<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภากาชาดฯ โต้ &#039;สฤณี&#039; โจมตีค้ากำไรวัคซีน ยันโปร่งใสจัดหาให้ปชช.ไม่คิดมูลค่า ท้าสอบราคาได้ที่อภ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - จากกรณี น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul โจมตี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ สภากาชาดไทย มีสถานะเป็นหน่วยงานรัฐ ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งก็คือภาษีประชาชน ในการดำเนินงาน (และบางส่วนมาจากเงินบริจาค) แสวงผลกำไรจากวัคซีนโมเดอร์นา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เฟซบุ๊ก สภากาชาดไทย ได้ชี้แจงประเด็นที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้เสนอข่าว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 โดยอ้างอิงข้อความในเฟซบุ๊กของผู้ใช้นาม Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล เรื่องวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna โดยเผยแพร่เอกสารมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตามที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้เสนอข่าว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 โดยอ้างอิงข้อความในเฟซบุ๊กของผู้ใช้นาม Sarinee Achavanuntakul &amp;ndash; สฤณี อาชวานันทกุล ซึ่งเขียนข้อความทำนองว่าสภากาชาดไทยใช้เงินของตัวเองจองโควตาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 Moderna ผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เพื่อนำมาขายต่อให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั่วประเทศนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความและข่าวดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อการดำเนินงานของสภากาชาดไทย ดังนั้น สภากาชาดไทยจึงขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สภากาชาดไทยเป็นองค์กรการกุศลที่มีรายได้เป็นเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชน และได้รับเงินงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งสภากาชาดไทยไม่ได้เป็นหน่วยงานภาครัฐโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เดือนเมษายน 2564 ท่ามกลางสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่มีการระบาดรุนแรงมากขึ้น สภากาชาดไทยได้ริเริ่มจัดหาวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชน โดยได้ติดต่อกับหน่วยงานกาชาดในต่างประเทศ และบริษัทผู้จำหน่ายวัคซีนเพื่อจัดหาหรือขอซื้อวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชนตามภารกิจของสภากาชาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ผลการประสานงานกับ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นาในประเทศไทย ได้ตกลงจะขายวัคซีน จำนวน 1 ล้านโดส ให้แก่สภากาชาดไทย แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องซื้อผ่านหน่วยงานของรัฐ คือ องค์การเภสัชกรรม จึงจะขายให้ได้เพราะเป็นนโยบายของบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.องค์การเภสัชกรรมได้คิดราคาขายวัคซีนให้แก่สภากาชาดไทย จำนวน 1 ล้านโดส ในราคาโดสละ 1,100 บาท โดยสภากาชาดไทยได้ใช้งบประมาณของสภากาชาดไทยในการสั่งซื้อวัคซีนดังกล่าว จำนวน 100,000 โดส เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดสภากาชาดไทยไปบริการฉีดให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า รวมทั้งได้เชิญชวนหน่วยงานทางการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จำนวน 12 แห่ง ร่วมซื้อด้วย รวมจำนวน 150,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สภากาชาดไทยได้เชิญชวนให้ อบจ.ทั้ง 76 จังหวัด มาร่วมกับสภากาชาดไทยในการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในต่างจังหวัดโดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งปรากฏว่ามี อบจ.จำนวน 38 จังหวัด แสดงความจำนงขอร่วมกับสภากาชาดไทยในการซื้อวัคซีนจำนวน 750,000 โดส จากองค์การเภสัชกรรมผ่านสภากาชาดไทย โดยไม่มี อบต.