<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ลั่นตรึงดีเซล30บาท/ลิตรรับกองทุนน้ำมันติดลบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากราคาน้ำมันพุ่งสูงว่า รัฐบาลเข้าใจถึงความเดือดร้อนของสมาคมขนส่งหรือสมาคมรถบรรทุก ซึ่งรัฐบาลได้พยายามดูแลอย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์น้ำมันโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังไม่รู้ว่าจะขึ้นอีกเท่าไหร่
ในช่วงที่ผ่านมาทุกรัฐบาลได้มีการบริหารจัดการในเรื่องนี้มาตลอด โดยการเอากองทุนน้ำมันออกไปช่วย ซึ่งเราก็ช่วยมาตลอด ทั้งที่ความจริงแล้วราคาน้ำมันสูงมากกว่านี้ เราจะพยายามตรึงราคาให้ได้ลิตรละ 30 บาท ซึ่งในราคานี้ต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันเดือนละประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท และสถานการณ์ปัจจุบันนี้ติดลบแล้วเราก็ต้องมาพิจารณาว่าอีกสองเดือนข้างหน้าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เห็นใจผู้ประกอบการขนส่งทุกคน แต่ที่สำคัญต้องเข้าใจสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก ยังมีความขัดแย้งในหลายส่วน หลายกลุ่มด้วยกัน สถานการณ์น้ำมันยังคงเป็นอย่างนี้อีกระยะ รัฐบาลพยามตรึงให้ได้ลิตรละ 30 บาท ปัจจุบันเรามีน้ำมันอยู่หลายประเภท เช่น บี7 บี 10 บี 20 ราคา ซึ่งราคาต่างกัน เพราะมีส่วนผสมที่แตกต่าง โดยหากเราใช้เงินไปอุดหนุนราคาน้ำมันประเภทใดประเภทหนึ่งมากไป ก็จะทำให้น้ำมันอีกส่วนสูงขึ้น จะต้องดูตรงนี้ด้วย แต่เราก็จะคุมราคาน้ำมันดีเซลให้ได้ 30 บาทต่อลิตรก่อน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะทำอย่างไรให้กองทุนน้ำมันเกิดความคล่องตัว ต้องมาดูว่าหาเงินมาจากไหน เงินกู้จะกู้ได้หรือไม่ ถ้าได้จะได้เท่าไร สิ่งเหล่านี้นายกฯ ได้พิจารณามาตลอด และเตรียมพร้อมในเรื่องนี้
ส่วนการเรียกร้องให้ราคาน้ำมันลิตรละ 25 บาท นั้นก็ต้องดูต้นทุนเป็นอย่างไร เรื่องน้ำมันมีปัญหาเยอะมาก เพราะเราใช้น้ำมันภายในประเทศมาก ต้องยอมรับว่า บ้านเราเจริญเติบโต ถนนหนทางพอดี จึงมีการใช้น้ำมันเยอะ ส่วนที่มีคำถามว่า เพราะเหตุใดเราผลิตน้ำมันเองได้ แต่ราคายังแพงนั้น ก็ต้องเข้าใจว่าการผลิตน้ำมันภายในประเทศไทยไม่ถึง 20% ซึ่งบางส่วนก็เป็นน้ำมันคุณภาพต่ำ นำมาใช้ได้ไม่มาก ซึ่งส่วนนี้เราก็จะส่งออกไปขายต่างประเทศนำเงินเข้าประเทศ แต่อันไหนที่ผลิตได้เองมีอยู่เพียงกว่า 10% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไทยนำเข้าน้ำมันกว่า 80 % ตามราคาน้ำมันโลกในส่วนนี้ก็จะมีภาษีในส่วนของกรมสรรพสามิต ซึ่งเราก็จะต้องไปดูอีกครั้งว่ารายได้ต่างๆที่ได้จากกรมสรรพสามิต ก็จะต้องนำมาดูแลในส่วนต่างๆ หากเราลดภาษีกรมสรรพสามิตมากไป ก็จะไม่มีเงินมาดูแลในส่วนต่างๆในประเทศ โดยในช่วงบ่ายวันนี้ตนได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน ได้ชี้แจงในเรื่องนี้ด้วย ถ้าจะมาพูดว่าน้ำมันแพงสมัยนี้สมัยโน้น มองว่าต้องมีข้อมูลให้ครบถ้วนทุกด้าน เพราะปัจจุบันราคาน้ำมัน โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120294</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเซล, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ย้ำมัน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, สภากลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fa3b5a1dc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ยันตั้ง &#039;ณัฐพล&#039; ไม่ใช่การรวบอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังประชุมเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 10 ประจำปี 2564 ถึงการตั้ง ศบค.ส่วนหน้า ว่าได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ถึงการบริหารจัดการภาคใต้ เพื่อลดการสูญเสีย รวมถึงการเยียวยา ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัย เพราะประเทศไทยมีปัญหาหลายด้าน ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. และรอง ผอ.รมน.สนับสนุนเรื่องเหล่านี้มาตลอด เพราะเป็นกลไกของทุกรัฐบาล หน่วยงานเหล่านี้จะต้องไปเสริมการปฏิบัติงานของกระทรวงอื่นๆ ด้วย เช่น ทหารที่ทำหน้าที่ป้องกันการลักลอบตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการระบาดโควิด-19 ด้วยการประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงฝากความเห็นใจ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วน ศบค.