<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียกค่าเสียหาย 1 แสน! พิทบูลกัดสองแม่ลูกเจ็บหนัก แต่เจ้าของสุนัขยังนิ่งเฉย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยายเด็กชาย 2 ขวบถูกพิทบูลขย้ำ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียกค่าเสียหาย 1 แสนบาท แต่เจ้าของสุนัขอิดออดกลับขอดูอาการคนเจ็บก่อน เพื่อนบ้านผวาสุนัขดุร้าย เคยปีนรั้วข้ามมากัดสุนัขเพื่อนบ้านจนเจ็บปางตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.63 - จากกรณีสุนัขพิทบูลเพศผู้กัดเด็กชาย 2 ขวบ ลากไปกัดต่อในป่ากล้วย ขณะที่แม่รีบวิ่งเข้าไปช่วยลูกถูกกัดไปด้วย ได้รับบาดเจ็บทั้งแม่ทั้งลูก เหตุเกิดที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในหมู่บ้านหนองเดิด ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวพร้อมเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.หนองกอมเกาะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องเช่าที่เกิดเหตุพบว่าเป็นห้องเช่า 10 ห้องติดกัน โดยเจ้าของสุนัขอยู่ห้องที่ 10 ท้ายสุด ทราบชื่อว่า น.ส.ชนนิกานต์ พิมพ์คำ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 3 ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เจ้าตัวไม่อยู่บ้าน แต่มีสุนัขพิทบูลเพศเมียถูกขังในกรงข้างบ้าน ส่วนพิทบูลอีกตัวที่ก่อเหตุไม่อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายปัญญากร ดงบัง อายุ 15 ปี เพื่อนบ้านใกล้เคียง ทราบว่า สุนัขพิทบูลทั้งสองตัวนี้เจ้าของเลี้ยงไว้นานแล้ว มีนิสัยดุร้าย เคยกระโดดข้ามรั้วไปกัดสุนัขของตนจนบาดเจ็บปางตาย และยังเคยวิ่งไปเล่นที่โรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ห่างจากห้องเช่าประมาณ 200 เมตร ก็กลัวว่าอาจจะไปกัดเด็กที่โรงเรียนอีกก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพื่อนบ้านอีกคนบอกว่า เคยเห็นเจ้าของสุนัขขังสุนัขไว้ บางครั้งก็ปล่อยออกจากกรงขัง แต่ในวันเกิดเหตุอาจเป็นเพราะสุนัขตัวเมียมีลูกสุนัข 2 ตัว จึงทำให้มีนิสัยดุร้ายเข้ามากัดเด็กก็เป็นได้ ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าของห้องเช่ามาบอกว่าถ้าเจ้าของสุนัขอยากเช่าห้องต่อต้องไม่มีสุนัขอยู่อีก เพราะเกรงจะเกิดอันตรายกับคนอื่นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าทางคดีนั้น นางสมสวย วิจิตรปัญญา อายุ 53 ปี แม่และยายของผู้บาดเจ็บ ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองหนองคาย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าหลังเกิดเหตุได้เรียกนางสาวชนนิกานต์ พิมพ์คำ เจ้าของสุนัขมาเจรจาค่าเสียหาย โดยฝ่ายยายผู้เสียหายได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 1 แสนบาท ส่วนเจ้าของสุนัขขอดูอาการผู้บาดเจ็บก่อน และจะขอเจรจาอีกครั้งในภายหลัง หากไม่สามารถตกลงกันได้ยายผู้เสียหายจะได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55797</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, สภ.เมืองหนองคาย, สุนัขกัดเด็ก, สุนัขพิทบูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e313f705b699.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารเกณฑ์ปลอมใบสั่งหลอกแฟนสุดท้ายโดนจับจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.62- ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.สุนันท์ วงษ์สีมี รองผกก.(สส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันสอบปากคำ นายสถาปกรณ์ โคตรเพชร อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1301 หมู่ 1 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ทหารเกณฑ์ใกล้ปลดประจำการณ์สังกัดแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี หลังจากมีการแพร่ภาพใบสั่งไม่ถูกต้องออกไปในโซเซียล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.เกษม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่า มีตำรวจจราจรในสังกัด ออกใบสั่งจราจรซึ่งมีลักษณะเขียนขึ้นเอง ระบุชื่อผู้กระทำผิด คือ นายสถาปกรณ์ โคตรเพชร ข้อหา ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่ฯ ค่าปรับ 300 บาท , รถจักรยานยนต์ขาดต่อภาษี (พ.ร.บ.ขาด 1 เดือน 17 วัน) ค่าปรับ 500 บาท ลงชื่อร้อยเวรประจำวัน ร.ต.อ.เอกภพ มีเพียร ลงชื่อผู้ออกเขียนใบสั่ง ด.ต.