เข้าร่วมโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สภากาชาดไทยทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดหาวัคซีนให้หน่วยงานในสังกัดและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงเรียนแพทย์ และ อบจ. จำนวน 38 จังหวัด เพื่อนำวัคซีน รวม 1 ล้านโดส มาฉีดให้กับประชาชน โดยไม่คิดมูลค่าเท่านั้น ไม่ได้เป็นการนำวัคซีนมาขายต่อโดยเรียกเก็บเงินค่าวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) เกินกว่าราคาโดสละ 1,100 บาท ที่ซื้อผ่านองค์การเภสัชกรรมแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ สภากาชาดไทยได้ประกาศเปิดเผยต่อสาธารณชนมาตลอด สามารถตรวจสอบราคาที่สภากาชาดไทยซื้อได้จากองค์การเภสัชกรรม ทั้งนี้ องค์การเภสัชกรรมและบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด แจ้งว่าจะเริ่มทยอยส่งวัคซีนให้สภากาชาดไทยและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ในเดือนมิถุนายน 2564 ศูนย์บริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ทำเนียบรัฐบาล ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานด้านการแพทย์ ซึ่งรวมถึงสภากาชาดไทยด้วยให้เร่งรัดจัดหาวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง สภากาชาดไทยจึงได้มีหนังสือถึงรัฐบาลขอรับการสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนให้แก่สภากาชาดไทยจำนวน 946 ล้านบาท เพื่อนำไปจองซื้อวัคซีนโมเดอร์นารุ่นใหม่ ในปี 2565 จำนวน 1 ล้านโดส โดยมีแผนดำเนินงานเพื่อนำวัคซีนมาให้หน่วยงานในสังกัดสภากาชาดไทย นำไปฉีดให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่าเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การจัดหาวัคซีนของสภากาชาดไทยทั้ง 2 โครงการ คือ โครงการแรก จำนวน 1 ล้านโดส ซึ่งใช้งบประมาณของสภากาชาดไทย หน่วยงานทางการแพทย์ และ อบจ. ในการจัดซื้อวัคซีนซึ่งจะเริ่มฉีดให้แก่ประชาชนในปี 2564 เป็นต้นไป และโครงการที่ 2 จำนวน 1 ล้านโดส ซึ่งใช้งบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลนั้น จะนำไปฉีดให้แก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่าในปี 2565 จึงไม่ได้เป็นการนำวัคซีนดังกล่าวไปแสวงหากำไรด้วยการนำไปขายต่อให้แก่ อบจ. หรือองค์กรใด ๆ ในราคาสูงกว่าต้นทุนที่สภากาชาดไทยจ่ายให้แก่องค์การเภสัชกรรมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเห็นได้ว่าสภากาชาดไทยได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ในการจัดหาวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชน โดยไม่คิดมูลค่าเพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งสภากาชาดไทยยังได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการใช้งบประมาณของสภากาชาดไทยในการจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ที่เรียกว่า ชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทย ไปมอบให้กับประชาชนที่มีรายได้ไม่เพียงพอและต้องกักตนเองที่บ้านพัก หรือที่ทางราชการจัดสถานที่ไว้ให้พักเป็นเวลา 14 วัน (local and state quarantine) ตั้งแต่การระบาดรอบเเรก เมื่อเดือนมกราคม 2563 เป็นต้นมา ผ่านเหล่ากาชาดจังหวัดทั่วประเทศ รวมมูลค่ากว่า 250 ล้านบาทแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 เป็นต้นมา สภากาชาดไทยยังได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันแห่งชาติ (สปสช.) หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งกลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชนจัดทำโครงการให้คำปรึกษาด้านการรักษาพยาบาลผ่านระบบโทรศัพท์ (telemedicine) ให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรงซึ่งพักอยู่ที่บ้าน (home isolation) รวมทั้งจัดบริการส่งยาฟาร์วิพิราเวียร์และอาหารให้แก่ผู้ป่วยดังกล่าวแล้วไม่น้อยกว่า 16,000 ราย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118989</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโมเดอร์นา, สภากาชาดไทย, สฤณี อาชวานันทกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d8a0e0530e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. อนุมัติงบกลาง 946 ล้านบาท ให้สภากาชาดไทยซื้อวัคซีนโมเดอร์นา 1 ล้านโดส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คณะรัฐมนตรี (ครม.