<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มตายคาห้องขัง ข้องใจตร.เป่าคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ญาติโวย หนุ่มเมาเหล้าบุกบ้านแฟน ถูกตำรวจจับขัง รุ่งเช้ากลายเป็นศพ แพทย์ระบุบาดเจ็บในช่องท้อง แจ้งตำรวจ 3 ครั้งเพื่อให้จับฆาตกรมาลงโทษ แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง จนแม่ผู้ตายตรอมใจกินยาเบื่อหนูหวังตายตาม ผกก.อ้างทำตามขั้นตอน ชี้แจงทำความเข้าใจแล้ว ต้องใช้เวลารอผลชันสูตรศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 เมษายนนี้ ในสื่อโซเชียลทั่วจังหวัดขอนแก่นมีการเผยแพร่ภาพและข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;เกรียงไกร ไทยอ่อน&amp;rdquo; ที่โพสต์ภาพผู้เสียชีวิตซึ่งมีบาดแผลตามร่างกายอยู่ภายในห้องขัง และเอกสารหนังสือรับรองการเสียชีวิตจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ระบุสาเหตุการตายว่า บาดเจ็บในช่องท้อง ทั้งนี้ ผู้ที่เสียชีวิตในห้องขัง สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น คือ นายพุทธพร โสภาพล หรือโท อายุ 35 ปี โดยนายพุทธพรถูกตำรวจควบคุมตัวเมื่อวันที่ 29 มี.ค.63 หลังนายพุทธพรเสียชีวิต ญาติพี่น้องได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เวฬุวัน ท้องที่เกิดเหตุ โดยเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่ายังแจ้งไม่ได้ ต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพอีก 30 วัน ทำให้นางพูนสุข โสภาพล อายุ 73 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต คิดว่าตัวเองและครอบครัวไม่ได้รับความยุติธรรม จึงกินยาเบื่อหนูเพื่อฆ่าตัวตายตามลูกชายไป โชคดีที่แพทย์ล้างท้องไว้ทัน ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีนครินทร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านเลขที่ 212 บ้านท่อน หมู่ 2 ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบกับญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตที่กำลังจะเดินทางไปเยี่ยมนางพูลสุข โดย น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี หลานสาวของนางพูลสุข บอกว่านายพุทธพรผู้ตายเป็นลูกชายคนเล็กของนางพูลสุข มีแฟนชื่อเอ๋ ชาวบ้านบ้านโคกเปี้ย ม.5 ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น กระทั่งเช้าวันที่ 30 มี.ค. เพื่อนบ้านมาบอกนางพูลสุขว่า น.ส.เอ๋โทรศัพท์มาบอกว่านายพุทธพรถูกจับอยู่ที่ สภ.เวฬุวัน ให้รีบไปหา นางพูลสุขจึงมอบเงินให้เพื่อนบ้านเดินทางไปยัง สภ.เวฬุวัน เพื่อยื่นประกันตัวลูกชาย แต่ไม่นานเพื่อนบ้านโทร.แจ้งว่านายพุทธพรเสียชีวิตในห้องขัง ซึ่งในช่วงบ่าย ญาติได้รับศพนายพุทธพรกลับมาฝังที่ป่าช้าของหมู่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติอีกคนบอกด้วยว่า วันที่ไปดูศพนายพุทธพรในห้องขัง พบว่ามีเลือดออกที่ปากและจมูก และมีกองเลือดอยู่ข้างศพ เมื่อสอบถามตำรวจก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ส่วน น.ส.เอ๋แฟนผู้ตายบอกว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายพุทธพรไปหาที่บ้าน มีอาการเมาสุรา และอาละวาด จึงแจ้งตำรวจนำตัวมาสงบสติที่ สภ.เวฬุวัน เนื่องจากเกรงว่าจะทำลายข้าวของและทำร้าย คืนวันเดียวกันตำรวจก็ไปคุมตัวมาที่ สภ.เวฬุวัน โดย น.ส.เอ๋ตามมาด้วย และถูกสอบปากคำจนถึงเวลา 02.00 น. วันที่ 30 มี.ค. ตำรวจจึงให้ น.ส.เอ๋กลับบ้าน ช่วงเช้า น.ส.เอ๋จะมารับแฟน ปรากฏว่านายพุทธพรเสียชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานางพูลสุขและญาติพี่น้องได้เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เวฬุวันถึง 3 ครั้ง เพราะเชื่อว่านายพุทธพรถูกฆ่าตาย ขอให้ตำรวจสอบสวน แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่ายังแจ้งความไม่ได้ จนกว่าจะได้ผลชันสูตรศพจากแพทย์นิติเวชประมาณ 30 วัน เมื่อผลชันสูตรศพออกมาจึงให้ญาติมาแจ้งความ ในขณะเดียวกันจะไปแจ้งตายก็ยังแจ้งไม่ได้ ต้องมีใบประจำวันจากตำรวจและใบรับรองการตายจากผู้ใหญ่บ้านมาประกอบเอกสารจึงจะแจ้งตายได้ ยิ่งทำให้ญาติพี่น้องงงและไม่เข้าใจว่า คนตายในห้องขัง เป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ จะแจ้งความก็แจ้งไม่ได้ แจ้งตายก็ไม่ได้ จนนางพูลสุขคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงคิดสั้นกินยาเบื่อหนูฆ่าตัวตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน กล่าวว่า เรื่องนี้ได้ทำความเข้าใจกับญาติคนตายเรียบร้อย และญาติก็เข้าใจในกระบวนการการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งเรื่องทั้งหมดเกิดจากการที่ฝ่ายหญิง ซึ่งเป็นอดีตแฟนคนตายโทร.