พรใส สำนึก และมีการแชร์ส่งต่อกันทางไลน์ หลังทราบเรื่อง ตนได้สอบถามไปยังตำรวจจราจร และตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ยืนยันว่าไม่มีการเขียนใบสั่งในลักษณะเช่นนี้ ไม่มีการตั้งด่าน และบันทึกกล้องวงจรปิดไม่มีผู้ที่กระทำผิดมาจ่ายเงินค่าปรับที่ สภ.เมืองหนองคาย อีกทั้งชื่อตำรวจที่อ้างลงในใบสั่งไม่มีตัวตนอยู่จริง เมื่อทราบดังนั้นจึงได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนติดตามตัวนายสถาปกรณ์มาสอบถาม และเจอตัวที่บ้านพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายสถาปกรณ์ ยอมรับสารภาพว่า เป็นเรื่องที่ตนกุขึ้นมาเองเพื่อหลอกแฟนสาว เนื่องจากตนกับแฟนสาวมักจะทะเลาะกันเรื่องการขับขี่รถเป็นประจำ โดยแฟนสาวชอบบ่นว่าตนไม่สวมหมวกนิรภัยเวลาขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนเกิดเหตุก็ทะเลาะกันเรื่องนี้ โดยตนกับแฟนอยู่กันคนละจังหวัด ตนจึงโหลดแอฟพลิเคชั่นในเกมมา โหลดโลโก้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วเขียนข้อความใบสั่ง เพื่อหวังจะให้แฟนโอนเงินมาให้ 800 บาท เป็นค่าปรับจราจร และแกล้งแฟนสาวเล่น เมื่อเขียนใบสั่งปลอมเสร็จก็ส่งไลน์ไปให้แฟนสาวดู พร้อมพูดคุยกันผ่านไลน์ในลักษณะสร้างเรื่อง บ่น ด่า ตำรวจ ให้แฟนสาวเชื่อ จนแฟนสาวโอนเงินมาให้ 800 บาท โดยไม่คิดว่าแฟนสาวจะส่งไปให้เพื่อนดูและเพื่อนคนนั้นก็เป็นแฟนกับอัยการ ทำให้มีการตรวจสอบ จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องบานปลาย ตนอยากขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำลงไปโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อน ทำให้ตำรวจเสื่อมเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น นายสถาปกรณ์ ถูกต้องข้อหา ผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ ปลอมแปลงเอกสารราชการ โดย พ.ต.อ.เกษม ยืนยันใบสั่งเช่นนี้ไม่มีจริง ตำรวจจะไม่เขียนใบสั่งจราจรในลักษณะเช่นนี้ และขออย่าให้เลียนแบบ เพราะเป็นความผิดจะถูกจับดำเนินคดีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48010</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ทหารเกณฑ์, ปลอมใบสั่ง, พรบ.คอมพิวเตอร์, สภ.เมืองหนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da41bee56080.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.หนองคายรวบสองหนุ่มสาวชาวอุดรฯขับเก๋งขนยาบ้าหมื่นเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.62-ที่ด่านตรวจหนองสองห้อง ถนนมิตรภาพ อ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.ธรนินทร์ ศรีทอง รองผกก.(ป.) พร้อมตำรวจประจำด่านตรวจหนองสองห้อง แถลงการจับกุม นางจารุณี สตีเฟนส์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 12 ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี และนายบุญฤทธิ์ สมนึก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 632 หมู่ 14 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 10,686 เม็ด รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กธ 4169 สกลนคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ธรนินทร์ กล่าวว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจหนองสองห้อง ตั้งด่านตรวจสกัดยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายตามปกติ ได้มีรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับเข้ามา มุ่งหน้าจะไปตัวเมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจ โดยนายบุญฤทธิ์เป็นคนขับ ส่วนนางจารุณี นั่งโดยสารด้านหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่เรียกตรวจนายบุญฤทธิ์ท่าทางมีพิรุธ หน้าซีด ตัวสั่น จึงได้ตรวจค้นรถอย่างละเอียด พบถุงพลาสติกสีดำวางอยู่พื้นรถด้านหลังเบาะนั่งคนขับ ทั้งสองอ้างว่าเป็นถุงผลไม้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดออกดูพบห่อยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายใน ตรวจนับเบื้องต้นประมาณ 10,686 เม็ด จึงควบคุมตัวไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนนางจารุณี ให้การว่า พวกตนเสพยาบ้ามานานแล้ว โดยจะติดต่อซื้อยาบ้าจากนายโส ชาว อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย มาครั้งนี้ได้ชวนกันมาหานายโส โดยเปิดห้องพักรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.