<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติหนุ่มคลั่งช็อกตาย ข้องใจตร.ทำเกินกว่าเหตุ ยันเอาเรื่องถึงที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.64 -&amp;nbsp;ที่ศาลการเปรียญ วัดสี่ร้อย ตำบลบางจัก อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ญาติได้เดินทางไปรับศพ นายดลรวี แจ้งกระจ่าง หรือ ติ๊ป อายุ 30 ปี หนุ่มคลั่งที่เสียชีวิต&amp;nbsp;จากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำมาตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดสี่ร้อย ซึ่งจะทำการฌาปนกิจในวันที่&amp;nbsp;15 เม.ย. 64 โดยผลชันสูตรเบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นว่า สาเหตุของการเสียชีวิตเพราะระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว&amp;nbsp;ส่วนผลชันสูตรอย่างละเอียดต้องรอผลอีก 45 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทราบผลชันสูตรเบื้องต้น นางพรสม แจ้งกระจ่าง อายุ 57 ปี แม่ของนายติ๊ป&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตนอยากขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย&amp;nbsp;เพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการระงับเหตุเกินกว่าเหตุ&amp;nbsp;จนทำให้ลูกชายต้องเสียชีวิต โดยทางตนเองและครอบครัวจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด&amp;nbsp;ทั้งที่ตนเองแจ้งให้มาระงับเหตุลูกชายอาละวาด และลูกชายก็ไม่มีอาวุธ&amp;nbsp;เพียงแค่อยากให้นำตัวไปโรงพักเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ทำไมทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำถึงขนาดนี้&amp;nbsp;ถ้าเป็นลูกหลานของเจ้าหน้าที่บ้างจะรู้สึกอย่างไร&amp;nbsp;และที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข่าวว่าทำตามทฤษฎีของต่างประเทศ ตนอยากจะถามว่าในต่างประเทศที่มีข่าวตำรวจเข้าระงับเหตุจนหัวใจวายตายก็เยอะ&amp;nbsp;ซึ่งลูกชายของตนเองมีบาดแผลฟกช้ำทั้งร่างกายตั้งแต่เกิดเรื่องตนเองยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพูดคุยและบอกว่าจะนำภาพจากกล้องของตำรวจไปให้ทางผู้กำกับดูก็ยังไม่นำไปให้ดู หากไม่ได้รับความเป็นธรรม&amp;nbsp;ตนและครอบครัวก็จะนำเรื่องเข้าไปร้องเรียนในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางสาวภัคนิจ แจ้งกระจ่าง อายุ 30 ปี&amp;nbsp;ภรรยานายติ๊ป&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตนยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;แค่ช่วงเวลาไม่นานเพียง 5-10 นาที พอมารู้อีกทีสามีหยุดหายใจแล้ว ในตอนแรกสามีตนเองก็ยอมให้ควบคุมตัว&amp;nbsp;แต่พอมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเสริม ไปกดและขึ้นไปนั่งทับอีกก็เกิดชุลมุนสู้กันขึ้นมาอีก&amp;nbsp;ต่อจากนั้นตนก็ไม่เห็นเหตุการณ์เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตนเองไปทำการค้นรถยนต์และบอกให้ตามไปที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;มารู้อีกทีสามีของตนเองหยุดหายใจต้องปั๊มหัวใจแล้ว&amp;nbsp;หลังจากสามีเสียชีวิต ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร&amp;nbsp;เพราะสามีเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว โดยเป็นพ่อครัวของร้านข้าวต้ม&amp;nbsp;และยังมีลูกสาวอีก 2 คนยังเล็ก&amp;nbsp;คนโตอายุ 7 ขวบ และคนเล็กอายุ 2 ขวบเศษ ตนเองอยากได้คำอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้สามีต้องเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง&amp;nbsp;ได้รับแจ้งเหตุมีชายคลุ้มคลั่งอาละวาดอยู่ที่บริเวณบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเปี่ยมสุข 2&amp;nbsp;ตำบลบ้านแห อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;หลังได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัย จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;เข้าไปตรวจสอบพบชายวัยรุ่นไม่สวมเสื้อ&amp;nbsp;นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ กำลังคลุ้มคลั่งอาละวาดอยู่ในบ้านของเพื่อนบ้าน จึงได้ทำการเจรจาและช่วยกันควบตัวไว้ เพื่อให้อาการสงบและเย็นลง ทราบชื่อต่อมาว่า นายดลรวี&amp;nbsp;แจ้งกระจ่าง อายุ 30 ปี หรือ ติ๊ป จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่ามีปัญหาทำร้ายกันภายในครอบครัว และได้คลุ้มคลั่งออกมาอาละวาดในบ้านเพื่อนบ้านก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเข้าทำการเข้าควบคุมตัว พร้อมนำใส่กุญแจมือ เพื่อนำตัวส่งสภ.เมืองอ่างทอง แต่ขณะที่จะนำตัวขึ้นรถยนต์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดเข้ามาสมทบ นายติ๊ปได้โวยวายและดิ้นอีกครั้ง&amp;nbsp;จะทำการสลัดกุญแจมือออก เจ้าหน้าที่หน้าที่ตำรวจและกู้ภัยจึงได้ช่วยกันจับชุลมุน&amp;nbsp;ส่วนนายติ๊ปพยายามดิ้นรนขัดขืนโวยวายตลอดเวลา&amp;nbsp;โดยใช้เวลานานกว่า 20 นาทีจึงควบคุมคุมตัวได้ พร้อมใช้ผ้าดิบนำมาฉีกทำการมัดมือและเท้า พร้อมนำตัวขึ้นท้ายรถยนต์&amp;nbsp;เพื่อนำตัวส่ง สภ.เมืองอ่างทอง นายติ๊ปดิ้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนสงบแน่นิ่งไม่มีสติและหยุดหายใจ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทองเพื่อให้ทางแพทย์ พยาบาลทำการรักษาและตรวจอาการให้การช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ ก่อนที่จะเสียชีวิตลงในตอนเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99295</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลุ้มคลั่ง, จังหวัดอ่างทอง, สภ.เมืองอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_60742b6ccd182.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมากัดไก่คนตีกัน!สุดท้ายจบที่โรงพักจับมือกลับบ้านชื่นมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.63- &amp;nbsp;ที่สภ.เมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง นายอภิวัฒน์ จันทร์เกตุ อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 2/1หมู่ 5ตำบลตลาดกรวด อำเภอเมือง และนายธเนตร สาสูงเนิน อายุ 41ปี บ้านเลขที่ 25/2หมู่ 5 ตำบลตลาดกรวด อำเภอเมือง ที่เกิดการทะเลาะวิวาทกันเรื่องหมากัดไก่และมีการโต้เถียงโวยวายไม่ยอมกันได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองอ่างทอง เพื่อทำการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธเนตร ระบุว่า ตนเองได้เลี้ยงไก่ชนไว้จำนวนมาก แล้วได้ถูกหมาของนายอภิวัฒน์ ที่บ้านอยู่ห่างกันประมาณ 50เมตร &amp;nbsp;มาไล่กัดลูกไก่ชนราคาแพงตายไปหลายตัว และที่บ้านของตนเองก็ทำรั้วรอบบ้าน ส่วนทางคุณตาวัย71นั้นเลี้ยงหมาหลายตัวแต่ไม่ทำรั้วปล่อยวิ่งไปมาตลอด &amp;nbsp;ตนเองต้องซื้อกล้องวงจรปิดมาติด จับภาพได้ชัดเจนเป็นหลักฐาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธเนตร ระบุด้วยว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมาทางหมาของคุณตาอภิวัฒน์ ได้มาไล่กัดไก่ชนของตนเองอีก &amp;nbsp;จนสุดกลั้นโมโหสุดขีดใช้หนังสติ๊กไล่ยิงหมาไปถึงที่บริเวณหน้าบ้านคุณตาอภิวัฒน์ &amp;nbsp;แล้วลูกกระสุนหนังสติ๊กได้ไปโดนที่บริเวณหน้าแข้งของคุณตาอภิวัฒน์ จนเกิดความไม่พอใจ และได้เดินทางมาแจ้งความว่าตนเองในคดีทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนตนเองก็จะแจ้งความคุณตาอภิวัฒน์ &amp;nbsp;ในขอหาทำให้เสียทรัพย์เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้เลี้ยงหมาไว้ที่6ตัว โดยเก็บมาเลี้ยงเนื่องจากสงสารและมีอยู่1ตัวที่ชอบไปวิ่งไล่กัดกัดไก่ของ นายธเนตร &amp;nbsp;แต่ก็พูดคุยกันดีดีก็ได้ ไม่ใช้มาไล่ทำร้ายหมาโดยใช้หนังสติ๊กยิงหมาและตนเองยังได้รับบาดเจ็บยอมไม่ได้เช่นกันจะทำการแจ้งความเรื่องทำร้ายร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.