<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออกจากราชการตำรวจเรียกรับเงิน - ลวนลามสาวบนโรงพัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าว &amp;nbsp;&amp;ldquo;สาวชัยภูมิ แจ้งความถูกชายแต่งกายคล้ายตำรวจเรียกรับเงินเมาแล้วขับ-หอมแก้มบนโรงพัก ยื่นข้อเสนอเรียกเงิน 2 หมื่นเจ้าตัวยอมจ่าย ก่อนถูกลวนลาม เร่งตรวจวงจรปิดหาตัว&amp;rdquo; นั้น ได้รับรายงานจาก สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2571 เวลาประมาณ 03.30 น. ผู้แจ้งได้ขับขี่รถยนต์เก๋ง โตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 กอ 1340 กรุงเทพฯ มาตามถนนพัทยาสายสอง เมื่อมาถึงซอย 3 ได้เลี้ยวรถขับย้อนศรเข้าไป และเกิดเฉี่ยวรถคู่กรณีจอดอยู่ข้างทางถูกบริเวณประตูรถด้านคนขับและยังเฉี่ยวชนประชาชน ที่ยืนอยู่บริเวณรถยนต์ได้รับบาดเจ็บ(ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล) พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุและออกตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบ ผู้แจ้งและรถยนต์คู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;จึงได้เชิญตัวผู้แจ้งและญาติคู่กรณีมาที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการสอบสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ให้คู่กรณีไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการทดสอบแอลกอฮอล์ของคู่กรณีและแจ้งว่าผลตรวจของผู้แจ้ง &amp;nbsp;มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจึงนำตัวผู้แจ้งเข้าไว้ในห้องควบคุมตัว &amp;nbsp; จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณหน้าห้องควบคุมมาเรียกรับเงินจากผู้แจ้ง จำนวน 20,000 บาท เพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี และยังได้กอดและหอมแก้มผู้แจ้งด้วย &amp;nbsp;ผู้แจ้งจึงให้บัตร เอทีเอ็ม พร้อม รหัส ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปกดเงินจำนวน 20,000 บาท และมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไป &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยตัวผู้แจ้งออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.61 &amp;nbsp;เวลาประมาณ 13.00 น. &amp;nbsp;ผู้แจ้งได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองพัทยา &amp;nbsp;เพื่อตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณี &amp;nbsp;ซึ่งคู่กรณีสามารถตกลงกันได้แต่ฝ่ายกันของผู้แจ้งนั้นไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ เนื่องจากอ้างว่าผู้แจ้งนั้นขับรถขณะเมาสุรา &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนจึงได้ไกล่เกลี่ยและเจรจาให้ผู้แจ้ง ไปทำการซ่อมรถด้วยตนเอง &amp;nbsp;ผู้แจ้งรู้สึกเครียด &amp;nbsp;จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ของวันเดียวกันในเวลาประมาณ 14.00 น. &amp;nbsp; เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการเรียกรับผลประโยชน์เกี่ยวกับกรณีปล่อยตัวผู้แจ้งออกจากห้องควบคุมตัวและมีการกระทำอนาจารกับผู้แจ้ง &amp;nbsp; พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา &amp;nbsp;จึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว &amp;nbsp; โดยขณะนี้ ผกก.สภ.เมืองพัทยา &amp;nbsp; ได้มีคำสั่ง สภ.เมืองพัทยา ที่ 205/2561 ลงวันที่ 1 มิ.ย.2561 &amp;nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น และทำการตรวจสอบด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดมีส่วนเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจจำนวน 1 นาย ตามที่ได้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เรียกรับผลประโยชน์ให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย &amp;nbsp; เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงและสามารถตอบคำถามสังคมได้ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนและกระทำความผิด ตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษกตร.เผยต่อว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าในยุคปฏิรูปตำรวจจะต้องไม่มีข้าราชการตำรวจนายใดประพฤติตนทุจริต &amp;nbsp; ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ต่างๆ จะต้องปฏิบัติงานด้วยความสุจริตเป็นธรรมบริการประชาชนด้วยใจ โดยให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกราชการ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 หากพบตำรวจนายใดมีพฤติกรรม เรียกรับผลประโยชน์ ประพฤติมิชอบ ทุจริตคอรัปชั่น จะดำเนินการตามกฏหมาย และระเบียบอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น พร้อมทั้งขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา และให้ช่วยกันร้องเรียนหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10524</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจรีดเงิน, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, สภ.