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น จำนวน&amp;nbsp;946.31 ล้านบาทให้กับสภากาชาดไทย สำหรับใช้ในโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 Moderna ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายจำนวน 1 ล้านโดส โดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งทางบริษัท ชิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนในการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์น่าในประเทศไทย ได้เสนอขายราคา 28 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 940 บาทต่อโดส รวมค่าขนส่ง 26.75 บาทต่อโดส รวมเป็น 966.75 บาทต่อโดส ซึ่งกำหนดให้ชำระเงินล่วงหน้าร้อยละ 30 ของมูลค่าวัคซีนรวม ภายในเดือนกันยายน 2564&amp;nbsp; เพื่อให้สามารถส่งมอบวัคซีนงวดแรกได้ในต้นปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สภากาชาดไทยได้มีนโยบายในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐ ด้วยการให้ความช่วยเหลือในทุกด้าน ทั้งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยชุดธารน้ำใจและชุดธารน้ำใจฝ่าวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp; การจัดตั้งหน่วยครัวเคลื่อนที่สภากาชาดไทยในจังหวัดต่างๆ การสนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในแต่ละจังหวัดด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค ผ้าห่ม หน้ากากผ้า แอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ร่วมกับภาครัฐในการจัดหน่วยบริการฉีดวัคซีน การจัดบริการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่บ้าน(Home Isolation) และการส่งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัดและอาสาสมัครไปช่วยสนับสนุนการฉีดวัคซีนทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภูมิภาค รวมถึงการจัดทำโครงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางโดยไม่คิดมูลค่า ด้วยการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;Moderna จำนวน 1 ล้านโดส โดยสภากาชาดไทยดำเนินการเองส่วนหนึ่ง และให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดร่วมดำเนินการด้วย โดยจะเริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116669</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม.อนุมัติ, วัคซีนโควิด, สภากาชาดไทย, โมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61374a1392b5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC และ GCM ร่วมกับคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก  สนับสนุนการจัดทำเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง  (Chula HFNC) ในโครงการ “Greater Care Charity by GC &amp; Customers II”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;1 กันยายน 2564 &amp;ndash; &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ยังคงมีอัตราผู้ป่วยสูง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) ในฐานะผู้นำนวัตกรรมเคมีภัณฑ์และพลาสติก และ บริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด (GCM) ร่วมกับลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก 84 บริษัท จึงมุ่งมั่นดำเนินการด้านสาธารณประโยชน์เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งที่ผ่านมา เครื่องช่วยหายใจต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีราคาสูง และขาดแคลน เนื่องจากหลายโรงพยาบาลมีความต้องการใช้เป็นจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า โครงการ &amp;ldquo;Greater Care Charity by GC &amp;amp; Customers&amp;rdquo; เป็นความร่วมมือกันระหว่าง GC ผู้นำด้านนวัตกรรมเคมีภัณฑ์และพลาสติก GCM ผู้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ และลูกค้าคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก 84 บริษัท ในการนำความชำนาญของตน มาช่วยเหลือผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ให้ก้าวผ่านวิกฤตโควิด 19 นี้ไปด้วยกัน โดยในระยะแรก โครงการได้ส่งมอบนวัตกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจรให้แก่โรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอยในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ และระยอง ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับระยะที่ 2 นี้ GC GCM และลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก ได้สนับสนุนเงินทุนให้สภากาชาดไทย ในการจัดทำเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC) เพื่อส่งมอบให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศที่กำลังรับมือกับผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดย GC GCM