ท.ประสิทธิ์ สุโข สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้เข้ามาพูดคุยไกล่เกลี่ยทำความเข้าให้กับทาง นายอภิวัฒน์และนายธเนตร &amp;nbsp;ได้เข้าใจสักครู่ทำให้ทั้งสองยิ้มออกและปรับความเข้าใจกันต่างจับเมือกันด้วยความชื่นมืนแล้วทางคุณตาอภิวัฒน์รับปากว่าจะดูแลสุนัขให้ดีนำตะกร้อมาสวมปากและหากยังมีปัญหาอีกก็จะทำรั้วขังไว้ ส่วนนายธเนตรก็รับปากว่าจะไม่วู่วามและจะพูดจากันด้วยดี ก่อนที่ทั้งคู่จะจูงมือกันเดินทางกลับบ้านด้วยความชื่นมื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71899</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภ.เมืองอ่างทอง, หมากัดไก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f13fded3b8eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับหนุ่มวัย 19 ทำอนาจารลูกเลี้ยงอายุ 13 ปี สารภาพทำไปเพราะความอยากรู้อยากเห็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทอง ได้พาตัวเด็กหญิงบัว (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ราชันย์ เพชรรุจิ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ว่าได้ถูก&amp;nbsp;นายศุภกฤต พยัญชนะ อายุ 19 ปี พ่อเลี้ยงของเด็กหญิงบัว&amp;nbsp;ก่อเหตุกระทำอนาจาร&amp;nbsp;2 ครั้ง&amp;nbsp;ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมืองอ่างทอง โดยเด็กหญิงบัว ให้การว่าถูกพ่อเลี้ยงกระทำอนาจาร ครั้งแรกเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา และครั้งล่าสุด เมื่อช่วงเดือน พ.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้น&amp;nbsp;นายศุภกฤต พ่อเลี้ยงของเด็กหญิงบัว เล่าว่าตนเองได้มาอยู่กินกับนางเอ นามสมติ อายุ 30 ปี&amp;nbsp;แม่ของเด็กหญิงบัวตั้งแต่ปี 2559 และได้ลงมือก่อเหตุทำอนาจารลูกเลี้ยงเด็กหญิงบัวครั้งแรกเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน&amp;nbsp;ตอนนั้น แม่ของเด็กหญิงบัวไม่อยู่บ้าน ตนเองได้อยู่กับเด็กหญิงบัวเพียง 2 คนและได้กระทำอานาจาร&amp;nbsp;ส่วนในการก่อเหตุทำอนาจารลูกเลี้ยงครั้งที่ 2 ได้กระทำทำอนาจารในช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา&amp;nbsp;พร้อมมีการข่มขู่ห้ามนำเนื่องนี้ไปบอกกับแม่เด็ดขาด&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายศุภกฤต กล่าวว่าการรับสารภาพว่าได้กระทำอนาจารแต่เพราะอยากรู้อยากเห็นและอยากลองเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวเด็กหญิงบัว&amp;nbsp;ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอ่างทอง&amp;nbsp;เพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพ ว่าได้กระทำจริง จึงแจ้งข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ยินยอมก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้เด็กนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70055</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ่างทอง, สภ.เมืองอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9c9df53968.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธีกรสภากาแฟ&#039; ร้องอัยการ ตร.