<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.โต้ดองคดีสภ.พัทลุงใช้รถของกลางขนบุหรี่-เหล้าหนีภาษี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - นายนิวัติไชย​ เกษมมงคล​ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ และโฆษก​ ป.ป.ช.​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง​ นำรถยนต์ของกลางออกไปขนบุหรี่หนีภาษีและสุราต่างประเทศมูลค่านับล้านบาท​ แต่คดีในสำนัก​ ป.ป.ช.ไม่คืบหน้า​ เพราะมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เคลียร์กับ​ ป.ป.ช.ได้ ว่า​&amp;nbsp; ทางสำนักงาน​ ป.ป.ช.ภาค 9 ระบุว่าเมื่อมีข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 62 จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จังหวัดพัทลุงลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ แต่ไม่ปรากฏหลักฐาน จึงยังไม่ได้ดำเนินการตั้งเรื่อง อีกทั้งยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.ภาค 9 ไม่พบหลักฐานใดๆ หากสื่อมวลชนหรือประชาชน มีเบาะแส​ หลักฐาน ขอให้ส่งเข้ามาอย่างป.ป.ช.ได้ จะได้รับดำเนินการให้ในทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผู้ถูกกล่าวหาสามารถเคลียร์กับ ป.ป.ช.ได้ นายนิวัติไชย​ กล่าวว่า ยังรู้สึกงุนงงกับกระแสข่าวที่ออกมาอยู่เหมือนกัน ที่พาดพิงว่าเคลียร์กับป.ป.ช.ได้ ซึ่งในข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวยังไม่มีเข้ามาใน ป.ป.ช.แต่อย่างใด ไม่มีคำร้อง ขณะที่ทางป.ป.ช.ภาค 9 กำลังตรวจสอบคดีดังกล่าวอยู่ ขอย้ำว่าถ้าใครมีเบาะแสให้ชี้ช่องเข้ามา เพราะอาจจะมีข้อมูลที่เรายังไม่มี หรือสามารถเข้าถึงได้ ตอนนี้ยังหาหลักฐานอะไรไม่ได้ เนื่องจากเข้าใจว่า มีความพยายามที่จะกลบหลักฐาน ทำให้ไม่มีข้อมูลใดๆ เช่น​ เรื่องรถ หรือพยานหลักฐานอื่น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116534</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนบุหรี่-เหล้า, ของกลาง, นิวัติไชย  เกษมมงคล, ป.ป.ช., สภ.เมืองพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6df5ac1d2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! กระเช้าไฟฟ้าขึ้นเขาร่วงกระแทกพื้น ดับ 2 เจ็บ 3 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.64 - ร.ต.อ.ศุภชัย หมื่นอักษร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.พัทลุง พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เกตุขาว ผกก.สภ.เมือง จ.พัทลุง พ.ต.ท.นาทพล บุญสนิท รอง ผกก.(ป) พ.ต.ท.หาญพล รามด้วง รอง ผกก.สส. สภ.เมือง จ.พัทลุง พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง นายสมนึก บัวขวัญ หน.กลุ่มงานบริหารงานปกครอง อ.เมืองพัทลุง นายตำรวจที่เกี่ยวข้อง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศล แพทย์หญิงสศิริ ดิกธราดล แพทย์เวร รพ.พัทลุง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและร่วมชันสูตรพลิกศพ เหตุน็อตยึดสายสลิงกระเช้าไฟฟ้าหลุดขาด ทำให้กระเช้าไฟฟ้าตกลงมากระแทกกับแท่นซีเมนต์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 2 ศพ บาดเจ็บสาหัส 3 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้หน่วยกู้ภัย ได้นำร่างผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลพัทลุง เพื่อเรงช่วยเหลือชีวิตเป็นการด่วนแล้ว&amp;nbsp;โดยเหตุเกิดในวัดอุทัยธรรมาราม หมู่ &amp;nbsp;1 ต.นาโหนด อ.เมืองจ.พัทลุง ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเอเชีย ขาล่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต 2 ศพ ในกระเช้าไฟฟ้าทราบชื่อว่านางปิ่น รัตนอุบล อายุ 87 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ที่ 8 ต.อุไดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล และนางสุชาดา เวชรังษี อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/13 ซอง 4/6 ถนนไชยบุรี ต.คูหาสวรค์ อ.เมือง จ.พัทลุง ( หมู่บ้านตำนานนิเวศ) โดยทั้ง 2 คน &amp;nbsp;เป็นพี่น้องกัน ส่วนผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นบุตรของนางปิ่น นั้น ประกอบด้วย นางกุณี รัตนอุบล อายุ 50 ปี และนายเชิงชาญ รัตนอุบล อายุ 49 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ที่ทำหน้าที่คุมเครื่องกระเช้าไฟฟ้าทราบชื่อว่านายสำเริง แสงจันทร์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 ม.1 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า วัดดังกล่าวมีพระเอื้ออารี สาธะโร เป็นเจ้าอาวาส แต่ในช่วงเกิดเหตุเจ้าอาวาสได้ออกไปธุดงค์ต่างพื้นที่ ซึ่งปกติแล้วในวันที่ 14 เมษายนของทุกปี ชาวบ้านจะร่วมกันทำบุญทางศาสนา เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับตาหมอโร่ ตาหมอเทศ บริเวณบนเขาของวัดดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งอยู่สูงจากพื้นวัดชั้นบนประมาณ 200 เมตร และในวันเดียวกันก็จะมีขาวบ้านได้ว่าจ้างคณะมโนราห์มารำแก้บนบนภูเขาดังกล่าวหลังจากที่พิธีทางศาสนาเสร็จสิ้น&amp;nbsp;ซึ่งจากพื้นวัดชั้นบนสู่บนภูเขานั้นได้มีการสร้างบันไดทางขึ้น ในขณะเดียวกันทางวัด ก็ได้จัดสร้างกระเช้าไฟฟ้า เพื่อนำสิ่งของขึ้นไปบนภูเขาดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคำรณ แก้วหวัง อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ในการจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 200 คน โดยผู้ที่จะขึ้นไปประกอบพิธีบนภูเขาจะต้องเดินขึ้นไปตามบันใด ซึ่งตนได้สั่งห้ามมิให้ผู้ใดนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปบนภูเขา เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากกระเช้าไฟฟ้าดังกล่าวมีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี โดยในช่วงเกิดเหตุนั้นตนได้นำชาวบ้านขึ้นไปประกอบพิธีทางศาสนาบนภูเขา ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งๆที่ได้ใช้มาตรการป้องปรามเหตุดังกล่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ในขณะที่ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ศพ และผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย กำลังนั่งกระเช้าไฟฟ้าที่มีสภาพเก่าขึ้นไปบนภูเขา เพราะเดินขึ้นไมไหวนั้น ก่อนที่จะถึงจุดพักกระเช้าบนภูเขาประมาณ 5 เมตรนั้น น็อตยึดสายสลิงกระเช้าไฟฟ้าเกิดหลุดขาด จนทำให้กระเช้าไฟฟ้าไหลลงมากระแทกกับแท่งซีเมนต์ด้านล่าง จนพังและเสียงดังสนั่น และกระเช้าได้กระแทกร่างนายสำเริง แสงจันทร์ อายุ 58 ปี ผู้ควบคุมเครื่องกระเช้าไฟฟ้าได้รับบาดเจ็บด้วย ท่ามกลางความตื่นตกใจของชาวบ้านที่เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวทั้งบนภูเขาและเบื้องล่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ศพนั้น เป็นบุตรของนายแจ้ง นางนก อินเจียม 2 สามีภรรยาผู้นำชาวบ้านและญาติมิตรสร้างวัดดังกล่าว โดยในวันที่ 14 เมษายนของทุกปี ครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจะมาร่วมทำบุญ ณ บนภูเขาของวัดดังกล่าวเป็นประจำทุกๆปี สำหรับการทำบุญในครั้งนี้นางดวน รุ่นศรี อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลจที่ 133/1 ม.1 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง เข้าร่วมในพิธีทำบุญด้วย โดยเป็นผู้ว่าจ้างคณะมโนราห์ให้มารำแก้บนบนภูเขา โดยเจ้าตัวได้เดินขึ้นไปด้วยตนเองพร้อมลูกหลานๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าวการรำแก้บนของคณะมโนราห์ได้ยกเลิกไปโดยปริยาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ยศวรรธ์ กระจ่างวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ เกตุขาว ผกก.สภ.เมืองพัทลุง และพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เข้าไปสำรวจ ตรวจสอบว่าการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าดังกล่าวได้ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และมีผู้กระทำการโดยประมาทจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหรือไม่ พร้อมกันนั้นก็ได้แจ้งให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง เข้าไปสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99495</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเช้าไฟฟ้า, จังหวัดพัทลุง, สภ.เมืองพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076d532ba7b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 19:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พัทลุงดุ! คนร้ายรัวกระสุนหนุ่มวัยรุ่นดับ 3 ศพ ตร.มุ่งปมขัดแย้งส่วนตัว-ยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp;กค.63 - เมื่อเวลา 02.30 น.&amp;nbsp;ร.ต.อ.ประเสริฐ&amp;nbsp;ด้วงเอียด&amp;nbsp;รอง สว.(สอบสวน)&amp;nbsp;สภ.เมืองพัทลุง&amp;nbsp;พ.ต.อ.ต่อศักดิ์&amp;nbsp;สารีรัตน์&amp;nbsp;ผกก.สภ.เมืองพัทลุง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศล&amp;nbsp;และแพทย์เวร&amp;nbsp;รพ.พัทลุง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุฆ่ากันตาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศพ&amp;nbsp;บริเวณหน้า ธกส.สาขาท่ามิหรำ&amp;nbsp;ถนนราเมศวร์&amp;nbsp;เขตเทศบาลเมืองพัทลุง&amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุพบศพนายรัตนพงศ์&amp;nbsp;จันทร์ปน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;162&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.