แจ้ง 191 ว่า มีคนเมาสุราบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน เกรงว่าจะได้รับอันตราย ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุและจับกุมตัวด้วย ตำรวจ สภ.เวฬุวันจึงไปตรวจสอบและคุมตัวคนก่อเหตุที่อยู่ในอาการเมาสุรามาควบคุมตัวมาที่ สภ.เวฬุวัน วัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายได้ 250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะตรวจปัสสาวะ คนตายไม่ยอมให้ตรวจ จากนั้นจึงคุมขังไว้ที่ห้องขังภายใน สภ.เวฬุวัน เช้าวันที่ 30 จึงทราบว่าเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสียชีวิตของผู้ถูกคุมขัง ญาติติดใจการตายมาแจ้งความ ตำรวจก็รับแจ้ง โดยลงรายละเอียดต่อจากประจำวันข้อเดิมในกรณีที่เมาสุราและบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล นอกจากนี้ยังมีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ขอยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกอย่างมีกระบวนการ มีขั้นตอน ซึ่งได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่าง ในกรณีที่มีคนตาย การตรวจสอบก็ต้องมีผลพิสูจน์จากแพทย์มาประกอบด้วยว่าคนตาย ตายด้วยสาเหตุใด หากตายเพราะถูกทำร้าย ก็จะมีการสืบสวนสอบสวนเอาผิดคนที่ทำให้เขาตายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งในทุกรายละเอียดนั้นได้ทำความเข้าใจกับญาติคนตายเรียบร้อยแล้ว&amp;quot; พ.ต.อ.ประทีปกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตายคาห้องขัง, พุทธพร โสภาพล, สภ.เวฬุวัน, เกรียงไกร ไทยอ่อน, เสียชีวิตในห้องขัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89d3630fbf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจปลอมตัวเป็นชาวนาซุ่มจับโจรขโมยข้าวเปลือก หวิดถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.62 - พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าทำการจับกุมนายประพัฒน์ จ่าสอน อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 ม.3 บ้านหนองเบ็ญ ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางกระสอบบรรจุข้าวเปลือกจำนวน 9 กระสอบ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างอีก 1 คัน ภายในโรงสีข้าวแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านค้อ ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ปลอมตัวเป็นชาวนา เข้ามาดักซุ่มเพื่อรอจับผู้ต้องหารายนี้ กระทั่งพบผู้ต้องหานำข้าวเปลือกใส่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาขายที่โรงสีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ประทีป กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ผู้ต้องหาใช้ในการนำข้าวเปลือกมาจำหน่ายที่โรงสีแห่งนี้นั้นตรงตามภาพจากกล้องวงจรปิด อีกทั้งพยานหลายคนยืนยันว่าเป็นพาหนะที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปลอมตัวเป็นชาวนาจึงแสดงตัวเข้าทำการจับุมตัวทันทีในขณะที่ผู้ต้องหานำข้าวเปลือกมาส่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าข้าวเปลือกในกระสอบไม่ใช่ของตัวเอง เป็นข้าวที่ลักมาจากบ้านนายพุ่ม ชาวบ้านวังตอ ม.10 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยต้องการเงินไปให้ภรรยาซื้อนมให้ลูกวัย 2 เดือน&amp;nbsp;โดยได้ก่อเหตุในช่วงเช้าขณะมาหาเพื่อนใกล้ๆกับบ้านผู้เสียหาย แต่เพื่อนไม่อยู่ จึงแวะมาขอน้ำกินที่บ้านผู้เสียหาย แต่ไม่มีคนอยู่บ้าน