<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทุน FTA เคาะงบ 21 ล้านบาท ดันศักยภาพเกษตรกรโคเนื้อวากิว เมืองสุรินทร์ ตั้งเป้าผลิตโคขุนเกรดคุณภาพสูง ส่งเสริมตลาด รับมือผลกระทบ TAFTA </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอัญชนา ตราโช&amp;nbsp; รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ (กองทุน FTA) ได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 21.88 ล้านบาท ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดโคเนื้อสุรินทร์วากิวครบวงจรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้เกษตรกรของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์โกเบครบวงจร ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยมีกรมปศุสัตว์ เป็นผู้กำกับดูแล ระยะเวลาดำเนินโครงการ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2564 - 2573) โดยร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคขุนพันธุ์สุรินทร์วากิว ให้เป็นเนื้อโคที่ดีมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศการอนุมัติงบประมาณดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบจากการสิ้นสุดมาตรการปกป้องพิเศษ (SSG) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย &amp;ndash; ออสเตรเลีย (TAFTA) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นมา ซึ่งกำหนดให้สินค้าเกษตร ที่นำเข้าจากออสเตรเลียจำนวน 17 รายการ เช่น เนื้อวัวและเครื่องใน เนื้อหมูและเครื่องใน ผลิตภัณฑ์จากเนยและนม เป็นต้น จะไม่มีภาษี ไม่จำกัดปริมาณการนำเข้าอีกต่อไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์โกเบครบวงจร ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ นับเป็นกลุ่มวิสาหกิจที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคเนื้อสายพันธุ์วากิว ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ปัจจุบันมีสมาชิก 107 ราย จำนวนโคแม่พันธุ์ 2,079 ตัว แต่ผลผลิตของกลุ่มฯ ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งมีความต้องการประมาณเดือนละ 60 ตัว หรือ ปีละ 720 ตัว ขณะที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ผลิตได้เพียงเดือนละ 18 ตัว หรือปีละ 216 ตัว&amp;nbsp;(คิดเป็นร้อยละ 30 ของตลาดที่มีอยู่) เป้าหมายของโครงการ คือ การผลิตลูกโคเพศผู้สำหรับขุนได้ ไม่น้อยกว่า 240 ตัว/ปี หรือ 2,400 ตัวตลอดทั้งโครงการ ด้วยระบบการบริหารจัดการฟาร์มแบบคอกกลาง (Central Feedlot) มีการจัดอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรผู้เป็นสมาชิก ทั้งนี้ จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแล และควบคุมโดยกรมปศุสัตว์ ขณะที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะร่วมยกระดับการบริหารจัดการฟาร์มภายใต้แนวคิดการผลิตแบบคอกกลางที่มีศักยภาพ&amp;nbsp; ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ 10 ปี เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์โครงการ และจะเป็นเนื้อโคขุนที่มีเกรดคุณภาพไขมันแทรกระดับ 2.5&amp;nbsp; ขึ้นไป จากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน GFM / GAP เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดระดับบน ซึ่งเป็นตลาดเนื้อโคขุนคุณภาพ นอกจากนี้ โครงการนี้ ยังได้จัดทำความตกลงด้านการตลาด (MOU) กับบริษัทคู่ค้าไว้แล้ว จำนวน 2 ฉบับ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรว่า มีตลาดรองรับผลผลิตอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา สินค้าโคเนื้อ นับเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมจากตลาดภายในประเทศอย่างมาก แต่กลับพบว่าปริมาณการผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะเนื้อโคคุณภาพระดับเกรดไขมันแทรกตั้งแต่ระดับ 2.5 ขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น หากประเทศไทยสามารถผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพไขมันแทรกได้เอง เช่น โคเนื้อลูกผสมยุโรป&amp;nbsp; ชาโรเร่ส์ แองกัส บราห์มัน หรือโคลูกผสมวากิว ที่เป็นโคสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น จะส่งผลให้ไทยสามารถลดการนำเข้าเนื้อโคจากต่างประเทศได้ ซึ่ง สศก. โดยกองทุน FTA เรามีความมุ่งมั่นและยินดีให้การสนับสนุนเงินทุน ให้คำปรึกษาแก่กลุ่มเกษตรกร สำหรับนำไปพัฒนาศักยภาพ ทั้งในด้านการผลิต การตลาด เพื่อลดผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ร่วมกันพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรไทย&amp;rdquo; รองเลขาธิการ สศก. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106691</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ออสเตรเลีย, Central Feedlot, SSG, กรมปศุสัตว์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนสุรินทร์โกเบ, กองทุน FTA, การค้าเสรีไทย, การบริหารจัดการฟาร์มแบบคอกกลาง, นางอัญชนา ตราโช, ผลิตโคขุนเกรดคุณภาพสูง, มาตรการปกป้องพิเศษ, รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.), รับมือผลกระทบ TAFTA, สภ.เมืองสุรินทร์, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, เกษตรกรโคเนื้อวากิว, เคาะงบ 21 ล้านบาท, เนื้อโค, เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cafad3021ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุดจบสายอวด!ตำรวจบุกรวบหนุ่มรับเหมาโพสต์โชว์ปืนในเฟซบุ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.63 - พ.ต.อ.สมศักดิ์ วงศ์ชัยประเสริฐ &amp;nbsp;ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ , พ.ต.ท.สกาว คำไกร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสุรินทร์ ชุดสืบสวนประกอบด้วย พ.ต.ท.กิตติภพ &amp;nbsp;ศรณ์แสงคำ สว.สส.ฯ , ร.ต.ท.สักกะพงษ์ &amp;nbsp;ผลเกิด รอง สว.สส.ฯ, ร.ต.ท.กอบสุข สระแก้ว &amp;nbsp;เข้าจับกุมนายโลม หรือ&amp;quot;เงาะ&amp;quot; เอติยัติ ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง&amp;nbsp;อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 ม.9 ต.ตระแสง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนแบบ เอเค 47 จำนวน 1 กระบอก ซองบรรจุกระสุน&amp;nbsp;(แมกกาซีน) จำนวน 1 ซอง กระสุนปืนไม่ได้อยู่ในแมกกาซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้ออกสืบสวนจับกุมตามคำสั่งระดมกวาดล้างอาชญากรรม คดีอาวุธปืน การพนัน ยาเสพติด ช่วงวันที่ 21-28 กุมภาพันธ์ 2563 &amp;nbsp;ภ.จว.สุรินทร์ ต่อมาได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีบุคลชื่อ &amp;quot;เจ้าเงาะเมืองสุรินทร์&amp;quot; มีพฤติกรรมโพสต์เฟซบุ๊ก โชว์ภาพถ่ายถืออาวุธปืนสงคราม พร้อมทั้งเเจ้งตำหนิรูปพรรณและภาพถ่ายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทราบ &amp;nbsp;ผลการตรวจด้น พบอาวุธปืนแบบ เอ เค 47 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้มีและใช้ได้ตามกฎหมาย และเป็นทรัพย์สินที่มิไว้เป็นความผิด นายโลม ผู้ต้องหา รับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง ได้ซื้อมาจากเพื่อนที่อยู่ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ มาไว้ใช้ในการป้องกันทรัพย์สินและเป็นของสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดอาวุธปืนแบบ เอ เค และได้แจ้งข้อกล่าวหานายโลม หรือ&amp;quot;เงาะ&amp;quot; เอติยัติ ในข้อหามีอาวุธปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย พร้อมกับนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57937</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภ.เมืองสุรินทร์, อาวุธสงคราม, โพสต์เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e5228721e001.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โวยตร.ทำเกินกว่าเหตุไล่จับวัยรุ่นขี่จยย.หนีด่านตรวจแอลกอฮอล์จนหกล้มหัวแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;14ก.