<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯภูเก็ต ปัดเอี่ยวเรียกรับ 10 ล้าน สั่งไม่ฟ้องรุกที่อุทยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ว่าฯภูเก็ต&amp;quot;&amp;nbsp;ปฏิเสธไม่มีเอี่ยวเรียกรับ10ล้านบาท กรณีสั่งไม่ฟ้องบุกรุกที่อุทยาน&amp;nbsp;พร้อมติดตามกรณี &amp;quot;สส.สิระ&amp;quot; ยื่นเรื่องตรวจสอบก่อสร้างคอนโดฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.62 - นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าตามที่เพิ่งปรากฏเป็นข่าวว่า มีคลิปเสียงของเอกชนคุยกับบางหน่วยงานโดยอ้างอิงจะนำทรัพย์สินมาให้ผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯภูเก็ต โดยเอ่ยชื่อด้วย และได้รับทราบเรื่องตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2562 ดังนั้นเพื่อความบริสุทธิ์ใจได้มอบหมายให้นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าฯภูเก็ต ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2562 โดยมี พ.ต.ต.อัครเดช พงศ์พรหม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เป็นผู้ลงบันทึกประจำวัน&amp;nbsp;และทางจังหวัดภูเก็ตได้รายงานเรื่องนี้ให้กับผู้บังคับบัญชารับทราบเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภัคพงศ์ กล่าวว่าขอยืนยันว่าตนเองและรองผู้ว่าฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คงเป็นกรณีบางหน่วยงานที่จะเรียกรับผลประโยชน์โดยแอบอ้างตำแหน่งชื่อผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯเพื่อไปเรียกรับผลประโยชน์ในกรณีดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งต้องรอผลการสอบสวนของส่วนราชการที่ปรากฏในคลิปเสียงว่าจะดำเนินการอย่างไร&amp;nbsp;ทางเราได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว&amp;nbsp;กรณีที่เกิดขึ้นยังไม่เคยรับรู้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องยังไม่ถึงทางจังหวัดเป็นเรื่องเดิมที่ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2556 เป็นกรณีแผ้วถางบุกรุกที่ของอุทยานฯ ซึ่งขณะนั้นนายอำเภอถลางมีความเห็นสั่งฟ้องเรื่องเสนอไปชั้นอัยการ และ สั่งไม่ฟ้อง เรื่องเสนอไปที่ตำรวจภูธรภาค 8 สั่งฟ้อง และเสนอไปที่อัยการสูงสุดเพื่อวินิจฉัย ปรากฏว่า ตรวจสอบสำนวนแล้วพบว่าไม่ใช่อำนาจของตำรวจ จึงส่งกลับมาให้ทางอัยการจังหวัดเสนอผู้ว่าฯภูเก็ต ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจ&amp;nbsp;แต่เรื่องยังไม่มาถึงจังหวัดเลย มีการไปเจรจาในการเรียกรับผลประโยชน์โดยแอบอ้างว่าได้พบได้คุยกับตนแล้วนั้น ขอเรียนว่า ไม่เคยพูดคุยเลยว่ามีคดีนี้เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;quot; นายภัคพงศ์ กล่าวและว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคดีที่เกิดขึ้นในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เราดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และขอฝากว่าหากมีผู้แอบอ้างนำตำแหน่งไปเรียกรับผลประโยชน์ขอให้แจ้งตรงมาที่ตน อย่างเช่นกรณีนี้เช่นเดียวกัน เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางผู้ที่เสียหายนำคลิปมาเปิดให้ฟัง และ ขอทราบข้อเท็จจริง จึงได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วว่าแอบอ้างชื่อทำให้เราเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภัคพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐให้ดำเนินการตรวจสอบการก่อสร้างคอนโดฯเดอะพีค&amp;nbsp;เรสซิเดนท์&amp;nbsp;ที่กะตะน้อย นั้น ต้องรอกระบวนการของศาลปกครองสูงสุดนครศรีธรรมราช คงใช้เวลาไม่นาน จะต้องทราบผลของศาลพิจารณา ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในประมวลกฏหมายที่ดิน ความชอบหรือไม่ชอบในที่ดินแปลงนี้เรื่องอยู่ที่ศาลปกครองสูงสุด ทางกรมที่ดินต้องอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลปกครองสูงสุดทุกกรณี ถัดมาเป็น พรบ.ควบคุมอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการที่ผู้ประกอบการเสนอขอก่อสร้างอาคาร ไม่จำเป็นต้องเป็นโฉนด มี นส.3 สามารถขอได้ เมื่อได้รับใบอนุญาตไปก่อสร้างปกติ และภูเก็ต มีประกาศคุ้มครองสิ่งแวดล้อมต้องทำอีไอเอ ผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัดเสนอไปกระทรวงทรัพยากรฯเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมความสูงระยะห่างตามระเบียบที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดจะชี้ประเด็นใด ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะมาแก้ไขปัญหาตามนั้น&amp;nbsp;การที่ส.ส.