พร้อมด้วยลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติกทั้ง 84 บริษัท จะยังคงมุ่งมั่นร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีอันก่อให้เกิดสาธารณประโยชน์ ตลอดจนคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) ผู้แทนของกลุ่มคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก กล่าวว่า โครงการ Greater Care Charity by GC &amp;amp; Customers เป็นโครงการที่ดีที่ GC GCM ลูกค้าและคู่ค้าผู้ประกอบการพลาสติก เข้ามาร่วมมือกันเพื่อทำสาธารณประโยชน์เป็นโครงการที่ 2 โดยในครั้งนี้เป็นการมอบเงินสนับสนุน เพื่อนำไปผลิตเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC)&amp;nbsp; และนำไปส่งมอบให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนเครื่องมือนี้ต่อไป นับเป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมโดยคนไทย เพื่อช่วยบรรเทาโรคร้ายนี้และต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ของเราให้ยังได้มีชีวิตอยู่กับคนที่รักและครอบครัวต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วย ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในฐานะผู้รับมอบเงินสนับสนุนเพื่อนำไปผลิตเครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC) กล่าว ขอบคุณทุกพลังแห่งความร่วมมือจาก GC GCM และทุกท่านที่ได้ร่วมสนับสนุนภายใต้เจตนาเดียวกันคือการช่วยให้สถานการณ์การแพร่ระบาดในครั้งนี้คลี่คลายไปได้โดยเร็ว จากสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ยังคงมีผู้ป่วยอีกมากที่เข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล และโรงพยาบาลอีกหลายแห่งที่ยังขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการรักษา โดยเงินทุนที่ทุกท่านได้สนับสนุนในวันนี้ จะถูกนำไปใช้ในการผลิตเครื่อง Chula HFNC เพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ในประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง (Chula HFNC) เป็นการพัฒนาและผลิตร่วมกันระหว่าง สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับว่าเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาและผลิตโดยคนไทยที่มีคุณภาพสูง และ ราคาที่เหมาะสม ถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ 3-4 เท่า สามารถกระจายและส่งมอบให้โรงพยาบาลที่ขาดแคลนได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อวิกฤตโควิด 19 ในปัจจุบัน ทั้งนี้ เครื่อง Chula HFNC ได้ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้าและการแผ่คลื่นสนามแม่เหล็กรบกวนเครื่องมืออื่น จากสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการผลิตนี้ได้มีการแจ้งให้กองควบคุมเครื่องมือแพทย์ และสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รับทราบ ตามกฎหมายเครื่องมือแพทย์มาตรา 27(1) แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115404</URL_LINK>
                <HASHTAG>84 บริษัท, Chula HFNC, GC, GCM, Greater Care Charity by GC &amp; Customers​​​​​​​, คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง, นวัตกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจร, นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล, บริษัท จีซี มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่นส์ จำกัด, บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน), ผู้นำนวัตกรรมเคมีภัณฑ์และพลาสติก, ผู้ประกอบการพลาสติก, ศูนย์พักคอย, สภากาชาดไทย, เครื่องช่วยหายใจ, เครื่องบำบัดโรคทางเดินหายใจอัตราการไหลสูง, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_613092301c1f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทาน &#039;ถุงน้ำใจพึ่งพา&#039; สำหรับผู้ป่วยโควิดกักตัวที่บ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;28 ส.