อ่างทองเร่งออกหมายจับหลังเปิดประเด็นโกงอาหารผู้ต้องขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที พิธีกรรายการสภากาแฟ ช่อง NEWS1 (เดิม ASTV) พร้อมทนายความ เดินทางมายื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง โดยพนักงานสอบสวน ได้ใช้เอกสารที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงดำเนินคดี และใช้เงื่อนไขทางกฏหมายเร่งรัดอย่างผิดปกติ โดยทางทนายความได้นำเอกสาร หลักฐานต่างๆ มาประกอบด้วย โดยมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธิยง กล่าวว่า จากการทำรายการสภากาแฟของสถานีโทรทัศน์ NEWS1 ซึ่งเป็นการสนทนาสัมภาษณ์ชมรมผู้ค้าอาหารดิบและตัวแทนผู้ค้าอาหารส่งเข้าเรือนจำ ได้ให้สัมภาษณ์เล่าความจริงของธุรกิจการส่งอาหารดิบเข้าสู่เรือนจำ เพื่อให้กับผู้ต้องโทษที่อยู่ในเรือนจำภาคกลาง มีการออกอากาศไปในช่วงเดือนมีนาคม ปี 2559 จนทำให้ทางกระทรวงยุติธรรม สมัยของ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้ DSI เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อกระบวนการจัดซื้ออาหารดิบส่งเรือนจำในปี 2559 แต่ปรากฏว่าตนกลับถูกออกหมายจับฐานหมิ่นประมาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมืองอ่างทอง พนักงานสอบสวนได้ให้ข้อมูลกับศาลอ่างทองในการออกหมายครั้งนั้นว่า ตนเป็นบุคคลไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ตามหาตัวแล้วไม่พบตัวจึงต้องออกหมายจับตั้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธิยง กล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ในกระบวนการออกหมายจับสื่อมวลชน ผู้ดำเนินการรายการโทรทัศน์ ที่จัดรายการออกอากาศถ่ายทอดสด เป็นประจำทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ มาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมืองอ่างทองกลับไปเร่งรัดออกหมายจับเอาไว้อย่างผิดปกติวิสัย ซึ่งเป็นคดีหมิ่นประมาทที่กลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์ได้ไปดำเนินการแจ้งความไว้ที่ สภ.อ.เมืองอ่างทอง แต่พนักงานสอบสวนได้ให้ข้อมูลกับศาลจังหวัดอ่างทองในการออกหมายจับครั้งนั้นว่าตนเป็นบุคคลไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ตามหาตัวแล้วไม่พบตัวจึงต้องออกหมายจับ ทั้งๆ ที่ทนายความได้ประสานงานให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกมาอีกครั้ง การดำเนินคดีของตำรวจจังหวัดอ่างทองในครั้งนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่นักกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผลของการทำรายการสภากาแฟ เรื่องธุรกิจการจัดซื้อจัดจ้างอาหารผู้ต้องโทษในเรือนจำ อาหารของผู้มีกรรม คนบาปยังแบ่งกิน ทำให้หน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ผู้ต้องโทษในเรือนจำได้รับอาหารที่มีคุณภาพ ต่อการดำรงชีวิตเพื่อให้รัฐคำนึงถึงสิทธิที่ผู้ต้องโทษ พึงได้รับอาหารตามสมควรในการดำรงชีวิตตามหลักสิทธิมนุษยชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายโกศลวัฒน์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยหลังรับเรื่องว่า จะดำเนินการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ที่ร้อง เพื่อให้ความเป็นธรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45595</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที, สภ.เมืองอ่างทอง, สภากาแฟ, สำนักงานอัยการสูงสุด, โกงอาหารผู้ต้องโทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d79c88c27ab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักศึกษาขับรถเก๋งพุ่งชนหญิงชราเก็บขยะบาดเจ็บสาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.62 -&amp;nbsp; ร.ต.อ.