ลงมาตรวจสอบเดอะพีค เรสซิเดนท์&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้มีหลายชุดลงมาตรวจสอบเช่นกัน&amp;nbsp;ซึ่งต้องรอฟังคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ส่วนความเสียหายในการซื้อคอนโดฯนี้หากมีการโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ ทางจังหวัดต้องเชิญเจ้าของกิจการมาชี้แจงว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางจังหวัดประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคารชุดเดอะพีค เรสซิเดนท์ ครั้งที่ 2/2562 ที่ประชุมมีความเห็นให้เจ้าของโรงแรมชี้แจงการถมคลองสาธารณะ ซึ่งทางคณะกรรมการจะลงตรวจสอบพื้นที่ตรงนี้ เนื่องจากทางที่ดินจังหวัดมีคำสั่งให้เอกชนชี้แจงภายใน 25 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43867</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, บุกรุกที่อุทยาน, ผู้ว่าฯภูเก็ต, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, สภ.เมืองภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bb8aff0a80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบก.ยันเป็นธรรม ตร.ยิงหนุ่มหนีด่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หนุ่มวัย 29 ขับกระบะแหกด่านตรวจ ตำรวจไล่ล่าทั่วเมืองก่อนไปจนมุมเพราะรถชนทางเท้า สุดท้ายกลายเป็นศพถูกยิงหัว ตำรวจแจงผู้ตายยกปืนเล็งเลยต้องยิงยับยั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน เวลาประมาณ 00.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ตั้งจุดตรวจที่ถนนเทพกระษัตรี บริเวณซอยเสียงใต้ ได้มีคนร้ายทราบชื่อภายหลัง คือนายชิษณุพงศ์ เครือจันทร์ อายุ 29 ปี ที่อยู่ 3/11 ปฏักซอย 12 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขับรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 1233 ภูเก็ต ฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเฉี่ยวชนรถของประชาชนที่บริเวณแยกโรงไฟฟ้า ได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แล้วขับหลบหนีเข้าพื้นที่ สภ.เชิงทะเล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ตได้ไล่ติดตามและวิทยุแจ้ง สภ.เชิงทะเล เพื่อสกัดจับ แต่คนร้ายยังคงขับรถหลบหนี ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ตจึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดที่ล้อ เพื่อหยุดรถคันดังกล่าว เนื่องจากพฤติการณ์การขับขี่ที่เป็นอันตราย แต่คนร้ายยังไม่ยอมหยุด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ถนนศรีสุนทร บริเวณหน้าร้านต้นหอม ต.เชิงทะเล อ.ถลาง รถยนต์สายตรวจของ สภ.เมืองภูเก็ตได้ขับแซงและบีบช่องทางเพื่อให้รถคันดังกล่าวหยุด แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด ได้ขับชนประตูด้านหน้าทางซ้ายของรถยนต์สายตรวจ ทำให้ประตูพับไปทางด้านหน้า รถยนต์ของคนร้ายเสียหลักไปชนกับทางเท้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้ไฟส่องและสั่งให้ลงจากรถ แต่คนร้ายไม่ยอมลง กลับใช้อาวุธปืนยกขึ้นเล็งมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยิงต่อสู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้อาวุธปืนยิงเพื่อยับยั้ง กระสุนถูกคนร้ายที่ศีรษะ จำนวน 1 นัด และต้นแขนขวา 1 นัด ถึงแก่ความตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพลกล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติ พบผู้ตายต้องหาคดีหลายคดี และได้ทำการตรวจค้นภายในรถยนต์ พบอาวุธปืนพกขนาด .357 พร้อมกระสุน 6 นัด อยู่ในรังเพลิง และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมกระสุน ขนาด .38 อยู่ในรังเพลิง 1 นัด และพบกระสุนปืน ขนาด .45 จำนวน 5 นัด, กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 4 นัด, กระสุนปืนขนาด .357 จำนวน 6 นัด อยู่ภายในรถยนต์ จึงตรวจยึดไว้ประกอบคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.ธีระพลได้ประชุมชุดเจ้าหน้าที่ที่ห้องประชุม สภ.เชิงทะเล ก่อนเปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เข้ามาดูแลสำนวนคดี เพื่อให้แนวทางการสอบสวนเป็นไปอย่างรัดกุม ให้เกิดความเป็นธรรมที่สุดทั้งสองฝ่าย ไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงใจของญาติผู้เสียชีวิต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17886</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระสุนถูกคนร้ายที่ศีรษะ, ขับหลบหนี, นายชิษณุพงศ์ เครือจันทร์, ฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, ยิงเพื่อยับยั้ง, สภ.เมืองภูเก็ต, หนังสือพิมพ์, เฉี่ยวชนรถของประชาชน, ใช้อาวุธปืนยกขึ้นเล็งมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba10242259b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
