<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มสงขลาเดือดเคลียร์ปัญหาคาใจโดนด่าบุพการีใช้.38ยิงสวนดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.63-ร.ต.อ.มนชัย ทนโกจารย์ ร้อยเวร สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันตายในสวนยางพาราในพื้นที่ ม. 4 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยเทศบาลตำบลพะวง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมใจกู้ภัยเมืองสงขลา ที่เกิดเหตุเป็นขนำอยู่ในสวนยางพารา พบศพนายณรงค์ มณี อายุ 42 ปีอยู่บ้านเลขที่ 157 ม. 4 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างขนำ จากการตรวจสอบพบผู้ตายโดนยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 2 นัด เข้าบริเวณหน้าอก 1 นัด และต้นแขนขวาอีก 1 นัด &amp;nbsp;ส่วนมือปืนรายนี้ชื่อ นายเรืองชัย แสงอ่อน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม. 4 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุในการก่อเหตุในเบื้องต้นนายมนิ อภัยรัตน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม. 4 เล่าว่า &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้นายณรงค์ และนายเรืองชัย ได้มีปัญหาขัดแย้งกัน ในเรื่องต่างคนต่างเอาไฟฉายมาส่องหน้าใส่กันระหว่างที่ออกไปหากบในช่วงเวลากลางคืนบริเวณพื้นที่ทุ่งนาภายในหมู่บ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนเกิดเหตุนายณรงค์ ผู้ตายได้มานั่งพูดคุยกับเจ้าของขนำที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายเรืองชัย ได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามา เมื่อเห็นนายณรงค์จึงเข้าไปสอบถามและเคลียร์ปัญหาดังกล่าว โดยมีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ซึ่งทางนายณรงค์ได้ด่าพ่อล่อแม่ ทำให้นายเรืองชัยโมโหชักปืนออกมาจากเอวยิงนายณรงค์ไป 2 นัด ล้มฟุบกับพื้น หลังจากนั้นนายเรืองชัย ได้หลบหนีไปท่ามกลางความตกใจของคนที่อยู่ในเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นหลังก่อเหตุ ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงนายเรืองชัย มือปืนได้ติดต่อเพื่อเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าทีตำรวจชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวนายเรืองชัย เดินทางมาที่ สภ.เมืองสงขลา เพื่อสอบสวนและดำเนินคดี โดยแจ้งข้อหา 3 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70576</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ทะเลาะวิวาท, สภ.เมืองสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01acee4b0ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันปิดคดีสะเทือนขวัญลวงเพื่อนมายิงทิ้งรวบหมดทั้งมือปืนและนกต่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.63- ความคืบหน้าคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่จ.สงขลา คนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นกระหน่ำยิง นายสุชาติ อโนทัย อายุ 38 ปี เสียชีวิตในสภาพคร่อมรถจักรยานยนต์กลางถนนบ่อลูกรังร้างในพื้นที่ บ้านทำนบ หมู่6 ต.ทุ่งหวัง อ.เมืองสงขลา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาโดยถูกยิงเข้าบริเวณกลางหลัง 4 นัด และในมือผู้ตายมีถุงไอซ์ขนาด1กรัม&amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่ามาจากปัญหาขัดแย้งเรื่องยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในวันนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้วทั้ง 2 คนและพบว่าสาเหตุมาจากทั้งเรื่องยาเสพติดและเรื่องชู้สาวรวมกันและทั้งผู้ตายและคนร้ายก็เป็นเพื่อนรักกันด้วย โดย พล.ต.ต.โชติ ชัยชมภู รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้แถลงข่าวปิดคดีนี้ที่ สภ.เมืองสงขลา หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน 4 หน่วยทั้งชุดสืบสวนตำรวจภูธรจ.สงขลา ชุดสืบสวนสภ.เมืองสงขลา ชุดสืบสวนภาค 9 และชุดสืบสวนกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม ได้ร่วมกันสืบสวนหาเบาะแสจนสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ทั้ง 2 คนภายในเวลา2วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย นายอุดร ไชยทองเพชร อายุ 30 ปี หรือ ดร มือปืน และนายธีระพงษ์ จันทอง อายุ 31ปี หรืออาร์ ซึ่งเป็นนกต่อที่ลวงผู้ตายออกมายิง พร้อมของกลางอาวุธปืนขนด .357 ที่ใช้ก่อเหตุซึ่งใช้กระสุนขนาด .38 &amp;nbsp;และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อกับผู้ตาย และจากการสอบสวนทั้งสองคนก็ยอมรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.