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;16.50&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี&amp;nbsp;กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร&amp;nbsp;มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&amp;nbsp;(ภาฯ)&amp;nbsp;ยามยาก&amp;nbsp;สภากาชาดไทย&amp;nbsp;เสด็จออกพร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ&amp;nbsp;พระองค์เจ้าโสมสวลี&amp;nbsp;กรมหมื่นสุทธนารีนาถ&amp;nbsp;องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&amp;nbsp;(ภาฯ)&amp;nbsp;ยามยากสภากาชาดไทย&amp;nbsp;ณ ชั้น 28 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์&amp;nbsp;โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พระราชทานพระวโรกาสให้&amp;nbsp;นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย&amp;nbsp;เข้าเฝ้า รับพระราชทานถุงน้ำใจพึ่งพา&amp;nbsp;(Help Me Bag)&amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กักตัวอยู่บ้าน (Home Isolation)&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;โดยมี&amp;nbsp;นายแพทย์จเด็จ&amp;nbsp;ธรรมธัชอารี&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;แพทย์หญิงป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนเข้ารับพระราชทานถุงน้ำใจพึ่งพา&amp;nbsp;เพื่อเชิญไปมอบแก่ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ที่กักตัวอยู่บ้าน ในระหว่างที่ยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในวงกว้าง&amp;nbsp;ซึ่งถุงน้ำใจพึ่งพา&amp;nbsp;(Help Me Bag)&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ยาฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;ปรอทวัดไข้&amp;nbsp;เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว&amp;nbsp;หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และชุดสิ่งของจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;​​ทั้งนี้&amp;nbsp;ตั้งแต่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;&amp;nbsp;มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง&amp;nbsp;(ภาฯ)&amp;nbsp;ยามยาก&amp;nbsp;สภากาชาดไทย&amp;nbsp;ได้มีส่วนร่วมดำเนินการให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;จัดอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานมอบแก่ประชาชนในชุมชนต่าง ๆ และที่พักคนงานในหลายพื้นที่ รวมทั้งอุดหนุนอาหารจากผู้ประกอบการรายเล็ก เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ร้านค้าต่าง ๆ มีรายได้ในการดำเนินการ พร้อมทั้งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;อีกทั้งยังพระราชทานเจลแอลกอฮอล์&amp;nbsp;และอุปกรณ์การแพทย์&amp;nbsp;ให้กับบุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114873</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย, สภากาชาดไทย, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี, เตช บุนนาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a3754c1b23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดงบ2565หั่น1.63หมื่นล. จ่อยื่นไม่ไว้วางใจแค่5รมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กมธ.งบประมาณปิดจ๊อบ 270 ชั่วโมง ไม่หั่นงบสภากาชาดไทยและส่วนราชการในพระองค์ มาตรา 36 เตรียมถกต่อวาระ 2-3 ในสภา 18-20 ส.ค.นี้ ย้ำ 1.6 หมื่นล้านเข้างบกลางตรวจสอบเข้ม ห้ามผิดวัตถุประสงค์ ขณะที่ &amp;quot;หมอสุกิจ&amp;rdquo; เผย ถัดไปประชุมสภาสัปดาห์ละ 3 วัน ชดเชยหยุดหนีโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และ น.ส.ธีรรัตน์ &amp;nbsp;สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมว่า วันนี้ เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของ กมธ. โดยใช้เวลาไปแล้ว 30 วัน คิดเป็น 270 ชั่วโมง รวมหน่วยงานที่ผ่านการพิจารณาแล้ว 20 กระทรวง 5 กลุ่มหน่วยงาน 29 กองทุน 11 &amp;nbsp;แผนบูรณาการ คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณทั้งสิ้น 3,100,000 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการพิจารณางบประมาณ กมธ. ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นอันดับแรก เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนี้ และเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการแก้ไข รวมทั้งเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณของแต่ละหน่วยงานมีประสิทธิภาพสูงที่สุด จึงได้มีการพิจารณาปรับลดงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ เพิ่มเติมอีกจำนวน 16,362,010,100 บาท โดยที่ประชุมได้มีมติให้นำงบประมาณในส่วนนี้ไปไว้ใน &amp;quot;งบกลางรายการค่าใช้จ่ายการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;quot; เพื่อให้รัฐบาลนำงบประมาณในส่วนนี้ไปช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กมธ.