ส่วนหน้า ทางประชาชนก็ให้ความร่วมมือ ยืนยันว่าไม่ใช่การรวบอำนาจ ทุกอย่างยังดำเนินการเหมือนเดิม โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกฯ และ ผอ.ศบค.ส่วนหน้า ลงไปทำหน้าที่เพียงแค่บูรณการการทำงาน เพราะเรามีกฎหมายในการทำงานอยู่แล้ว ความจริงไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายการทำหน้าที่ของใคร เพียงแต่เข้าไปดูแลให้เกิดความทั่วถึงในเรื่องการสกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นั้น ต้องย้ำว่ายังมีอีกหลายประเทศที่เราจะประกาศออกไป เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ดำเนินการการที่จะเข้ามาไทย ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศจะเข้ามาได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการหารือร่วมกันระหว่างประเทศต้นทาง และปลายทางว่ามาตรการที่เรากำหนดไปเขาตกลงด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ตกลงด้วยเขาก็ไม่เข้ามาอยู่แล้ว ครั้งแรกอาจจะให้เข้ามาได้ไม่กี่ประเทศ หรืออาจจะหลายประเทศ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับมาตรการของเรา ที่ต้องนำไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆที่มีการประกาศเช่นเดียวกับเรา อย่างไรก็ตามเราจำเป็นต้องอยู่กับโควิด-19 ให้ได้ เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามมาตรการของเราอย่างเคร่งครัด ถ้าเปิดแล้วเกิดมีปัญหาก็ต้องปิด ซึ่งเราก็ไม่อยากปิดทั้งหมด เพราะประชาชนเดือดร้อน แม้จะมีการเยียวยาก็ไม่เพียงพอ แต่เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาค ได้มีการพูดคุยกันในที่ประชุมสภากลาโหม เพราะมีความขัดแย้งหลายพื้นที่ใกล้กับประเทศเรา ทั้งนี้เราต้องดำรงความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนให้ได้ เพื่อความเป็นกลางและสร้างสมดุล เพราะมีทั้งประเทศมหาอำนาจ ประเทศขนาดกลางจะขยายอิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนแล้ว เราต้องเป็นแกนกลางของอาเซียนให้ได้ ทั้งเรื่องการค้า เศรษฐกิจ การค้าเสรีที่เป็นหลักการสากล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120293</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ศบค., สภากลาโหม, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fa39a6d601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบาได้เบา &#039;บิ๊กตู่&#039; วอนอย่าเล่นการเมืองกันมากนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 10 ประจำปี 2564 ก่อนเดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สิงห์บุรี โดยมี พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุม ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาสภากลาโหม และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ไม่ได้เดินทางเข้ามาร่วมประชุมด้วย เนื่องจากติดภารกิจลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เรื่องการเมืองขอให้เบาๆ หน่อยช่วงนี้ เพราะยังมีปัญหาอีกมากที่รัฐบาลต้องแก้ไข ซึ่งปัญหามาพร้อมกันหลายอย่าง อยากให้คำนึงถึงความยากง่ายในการแก้ไขปัญหาแต่ละอย่าง ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งรัฐบาลพยายามมีมาตรการใหม่ๆ เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมถึงปัญหาระหว่างประเทศ เพราะประเทศไทยอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องอยู่ตรงกลาง ต้องสร้างความเข้มแข็งให้ได้ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ และเอกชน ต้องร่วมมือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายกฯ เจอปัญหาจำนวนมากจะสู้ต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ท้อ ไม่มีท้อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า หากในอนาคตมีเรื่องข้อกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาและอุปสรรคต้องมี เป็นสิ่งที่ผู้นำต้องแก้ไขปัญหา ไม่อย่างนั้นจะเป็นทำไมผู้นำ ส่วนจะแก้ได้มากได้น้อย ก็ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นบางเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กัน ก็ต้องดูข้อเท็จจริง จึงขอให้ฟังหน่วยงานที่ชี้แจงด้วย ถ้าเราอยู่กันอย่างไม่ไว้ใจกัน