โชติ กล่าวว่าคดีนี้สาเหตุมาจากทั้งเรื่องยาเสพติดและเรื่องชู้สาว โดยทั้งนายสุชาติ และคนร้ายทั้งสองคนอยู่ในกลุ่มค้ายาและเสพยาก๊วนเดียวกันและสนิทสนมเป็นเพื่อนรักกัน &amp;nbsp;แต่ชนวนเหตุว่า นายอุดร แอบไปมีความสัมพันธ์กับภรรยา นายสุชาติ ทั้งคู่จึงมีปัญหากัน โดยคืนเกิดเหตุนายธีระพงษ์ ได้โทรศัพท์ลวงนายสุชาติ ให้ออกไปพบที่บริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อซื้อยาไอซ์ เมื่อมาถึงก็ถูก นายอุดร ซึ่งมาดักรออยู่ก่อนแล้วใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิง 4 นัด จนเสียชีวิตคารถจักรยานยนต์จากนั้นจึงได้แยกย้ายกันหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการสอบสวนทราบว่าก่อนหน้านี้ นายสุชาติ ได้ถูกจับกุมคดียาเสพติดมาหลายครั้งโดยครั้งล่าสุดเมื่อช่วงต้นปีนี้และได้ถูกส่งไปบำยัดยาเสพติด และไดฝากฝังเมียให้ นายอุดร ซึ่งเป็นเพื่อนรักช่วยดูแล แต่ปรากฏว่าจากความใกล้ชิดและสนิดสนมกัน ทำให้ นายอุดร ได้เสียกับภรรยา นายสุชาติ &amp;nbsp; และเมื่อนายสุชาติ ออกจากสถานบำบัดก็ทราบเรื่องและทะเลาะกับภรรยาจนต้องแยกทางกันมา 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างนั้นภรรยาก็ไปอยู่กินกับ นายอุดร แต่นายสุชาติ ก็พยายามโทรศัพท์ไปหาเรื่อง ครั้งสุดท้ายได้โทรศัพท์ไปหาภรรยาและพูดขู่ว่าจะยิง นายอุดรให้ตาย ซึ่งตอนนั้นนายอุดร ก็นั่งอยู่ใกล้ๆและได้ยิน จึงเป็นสาเหตุให้ชิงลงมือฆ่า นายสุชาติ ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้งสองคน 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ในวันเกิด นางสาวจันทร์รัตน์ เกียรติขวัญบุตร ซึ่งเป็นเมียของ นายสุชาติ ก็เดินทางไปดูศพของสามีที่ถูกยิงตายอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีส่วนร่วมกับการฆ่า ขณะที่นายอุดร กลับปฎิเสธว่าตนเองไม่ได้เป็นเมียกับนายสุชาติแต่อย่างใดและโยนความผิดเรื่องค้ายาเสพติดมาให้ตนเองทั้งหมดและยังขู่ฆ่า ซึ่งตนเองแค้นมากจึงลงมือวางแผนฆ่าก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70554</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจภูธรจ.สงขลา, ตำรวจภูธรภาค9, ยาเสพติด, สภ.เมืองสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01757c22b83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.สงขลาวุ่น!หนุ่มขับรถแหกด่านไล่ตามกว่า15กม.ก่อนยิงสกัดจนมุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.63-ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาร.ต.อ.สมชาติ &amp;nbsp;มรรขโร รองสว.สอบสวน สภ.เมืองสงขลา รับแจ้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธปืนยิง ที่หน้าบ้านเลขที่245/1 &amp;nbsp;ม.10 บ้านคลองโหนด ต.ทุ่งหวัง &amp;nbsp; อ.เมือง จ.สงขลา &amp;nbsp;จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 9 ที่เกิดเหตุพบรถ เก๋ง ยี่ห้อเชฟโรแลต &amp;nbsp;REVO สีขาว &amp;nbsp; หมายเลขทะเบียน ขว &amp;ndash; 2305 &amp;nbsp;สงขลา จอดชนอยู่กับกำแพงบ้านเลขที่ดังกกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบบริเวณรอบรถพบรอยกระสุน 2 รู ที่ฝากระโปรงท้ายกับกระจกหลัง และกระจกหลังแตกร้าวทั้งบาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำส่งโรงพยาบาลสงขลา ทราบชื่อคือนาย เสนี &amp;nbsp;รักชูชื่น &amp;nbsp;อายุ 28 ปี และเป็นคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคอและขาซ้าย จากการถูกกระสุนปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามทราบว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสงขลา &amp;nbsp;ตั้งด่าน ตรวจภายในซอย 69 กาญจนวนิช &amp;nbsp;ต.เขารูปช้าง อ.เมือง สงขลา รถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับผ่านมาแต่เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกให้จอดรถเก๋งคันดังกว่าก็เร่งเครื่องแหงด่านเจ้าหน้าที่จึงไล่ล่าติดตามมา โดยรถเก๋งได้ขับมุ่งหน้ามาทาง ถ.