<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2019 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2019 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้ตู้สินค้าท่าเรือแหลมฉบัง ไม่สามารถเอาผิดเจ้าของเรือได้ ชี้เหตุเกิดบนเรือสัญชาติเกาหลี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.62 - หลังเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ตู้คอนเทนเนอร์บรรจุสารฟอกขาวบนเรือสินค้าฮ่องกง&amp;nbsp;สัญชาติเกาหลี&amp;nbsp;ซึ่งเดินทางจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เพื่อนำสินค้าเข้ามาส่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี&amp;nbsp;จนทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 200 คน&amp;nbsp;และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนจากบ้านและทรัพย์สินต่างๆ ถูกสะเก็ดจากสารฟอกขาวที่ระเบิดฟุ้งกระจายปลิวไปไกลในรัศมีกว่า 5 กิโลเมตร&amp;nbsp;ส่งผลกระทบให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ทราบว่าเรือสินค้าสัญชาติเกาหลีที่เกิดเพลิงลุกไหม้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าเสียหายได้ เนื่องจากขณะนี้ทางตำรวจภูธรแหลมฉบังยังไม่สามรถที่จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2 เข้าไปตรวจสอบได้ เนื่องจากที่เกิดเหตุบนเรือ โดยเฉพาะตรงจุดที่ตู้คอนเทนเนอร์ไหม้ ไฟยังดับไม่สนิท ยังมีกลุ่มควันขึ้นมาเป็นระยะๆ ต้องให้หน่วยผจญเพลิง คอยฉีดน้ำเลี้ยงไว้ เพื่อไม่ให้ไฟปะทุขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน ผกก.สภ.แหลมฉบัง กล่าวว่า ต้องรอให้ไฟดับสนิทเสียก่อน จึงจะให้หน่วยพิสูจน์หลักฐาน 2 เข้าไปเก็บหลักฐาน และสอบสวนข้อเท็จจริงสาเหตุเพลิงไหม้&amp;nbsp;ถึงแม้จะทราบว่าอาจจะดำเนินคดีเอาผิดกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้บนเรือสินค้าของเขาเอง ซึ่งเป็นเรือสัญชาติเกาหลี&amp;nbsp;เสมือนว่าเกิดเหตุในประเทศเกาหลีตามสนธิสัญญา&amp;nbsp;แต่ก็จะให้ตำรวจรวบรวมหลักฐานและพยานที่เกิดเหตุให้มากที่สุด หากผู้เกี่ยวข้องต้องใช้ ก็จะมอบให้ได้ทันที หากผลการสอบสวนเสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้ได้รับความเดือดเรือน ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ก็ให้นำหลักฐานเป็นภาพถ่าย หรือเอาทรัพย์สินที่มาได้ ก็เข้ามาแจ้งความไว้ที่ สภ.แหลมฉบัง เพราะต้องรวบรวมผู้เสียหายหรือทรัพย์สินของผู้ได้รับความเดือดร้อน ส่งให้กับการท่าเรือแหลมฉบังต่อไป&amp;nbsp;ส่วนขณะนี้สำนักงานท่าเรือแหลมฉบัง พยายามที่จะช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ถึงแม้จะไม่สามารถเอาผิดจากเพลิงลุกไหม้กับทางเจ้าของเรือได้ แต่ในส่วนค่าเสียหายที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ สามารถที่จะแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.แหลมฉบัง เพื่อส่งเข้ามาให้กับการท่าเรือแหลมฉบังและจ้าของเรือ ก่อนส่งให้กับประกัยภัยของเรือ มาชดใช้ค่าเสียค่าเสียหายตามความเป็นจริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศบาลนครแหลมฉบัง และนายบุญเลิศ &amp;nbsp;น้อมศิลป์ รองนายกเทศบาลนครแหลมฉบัง เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่ รพ.แหลมฉบัง พร้อมกับกล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุขึ้น ตนและทีมบริหารนครแหลมฉบัง คอยประสานและระมัดระวังเหตุการณ์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเขต 23 ชุมชนโดยรอบท่าเรือแหลมฉบัง หลังเกิดเหตุไม่กี่นาที ตนสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก หากไม่มีธุระก็ให้อยู่แต่ภายในบ้าน และหากมีความจำเป็นในการออกไปทำธุระนอกบ้านก็ให้ใส่หน้ากากอนามัย ที่ทางเทศบาลนครแหลมฉบัง นำไปแจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตนเฝ้าดูเหตุการณ์หากความรุนแรงระดับถึงต้องอพยพประชากร ก็สามารถที่จะอพยพทั้ง 23 ชุมนได้ทันที่ โดยจะนำประชากรไปที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม ซึ่งเป็นจุดปลอดภัย และสำหรับผู้ได้รับความเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย ก็ให้ไปลงชื่อและนำหลักฐานภาพถ่ายไปที่ สำนักงานเทศบาลนครแหลมฉบัง ตนก็จะประสานรวบรวมส่งให้ท่าเรือแหลมฉบังต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36834</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, ท่าเรือแหลมฉบัง, สภ.แหลมฉบัง, ไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190526/image_big_5cea68fb0c3a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