ก็ไปไม่ได้ และจะปั่นป่วนอลหม่าน เกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าแต่ละพรรคการเมืองเปิดตัวผู้นำที่จะมาชิงเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากรายชื่อทั้งหมดคิดว่าจะสู้ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ถามประชาชน ถามคนเลือกสิจ๊ะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120291</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, สภากลาโหม, แคนดิเดต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fa3a76cea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งถก‘ผบ.เหล่าทัพ’ชุดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;rdquo; นัด ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่ถกปัญหา-อุปสรรคพร้อมรับฟังความเห็น ก่อนทำงานร่วมกันหลังรับตำแหน่ง 1 ต.ค.นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; สั่ง &amp;quot;กลาโหม&amp;quot; จัดกิจกรรมเนื่องในวันสวรรคต ร.9 และเผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวง ร.10 &amp;quot;ก.ตร.-ก.ต.ช.&amp;quot; รับโอน &amp;quot;ปรีชา&amp;quot; จากรองเลขาฯ ปปง. นั่งผู้ช่วย ผบ.ตร. คุมงานไซเบอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 24 ก.ย. เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมสภากลาโหมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 และเป็นการอำลาการทำหน้าที่สมาชิกสภากลาโหมของ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.), พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะที่ปรึกษาฯ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการสั่งการในที่ประชุมสภากลาโหมว่า เราทำงานด้วยระเบียบและกฎหมาย ด้วยการกำหนดอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ ด้วยความชัดเจนในสายการบังคับบัญชาของทหาร ไม่ต้องสั่งการเพิ่มเติม เพราะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด การเปลี่ยนผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำแหน่งต่างๆ ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งได้ย้ำเตือนให้ทุกคนมองหลายมิติ นอกจากด้านความมั่นคง คือเศรษฐกิจและสังคม เพื่อช่วยเหลือ และบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ เพราะเราเกี่ยวข้องกับหลายๆกิจกรรมด้วยกัน โดยการทำข้อมูลให้สอดคล้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยังไม่ได้พบกับผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่ จนกว่าวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพื่อจะได้ปรึกษาหารือว่ามีปัญหา อุปสรรคใดอยู่หรือไม่ เพื่อทำงานร่วมกันต่อไป ในฐานะที่เป็น รมว.กลาโหม ต้องรับฟังความเห็นของพวกเขา&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) แถลงหลังการประชุมสภากลาโหมว่า นายกฯ เน้นย้ำในที่ประชุม 2 เรื่องหลักคือ สถาบันพระมหากษัตริย์และภารกิจของกองทัพ โดยเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ เตรียมจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในวันที่ 13 ต.ค.2563 ซึ่งนายกฯ ให้กองทัพจัดงานและสนับสนุนกิจกรรมทุกหน่วยงาน ร่วมกันเผยแพร่พระราชกรณียกิจผ่านกิจกรรมในโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ ที่นำมาซึ่งความผาสุกทั้งทางกายและทางใจของประชาชน และนำเสนอพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการรักษา สืบสาน และต่อยอดด้วย โดยเฉพาะเกษตรทฤษฎีใหม่แบบประยุกต์ โดยเป็นการต่อยอดเกษตรทฤษฎีเดิมของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีการเพิ่มเติมคำว่าประยุกต์เข้ามา และพัฒนางานด้านเกษตรในรูปแบบต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีอำลาของคณะนายทหารที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ต่างประเทศ ในตำแหน่งผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเหล่าทัพ และรองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเหล่าทัพ จำนวน 28 นาย หลังจากที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนทหารของกองทัพไทยในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เห็นชอบการกำหนดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวนคดีทางเทคโนโลยี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ต่อทันที เห็นชอบตามที่ ก.