กาญจนวานิช และขับย้อนศร ก่อนจะขับข้ามถนนมุ่งหน้าห้าแยกน้ำกระจายและเลี้ยวซ้ายตรงแยกน้ำกระจายมุ่งหน้าไปยังแยกอ่างทอง และเลี้ยวขวาเข้าถนนสงขลา-นาทวี และเลี้ยวขวาซอยข้างวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับรถไล่ติดตามมา จึงต้องอาวุธปืนยิงสกัดจนรถเก๋งคันดังกล่าวกระสุนถูกคนขับได้รับบาดเจ็บและจอดรถบริเวณหน้าบ้านและวิ่งหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่ที่ไล่ติดตามสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้และเรียกหน่วยกู้ชีพมานำตัวคนขับที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล รวมระยะทางการติดตามไล่ล่ากว่า15 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรถเก๋งคันดังกล่าวอย่างละเอียดไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่มีข้อสังเกตุว่าช่องคอนโทรนตรงกลางที่ติดกับวิทยุถูกถอนออกไป ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนนายเสนีคนขับรถเก๋งอย่างละเอียดถึงสาเหตุของการขับรถแหงด่านเจ้าหน้าที่และขับหลบหนีไกลกว่า15กิโลเมตร พบทั้งตรวจหาสารเสพภายในร่างกายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนางสุชาดา &amp;nbsp;ศรีสวัสดิ์ แม่ของนายเสนี คนขับรถเก๋งทราบว่าลูกชายทำงานเป็นช่างเชื่อมของบริบริษัทขนส่งน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองสงขลาและช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ลูกชายขับรถกลับบ้านแต่ก็มาทราบเรื่องที่เกิดขึ้นจนมารู้อีกทีว่าลูกชายขับรถแหงด่านเจ้าหน้าที่จนถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, สภ.เมืองสงขลา, แหกด่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e1287313fbc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.สงขลาเร่งตรวจรถจยย.ถูกเผาคาดคนร้ายหวังทำร้ายหลักฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62- ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้รถจักรยานยนต์บนถนนสายห้าแยกเกาะยอ-อ่างทอง บริเวณพื้นที่ ม.2 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา หลังจากไปตรวจสอบพบไฟกำลังลุกไหม้รถจักรยานยนต์เสียหายหมดทั้งคันจนมอดดับไปเองเหลือเพียงซากรถ แต่บริเวณจุดเกิดเหตุมีเพียงรถจักรยานยนต์ที่ถูกไฟไหม้ไม่พบเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบขวดมีรอยคราบน้ำมัน 1 ขวด ถูกโยนทิ้งไว้ในพงหญ้าซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นขวดใส่น้ำมันที่นำมาราดและจุดไฟเผารถคันนี้ &amp;nbsp;ส่วนรถจักรยานยนต์คันนี้ก็มีพิรุธเนื่องจากไม่พบแผ่นป้ายทะเบียนและเลขตัวถังรถก็ถูกลบออกไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดของรถได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามชาวบ้านในละแวกเกิดเหตุ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ชาย 2 คนขับรถจักรยานยนต์มาคนละคัน มาจอดคุยกันบริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นเห็นเปลวไฟลุกไหม้รถจักรยานยนต์ขึ้นมา และผู้ชาย 2คนก็ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันออกไปโดยไม่ได้สนใจรถที่ถูกไฟไหม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวอาจจะเป็นรถที่ถูกขโมยมาและเคยใช้นำไปก่อเหตุทำสิ่งผิดกฏหมาย และถูกนำมาเผาเพื่ออำพรางคดีและตัดตอนไม่ให้สาวถึงตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำซากรถไปเก็บไว้เป็นหลักฐานและเร่งสืบสวนหาความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับคดีใดหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46393</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, สภ.เมืองสงขลา, เผารถจยย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d883c6114b9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านสุดทนรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสวัดดังสงขลา พาสีกาพม่าซุกกุฏิพระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - ที่วัดน้ำกระจาย ม. 2 ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ม. 2 และหมู่บ้านข้างเคียงในตำบลพะวง กว่า 500 คน รวมตัวกันหน้ากุฎิเจ้าอาวาส เพื่อกดดันและขับไล่พระมหาเอกชัย ชุติมนุโต เจ้าอาวาสวัดน้ำกระจาย ออกจากวัดโดยทันทีหลังชาวบ้านได้สังเกตเห็นผู้หญิงอยู่ในกุฎิพระช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม อีกทั้งที่ผ่านมาชาวบ้านยังตั้งข้อสงสัยถึงการบริหารเงินวัดที่ไม่โปร่งใสโดยไม่มีคณะกรรมการวัดคอยกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงินของวัด อีกทั้งยังมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับชาวบ้านเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน ไม่เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าอาวาส ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้บุกเข้าไปตรวจสอบที่กุฏิเจ้าอาวาส&amp;nbsp;พบว่าภายในกุฏิซึ่งอยู่ด้านหลังวัด พบผู้หญิงสัญชาติพม่าจำนวน 5 คน อยู่ในกุฎิ และพบพระสงฆ์สัญชาติพม่าจำนวน 2 รูปซึ่งอยู่กุฎิติดกัน หลังจากที่เจ้าหน้าตำรวจตรวจสอบเอกสารพบว่าทั้งหมดได้เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่สามารถถามถึงสาเหตุที่เข้ามาอยู่ในวัดนี้ได้เนื่องจากพูดจากันไม่รู้เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นได้มีชาวบ้านเดินทางเข้ามาเรื่อยๆจนเต็มพื้นที่วัด ขณะเดียวกันชาวบ้านอีกกลุ่มได้เข้าไปนำพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาสซึ่งนั่งสวดมนต์อยู่ในศาลาการเปรียญ พร้อมกับตะโกนขับไล่เจ้าอาวาสให้ออกจากวัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเจ้าอาวาสเข้าไปนั่งในรถเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งพระครูสังฆรักษ์ เจ้าคณะตำบลพะวง พร้อมด้วย พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองสงขลา ได้เดินทางมาถึงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ อส. เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าคณะตำบลพะวงได้เข้าไปในรถตำรวจเพื่อสอบถาม ก่อนที่จะออกมาหารือร่วมกับ พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ นายเจือ กิ้มอั้น นายกเทศมนตรีตำบลพะวง และผู้นำชุมชนเพื่อหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว โดยได้นำพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาส พร้อมกับผู้หญิงสัญชาติพม่าและพระสงฆ์สัญชาติพม่าอีก 2 รูป ขึ้นรถตำรวจออกจากวัดทันทีและยอมลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำกระจาย และจะทำการย้ายวัดไปอยู่ที่วัดอื่น ทำให้ชาวบ้านต่างพอใจและแยกย้ายกับกลับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41909</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับไล่เจ้าอาวาส, จังหวัดสงขลา, วัดน้ำกระจาย, สภ.เมืองสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39238b8797c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่นลมแรงซัดเรือประมงล่มทะเลสาบสงขลา รอด3ตาย1ยังไม่พบศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเรือประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นเรือหางยาวล่มกลางทะเลสาบสงขลา มีผู้เสียชีวิต 1 คน จึงประสานไปยังตำรวจน้ำสงขลานำเรือออกค้นหา โดยที่เกิดเหตุชาวบ้านบ้านกำลังช่วยกันค้นหาร่างผู้เสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมค้นหาในจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 5 กิโลเมตร แต่การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากเป็นเวลากลางคืนมืดสนิท&amp;nbsp;ไม่สามารถหาพิกัดที่ชัดเจนได้ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น. ก็ยังไม่พบศพผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงต้องยกเลิกภาระกิจในการค้นหา และจะออกค้นหาต่อในช่วงเช้าของวันนี้ (13 ก.ย.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายไพศาล เจริญรุ่ง อายุ 52 ปี ชาวประมง 1 ใน 4 คนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่ม เล่าว่า เมื่อช่วยบ่ายเมื่อวานนี้ (12 ก.ย.)&amp;nbsp; ตนและครอบครัวของผู้เสียชีวิตรวม 4 คนได้นำเรือออกจากท่าเรือบริเวณสวนสาธารณะ 72 พรรษา โดยมีครอบครัวนายประวิทย์ คงทอง และนางกุหลาบ คงทอง 2 สามีภรรยา พร้อมลูกสาวอายุประมาณ 5 ขวบไปด้วย เพื่อไปวางลอบดักปูในทะเลสาบสงขลา ขณะเดียวกันได้เกิดลมกรรโชกแรงทำให้เกิดคลื่นสูงกว่า 1 เมตร ซัดเข้าบริเวณท้ายเรือจนเรือล่ม ก่อนที่ตนเองจะพยายามช่วยเหลือพ่อแม่ลูกทั้ง 3 ชีวิต ซึ่งว่ายน้ำไม่เป็น จนสามารถช่วยเหลือนายประวิทย์และลูกสาวเอาไว้ได้ ส่วนนางกุหลาบได้จมน้ำเสียชีวิต ก่อนที่จะมีเรือประมงด้วยกันเข้ามาช่วยเหลือนำตนเองและสองพ่อลูกขึ้นบนฝั่งและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหาร่างผู้เสียชีวิตคือนางกุหลาบ คงทอง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 ถนนเตาอิฐ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17457</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นซัด, จังหวัดสงขลา, ลมกรรโชกแรง, สภ.เมืองสงขลา, เรือประมงพื้นบ้านล่ม, เรือล่มทะเลสาบสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b99c11810c44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