ไม่ได้ปรับลดงบประมาณ ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดมาตรา 28สภากาชาดไทย มาตรา 35 และส่วนราชการในพระองค์ มาตรา 36 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของงบประมาณที่ปรับลดจำนวน 16,362,010,100 บาท ซึ่งจะนำไปเป็นงบประมาณในงบกลางนั้น เป็นการป้องกัน &amp;quot;การนำงบประมาณไปใช้ผิดวัตถุประสงค์&amp;quot; &amp;nbsp;ทาง กมธ.งบประมาณฯ ได้มีข้อสังเกตไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การใช้จ่ายงบประมาณในส่วนนี้ของรัฐบาล ให้นำไปใช้ในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 และเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคตามที่มีการเสนองบประมาณเพิ่มเติมอย่างแท้จริงเท่านั้น ไม่ควรนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ในกระบวนการอนุมัติเพื่อใช้จ่ายงบประมาณในงบกลางของรัฐบาล ควรระบุรายละเอียดโครงการให้ชัดเจน เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ทั้งนี้ ทาง กมธ.จะได้มีการตรวจรายงานของทั้งหมด เพื่อเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สำหรับการพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันที่ 18-20 ส.ค.64 นี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.งบประมาณฯ เผยว่า กมธ.สัดส่วนพรรคเพื่อไทยได้ให้ข้อสังเกต เพื่อกำหนดทิศทางว่างบกลางที่ได้มาจากการแปรญัตติจำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท ควรนำไปใช้อย่างไร เพื่อให้ตรงวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายบรรเทาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในโควิด-19 เท่านั้น โดยต้องไม่นำไปใช้ในเรื่องอื่น เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายงบกลางไม่ปรากฏว่ามีในรายงานตรวจการเงินของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่แสดงถึงการตรวจสอบ ผลสัมฤทธิ์ และประสิทธิภาพ ในการใช้จ่ายงบกลางของหน่วยงาน จึงเห็นควรให้มีการตรวจสอบดังกล่าว ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561 โดยต้องเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติดังกล่าวในวันที่ 16 ส.ค.นี้ แต่จะเป็นเวลาใดนั้น ขณะนี้รอการประสานกับประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ขณะนี้รายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายในส่วนของพรรคเพื่อไทยดำเนินการพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรี 2-5 คน เหลือเพียงการรวบรวมรายชื่อรัฐมนตรีในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ โดยจะสรุปร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายวันที่ 11 ส.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ เสนอรัฐบาลจัดสรรงบกลางจากการปรับลด 1.6 หมื่นล้านบาท กระจายทุกจังหวัดตามความรุนแรงของการระบาด โดยให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ศบค.ระดับจังหวัดบูรณาการร่วมกันกับทุกส่วนราชการ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือกับรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้งดประชุมในวันที่ 11 ส.ค. เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และข้อกำหนดของ ศบค.ที่ห้ามเคลื่อนย้ายบุคคลข้ามจังหวัด ซึ่งวิป 2 ฝ่ายก็เห็นด้วย โดยจะเปิดประชุมอีกครั้งวันที่ 18 &amp;nbsp;ส.ค. ซึ่งจะเป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในวาระ 2 และ 3 โดยจะใช้เวลา 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรหลังจากเปิดประชุมงบประมาณในวันที่ 18 ส.ค.นี้แล้ว ต่อจากนั้นก็จะมีการประชุมต่อเนื่องทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วันคือ วันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ จนถึงปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 ก.ย.64 เพื่อเป็นการชดเชยวันที่งดประชุมไปก่อนหน้านี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112452</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปิดจ๊อบ 270 ชั่วโมง, น.ส.ธีรรัตน์  สำเร็จวาณิชย์, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์, ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย, สภากาชาดไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108f4aa57331.