ชุมพล&amp;nbsp;อ.ศรีนครินทร์&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;นอนเสียชีวิตจมกองเลือดในลักษณะนอนหงายหน้าอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยสวมเสื้อยืดสำดำ&amp;nbsp;กางเกงยีนส์สีนำเงิน&amp;nbsp;สวมหมวกแก๊ปสีน้ำตาล&amp;nbsp;รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลแถบขาว&amp;nbsp;สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม. เข้าที่บริเวณหน้าอก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;สะโพกด้านซ้าย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นัดแขนซ้าย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;ศีรษะ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม. ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปลอก&amp;nbsp;จึงเก็บไปเป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลาประมาณ&amp;nbsp;06.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ร.ต.อ.ประเสริฐ&amp;nbsp;พ.ต.อ.ต่อศักดิ์&amp;nbsp;พ.ต.ท.ทิวากร&amp;nbsp;คงเพ็ชร&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทลุง พล.ต.ต.กฤษฎา&amp;nbsp;แก้วจันดี&amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.พัทลุง และ&amp;nbsp;นพ.พงศ์ศักดิ์&amp;nbsp;โรจนรัตน์&amp;nbsp;แพทย์เวร รพ.พัทลุง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบ และร่วมชันสูตรพลิกศพเหตุยิงกันตาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศพ ถนนสายเอเซีย บริเวณหัวสะพานคลองลำเบ็ด หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.ท่าแค อ.เมืองพัทลุง&amp;nbsp;บริเวณหน้าบ้านเลขที่&amp;nbsp;151&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง&amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุภายในรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าอัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กล&amp;nbsp;6280&amp;nbsp;กรุงเทพหานคร พบศพผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย ส่วนบริเวณที่นั่งด้านหลังข้างศพ&amp;nbsp;พบอาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กระบอก&amp;nbsp;ตกอยู่บริเวณที่วางเท้า&amp;nbsp;และพบกระเป๋าสีแดงแบบสะพายตกอยู่&amp;nbsp;1ใบ&amp;nbsp;ภายในกระเป๋ามียาบ้าและไอซ์ อยู่จำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสภาพรถเก๋งคันดังกล่าวยางล่อหน้าด้านซ้ายแตกละเอียด&amp;nbsp;บริเวณหน้ารถมีรอยกระสุนปืน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รู&amp;nbsp;กระจกมองข้างด้านซ้ายหัก ส่วนด้านซ้ายช่วงหลังรถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีรอยกระสุนจำนวนหลายนัด&amp;nbsp;เบื้องต้นจากการตรวจสอบเจ้าของรถทราบว่า ผู้เป็นเจ้าของรถคือนายมนัส&amp;nbsp;เกตุแก้ว&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ต.ควนชะลิก&amp;nbsp;อ.หัวไทร&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ซึ่งจะได้เร่งขยายไปสู่ผู้ครอบครองรถต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศพ&amp;nbsp;ประกอบด้วย นายอรรถกร&amp;nbsp;นุ่นปาน&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;89&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.โคกชะงาย&amp;nbsp;อ.เมือง จ.พัทลุง&amp;nbsp;โดยสวมเสื้อแขนยาวสีฟ้า&amp;nbsp;กางเกงยีนส์สีดำ&amp;nbsp;สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม.&amp;nbsp;และกระสุนปืนยาว เข้าที่บริเวณหน้าอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;หัวไหล่ด้านขวา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;แขนขวา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นัดลำคอด้นซ้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;มือขวา&amp;nbsp;1นัด&amp;nbsp;และขาขวา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นัด และชายโครงด้านซ้าย&amp;nbsp;1นัด&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนศพที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทราบชื่อภายหลังว่า&amp;nbsp;นายพาสกร&amp;nbsp;ดำสนิท&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ตะแพนอ.ศรีบรรพต&amp;nbsp;จ.พัทลุงโดยสวมเสื้อแขนยาวสีดำ&amp;nbsp;สวมกางเกงยีนส์สีดำ&amp;nbsp;สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม.และอาวุธปืนยาว เข้าที่บริเวณหัวไหล่ด้านขวา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นัดบริเวณลำคอด้านซ้ายกระสุนทะลุขวา&amp;nbsp;1นัด&amp;nbsp;ชายโครงซ้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;หน้าอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;ไหล่ซ้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;สะโพกด้านซ้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;แก้มซ้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;และขาซ้าย&amp;nbsp;1นัด&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;12&amp;nbsp;นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น&amp;nbsp;ทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2&amp;nbsp;ศพ มีการเชื่องโยงมาจากผู้เสียชีวิตหนุ่มวัยรุ่นที่ถูกยิงบนถนนหน้าธนาคาร&amp;nbsp;ธกส.สาขาท่ามิหรำ&amp;nbsp;เมื่อตอนกลางคืนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบกล้องวงจร พบว่าที่บริเวณหน้าธนาคาร ธกส.สาขาท่ามิหรำ&amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุนายรัตนพงศ์ ได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวลงมาพูดคุยกับคนร้าย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยภายในรถมีคนนั่งมาด้วย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;บริเวณข้างร้านข้าวต้ม&amp;nbsp;หลังจากที่พูดคุยกันไม่นาน&amp;nbsp;คนร้ายคนดังกล่าวใช้อาวุธปืนยิงใส่จำนวนหลายนัดจนเสียชีวิตคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเพื่อนผู้ตายที่นั่งมาด้วยด้านหน้าได้เปิดประตูวิ่งหลบหนีไป จากนั้นคนร้ายอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ใช้อาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม. ยิงใส่ผู้เสียชีวิตอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน ที่นั่งด้านหลังรถเก๋ง&amp;nbsp;ในขณะที่คนร้ายอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ได้นำอาวุธปืนยาว (ไม่ทราบชนิด) ยิงใส่ผู้เสียชีวิตอีกหลายนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคนร้าย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เข้ามานั่งในรถเก๋งของผู้ตาย&amp;nbsp;ก่อนที่จะขับรถเก๋งคันดังกล่าวหลบหนีไปจนยางรถแตก และนำไปทิ้งในที่เกิดเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;โดยอยู่ห่างจากธนาคาร ธกส.สาขาท่ามิหรำ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน&amp;nbsp;พล.ต.ต.กฤษฎา&amp;nbsp;แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า&amp;nbsp;เบี้องต้นเหตุการณ์เสียชีวิตทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศพ มาจากเหตุการณ์เดียวกันแต่ตั้งเมื่อคืน โดยมีคนร้ายยิงถล่มผู้เสียชีวิตที่บริเวณหน้าธนาคาร ธกส. และได้ยิงถล่มรถยนต์เก๋งด้วย&amp;nbsp;ต่อมาคนร้ายได้ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว พร้อมนำศพผู้เสียชีวิตมาทิ้งไว้บริเวณริมถนนสายเพชรเกษม ริมคลองชลประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุเบื้องต้น&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตั้งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว และเรื่องยาเสพติด&amp;nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามหาข้อเท็จจริงชนวนเหตุในครั้งนี้ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ดำรัส&amp;nbsp;วิริยะกุล&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผบช.ภ.9&amp;nbsp;ได้เดินทางมายังตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงและเป็นประธานในการประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่าการก่อคดีดังกล่าวเป็นการกระทำที่ท้าทายอำนาจรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72864</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้ายรัวกระสุน, จังหวัดพัทลุง, สภ.เมืองพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f216cd3f0a7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง&#039;ด.ต.&#039;ฝ่ายสืบสวนสภ.เมืองพัทลุงรีดเงิน-ยึดอาหารทะเลแม่ค้าฝ่าเคอร์ฟิวช้ำให้แกะหอยกินแกล้มเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กล่าวถึงกรณีตามที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว &amp;ldquo;แม่ค้า ถูกจับเคอร์ฟิว ตร.รีดเงินยึดอาหารทะเล เดือดสุดต้องนั่งแกะให้กินแกล้มเหล้า&amp;rdquo; ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองพัทลุง ว่า แม่ค้าขายอาหารทะเลสด ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อ และมีการโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่สังกัด สภ. เมืองพัทลุง ซึ่งระบุว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมหลังจากกลับมาจากรับหอยปูและปลาทู จากในพื้นที่ จว.ตรัง และเดินทางกลับบ้านที่ จว.