสถานบันเทิงตามภาพ ทำให้ตัวเกิดความเสียหาย เพราะปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ การโพสต์ข้อความดังกล่าวมีคนเข้าไปดูจำนวนมากซึ่งอาจจะเกิดความเข้าใจผิด ทำให้ท่านได้รับความเสียหาย ขาดความน่าเชื่อถือทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านจึงมอบอำนาจให้มาร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ที่โพสต์ ทั้งเพื่อแสดงว่าข้อความและภาพที่โพสต์นั้นไม่เป็นความจริง ซึ่งการกระทำของบุคคลดังกล่าวเป็นความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 16 นำภาพของบุคคลอื่นมาแสดงให้เห็นว่าเป็นภาพของอีกบุคคลหนึ่ง และทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเท็จจริงและจะเอาผิดตามกฎหมายถึงที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp; ยังได้ฝากถึงผู้ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ควรคิดและไตร่ตรองให้รอบคอบ อย่าโพสต์เรื่องอันเป็นเท็จจนทำให้ผู้อื่นเสียหาย และหากทำแล้วก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98862</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัสโควิด-19, นายทิวา การกระสัง, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สภ.เมืองบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fa6f54850d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทาหรณ์ลุง​วัย 58 จุดไฟเผาหญ้าเตรียมทำนา​ เกิดวูบถูกไฟไหม้เกรียม​ดับสลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64 -&amp;nbsp;เมื่อช่วงค่ำวัน​ที่​ 7​ เม.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนถูกไฟไหม้เสียชีวิตบริเวณทุ่งนาบ้านบัลลังก์น้อย&amp;nbsp;ต.หนองตาด&amp;nbsp;อ.เมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;จึงได้ประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลบุรีรัมย์และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถาน&amp;nbsp;ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบร่างนายสุรัตน์&amp;nbsp;คะเลารัมย์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บริเวณริมคันนาของตัวเองในสภาพท่อนล่าง และศีรษะถูกไฟไหม้เกรียมทั้งหมด&amp;nbsp;เหลือเพียงท่อนบนและแขน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ข้างที่ยังเหลือผิวหนังอยู่บ้าง&amp;nbsp;เป็นที่น่าสยดสยองและสลดใจเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ส่วนบริเวณใกล้ศพซึ่งเป็นทุ่งนาก็ถูกไฟไหม้เป็นหย่อมๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภรรยา และลูกสาวที่ทราบข่าวได้เดินทางไปดูสภาพศพที่จุดเกิดเหตุก็ถึงกับช็อกเป็นลมล้มพับ&amp;nbsp;ทั้งกู้ภัยและชาวบ้านต้องช่วยกับปฐมพยาบาล&amp;nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย&amp;nbsp;และญาติก็ไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตเพราะคิดว่าผู้ตายน่าจะเกิดหน้ามืดวูบ&amp;nbsp;จนทำให้เกิดอุบัติเหตุถูกไฟไหม้จนเสียชีวิต&amp;nbsp;แต่อย่างใดก็ตามเพื่อความชัดเจนและความสบายใจของญาติก็ได้ส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์&amp;nbsp;ก่อนจะมอบร่างให้ญาตินำกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม น.ส.ไพรวัลย์&amp;nbsp;คะเลารัมย์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ปี ลูกสาว&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ช่วงเที่ยงพ่อยังนั่งกินข้าวกับแม่อยู่เลย&amp;nbsp;พอช่วงบ่ายก็ออกไปนาตามปกติ&amp;nbsp;ซึ่งเวลาพ่อไปนาจะชอบไปคนเดียวอยู่แล้ว&amp;nbsp;โดยวันนี้พ่อน่าจะไปเผาหญ้าและตอซังในนาเพื่อเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับทำนาปีในฤดูกาลใหม่&amp;nbsp;คาดว่าตอนที่พ่อจุดไฟเผาหญ้าและตอซังอาการโรคหัวใจอาจจะกำเริบ&amp;nbsp;จนทำให้พ่อหน้ามืดวูบล้มแต่ไม่มีใครเห็นจึงไม่มีคนไปช่วยเหลือทัน&amp;nbsp;ทำให้ถูกไฟคลอกร่างพอจนไหม้เกรียมเสียชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอุดม&amp;nbsp;นามปัญญา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หลานเขยที่เป็นคนไปพบศพคนแรก&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;ช่วงเย็นตนได้ไล่ต้อนวัวเข้าคอกซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ&amp;nbsp;จู่ๆก็ได้เสียงคนสตาร์ทรถ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งแต่พอหันไปดูก็ไม่เห็นมีใคร&amp;nbsp;จากนั้นไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ตนเองเดินไปดูที่ทุ่งนาก็เห็นร่างของลุงนอนเสียชีวิตในสภาพไหม้เกรียมเกือบทั้งตัวแล้ว&amp;nbsp;ด้วยความตกใจจึงรีบวิ่งไปบอกญาติและชาวบ้านให้มาดู&amp;nbsp;และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ&amp;nbsp;ส่วนสาเหตุตนเองก็ไม่ทราบว่าผู้ตายอาจจะหน้ามืดหรือเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp;แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจมากไม่คิดว่าลุงจะเสียชีวิตในสภาพไหม้เกรียมแบบนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98726</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, สภ.เมืองบุรีรัมย์, ไฟไหม้เสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e507704e37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