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เคน ธีรเดช’นำทีมนักแสดงบริจาคโลหิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอชื่นชมละคร &amp;ldquo;รัก นิรันดร์ จันทรา&amp;rdquo; ที่ผุดกิจกรรมชวนบริจาคโลหิตช่วยต่อชีวิตค ภายใต้กิจกรรม &amp;ldquo;#1คนให้หลายคนรับกับรักนิรันดร์จันทรา&amp;rdquo; นำทีมตัวแทนโดย &amp;ldquo;เคน ธีรเดช&amp;rdquo; ร่วมด้วย &amp;ldquo;จอย รินลณี&amp;rdquo; ที่พาใจมาเกินร้อยแต่เจ้าตัวกลับบริจาคไม่ได้ และ ผู้จัดฯ &amp;ldquo;ต้อง จุลวุฒิ&amp;rdquo; ที่ขอตบเท้าร่วมเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์ ในช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 &amp;ldquo;มั่นใจ ปลอดภัย บริจาคโลหิตฝ่าวิกฤติ COVID-19 ไปด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคน ธีรเดช ได้ฝากเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมนี้ว่า &amp;ldquo;เรื่องนี้เรามีการคุยกับพี่ต้องนานแล้วครับ ว่าอยากบริจาคเลือดพอดีว่าคล้ายคลึงกับละครของเราด้วย ช่วงนี้จำเป็นมากนะครับเพราะเลือดขาดเยอะมาก &amp;nbsp;การบริจาคเลือดต้องมีใจที่อยากจะบริจาคก่อนส่วนเรื่องที่เราจะบริจาคได้หรือไม่ได้ไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะก่อนบริจาคก็จะมีขั้นตอนเช็คร่างกายว่าพร้อมไหม นอนมาพอไหม&amp;nbsp; รายละเอียดในการตรวจจะเป็นการบ่งชี้เอง แต่ถ้าใครร่างกายยังไม่พร้อมก็ไม่ต้องบริจาคนะครับ เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพจะมีทีมสภากาชาดประเมินให้ครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน จอย รินลณี ได้พูดถึงความรู้สึกและเกร็ดความรู้ไว้ว่า &amp;ldquo;จริงถ้าวันนี้บริจาคได้ก็จะเป็นครั้งที่ 14 แล้วค่ะ คือหนึ่งคนบริจาคสามารถช่วยคนได้ถึง 3 คน มีแยกเป็นเกร็ดเลือด เป็นเลือด เราไม่รู้หรอกเลือดเราอาจจะช่วยชีวิตใครก็ได้ เราอยากให้คนมาช่วยบริจาคเลือดกันเยอะๆ นี่เป็นสิ่งที่จอยชอบมาก ตอนแรกๆ จอยไม่กล้ามองเข็มเลยค่ะ ไม่กล้าบีบมือด้วย ทุกวันนี้จอยเองก็ยังกลัวพยายามจะไม่มอง แต่เราก็คิดว่าถ้าความเจ็บนี้มันสามารถช่วยคนได้ก็จะไม่รู้สึกเจ็บ สำหรับใครที่จะมาบริจาคก็ไม่ต้องกลัวนะคะช่วงนี้โควิด-19 แบบนี้ เพราะที่นี่มีมาตราการที่ปลอดภัยมากค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเลือดคุณช่วยต่อชิวิตคนได้ ในกิจกรรม #1คนให้หลายคนรับกับรักนิรันดร์จันทรา ขอเชิญชวนคนไทยสุขภาพดี ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศ ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่, สาขาบริการโลหิต 6 แห่งในกรุงเทพฯ, ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ สอบถามโทร. 0 2256 4300 www.blooddonationthai.com&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111829</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สภากาชาดไทย, จอย รินลณี, ชวนบริจาคเลือด, ช่อง3, ต้อง จุลวุฒิ, บริจาคเลือด, บริจาคโลหิต, รัก นิรันดร์ จันทรา, ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย, สภากาชาดไทย, เคน ธีรเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_61063d23a1b9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภากาชาดไทย เปิดหลักฐานยันสั่งจองโมเดอร์นา 1 ล้านโดส ไม่ใช่ตัดยอด พร้อมแจงไทม์ไลน์ยิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก สภากาชาดไทย โพสต์ข้อความว่า สภากาชาดไทยขอเรียนยืนยันตามหนังสือจากบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ถึงสภากาชาดไทย เรื่อง &amp;ldquo;การแจ้งยืนยันการจองวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา ของสภากาชาดไทย&amp;rdquo; ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่มีผู้เข้าใจว่าสภากาชาดไทย ตัดยอดวัคซีน จำนวน 1 ล้านโดส จากจำนวนวัคซีน&amp;nbsp;5 ล้านโดส ที่องค์การเภสัชกรรมสั่งซื้อจากผู้แทนจำหน่ายนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภากาชาดไทย ขอเรียนยืนยันตามหนังสือจากบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ถึงสภากาชาดไทย เรื่อง &amp;quot;การแจ้งยืนยันการจองวัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา ของสภากาชาดไทย&amp;quot; ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ว่า ตามที่ บริษัท ซิลลิค&amp;nbsp;ฟาร์มา จำกัด