<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มึน! อุทยานฯไล่บี้เอาผิด 4 ชาวบ้านบางกลอย นักกฎหมายอัดจองล้างจองผลาญหลังแพ้คดีศาลปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63 - มีรายงานข่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มอบอำนาจให้นายอรรถพงษ์ เกาอ่อนและ นส.เนตรนภา งามเนตร แจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.แก่งกระจานกับชาวบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 4 คน ประกอบด้วย 1.นายแจ พุกาด 2.นายหมี ต้นน้ำเพชร 3.นายดูอู้ จีโบ้ง 4.นายบุญชู พุกาด ในข้อหายึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านทั้ง 4 คนนี้ได้ร่วมกับนายโคอี้ มีมิ หรือปู่คออี้ และนายกื้อ พุกาด ได้ฟ้องต่อศาลปกครองกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานรื้อเผาทำลายทรัพย์สินเมื่อปี 2554 จนกระทั่งเดือนกันยายน 2559 ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีคำสั่งให้จ่ายค่าเสียหายให้กับชาวบ้านทั้ง 6 คน (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว 2 คนคือปู่คออี้และนายกื้อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญชู พุกาด ชาวบ้านบางกลอยกล่าวว่า ยังรู้สึกงุนงงและไม่ทราบว่าถูกแจ้งความดำเนินคดีเรื่องอะไร โดยก่อนหน้านี้ศาลปกครองสูงสุดได้สั่งให้กรมอุทยานฯชดใช้ค่าเสียหายให้ตนเป็นเงิน 45,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่าชาวบ้านที่ถูกแจ้งความครั้งนี้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวที่ฟ้องกรมอุทยานฯ ที่เผาบ้าน ซึ่งนำโดยปู่คออี้ และศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่าเจ้าหน้าที่ทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและต้องจ่ายค่าเยียวยาให้ชาวบ้านทั้งหมด 6 ราย ซึ่งในคำพิพากษายังบอกให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี พศ.2553 ในการฟื้นฟูและคุ้มครองวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง แต่กลับไม่ปฎิบัติตามแถมยังดำเนินคดีกับชาวบ้านอีกถือว่าเป็นการขัดคำสั่งศาลสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าการแจ้งความดำเนินคดีกับชาบ้านครั้งนี้เป็นการจองล้างจองผลาญกับชาวบ้านมากกว่า ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่ไปแจ้งความได้รับมอบหมายจากอธิบดีหรือไม่ แต่การจองเวรกันเช่นนี้อาจเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดบอกชัดว่าชาวบ้านอยู่มาหลายร้อยปีและเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ดังนั้นการดำเนินการครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อาจมีความผิดเสียเอง&amp;rdquo; นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์กล่าวว่า อยากฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่าหากมีการกลั่นแกล้งหรือหาเรื่องกัน ก็ควรให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านด้วย เพราะไม่ควรเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า เรื่องนี้ควรรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ไม่ใช่ตัดสินว่าชาวบ้านทั้ง 4 คนบุกรุกตามข้อกล่าวหา เพราะการที่เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจสนธิกำลังขึ้นไปทำลายข้าวของของชาวบ้าน แถมยังกล่าวหาแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านอีก โดยคนที่ถูกกล่าวหาแทบไม่มีโอกาสได้ชี้แจง แถมยังออกข่าวใหญ่โตจนสังคมเข้าใจผิด ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่จบ ซึ่งตนไม่อยากให้เป็นเรื่องของการล้างแค้นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้กรมอุทยานฯชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านทั้ง 6 คน ซึ่งภายหลังจากที่กรมอุทยานฯได้จ่ายเงินให้กับชาวบ้านแล้ว ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงการกระทำของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในครั้งนั้น เพื่อดำเนินการเรียกเงินคืนจากเจ้าที่หน้ารัฐที่ทำให้ราชการเสียหาย อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวไม่มีการแถลงให้สังคมได้รับทราบ และยังเป็นที่สงสัยของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญคือการแจ้งความกับชาวบ้านทั้ง 4 คนในครั้งนี้ น่าจะเชื่อมโยงเพื่อหาแนวทางในการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่รัฐบางราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72710</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, กะเหรี่ยงบางกลอย, ชาวบ้านบางกลอย, ปู่คออี้, สภ.แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1fd110d10c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร็อตไวเลอร์ขย้ำแขนหนุ่มกระหร่างจนต้องตัดทิ้ง วอนหาคนรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์กัดแขนลูกจ้างคนงานเฝ้าไร่ ชาวบ้านโป่งลึก อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี จนสลบเหมือดหลังเลิกงานเดินออกไปเก็บผักเพื่อจะมาจิ้มน้ำพริกเป็นอาหารมื้อค่ำ จากนั้นญาตินำตัวส่งโรงพยาบาลหลายแห่ง แพทย์ระบุบาดแผลฉกรรจ์เส้นเอ็นและเส้นเลือดไม่สามารถต่อได้ จนสุดท้ายต้องตัดแขนขวาทิ้ง ขณะที่ญาติวอนขอความเห็นใจเยียวยาหลังต้องถูกตัดแขนทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดที่โรงพยาบาลแก่งกระจาน นายกระทง โชควิบูลย์ อดีตผู้ใหญ่บ้านบางกลอย หมู่ 1 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บคือ นายลูแว กว่าบุ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 2 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน ซึ่งรับจ้างเป็นคนงานเฝ้าสวนกับภรรยาที่บ้านโปร่งแดง