ตร.เสนอเปิดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวนคดีทางเทคโนโลยี และรับโอน พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มาเป็นตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า ผลผการประชุม ก.ตร.และ ก.ต.ช.นั้น ในส่วนของ ก.ตร. ที่ประชุมได้รับทราบการกระทำผิดวินัยและการให้ออกราชการของข้าราชการตำรวจของอนุ ก.ตร.คณะต่างๆ โดยเห็นชอบให้มีการไล่ออกข้าราชการตำรวจที่ประพฤติผิดวินัยร้ายแรง จำนวน 38 นาย, ปลดออก จำนวน 3 นาย และให้ออก จำนวน 7 นาย รวมทั้งหมด 48 นาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการละทิ้งราชการและความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.ตร.ได้มีการพิจารณาการกำหนดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวนคดีทางเทคโนโลยี โดยมีเงื่อนไขเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว และตามกฎหมายมาตรา 54 วรรค 2 ระบุว่า การกำหนดตำแหน่งดังกล่าวจะต้องให้ ก.ต.ช.เห็นชอบ ซึ่ง ก.ต.ช.มีมติเห็นชอบ จากนั้นจึงได้มีการพิจารณารับโอน พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ ปปง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นชอบรับโอนให้มาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหาก พล.ต.ต.ปรีชาพ้นจากตำแหน่งดังกล่าว ตำแหน่งนี้จะต้องถูกยุบ&amp;quot; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงวาระที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตร. ได้ร้องทุกข์ในกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งสำรองราชการ โฆษก ตร.กล่าวว่า ในที่ประชุม ก.ตร.ได้มีการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรอบคอบชัดเจน และเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องทุกข์ ก.ตร.จึงมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำเรื่องหารือไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยทางการปกครอง เพื่อให้เกิดความรอบคอบชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติ โดยจะมีการนำเสนอโดยเร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้รีบดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ตร.กล่าวว่า ในส่วนการแต่งตั้งตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) ประจำปี 2563 ก.ตร.ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม จะมีการดำเนินการไปตามกฎหมาย ซึ่งมีการระบุว่าจะต้องเสร็จสิ้นภายในเดือน พ.ย. คาดว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องความคืบหน้าของการปฏิรูปตำรวจ เป็นเรื่องที่วงประชุมพูดถึง ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงว่ากรณีนี้ได้พ้นในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ขณะนี้เนื้อหาสาระของการปฏิรูปตำรวจจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ผ่านคณะรัฐมนตรีไป ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดโครงสร้างรูปแบบการบริหาร โดยเน้นไปที่สถานีตำรวจ เส้นทางการเติบโตของงานสอบสวน เรื่องของการที่ต้องมีคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม รวมถึงกรณีอีกหลายๆ อย่างที่จะเป็นประโยชน์ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน&amp;quot; โฆษก ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า นายกฯ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่อเตรียมชี้แจงในกรณีที่จะมีการเสนอต่อรัฐสภาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ จำนวน 298 ราย อาทิ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร., พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. ดำรงตำแหน่ง ผบช.ก. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.เหล่าทัพ, สภากลาโหม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เผยแพร่พระราชกรณียกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6df2579e352.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เต้นสั่งควานหาตัวคนรีดหัวคิวรร.กักตัวโควิด กห.