พัทลุง ในช่วงเคอร์ฟิว เหตุเกิดพื้นที่ อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ได้เรียกเงินเป็นจำนวน 80,000 บาท ได้มีการต่อรองเหลือ 40,000 บาท และสุดท้ายที่ 10,000 บาท โดยตนไม่มีเงินสด จึงขอยืมจากญาติของสามีมาได้ 5,700 บาท แต่เงินไม่ครบจำนวน 10,000 บาท ทางชุดจับกุมได้ต่อรองเอาอาหารทะเลที่อยู่ในรถ คิดเป็นเงิน 4,300 จนครบ และเมื่อโอนเงินเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่ และให้ตนนั่งแกะหอยนางรมให้พวกเขากินจนหลังเที่ยงคืนกว่าจะได้กลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ประกอบกับได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่อปรากฎอยู่บนสลิปโอนเงิน พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน โดยให้มาประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง ไม่ให้พบปะกับประชาชน พร้อมรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบภายใน 3 วัน โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และความผิดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกตร.กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย นำพยานหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย อีกทั้งคงต้องรอให้ต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำผิด ไม่มีการปล่อยไว้ หรือ ให้การช่วยเหลือกันอยู่แล้ว จะดำเนินการทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับรายงานถึงกรณีดังกล่าวแล้วและได้กำชับให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิด ใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่น และเป็นการซ้ำเติมประชาชน ให้ต้นสังกัดดำเนินคดีทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับตำรวจที่ทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ประชาชนในภาพรวมของประเทศได้รับผลกระทบทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ได้กำชับและมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หน.หน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอดไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67857</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, ตำรวจรีดเงิน, ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว, สภ.เมืองพัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ecdfe58525c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมเกียรติ&#039;กำชับตร.พัทลุงคุมเข้มปืนกว่า 3 หมื่นกระบอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 พ.ค.61-พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.สมิทธิ มุกดาสนิท รอง ผบช.ภ.9 ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพื่อกำชับการปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ภายใต้แผนพิทักษ์ภัยให้ประชาชน ปี 2561 หลังมีกรณีคลิปกลุ่มคน ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าว ยิงปืนระหว่างการแห่ขันหมากแต่งงาน ที่ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดไปแล้ว จำนวน 14 คน ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , ข้อหา พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหายิงปืนในที่สาธารณะโดยใช่เหตุ พร้อมทั้งจะเพิกถอนการอนุญาตมีและใช้อาวุธปืนของทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำให้ตำรวจพัทลุงเป็นที่พึ่งของประชาชน บังคับใช้กฏหมายอย่างเคร่งครัด และปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างกรณีในคลิปวีดีโออีก เพื่อให้พัทลุงเป็นเมืองน่าอยู่ พร้อมประสานทางฝ่ายปกครอง ช่วยตรวจสอบการครอบครองอาวุธปืน ที่มีมากถึง 30,000 กระบอก โดยนำมาทดสอบยิง เพื่อเป็นหลักฐานในการขยายผลการกระทำความผิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ พร้อมคณะได้เดินทางไปที่ รพ.พัทลุง เพื่อเยี่ยมอาการนายกันภัย พลพงษ์ อายุ 52 ปี นายกอบต.ฝาละมี &amp;nbsp;ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงขณะกำลังจะเข้าบ้านพัก พื้นที่ สภ.ปากพะยูน ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 เม.ย.61 เวลา 17.30 น. จึงกำชับมอบหมายให้ พล.ต.ท.รณศิลป์ฯ และ ผบก.จว.พัทลุง ลงพื้นที่เร่งรัดติดตามให้จับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8511</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเพื่อนเจ้าบ่าว, ตำรวจพัทลุง, บช.ภ.9, บิ๊กอวบ, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พัทลุง, สภ.เมืองพัทลุง, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aec301fe6b7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