หลังเลิกงานได้เดินไปเก็บผักบริเวณริมถนนใกล้เคียงที่พัก แต่ถูกสุนัขขนาดใหญ่กัดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ญาติได้นำส่งโรงพยาบาลแก่งกระจาน แต่ถูกนำส่งต่อรักษาตัวต่อโรงพยาบาลพระจอมเกล้า และ สุดท้ายต้องส่งไปที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี เนื่องจากมีแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่อเส้นเอ็นและเส้นเลือด แต่สุดท้ายแพทย์วินิจฉัยว่า บาดแผล ฉกรรจ์ไม่สามารถต่อเส้นเลือดและเอ็นได้จึงต้องตัดแขนขวาช่วงใต้หัวไหล่ทิ้ง เนื่องจากเกรงว่าหากต่อแขนให้ ผู้บาดเจ็บเสี่ยงกับการติดเชื้อจนเกิดอันตรายถึงชีวิต แต่หากตัดแขนทิ้งยังสามารถใส่แขนเทียมทดแทนได้ ล่าสุดได้ส่งตัวกลับมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแก่งกระจานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พ.ตท.อรรถพร สุรฉัตร สารวัตรสอบสวน สภ.แก่งกระจาน พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาณุพงศ์ &amp;nbsp;ศรจิตติ ผกก.สภ.แก่งกระจาน ได้เดินทางไปสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่ รพ.แก่งกระจาน โดยมีนายกระทง ช่วยเป็นล่ามแปล จนทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อเวลา 17.30 น ของวันที่ 27 กันยายน 2562 หลังเลิกงาน นายลูแว ได้เดินไปเก็บผักริมทางใกล้ที่พักและถูกสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ กัดเข้าที่แขนและตามตัวจนเป็นบาดแผลทั่วร่างกาย โดยไม่มีผู้ใดพบเห็น และสลบไป กระทั่งและเมื่อรู้สึกตัวจึงได้ตะโกนเรียกหลานชายซึ่งอยู่ใกล้ๆ มานำตัวไปส่งรักษา&amp;nbsp;โดยทราบดีว่าสุนัขตัวดังกล่าวเป็นของใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย จนแล้วเสร็จและเดินทางไปสอบปากคำหลานชายของผู้บาดเจ็บ รวมทั้งตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุว่าอยู่ในพื้นที่ของใคร ซึ่งหากพบว่าเป็นการละเลยจนทำให้สุนัขไปกัดผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บและเกิดความเสียหาย ก็จะต้องดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขตัวดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47499</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ชาวกะหร่างโป่งลึก, ร็อตไวเลอร์, สภ.แก่งกระจาน, สุนัขกัดชาวบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ac2150fb2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือยางชนตอม่อสะพาน นักท่องเที่ยวสตูลตกเรือดับ1ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค.61 - ร.ต.อ.สมปอง ขำทวี รองสารวัตรสอบสวน สภ.แก่งกระจาน รับแจ้งเหตุเรือยางสำหรับบริการนักท่องเที่ยวล่ม มีนักท่องเที่ยวพลัดจมน้ำเสียชีวิต 1 ราย บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำเพชรบุรี หมู่ 6 บ้านวังนางนวล ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ที่ร่างติดอยู่บริเวณตอม่อสะพาน ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว โดยเพื่อนได้นำขึ้นมาจากน้ำและช่วยกันปั๊มหัวใจแต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ ทราบชื่อคือนางจุฑามาศ หลังยาหน่าย อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 1 ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูล เป็นพยาบาลประจำการอยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามเจ้าของเรือยางบริการให้เช่า เล่าว่า ผู้เสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนอีกกว่า30 คน ซึ่งมีทั้งชายและหญิง และส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีอายุและเด็ก เหมารถทัวร์เดินทางมาจากจังหวัดสตูล และเข้าพักผ่อนที่รีสอร์ทเรือนวารีเอแอนด์บี เมื่อคืนวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา กระทั่งช่วงเช้าคณะดังกล่าวได้มาเช่าเหมาเรือยางของตนจำนวน 3 ลำ นั่งลำละไม่เกิน 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายและลูกอีกสองคน พร้อมกับเพื่อน ได้ลงเรือจากริมแม่น้ำเพชรบุรีด้านหน้ารีสอร์ทเรือนวารี ทุกคนสวมเสื้อชูชีพเพื่อล่องไปตามลำน้ำ กระทั่งเรือล่องมาถึงทางโค้งก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำเพชรบ้านวังนางนวล กระแสน้ำได้พัดพาเรือออกนอกช่องทาง ทำให้นายหมึก ลูกน้องของตนซึ่งเป็นเด็กพายเรือได้พยายามคัดท้ายเรือ แต่ไม่สามารถต้านกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวได้ส่งผลให้เรือล่องหมุนไหลไปติดกับตอม่อสะพานในสภาพขวางลำน้ำ ขณะเดียวกันกิ่งไม้ไผ่ที่ยื่นล้ำออกมากลางแม่น้ำเพชรได้ไปเกี่ยวกับเสื้อชูชีพของผู้ตาย ทำให้ผู้ตายตกลงไปในแม่น้ำเพชรส่วนเรือไม่สามารถต้านกระเเสน้ำได้จึงพลิกคว่ำติดอยู่กับตอม่อสะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวและลูกของผู้ตายได้พยายามว่ายน้ำขึ้นมาบนฝั่งได้ ส่วนผู้ตายจมน้ำติดอยู่กับตอม่อ ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกกระแสน้ำที่ไหลแรงซัดร่างของผู้เสียชีวิตชนกับสะพานและกิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่มีอยู่จำนวนมากจนเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวเจ้าของเรือและลูกเรือรวมถึงผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไปสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นอิสลาม ญาติต้องเร่งนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาภายใน 24 ชั่วโมงที่ จ.สตูล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20602</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เพชรบุรี, นักท่องเที่ยวจมน้ำดับ, สภ.แก่งกระจาน, เรือยางชนสะพาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd01e22a00ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