สิริชัย &amp;nbsp;สีนิล &amp;nbsp;รองสาวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเฉี่ยวชนคนเข็นรถเก็บขยะข้างทาง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 ราย &amp;nbsp;เหตุเกิดบริเวณหน้าหมู่บ้านวีแลนด์ ถนนลำท่าแดง หมู่ที่ 3 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังจากได้รับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ &amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพ โรงพยาบาลอ่างทองและเจ้าหน้าที่กู้ภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา หมายเลขทะเบียน กจ 5144 อ่างทอง บริเวณข้างรถด้านผู้โดยสาร &amp;nbsp;พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย &amp;nbsp;นอนร้องด้วยความเจ็บปวดรอการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ทราบชื่อต่อมา นางสาวสมหมาย &amp;nbsp;สุขสุนทร &amp;nbsp;อายุ 62 ปี &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 67/2 &amp;nbsp;หมู่ที่ 4 &amp;nbsp;ตำบลศาลาแดง อำเภอเมืองอ่างทอง&amp;nbsp;มีอาชีพเก็บขยะขาย โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณลำตัว ขาด้านซ้ายเหนือข้อเท้าหักผิดรูป ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น &amp;nbsp;และนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง &amp;nbsp;เพื่อทำการรักษาต่ออย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;ในคลองชลประทานพบรถเข็นเก็บขยะของผู้ได้รับบาดเจ็บกระเด็นตกลงไปในคลองชลประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน น.ส.พลอยสีรุ้ง พิณสีทอง อายุ 22 ปี &amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 1 ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวเดินทางมาทำพิธีไหว้เศียรพ่อแก่ ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์อ่างทอง โดยกำลังจะขับรถกลับบ้านแต่ขับมาไม่เร็วมากความเร็วประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีรถเข็นของผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ข้างหน้า เนื่องจากมีรถอีกคันอยู่หน้ารถตนเอง พอรถคันหน้าเลี้ยวออกตนเองก็ชนรถเข็นเข้าอย่างจัง พอรู้ว่าชนคนเข็นรถเก็บขยะตนเองรู้สึกตกใจมากทำอะไรไม่ถูก จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพให้เดินทางมาช่วยเหลือดังกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26814</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, จ.อ่างทอง, รถเก๋งชนยายเก็บขยะ, สภ.เมืองอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c401e623bd06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจ-ทหารเข้มบุกรวบแก๊งเงินกู้เก็บดอกเบี้ยร้อยละ20ต่อเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 -&amp;nbsp;พ.ต.ท.ณัชพงศธร ถมรุ่ง สว.กก.สส.ภ.จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ร.ท.ชัยรัตน์&amp;nbsp;สนั่นเมือง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารรักษาความสงบจังหวัดอ่างทอง(มทบ.13)&amp;nbsp;พร้อมด้วยกำลังพล ชป.รส.สห. ร่วมกันตรวจสอบบุคคลผู้ต้องสงสัยปล่อยเงินกู้&amp;nbsp;ที่บริเวณศาลาที่พักผู้โดยสารหน้า โรงเรียนวัดท้องคุ้ง ถนนสายอ่างทอง-ป่าโมก ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง หลังในการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการเข้ามาปล่อยเงินกู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ร้อยละ 20 ต่อเดือน จึงทำการวางแผนเข้าจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทำการตรวจค้น รถยนต์ ยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กล 4908 พิษณุโลก พบนายพิชิต&amp;nbsp;โพธิ์ทอง อายุ&amp;nbsp;36 ปี&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่ 58 ถนนรังสิตปทุมธานี 14ซอย 5 ตำบลประชาธิปัตย์&amp;nbsp;อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;และนายนายนเรนทร์ สมพงษ์&amp;nbsp;อายุ 32 ปี พร้อมธนบัตรใบละ 100 บาท&amp;nbsp;จำนวน 4 ฉบับ อยู่ในมือข้างขวาของผู้ต้องสงสัย&amp;nbsp;พร้อมสมุดบัญชีรายชื่อลูกค้า จำนวน 1 เล่ม&amp;nbsp;มีเงินหมุนเวียนหลักแสนบาท&amp;nbsp;และนามบัตรเสนอให้กู้ยืมเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ตนขับรถจักรยานยนต์อยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และ เคยติดคุกในคดีค้ายาเมื่อ 4-5 ปีก่อน แล้วได้ออกมาปล่อยเงินกู้ได้ประมาณ 1 เดือนโดยเริ่มปล่อยในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี อยุธยา และอ่างทอง โดยเก็บดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาท โดยทำเพียงคนเดียว ส่วนนายนเรนทร์&amp;nbsp;ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เพียงแต่จ้างให้ขับรถยนต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง สอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19641</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับแก๊งปล่อยกู้, ปล่อยกู้ร้อยละ20ต่อเดือน, สภ.เมืองอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbeac154e5c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนภัยมิจฉาชีพหลอกหญิงอายุ68ปีสูญเงิน7แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิจฉาชีพหลอกเงินหญิงสูงอายุ7แสนบาท อาศัยช่วงอยู่บ้านคนเดียวหว่านล้อมให้ร่วมลงทุนจนหลงเชื่อเบิกเงินสดจากธนาคารให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 10 พ.ค. นางยุพิน จันทมณี อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 26 หมู่&amp;nbsp;6 ตำบลจระเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่าได้ถูกแก๊งมิจฉาชีพเป็นหญิงสาว2คนขับรถเก๋งสีขาวไม่ทราบรุ่นและทะเบียน มาหลอกเงินไปจำนวน 700,000บาท ขณะที่ตนเองอยู่บ้านตามลำพัง ได้มีรถยนต์เก๋งสีขาวเข้ามาจอดหน้าบ้านแล้วมีหญิงสาวเดินลงมาจากรถยนต์จำนวน 1 คนเข้ามาในบ้านแล้วพูดจาตีสนิทแล้วมาพร้อมถามหาซื้อที่ดินติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอ้างว่ามีเพื่อนเป็นหลานคนนามสกุลใหญ่โตต้องการที่ดินไปทำธุรกิจพร้อมอ้างเหตุผลต่างๆเพื่อชักชวนให้ร่วมลงทุนเป็นนายหน้า แล้วทำทีมีโทรศัพท์เข้ามาพร้อมให้ตนเองได้พูดคุยว่าต้องการที่ดินอย่างเร่งด่วนหว่านล้อมให้ร่วมลงทุนในการวางเงินมัดจำ&amp;nbsp;จนหลงเชื่อขึ้นรถยนต์มิจฉาชีพเดินทางไปเบิกเงินสดจากธนาคารกรุงไทยสาขาอ่างทองจำนวน 700,000บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้พาออกมาด้านนอกธนาคารบอว่าจะไปหาสัญญามาเขียน&amp;nbsp;


fifa356 ก่อนอาศัยจังหวะทีเผลอขับรถหลบหนีไป เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.สิริชัย สีนิล รองสารวัตสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง&amp;nbsp;


bnk789&amp;nbsp;ได้ทำการสอบสวนขยายผลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน&amp;nbsp;


save168 สภ.เมืองอ่างทองในการติดตามเบาะแส หารูปร่างหน้าตาคนร้ายพร้อมรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ตามกล้องวงจรปิดที่คาดว่าจะจับภาพคนร้ายและรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุได้&amp;nbsp;


สล็อต&amp;nbsp;เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงในการสืบสวนสอบสวน พร้อมฝากเตือนประชาชนผู้สูงอายุที่อยู่บ้านเพียงลำพังให้ระวังมิจฉาชีพหลอกลงทุนต่าง ๆ ขออย่าได้หลงเชื่อ หากสงสัยให้รีบแจ้งตำรวจตรวจสอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8943</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิจฉาชีพหลอกผู้สูงอายุ, ระวังมิจฉาชีพ, สภ.เมืองอ่างทอง, เตือนภัยผู้สูงอายุระวังโดนหลอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af4402c9a6f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
