<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยชีวิตช้างป่าอายุ3ปีติดบ่วงรัดขาแผลเน่า เฝ้าติดตามอาการใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.61 -&amp;nbsp;สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ และนายกริชฐพร คุ้มโนนไชย สัตวบาลประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ชุดเฝ้าระวังและติดตามช้างป่าเขาอ่างฤาไน ชุดรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน (ชรบ.) และกลุ่มอนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ป่าเข้าพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ได้เดินทางไปช่วยลูกช้างป่าบาดเจ็บบริเวณขาหน้าขวาจากการโดนบ่วงรัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบลูกช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 3 ปี น้ำหนักประมาณ 1,500-1,800 กิโลกรัม อาศัยอยู่ตัวเดียวไม่พบโขลงช้างป่า พบว่าบ่วงยังคงรัดแน่นบริเวณขาหน้าข้างขวา สภาพแผลค่อนข้างเน่า มีเศษเนื้อตาย มีหนอง เจ้าหน้าที่สัตวบาลประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ต้องใช้วิธีโดยการยิงยาซึม และทำการล้างแผล ทำแผล ฉีดยาลดปวด ยาฆ่า วิตามิน หลังดำเนินการทำแผลเสร็จจึงทำการฉีดยาแก้ฤทธิ์ยาซึม หลังจากนั้นลูกช้างป่าฟื้นจากยาซึม และสามารถเดินได้ปกติ เจ้าหน้าที่ทุกคนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สัตวแพทย์ได้ทำการเจาะเก็บเลือดเพื่อส่งตรวจดูค่าเลือดว่ามีความผิดปกติหรือไม่ (อาจผิดปกติได้ถ้าแผลติดเชื้อ) และส่งตรวจโรคเพิ่มเติม และล่าสุดอาการของช้างป่าตัวนี้ปลอดภัยดีแล้ว แต่ต้องเฝ้าติดตามบาดแผลของช้างป่าตัวนี้อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ช้างป่าตัวนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรแก่งหางแมว ได้สืบหาข่าวเชิงลึกเพื่อเร่งติดตามพรานป่า หรือ ผู้ที่นำบ่วงมาดักสัตว์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22514</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, ช่วยลูกช้างป่า, ช้างป่าติดบ่วง, พรานป่าติดบ่วงล่าสัตว์, สภ.แก่งหางแมว, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา), อำเภอแก่งหางแมว, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf6504361563.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบตัวแล้วพรานยิงกระทิงป่าชำแหละเนื้อขาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.-&amp;nbsp;ที่สถานีตำรวจภูธรแก่งหางแมว อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พ.ต.อ.พรรษา โกศลานันท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแก่งหางแมว นายเดช จินโนรส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขุนซ่อง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมนายรุ่งโรจน์ โพธิ์ขำ หรือติ๊ด อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุดักยิงกระทิงป่าตาย ก่อนชำแหละเนื้อหวังนำไปขายเเละกิน ในเขตพื้นที่ป่าอ่างฤาไน ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอกที่ใช้ก่อเหตุ ปลอกกระสุนปืน จำนวน 2 นัดและถุงปุ๋ย 3 ใบที่ใช้ใส่เนื้อกระทิงป่ามาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา สถานีตำรวจภูธรแก่งหางแมว ได้รับแจ้งจาก นายสุเทพ สุริยะ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขาปอ ว่าพบซากกระทิงป่าเพศผู้ถูกยิงอยู่ภายในป่าต้นน้ำ หมู่ที่ 17 ตำบลขุนซ่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบซากกระทิงป่าเพศผู้ อายุประมาณ 3-14 ปี น้ำหนัก 300-400 กิโลกรัม ถูกอาวุธปืนชนิดลูกซองยิงตายที่ชายป่า ที่บริเวณสะโพกหลังมีบาดแผลการถูกแร่เนื้อไปบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 2 ปลอกตกอยู่ ห่างจากจุดพบซากกระทิง 20 เมตร พบร่องรอยการผูกห้างสำหรับนายพรานใช่ซุ่มดักยิงสัตว์ ห่างไปจาก 1 กิโลเมตร พบกระสอบปุ๋ยภายในมีเศษเนื้อกระทิงป่า ถูกโยนทิ้งไว้ในป่ายาง 3 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 135 กิโลกรัม คาดว่าพรานป่าที่ก่อเหตุอาจได้ยินเสียงรถของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจึงทิ้งกระสอบใส่เนื้อกระทิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แก่งหางแมว ทราบตัวคนร้ายแล้ว จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครองเจ้าหน้าที่อุทยาน และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขาปอ ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้น บ้านพักของผู้ต้องหารายนี้ที่บ้านพักเลขที่ 166 หมู่ที่ 17 ตำบลขุนซ่อง แต่คนร้ายไหวตัวก่อนแล้วหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอาวุธปืนลูกซองยาว ที่ใช้ยิงกระทิงป่า ซึ่งซุกซ่อนอยู่ที่บ้านพัก ส่งตรวจเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนปืนที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ต่อมาวันที่ 26 มิถุนายน 2561 นายรุ่งโรจน์ ทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ไม่ไหว ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและรับสารภาพว่าได้ลงมือใช้อาวุธปืนลูกซองก่อเหตุจริงเพื่อต้องการล่าเนื้อมาเป็นอาหารและเกรงว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจึงหลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับญาติที่จังหวัดอุตรดิตถ์ แต่ภายหลังทนแรงกดดันไม่ไหว และรู้สึกสำนึกผิดจึงเข้ามอบตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คนที่เป็นชาวกัมพูชา ทราบชื่อคือ นายดำ และอีกคนไม่ทราบชื่อที่เป็นคนช่วยนายรุ่งโรจน์แร่เนื้อกระทิงป่า และได้ช่วยกันขนลำเลียงเนื้อออกมาจากป่า เบื้องต้นยังหลบหนีอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา นายรุ่งโรจน์ โพธิ์ขำ ว่าร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและกรณีไม่มีเหตุอันจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแกพฤติการณ์ มีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับ 50,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12155</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, ป่าเขาอ่างฤาไน, พรานยิงกระทิงป่า, รวบตัวพรานยิงกระทิง, สภ.แก่งหางแมว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b3232e04fc62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