พ.63-ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า หลังการเฟสบุ๊กชื่อ Max pattichet Meeswat นำคลิปมาแชร์ในเฟสบุ๊ก&amp;nbsp; 3 ชม ก็มีคนแชร์ 1,000 กว่าแชร์ ของตัวเองแล้วเขียนขอความว่า &amp;ldquo;ตำรวจเขาจับกันยังงี้รึ ถ้าสมมุติน้องผมคอหักตาย ใครรับผิดชอบ #ตำรวจของประชาชน #สุรินทร์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้อินบ็อก เข้าไปสอบถาม ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จากสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เมื่อเวลา ตี 2 โดยประมาณ วัยรุ่น 2 คน หนุ่ม-สาว คู่นี้กำลังขับขี่รถมอเตอร์ไซค์จะกลับบ้าน พอดีเห็นตำรวจตั้งด่าน อยู่แถวๆหน้า บขส.จังหวัดสุรินทร์ จึงกลับรถกะทันหัน&amp;nbsp; แล้วเหตุการณ์ระทึกขวัญก็เกิดขึ้น เมื่อตำรวจ 2 นาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไล่ตามอย่างกระชั้นชิด แล้วมีการกระโดดจับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง ไกลจากด่านตรวจ หลังจากนั้นมีการต่อสู้เพื่อจับกุมตัว ตามภาพในคลิป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาหาอะไร เนื่องจากหนุ่มสาวคู่นี้ได้รับบาดเจ็บ มีลักษณะมึนเมา เนื่องจากเพิ่งออกมาจากสถานบันเทิงย่าน RCA จึงต้องนำส่งโรงพยาบาลสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการแชร์ผ่านสื่อโซเซียลมีเดีย มีการออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยเห็นการณ์ที่เห็นในคลิปทำให้ประชาชนตั้งคำถามกับว่า &amp;ldquo;ตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือเปล่า&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หากทั้งสองคนเกิดบาดเจ็บหรือคอหักตาย&amp;rdquo; อะไรจะเกิดขึ้น??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้โทรศัพท์สอบถาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ นายหนึ่ง(สงวนชื่อยศตำแหน่ง ระเบียบ ตร.ต่ำกว่า พตอ.ห้ามสัมภาษณ์) เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร เมาแล้วขับ ที่บริเวณด้านหน้า บขส.สุรินทร์ ได้มีวัยรุ่น หนุ่มสาว ขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว เรียกให้จอดเพื่อตรวจระดับแอลกอฮอล์กลับไม่ยอมหยุด กลับเร่งเครื่องยนต์ขับหลบหนีชนกรวยด่านตรวจ พร้อมกับตระโกนด่าเจ้าหน้าที่ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายได้ขับรถจักรยานยนต์สายตรวจออกตามเพื่อจับกุม จนเกิดเหตุการณ์ตามคลิปวีโอดังกล่าว ชายศรีษะแตก ขาเป็นแผล เกิดจากการหกล้ม จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ เพื่อปฐมพยาบาล และเจาะเลือดวัดระดับแอลกอฮอล์ ยังไม่ได้รับผลยืนยัน พร้อมได้เตรียมออกหมายเรียกให้มารายงานตัวที่ สภ.เมืองสุรินทร์ ก่อนเวลา 12.00 น.วันนี้ แต่ยังไม่พบว่า มาพบพนักงานสอบสวนเวร แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57202</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตรวจ, ตรวจแอลกอฮอล์, บขส.สุรินทร์, สภ.เมืองสุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e4666f6aa7b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเสี่ยปีเตอร์อ้างยูเอ็น-ธนาคารโลก  ต้มชาวบ้านเปื่อยกว่า 6 หมื่นคน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า เวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ &amp;nbsp;พ.ต.อ ยศวัจน์ งามสง่า ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้ทำการสอบปากคำ &amp;nbsp; นายพิชย์พิพรรธ ศรีตระกูลรักษ์ หรือเสี่ยปีเตอร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พันปี กรุ๊ป ตามหมายจับศาลอาญา จังหวัดสุรินทร์ ในคดีฉ้อโกงประชาชน หลังสืบทราบว่ามีพฤติการณ์ชักชวนเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้านเกษตรกรรมในประเทศไทย โดยอ้างว่าได้รับเงินสนับสนุนจำนวนมากจากองค์การสหประชาชาติ หรือ UN และธนาคารโลก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ เร่งสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการหลังตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชนจำนวนกว่า 