มองเห็นข้าวเปลือกตั้งอยู่จำนวนมาก จึงขโมยใส่รถจักรยานยนต์ แต่ข้าวหลายกระสอบเอาไปไม่หมด จึงขโมยรถเข็นของผู้เสียหายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็นำข้าวเปลือกจำนวน 9 กระสอบไปซุกซ่อนไว้ที่กองขยะประจำหมู่บ้าน และไปหาซื้อกระสอบปุ๋ยเปล่ามาสับเปลี่ยน ขณะเดียวกันก็เผาเศษถุงปุ๋ยที่มีชื่อพ่อพุ่มทิ้งในกองขยะ และได้นำรถจักรยานยนต์ไปต่อพ่วงข้างโดยรอจนเรื่องเงียบ จึงนำข้าวเปลือกใส่รถจักรยายนต์พ่วงข้างออกมาขายที่โรงสี ในราคากิโลกรัมละ 14 บาท แต่ยังไม่ได้รับเงินก็ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ประทีป กล่าวต่ออีกว่า เงินที่ผู้ต้องหาได้นั้นยังคงมีบางส่วนนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ โดยอุปกรณ์งัดแงะที่ใช้ในการก่อเหตุลักทรัพย์นั้นจะมีติดไว้ที่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ หากฉวยโอกาสก็จะทำการก่อเหตุขโมยทันที อย่างไรก็ตามภายหลังจากการชี้จุดที่ก่อเหตุแล้วเสร็จ จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวฬุวัน ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ และความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน พร้อมทั้งขยายผลในเรื่องของยาเสพติดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในช่วงของการควบคุมตัวผู้ต้องหาลงพื้นที่เพื่อชี้จุดก่อเหตุนั้นได้มีชาวบ้านมายืนดูหน้าตาของคนร้ายและพยายามที่จะรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.เวฬุวัน ทันทีเพื่อป้องกันเหตุการณ์บานปลายที่อาจจะเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39432</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยข้าวเปลือก, จังหวัดขอนแก่น, ตำรวจปลอมตัวเป็นชาวนา, สภ.เวฬุวัน, โจรขโมยข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11ec85acf66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเครือข่าย &#039;มันทุกเม็ด&#039; พร้อมยาบ้า 4 แสนเม็ด ล่าตัว &#039;อ๊อฟ&#039; แกนนำค้ายาภาคอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 -&amp;nbsp;พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 &amp;nbsp;พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผบ.มทบ.23 พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต &amp;nbsp;ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน สนธิกำลังร่วมตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง เข้าทำการตรวจสอบ ภายในบ้านเช่าเลขที่ 67 หมู่ 14 บ้านวังตอ ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวนี้เป็นกลุ่มเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ เครือข่าย &amp;quot;แก็งมันทุกเม็ด&amp;quot; ใช้เป็นสถานที่พักยาบ้าก่อนส่งจำหน่ายในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคอีสาน โดยที่เจ้าหน้าทีสามารถจับกมุตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 ราย ประกอบด้วย นายสุทิน หรือเจ อ่อนศรี อายุ 25 ปี ชาว ต.บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ,นายสมศักดิ์ หรือโจ้ สะมะแอ อายุ 40 ปี ชาว กรุงเทพมหานคร, นายทศพรหรือเอ็ม ขวัญปาก อายุ 38 ปี ชาวต.ชะแมบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา, นายนัทธพงษ์ แพนลิ้นฟ้า อายุ 23 ปี ชาว ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก , น.ส.พิม อายุ 16 ปี ชาว ต.บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก และ น.ส.สุชาดา หรือฝ้าย ยอดจันทร์อายุ 19 ปี ชาวต.สากเหล็ก อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับตรวจค้นภายในบ้านพบของกลางยาบ้าจำนวน 406,000 เม็ด อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง รถยนต์กระยะ บี่ห้อ มิตซูบิชิ &amp;nbsp;ไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียน บต -34081 เลย จำนวน 1 คัน และ รถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพจำนวน 4 คัน &amp;nbsp;ก่อนควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.เวฬุวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ภายหลังจากที่ชุดสืบสวน สภ. เวฬุวัน สืบทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีกลุ่มคนแปลกหน้ามาเช่าเป็นที่พัก จึงได้เฝ้าสังเกตพฤติกรรมจนกระทั่งทราบว่า ทั้งหมดเช่าบ้านเพื่อเป็นที่พักยาบ้าและจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยมีกลุ่มวัยรุ่นเข้าออกบ้านหลังดังกล่าวตลอด 24 ชม. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังเข้าตรวจค้นที่บ้านดังกล่าว พบกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 6 คน อยู่ในบ้านและมียาบ้าจำนวนกว่า 4 แสนเม็ดอยู่ในกระสอบ จำนวน 4 กระสอบ ข้างในยังมีถุงพลาสติกขนาดใหญ่ บรรจุยาบ้าไว้อย่างดี วางอยู่ในที่ต่างๆภายในบ้าน จึงตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การตรงกันว่า เป็นเครือข่ายแก็งมันทุกเม็ด โดยยาบ้าที่พบนั้นนายสมโชค หลำพลิ้ง หรืออ๊อฟ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185 ม.8 ต.บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นแกนนำแก๊งมันทุกเม็ด เป็นผู้สั่งการให้เครือข่ายเอามาพักเก็บไว้ที่บ้านเช่า เพื่อให้กลุ่มผู้ต้องหา นำส่งให้เครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ ขอนแก่น ,กาฬสินธุ์ ,ร้อยเอ็ด ,มหาสารคาม อุดรธานีและชัยภูมิ ในราคาเม็ดละ 100 บาทและยาบ้าทั้งหมดที่พบ หากนำไปส่งให้เครือข่ายได้สำเร็จ ก็จะเป็นเงินทั้งหมด 40,600,000 บาท&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดจะได้รับค่าจ้างจากการส่งจำหน่ายยาบ้าเป็นเงินสดและยาบ้า ซึ่งเมื่อวางยาและลูกค้ารับยาบ้าไปเสร็จเรียบร้อย จะโอนเงินเข้าบัญชีของ น.ส.ฝ้ายและ น.ส.พิม โดยที่ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบเงินในบัญชีของผู้ต้องหา รวมถึงการขยายผลจับกุมนายอ๊อฟ ที่ถูกกลุ่มผู้ต้องหาซัดทอดว่าเป็นเจ้าของยาบ้าทั้งหมด เพื่อจะได้ทราบที่มาของยาบ้าว่า มีใครสั่งการอยู่เบื้องหลังอีกหรือไม่ จะได้สืบสวนขยายผลจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงได้ตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและยาเสพติดให้โทษประเภท 1(แมทแอมฟาตามีน) โดยผิดกฎหมาย และข้อหา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง พร้อมทั้งควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวฬุวัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36018</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ตำรวจจับยาบ้า, สภ.เวฬุวัน, เครือข่ายแก๊งมันทุกเม็ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdcfd3c17826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกหมายเรียกเซลล์ลวงขายอาหารเสริมหยอดตาเหยื่อบอดสนิท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.61 - พ.ต.อ.วัชรพงศ์ ฉุยฉาย ผกก.สภ.เวฬุวัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ความคืบหน้าทางคดีที่ นางคำแงง สุวรรณะ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.4 บ้านโนนลาน ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ต้องผ่าตัดดวงตาข้างขวาออก หลังจากใช้อาหารเสริมชนิดน้ำหยอดตาทำให้ตาบอดนั้น ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบอาหารเสริมชนิดดังกล่าวพบว่ามีเครื่องหมาย อย.ถูกต้อง และเป็นอาหารเสริมชนิดดื่มกิน แต่เพื่อความชัดเจนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย ศพฐ.4 จะต้องส่งน้ำที่เป็นอาหารเสริมชนิดดังกล่าวไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์และลงความเห็นว่า อาหารเสริมชนิดนี้หยอดตาได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คุณยายยืนยันว่ามีพนักงานขายอาหารเสริมยี่ห้อดังกล่าว ชื่อว่า นายจรูญ ไม่ทราบนามสกุล เดินเข้ามาขายอาหารเสริมให้ถึงในบ้าน แนะนำถึงสรรพคุณยา จึงซื้อไว้รับประทาน ดื่มไปขวดแรกรู้สึกดีขึ้น ในขณะที่เซลล์ก็แนะนำให้ยายว่า ตาข้างขวาเป็นต้อเนื้อ ใช้อาหารเสริมชนิดเดียวกันหยอดตาควบคู่กันไปด้วย เมื่อคุณยายเห็นว่าดื่มขวดแรกแล้วขามีเรี่ยวแรง จึงสั่งขวดที่สองมาดื่ม ซึ่งขวดที่สองพนักงานขายรายเดิมได้แบ่งน้ำอาหารเสริมจากขวดใหญ่มาใส่ในขวดพลาสติกขนาดเล็ก แล้วแนะนำให้ยายหยอดตา คุณยายจึงหยอดไป 6 ครั้งๆละ 1 หยด จนตามองไม่เห็น ไปพบแพทย์ๆได้ผ่าตัดตาข้างขวาออก เพราะเน่า และเป็นหนองติดเชื้อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผกก.สภ.เวฬุวัน กล่าวต่ออีกว่า อาหารเสริมยี่ห้อดังกล่าวนั้นทราบว่าเป็นอาหารเสริมชนิดดื่มกิน เมื่อคนขายมาแนะนำลูกค้าให้เอามาหยอดตาจนกลายเป็นคนพิการตาบอดนั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพนักงานขายรายนี้เข้าให้ปากคำ ขณะที่การแจ้งข้อกล่าวหานั้นต้องรอผลตรวจพิสูจน์ก่อน ส่วนเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนั้นต้องให้ความเป็นธรรม เนื่องจากมีการผลิตอย่างถูกต้อง มีเลขที่ อบ.กำกับชัดเจน แต่การกระทำที่เป็นสาเหตุให้คุณยายตาบอดคือ พนักงานขายที่นำอาหารเสริมมาขายแล้วแนะนำลูกค้าใช้ในทางที่ผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการสืบสวนสอบสวนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16949</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, สภ.เวฬุวัน, อาหารเสริม, อาหารเสริมหยอดตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b90bb2506e22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นจับแก๊งลักลอบตัดสายเคเบิ้ล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.61- พ.ต.อ.วัชระพงศ์ ฉุยฉาย ผกก.สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่จากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมนายสามารถ &amp;nbsp;แก้วลือ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222/141 ม.6 ต.โนนสะอาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง ยาบ้า 9 เม็ด สายเคเบิ้ลที่ยังไม่ปอกทองแดงยาว 150 เมตร สายเคเบิ้ลที่ปอกทองแดงออกแล้ว 55 เมตร สายเคเบิ้ลใยแก้วยาว 100 เมตร รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เทน่าสีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน คีมตัดเหล็ก 2อัน มีดตัดสายไฟ 2 เล่ม ประแจ 1 อัน และกระเป๋าสำหรับใส่อุปกรณ์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 50,000 บาท หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ ขณะลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ตัดสายเคเบิ้ลในพื้นที่ ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วัชระพงศ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งจากเจ้าหน้าที่ทีโอทีพบความผิดปกติที่สายสัญญาณของบริษัทฯ ในพื้นที่ บ.สำราญ ม. 1 ต.สำราญ &amp;nbsp;ริมถนนมิตรภาพ จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบผู้ต้องหาและพวกรวม 5 คน ขับรถยนต์กระบะ 1 คัน และ รถจักรยานยนต์ 2 คัน กำลังก่อเหตุตัดสายสัญญาณ โดยทำเป็นขบวนการมีคนดูต้นทาง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงพากันรีบแจ้งให้ทีมงานทราบและพากันขับรถหลบหนี แต่ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้นั้นได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่เพื่อหลบหนี แต่เกิดรถล้ม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ตัวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหารายนี้ มักจะลงมือก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ริมถนนมะลิวัลย์ ทั้งในพื้นที่ ต.บ้านเป็ด ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น,อ.บ้านฝาง และ อ.หนองเรือ ซึ่งจะมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำความผิดต่อไป&amp;quot;ผกก.สภ.เวฬุวัน กล่าว
​&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ขโมย, ขโมยสายเคเบิ้ล, ตัดสายเคเบิ้ล, ตำรวจ, ทีโอที, สภ.เวฬุวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa65440b8def.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