ได้รับการติดต่อจากสภากาชาดไทยตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อขอจองวัคชีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา จำนวน 1 ล้านโดส&amp;nbsp;โดยเริ่มส่งภายในใตรมาส 4 ของปี 2564 และขอทำสัญญาซื้อขายโดยตรงกับทางบริษัทฯ แต่เนื่องจากทางบริษัทฯ ยังไม่สามารถทำสัญญาโดยตรงกับสภากาชาดไทยสำหรับวัคซีนที่จะมาถึงภายในปีนี้ จึงจำเป็นต้องซื้อผ่านองค์การเภสัชกรรม ซึ่งทางบริษัทฯได้แจ้งองค์การเภสัชกรรมให้ทราบแต่ต้นว่า วัคซีน&amp;nbsp;1 ล้านโดสในปี 2564 นี้ เป็นของสภากาชาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การสั่งซื้อวัคชีนโควิด-19 Moderna จำนวน 1 ล้านโดสของสภากาชาดไทย จึงไม่ได้เป็นการตัดยอดออกมาตามที่เข้าใจ แต่เป็นการสั่งจองไว้ก่อนแล้ว แยกจากวัคซีนจำนวน 4 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักสารนิเทศและสื่อสารองค์กร สำนักงานบริหาร สภากาชาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สภากาชาดไทย ได้ลำดับเหตุการณ์การสั่งซื้อวัคซีน Moderna ของสภากาชาดไทย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เมษายน 64
อีเมลติดต่อกับ Dr. James D Heffelfinger ซึ่งเป็น Director of Center of Disease Control and Prevention (CDC): Country Representative to Thailand และ Mr.Breidenstine: Representative of the US International Trade Agency at the US Embassy to Thailand เรื่องขอความอนุเคราะห์ติดต่อบริษัทผลิตวัคซีนโควิด-19 ของสหรัฐอเมริกา เพื่อสั่งซื้อวัคซีนเข้ามาในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 64
เริ่มการติดต่อสื่อสารกับผู้แทนบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เมษายน 64
บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด แถลงความร่วมมือกับบริษัทโมเดอร์น่า อิงค์ เพื่อเป็นผู้แทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เมษายน 64
ประชุม zoom meeting กับผู้แทนการค้าสหรัฐในไทย ผู้อำนวยการ CDC ประจำประเทศไทย และ ผู้อำนวยการ AFRIM ประจำประเทศไทย เรื่องขอความสนับสนุนในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของสภากาชาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พฤษภาคม 64
ลงนามสัญญารักษาความลับของข้อมูลกับบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พฤษภาคม 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย.จดทะเบียนยาให้วัคซีน Moderna&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พฤษภาคม 64
ประชุมกับผู้แทนจากศบค. ผู้แทน Pfizer และผู้แทนบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด:
ทางบริษัท ซิลลิคฯ แจ้งว่าวัคซีนที่สภากาชาดไทยจอง 1 ล้านโดสแรกนั้น ยังไม่สามารทำสัญญาซื้อขายโดยตรงกับบริษัท ซิลลิคฯ ได้ จำเป็นต้องทำสัญญาผ่านองค์การเภสัชกรรม แต่กำลังดำเนินการขออนมัติให้สภากาชาดไทยสามารถทำสัญญาซื้อขายได้โดยตรงในล็อตต่อ ๆ ไป
ต้นเดือนมิถุนายน 64
ได้รับแจ้งด้วยวาจาว่าในล็อตต่อไปที่วัคซีนจะเข้ามาปีหน้า สภากาชาดไทยสามารถทำสัญญาซื้อขายโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านองค์การเภสัชกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิถุนายน 64
ศบค.ประกาศให้ 5 หน่วยงานซึ่งรวมถึงสภากาชาดไทยเร่งนำเข้าวัคซีนทางเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิถุนายน 64
องค์การเภสัชกรรมเชิญสภากาชาดไทยและโรงพยาบาลเอกชนต่าง ๆ ร่วมประชุมฟังคำชี้แจงขั้นตอนการจองซื้อวัคซีน Moderna ผ่านองค์การเภสัชกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิถุนายน 64
ที่ประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจของกาชาดมีมติให้เสนอคณะกรรมการบริหารสภากาชาดไทย เพื่อพิจารณาการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 กรกฎาคม 64 หนังสือจากเลขาธิการสภากาชาดไทยถึงองค์การเภสัชกรรม ยืนยันจองซื้อวัคซีน Moderna 1 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 กรกฎาคม 64
เลขาธิการสภากาชาดไทยลงนามในหนังสื่อสัญญาซื้อขายวัคซีน Moderna กับองค์การเภสัชกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110985</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด, วัคซีนโมเดอร์นา, สภากาชาดไทย, องค์การเภสัชกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f36e279263b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