60,000 คน ในพื้นที่ภาคอีสาน สร้างความเสียหาย 300 ล้านบาท ขณะที่เจ้าตัวยังปฎิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งรี้การจับกุม สืบเนื่องจากตำรวจได้รับร้องเรียนจากเกษตรกร ในภาคอีสานว่า บริษัท พันปี กรุ๊ป ไทย ลาว กัมพูชา จำกัด หลอกลวงและฉ้อโกงประชาชน อ้างว่าได้รับเงินสนับสนุนงบประมาณจากองค์การสหประชาชาติ ให้นำเงินมาช่วยเหลือเกษตรกร ในรูปแบบของเงินอุดหนุนรายละ 1 ล้านบาท เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และรับซื้อผลผลิต ซึ่งเกษตรกรต้องเสียค่าสมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่ 200-5,000 บาท และเสียค่าอบรมอีก 2,500 บาท แต่หลังโครงการผ่านไปได้ระยะหนึ่ง สมาชิกกลับไม่ได้รับเงินกู้สนับสนุนตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นางสาวณชณฆ์ ตรงใจ ตกเป็นเหยื่อ ถูกนายปีเตอร์ หลอกให้รวบรวมข้าวเปลือกจากสมาชิกสหกรณ์จำนวน 350 คน เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ แต่ถึงเวลาบริษัทพันปีกรุ๊ป กลับผิดนัดไม่ชำระเงินให้ สร้างความเสียหายมูลค่ามากกว่า 20 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบบริษัท พันปี กรุ๊ป ไทย ลาว กัมพูชา จำกัด พบว่าตั้งอยู่ที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดบริษัทตั้งแต่ปี 2558 มีเกษตรกรและประชาชนตกเป็นเหยื่อมากกว่า 60,000 คน มูลค่าความเสียหาย 300 ล้านบาท โดยมี นายพิชย์พิพรรช ศรีตระกูลรักษ์ หรือ นายปีเตอร์ เป็นประธานกรรมการบริษัทแต่เพียงผู้เดียว นอกจากนี้ยังพบว่า นายปีเตอร์ มีหมายจับอีก 3 หมายของศาลจังหวัดสุรินทร์ ศาลแขวงพระนครเหนือ และศาลแขวงอุบลราชธานี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ฉ้อโกง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้บุกเข้าจับกุมตัว นายพิชย์พิพรรธ ศรีตระกูลรักษ์ หรือเสี่ยปีเตอร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พันปี กรุ๊ป ตามหมายจับศาลอาญา ในคดีฉ้อโกงประชาชน โดยชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2561 ที่ผ่านมา ขณะที่ล่าสุด เสี่ยปีเตอร์ ยังให้การปฏิเสธทุกข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน พบว่าได้มีกลุ่มสมาชิกของบริษัท พันปี กรุ๊ป นำกระเช้าเครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพ และดอกไม้ มาให้กำลังใจ นายพิชย์พิพรรธ ศรีตระกูลรักษ์ หรือเสี่ยปีเตอร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พันปี กรุ๊ป ต่างพากันเชื่อว่า เสี่ยปีเตอร์ เป็นผู้บริสุทธิ์ มิได้ฉ้อโกงใคร ประกาศพร้อมเคียงข้าง พิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งในระหว่างการทำข่าวของสื่อมวลชนนั้น ได้มีผู้หญิง อ้างเป็นเลขาฯเสี่ยปีเตอร์ ออกมาสั่งห้ามสื่อมวลชน งดถ่ายภาพ และห้ามนำเสนอข่าว อ้างขู่จะฟ้องดำเนินคดี หากทำให้ เสี่ยปีเตอร์ เสียหาย โดยเฉพาะได้ทำกิริยาที่ไม่สมควร โวยลั่น ก่อนปัดกล้อง นักข่าวอาวุโส ช่องดัง /หนังสือพิมพ์หัวเขียว และขู่ห้ามทำข่าว หากฝ่าผืนจะแจ้งความจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ. ยศวัจน์ งามสง่า ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้มีการจับกุม นายปีเตอร์ หรือนายพิชย์พิพรรธ ศรีตระกูลรักษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พันปี กรุ๊ป ตามหมายจับศาลอาญา จังหวัดสุรินทร์ ในความรับผิดชอบของ สภ.เมืองสุรินทร์ มาดำเนินคดีในวันนี้ &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ กำลังจะทำการสอบปากคำ นายปีเตอร์ได้ร้องขอทนายความ ตนจึงดำเนินการให้ใช้สิทธิตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17482</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิชย์พิพรรธ ศรีตระกูลรักษ์, บริษัท พันปี กรุ๊ป, พ.ต.อ ยศวัจน์ งามสง่า, สภ.เมืองสุรินทร์, สุรินทร์, เสี่ยปีเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a159979771.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