ยันไม่ใชทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 63 - เมื่อเวลา 11.45 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีการแอบอ้างหักหัวคิวโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวคนไทยที่กลับจากต่างแดน (State Quarantine) ว่า เป็นความตั้งใจของกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยที่ได้ทำงานร่วมกันในการจัดหาโรงแรมเพื่อใช้เป็นสถานที่กักตัว ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายเรียกรับผลประโยชน์ สิ่งที่ดำเนินการคือการให้ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์สูงสุด และนำคนไทยที่ตกค้างอยู่ต่างประเทศกลับประเทศ ยืนยันว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนป่วย เพียงแต่ต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรค 14 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงถึงเรื่องการหักหัวคิวไปแล้ว หากใครพบเบาะแสสามารถแจ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุขได้ ทั้งนี้จากที่ตนได้พูดคุยกับนายกสมาคมธุรกิจโรงแรมภาคตะวันออกทราบว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทยอยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ และต้องไปดูข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่ารัฐไม่มีนโยบายเก็บค่าหัวคิว เพราะเรื่องดังกล่าวเราดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. ต่อกลุ่มคนไทยที่กลับจากฮูฮั่น จนถึงปัจจุบันก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ ทราบว่าคนที่ดำเนินการเรื่องนี้เป็นนายหน้าที่ไปติดต่อกับโรงแรมโดยตรงและเรียกรับผลประโยชน์&amp;ldquo; พล.ท.คงชีพ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การหักค่าหัวคิว 40 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่คนของกองทัพใช่หรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวยืนยันว่า ไม่มี หากพบว่าเป็นคนของกองทัพหรือกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปเกี่ยวข้องสามารถแจ้งข้อมูลมาได้โดยตรง ซึ่งจะต้องถูกลงโทษทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด เพราะเรื่องดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า มีคนชักจูงอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ต้องดูความเชื่อมโยงกลุ่มเหล่านี้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐและประชาชนส่วนรวม ขณะที่ผู้ประกอบการควรได้รับสิทธิ์ตรงนี้อย่างเต็มที่ สำหรับผู้ที่เข้ารับการกักตัวก็ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี หากมีการหักค่าหัวคิวก็จะทำให้การดูแลไม่ดีพอ เพราะอาหารก็จะต้องถูกตัดไปด้วย ขณะนี้กำลังตามหาตัวอยู่ และนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ยังขอให้ผู้ประกอบการโรงแรมพิจารณาเป็นโรงแรมท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ภายหลังจากที่มีการเปิดประเทศแล้ว ในขณะที่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศนั้นยังคงต้องกักตัว 14 วัน โดยจะต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66867</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, พล.ท.คงชีพ  ตันตระวาณิชย์, รร.กักตัวโควิด, สภากลาโหม, หักหัวคิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad3526c17e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;หัวโต๊ะสภากลาโหม! จับตาถกลดเคอร์ฟิว-พรก.กู้เงิน-โผทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 63 - เมื่อเวลา 08.55 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ​ รมว.​กลาโหม​ เป็นประธาน​การประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 5 /2563 ประจำเดือน พ.ค. โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์​สุวรรณ​ รอง​นายก​รัฐมนตรี​ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะที่ปรึกษาสภากลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวง​กลาโหม ผู้บัญการเหล่าทัพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะที่ปรึกษาสภากลาโหม และหน่วยขึ้นตรงกระทรวง​กลาโหม​ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการประชุมสภากลาโหมในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมที่กระทรวงกลาโหมด้วยตนเอง หลังจากห่างหายไปนานกว่า 3 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้พล.อ.ชัยชาญ ทำหน้าที่แทน และในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นายกรัฐมนตรี​จะประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมในวันนี้ คาดว่าจะเป็นการติดตามสถานการณ์การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส​โควิด-19 ที่กระทรวงกลาโหมสนับสนุนสถานที่ State Quarantine การปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.)​ เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการผ่อนปรนมาตรการในระยะที่ 3 และการลดช่วงเวลาเคอร์ฟิวที่จากเดิม เวลา 23.00- 04.00​ น. เป็นเวลา 24.00-04.00 น. หรือ 23.00-03.00 น. เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้และอำนวยความสะดวกการใช้ชีวิตมากขึ้น นอกจากนี้ให้กำลังพลเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบจากสาธารณภัยทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีกำชับเหล่าทัพติดตามดูภาพรวมกรณีที่สภาฯ จะมีการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ และพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2563 ของทุกกระทรวง เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาโควิด-19 กว่า 1 แสนล้าน ที่ในส่วนของกระทรวงกลาโหมมีมติให้แต่ละเหล่าทัพตัดงบประมาณของตนเอง อย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกันคาดว่านายกรัฐมนตรีจะมีการกำชับให้กองทัพมีการปรับ ระเบียบปฏิบัติตามวิถี New Normal&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งจะมีการพูดคุยถึงแนวทางการปรับย้ายนายทหาร ประจำปี 2563 ที่ในปีนี้มีตำแหน่งสำคัญระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพเกษียณอายุราชการหลายตำแหน่ง ทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66856</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, สภากลาโหม, โควิด-19, โผโยกย้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecb40ae9086d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงปปช.ฟันทหารซุกบ้านหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;พี่ศรี&amp;quot; บุก ป.ป.ช.ร้องสอบ 3 ป.พี่น้อง พร้อมนายทหารเกษียณกว่าร้อยซุกบ้านหลวง ชี้ผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายหลายฉบับ โฆษกกลาโหมแจงเป็นไปตามระเบียบ อีกทั้งผู้พักอาศัยก็ออกค่าน้ำค่าไฟเอง นายกฯ สั่งที่ประชุมสภากลาโหมถอดบทเรียนกราดยิงที่โคราช ขออย่าให้เกิดการสูญเสียเช่นนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องให้ไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัย กรณีนายพลนอกราชการจำนวนมากยังคงใช้สิทธิ์พักอาศัยอยู่ในบ้านพักทหารภายในพื้นที่ของกองทัพ อันถือได้ว่าเป็นการรับประโยชน์เกินกว่า 3,000 บาท ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช.2561 มาตรา 128 ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่รัฐ 2543 ที่บัญญัติห้ามไว้ และถึงแม้บางคนจะคืนบ้านพักในเดือน ก.พ.หรือ มี.ค.นี้แล้ว ก็ยังถือว่ามีความผิด เพราะความผิดสำเร็จแล้ว และเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ 2560 ม.184 (3) ประกอบ ม.186 ที่กำหนดข้อห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้ในเรื่องของการขัดกันแห่งผลประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวน สอบสวน และวินิจฉัยนายพลที่เกษียณอายุไปแล้ว อาทิ พี่น้อง 3 ป. และนายพลต่างๆ ที่เป็นนักการเมืองอยู่ในขณะนี้ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ว. ว่ามีพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ป.ป.ช.ข้างต้นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp; แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ถึงเรื่องระเบียบบ้านพักหลวงของข้าราชการทหารว่า กรณีที่นายศรีสุวรรณยื่นหนังสือร้อง ป.ป.ช. ขอให้สอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และอดีตนายทหารที่เกษียณอายุราชการกว่า 100 คน ที่ยังพักบ้านหลวง กระทำความผิด พ.ร.บ.ป.ป.ช.2561 มาตรา 128 ประกอบประกาศ ป.ป.ช.