เมืองพัทยา, ให้ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b120fcea35a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการนัด 5 เม.ย.สั่งคดี  &#039;จ่านิว-พวก&#039; อยากเลือกตั้งออนทัวร์ป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.61 - นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว สมาชิกกลุ่มสตาร์ทอัพพีเพิ้ล พร้อมพวก รวม 7 คน เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ตามนัดของพนักงานสอบสวนเพื่อลงบันทึกประจำวันก่อนพนักงานสอบสวนส่งสำนวนฟ้องต่ออัยการ ในคดีผิดพรบ.ชุมนุมสาธารณะ และฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.3/2558 กรณี จัดกิจกรรม &amp;quot;ปลุกพลังคนอยากเลือกตั้งออนทัวร์ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ในครั้งแรกได้นัดไปพบที่สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยาเลย แต่กลับเปลี่ยนให้เข้ามาลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจก่อน ทำให้เสียเวลา จึงติงไป รวมถึงทนายความก็ได้ติงการทำงานของพนักงานสอบสวนที่ เพิ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหากับ ผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติม 4 คน เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ยังไม่ทันได้ส่งคำให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร ก็นัดสั่งฟ้องแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ได้ชี้แจง ว่า มีคดีมากมายจึงต้องเร่งทำสำนวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ตนไม่รู้สึกกังวลกับการถูกดำเนินคดี แม้จะเป็นต่างจังหวัด แต่เป็นการเสียเวลา เนื่องจาก ไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่ต้น ตนใช้สิทธิในการชุมนุมอย่างสงบ ตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พนักงานสอบสวนได้นำสำนวนมาส่งฟ้องต่ออัยการศาลแขวงพัทยา ซึ่งอัยการฯได้นัดฟังคำสั่งฟ้อง หรือไม่ฟ้อง วันที่ 5 เมษายน 2561 ทางผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ได้ยื่นคำให้การเพิ่มเติม ต่อพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า การชุมนุมเป็นสิ่งที่ทำได้ ตามรัฐธรรมนูญ กติการะหว่างประเทศ และ ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการศาลแขวงพัทยา ใจความระบุ ว่าเป็นการแสดงออกในฐานะพลเมือง การฟ้องไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5997</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่านิว, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, ปลุกพลังคนอยากเลือกตั้งออนทัวร์, ป่วน, สภ.เมืองพัทยา, อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb6e7fadfe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิว&#039;อ่วมโดนอีกหมายเรียก ตร.พัทยาแจ้งจับข้อหามั่วสุมเกิน 5 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.61 - นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ว &amp;nbsp;โพสต์ภาพหมายเรียกจากสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาที่ระบุชื่อตนเอง ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และร่วมกันมั่วสุม ชุมนุมฯ พร้อมโพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ของฝากจากพี่ๆ ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา 2 ข้อหากันเลยทีเดียวครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอบนี้ตำรวจลงทุนแจ้งความเองเลย วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม 2018 &amp;nbsp;คงต้องนั่งรถไฟไปพัทยาแล้วล่ะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิรวิชญ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เป็นข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ และมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ซึ่งน่าจะมาจากการจัดกิจกรรมของตนในชื่อกลุ่ม Start Up People จัดปลุกพลังคนอยากเลือกตั้ง ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา เวลา 17.30 น. ที่ชายหาดพัทยา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เรื่องหมายเรื่องคดีไม่มีปัญหา ตนพร้อมสู้และคงเดินทางไปตามหมายเรียกในวันที่ 12 มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิรวิชญ์ บอกว่าส่วนกิจกรรมต่อไปตาม Roadmap คนอยากเลือกตั้ง ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 มี.ค.นี้ เวลา 16.00 ที่สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์นั้น &amp;nbsp;จะเป็นกิจกรรมการปราศรัยเช่นเดียวกับครั้งก่อน และจะมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ใหม่ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4628</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่านิว, สภ.เมืองพัทยา, สิรวิชญ์, หมายเรียก, อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6fed0e9fd16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