โพนพิสัย เสพยาบ้ากัน และตนสั่งซื้อยาบ้าจากนายโส 3 มัด ประมาณ 6,000 เม็ด จากนั้นนายโส ได้นำถุงดำมาให้บอกว่าเป็นถุงผลไม้และมียาบ้าอยู่ภายใน ให้พวกตนนำไปที่อำเภอกุดจับ จ.อุดรธานี จากนั้นได้ขับรถมาคนละคันกับนายโส นัดเจอกันที่คาร์แคร์แห่งหนึ่งใน อ.กุดจับ ขณะที่เดินทางกลับไม่คิดว่าจะมีตำรวจตั้งด่าน ทำให้ถูกจับได้ แต่นายโสได้ขับรถแยกไปอีกทางหนึ่งจึงรอดจากการจับกุม ซึ่งนางจารุณีมีสามีชาวต่างชาติ มีเงินใช้จ่ายเป็นจำนวนมากและมีรีสอร์ทเป็นของตัวเองที่ จ.อุดรธานี แต่ติดยาบ้าอย่างหนัก ต้องเสพยาบ้าวันละไม่ต่ำกว่า 3 เม็ด ส่วนนายบุญฤทธิ์ เป็นพลทหารสังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี และใกล้จะปลดประจำการในเร็ว ๆ นี้ มักจะมาเสพยาบ้ามั่วสุมอยู่กับนางจารุณีอยู่เป็นประจำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งสองคนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตรวจหนองสองห้อง, ตำรวจ, ยาบ้า, สภ.เมืองหนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190930/image_big_5d9154b8818df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใจบาปบุกลักทรัพย์พระในกุฏิกลางดึก เหยื่อไม่รู้ตัวถูกขังในตู้เสื้อผ้าจนถึงเช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระนักเทศน์ถูกโจรใจบาป ทำทีขอความช่วยเหลือกลางดึก สบโอกาสใช้เชือกฟางมัดมือมัดเท้า จับขังไว้ในตู้เสื้อผ้าภายในกุฏิ รู้ตัวอีกทีรุ่งเช้าอีกวัน เรียกเณรมาช่วย เปิดตู้ ตรวจสอบทรัพย์สินหายเกลี้ยง มูลค่ารวมเกือบ 40,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.62 - พ.ต.ท.ธนายุทธ ดวงทองมา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปจับพระมัดมือมัดเท้า ขังในตู้เสื้อผ้าในกุฏิ&amp;nbsp;ก่อนจะลักทรัพย์สินไป เสียหายหลายหมื่นบาท ที่วัดโชคอำนวยพร ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย จึงรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาทราบและออกตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจุดตรวจหนองสองห้อง ต.ค่ายบกหวาน อ.เมือง จ.หนองคาย ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;พบพระวีระชัย ห้วยไทยสงค์ อายุ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี ผู้เสียหายยืนรอให้การที่เกิดเหตุ โดยกล่าวว่า เหตุเกิดช่วงประมาณเกือบ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ทุ่ม เมื่อคืน 31 ก.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีคนร้ายลักษณะตัวใหญ่ สูงประมาณ170&amp;nbsp;เซนติเมตร เข้ามายืนที่ประตูหน้ากุฏิ&amp;nbsp;และตะโกนเรียกโดยบอกว่ามาขอความช่วยเหลือจะเอาพระเครื่องมาจำนำ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท จึงเปิดประตูออกมาคุยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระวีระชัย กล่าวว่า จากนั้นก็เริ่มไม่ค่อยรู้สึกตัว พอรู้สึกตัวอีกครั้งก็เช้าแล้ว และตกใจเมื่อตนถูกมัดมือและถูกขังอยู่ในตู้เสื้อผ้าโดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์เป็นยังไงบ้าง จากนั้นจึงตะโกนให้เณรที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วย และตรวจสอบทรัพย์สินพบว่า เงินสดจำนวน&amp;nbsp;16,0000&amp;nbsp;บาท โทรศัพท์&amp;nbsp;สร้อยข้อมือทองคำน้ำหนักสองสลึงหายไป จึงแจ้งตำรวจเข้ามาตรวจสอบและติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเณร&amp;nbsp;บอกว่า เมื่อเช้าหลังจากไปตีกลอง ที่ศาลาในวัด กำลังเดินกลับมาที่กุฏิ&amp;nbsp;ได้ยินเสียงพระวีระชัยเรียกให้ช่วยเหลือ จึงเดินไปที่กุฏิพระวีระชัย ซึ่งประตูกุฏิก็ไม่ได้ล็อกและก็ได้ยินเสียงออกมาจากตู้เสื้อผ้า จึงรีบไปหามีดมาตัดเชือกฟางที่ผูกมัดประตูไว้ด้านนอกและกุญแจตู้มาไขเปิดให้พระวีระชัยออกมาด้วยความทุลักทุเล พอออกมาได้พระวีระชัยได้ตรวจสอบภายในกุฏิ และพบว่ามีทรัพย์สินเสียหายไปจำนวนดังกล่าว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานเป็นที่เรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่จะได้ออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง และจะเร่งติดตามหาคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42465</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, วัดโชคอำนวยพร, สภ.เมืองหนองคาย, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d42721699216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