ดังกล่าว เรื่องนี้เป็นดุลพินิจของส่วนราชการที่รับผิดชอบในกฎหมายนั้นในการรับพิจารณาคำร้อง ทั้งนี้ ส่วนราชการทั่วไปก็มีระเบียบในเรื่องบ้านพักอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามสิทธิ์ของข้าราชการที่ควรได้รับสิทธิ์ในการพักอาศัย โดยหลักการพักอาศัยก็ได้รับการผ่อนผัน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของแต่ละส่วนราชการ อีกทั้งผู้พักอาศัยก็เสียค่าน้ำค่าไฟเอง เพราะมีมิเตอร์แยกอยู่แล้ว ทั้งหมดเป็นระเบียบเรื่องที่พักอาศัยของแต่ละส่วนราชการ ซึ่งจะไม่แตกต่างกันมาก &amp;nbsp;โดยจะมีคณะกรรมการเป็นผู้กลั่นกรอง ส่วนในเรื่องของการผ่อนผันก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่จะพิจารณาเช่นกัน เพราะแต่ละคนมีความจำเป็นที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ตนพูดในภาพรวม ไม่ได้พาดพิงใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุต้องอาศัยในบ้านพักในค่ายทหาร เพราะเป็นนายกรัฐมนตรีต้องคำนึงถึงความปลอดภัยนั้น แสดงให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์มองว่าสังคมไทยไม่ปลอดภัย ทุกพื้นที่ในประเทศก็ไม่ปลอดภัย การให้สัมภาษณ์แบบนี้เป็นการสร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับประชาชน มีผลกระทบกับสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่บอกว่ารับราชการมาตลอดชีวิตไม่คิดออกจากค่ายทหารนั้น เป็นสิ่งที่พลเอกประยุทธ์ไม่ควรพูด ดังนั้นเมื่อทหารมีแนวคิดเช่นนี้ ยิ่งต้องมีการปฏิรูปกองทัพ รวมทั้งพัฒนาแนวคิดของคนในกองทัพด้วย ยืนยันว่าประชาชนไม่ได้รังเกียจกองทัพ แต่เขารังเกียจนายทหารบางกลุ่มบางคนที่เอาเปรียบ พวกท่านต้องรักษาศักดิ์ศรีของกองทัพ ไม่ทำให้กองทัพเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของประชาชน ต้องทำอะไรโปร่งใส ฝากไปยังนายทหารบางท่านว่า ต้องไม่เห็นแก่ตัว ทำตัวเป็นตัวอย่างให้กับสังคม&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการผ่าน รมช.กลาโหม ให้ถอดบทเรียนการช่วยเหลือประชาชน จ.นครราชสีมา กรณีเกิดเหตุกราดยิง และกำชับผู้บัญชาการเหล่าทัพศึกษา ถอดบทเรียนเหตุการณ์ ปรับปรุงแผนปฏิบัติงาน ไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด รวมถึงการเตรียมพร้อมสนธิกำลังให้เกิดความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพ ส่วนผู้บังคับบัญชาต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งเรื่องปฏิบัติงานและเรื่องส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการเก็บรักษาอาวุธในคลัง โดยเพิ่มมาตรการเข้มงวดกวดขัน เก็บรักษาอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิด รวมถึงมาตรการป้องกันและการแจ้งเตือนให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะเพิ่มในเรื่องของเทคโนโลยีมาช่วยดูแลรักษาความปลอดภัย รวมถึงการซักซ้อมแผนปฏิบัติ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคลึงการก่อการร้าย ซึ่งเรามีแผนปฏิบัติอยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์การควบคุม จะต้องมีผู้บัญชาการเหตุการณ์เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสูญเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงครั้งนี้ พล.ท.คงชีพเปิดเผยด้วยว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมด้วย ภายหลังนายกฯ แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดังนั้นการประชุมสภากลาโหมครั้งต่อไป จะมี ผบ.ตร.เข้าร่วมทุกครั้ง เพื่อเกิดความเข้าใจและสามารถชี้แจงกำลังพล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผวจ.บุรีรัมย์ เป็นผู้แทนมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา คือนายอธิวัฒน์ พรมสุข หรือน้องเดียร์ อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้น ปวช.3 วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา และนายวันชัย เวชวรรณ์ หัวหน้าพนักงานคาร์แคร์ โดยได้ครอบครัวละ
&amp;nbsp;2,437,563.09 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ ผวจ.นครราชสีมา รับบริจาคช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57829</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดบทเรียนกราดยิง, ทหารเกษียณ, ป.ป.ช., ผิดรัฐธรรมนูญ, สภากลาโหม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200221/image_big_5e4fe7fb46f3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
