<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาการพยาบาลยันควรให้พยาบาลเป็นอาชีพที่ 4 จ่ายยาได้ ไม่ใช่เพื่อไปขายยา แต่รองรับการทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5ก.ย.61-ขณะที่ กระแสการต่อต้านร่างพ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ลดโทนร้อนแรงลง เนื่องจาก ผลหารือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กับกลุ่มสภาวิชาชีพเภสัชกร ตกลงกันได้ ว่าจะไม่มีการเพิ่มวิชาชีพอื่นในการจ่ายยา และมีเพียง3วิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ เภสัช และสัตว์แพทย์ที่จ่ายยาได้ &amp;nbsp;ซึ่งข้อสรุปดังกล่าวได้รับความเห็นขอบจาก ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ.แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;แต่สำหรับกลุ่มสภาการพยาบาลมีปฎิกริยา กับเรื่องดังกล่าว โดยความคิดเห็นจากหลายภผศ.อังคณา สริยาภรณ์ เลขาธิการสภาการพยาบาล กล่าวว่า สภาการพยาบาลยังยืนยันสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ยา พ.ศ. ... ที่ผ่านการประชาพิจารณ์เมื่อ ก.ค. 2561 เพราะผ่านการแสดงความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการให้พยาบาลจ่ายยาได้นั้นต้องกำหนดลงในร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ก็กำหนดบทบาทหน้าที่พยาบาลไว้อย่างชัดเจน ในการดูแลรักษาบำบัดอาการเบื้องต้นให้แก่คนไข้และจ่ายยาให้แก่คนไข้ของตนเอง ซึ่งก็มีการกำหนดไว้อยู่แล้วว่ายาอะไรที่จ่ายได้บ้าง เหตุใดจึงต้องกีดกันไม่ให้มีกฎหมายออกมารองรับตรงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผศ.อังคณา กล่าวว่า ข้อเสนอที่จะให้กลับไปใช้มาตรา 13 พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 ที่กำหนดให้แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ จ่ายยาคนไข้ตนเองได้นั้น หากจะมีการใช้จริงในการปรับแก้ร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ ขอเสนอให้เพิ่มในส่วนของวิชาชีพพยาบาลเข้าไปด้วย ซึ่งหากระบุเป็นวิชาชีพที่ 4 ก็ยินดี เพราะเราก็ทำหน้าที่ในการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้นให้ประชาชนมาตลอด ส่วนเรื่องคุณภาพมาตรฐานในการจ่ายยานั้นสามารถสร้างคุณภาพขึ้นมาได้ เพราะมีข้อกำหนดอยู่แล้วว่าอะไรจ่ายได้ไม่ได้ อย่างร้านยายังทำเรื่องร้านยาคุณภาพได้ ก็สามารถทำเรื่องคุณภาพการจ่ายยาของพยาบาลได้เช่นกัน และยืนยันว่า เราไม่ได้ต้องการไปขายยาเพียงต้องการให้ร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ รองรับการทำงานของพยาบาลด้วยเท่านั้น เพราะร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ก็ระบุชัดเจนว่า คนขายยาได้คือ เภสัชกรเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16902</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดค้านพรบ.ยาฉบับใหม่, ผศ.อังคณา สริยาภรณ์, สภาการพยาบาล, เปิดทางให้อาชีพอื่นจ่ายยาได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fb6afd7dfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาการพยาบาลยันควรให้พยาบาลเป็นอาชีพที่ 4 จ่ายยาได้ ไม่ใช่เพื่อไปขายยา แต่รองรับการทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5ก.ย.61-ขณะที่ กระแสการต่อต้านร่างพ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ ลดโทนร้อนแรงลง เนื่องจาก ผลหารือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กับกลุ่มสภาวิชาชีพเภสัชกร ตกลงกันได้ ว่าจะไม่มีการเพิ่มวิชาชีพอื่นในการจ่ายยา และมีเพียง3วิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ เภสัช และสัตว์แพทย์ที่จ่ายยาได้ &amp;nbsp;ซึ่งข้อสรุปดังกล่าวได้รับความเห็นขอบจาก ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สธ.แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;แต่สำหรับกลุ่มสภาการพยาบาลมีปฎิกริยา กับเรื่องดังกล่าว โดยความคิดเห็นจากหลายภผศ.อังคณา สริยาภรณ์ เลขาธิการสภาการพยาบาล กล่าวว่า สภาการพยาบาลยังยืนยันสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ยา พ.ศ. ... ที่ผ่านการประชาพิจารณ์เมื่อ ก.ค. 2561 เพราะผ่านการแสดงความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะประเด็นการให้พยาบาลจ่ายยาได้นั้นต้องกำหนดลงในร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ก็กำหนดบทบาทหน้าที่พยาบาลไว้อย่างชัดเจน ในการดูแลรักษาบำบัดอาการเบื้องต้นให้แก่คนไข้และจ่ายยาให้แก่คนไข้ของตนเอง ซึ่งก็มีการกำหนดไว้อยู่แล้วว่ายาอะไรที่จ่ายได้บ้าง เหตุใดจึงต้องกีดกันไม่ให้มีกฎหมายออกมารองรับตรงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผศ.อังคณา กล่าวว่า ข้อเสนอที่จะให้กลับไปใช้มาตรา 13 พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 ที่กำหนดให้แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ จ่ายยาคนไข้ตนเองได้นั้น หากจะมีการใช้จริงในการปรับแก้ร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ ขอเสนอให้เพิ่มในส่วนของวิชาชีพพยาบาลเข้าไปด้วย ซึ่งหากระบุเป็นวิชาชีพที่ 4 ก็ยินดี เพราะเราก็ทำหน้าที่ในการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้นให้ประชาชนมาตลอด ส่วนเรื่องคุณภาพมาตรฐานในการจ่ายยานั้นสามารถสร้างคุณภาพขึ้นมาได้ เพราะมีข้อกำหนดอยู่แล้วว่าอะไรจ่ายได้ไม่ได้ อย่างร้านยายังทำเรื่องร้านยาคุณภาพได้ ก็สามารถทำเรื่องคุณภาพการจ่ายยาของพยาบาลได้เช่นกัน และยืนยันว่า เราไม่ได้ต้องการไปขายยาเพียงต้องการให้ร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับใหม่ รองรับการทำงานของพยาบาลด้วยเท่านั้น เพราะร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ก็ระบุชัดเจนว่า คนขายยาได้คือ เภสัชกรเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16901</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดค้านพรบ.ยาฉบับใหม่, ผศ.อังคณา สริยาภรณ์, สภาการพยาบาล, เปิดทางให้อาชีพอื่นจ่ายยาได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8fb6afd7dfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เมย์ จีระนันท์&#039; เหยื่อศัลยกรรมร้อง 3 หน่วยงาน ตรวจสอบคลีนิกลักลอบใช้หมอ-พยาบาลต่างชาติ แพทย์สภาเตรียมนำเรื่องเข้าประชุมสัปดาห์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ที่แพทยสภา น.ส.จีรนันท์ กิจประสาน หรือเม อดีตนักร้องสาว พร้อมทนายความ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อแพทยสภาหลังได้รับความเสียหายจากการทำศัลยกรรมหน้าอกที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยมี นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ ที่ปรึกษาแพทยสภาเป็นผู้รับมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จีรนันท์ กล่าวว่า การมายื่นเรื่องร้องเรียนครั้งนี้เพื่อขอให้หน่วยงานที่ทำการคุ้มครองดำเนินการตรวจสอบคลินิกในเมืองไทย ที่เป็นสาขาของรพ.ศัลยกรรม ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งพบว่ามีแพทย์ และพยาบาลชาวเกาหลีเป็นคนดำเนินการ รวมถึงการตรวจสอบเอเจนซี่ที่ทำการติดต่อถูกต้องหรือไม่ โดยจะเดินทางไปร้องเรียนอีก2 ที่ คือกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ต่อไปซึ่ง ต้องยอมรับว่าในช่วง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปี นี้ธุรกิจความงามเติบโตมาก มีคนไทยจำนวนมากที่ไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีโดยไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ หลังเคสของตนถูกเปิดเผยก็มีคนติดต่อผ่านอินบ็อกซ์เข้ามาเยอะมากบางคนเสียหายเล็กน้อย บางคนเสียโฉมแก้ไขไม่ได้ สำหรับคดีความของตนหลังเปิดเผยข้อมูลมีการรับผิดชอบเพียงค่าทำศัลยกรรมคืน แล้วยังไม่ได้รับการติดต่อ หรือการชี้แจงจากทางรพ. และแพทย์ที่เกาหลีอีกเลย มีเพียงการโพสต์ข้อความของเอเจนซี่เพียงครั้งเดียว ขณะนี้ทีมทนายความนำโดยนายวันชัย สอนศิริ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานฟ้องร้องซึ่งสัปดาห์หน้าเตรียมไปร้องเรียนที่กระทรวงการท่องเที่ยวให้ตรวจสอบเอเจนซี่ และอาจจะไปร้องกองปราบด้วย อย่างไรก็ตามเอเจนซี่ที่ตนเลือกไปนั้น เขาบอกว่าตัวเขาเป็นเอเจนซี่ที่เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่ประเทศเกาหลี มีเลขที่ประจำตัวผู้เสียภาษีจึงได้เลือกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;น.ส.จีรนันท์ กล่าวว่า แต่เราตรวจสอบกลับไปไม่พบข้อมูล ที่ผ่านมาพบเคยจัดงานคอนเซาท์ที่ประเทศไทย ซึ่งจริงๆ เป็นการจัดงานขึ้นเพื่อให้มาปรึกษาเรื่องการทำศัลยกรรม วางเงินมัดจำและนัดหมายเดินทางไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีจำนวนมาก เดือนละเป็นร้อยคน มีการให้ส่วนลด โปรโมชั่น โฆษณาชวนเชื่อต่างๆ และดูแลไม่ทอดทิ้งในกรณีที่เกิดปัญหาเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับเอเจนซี่เถื่อน&amp;nbsp;แต่ในทางปฏิบัติสำหรับตนแล้วการดูแลของเอเจนซี่ดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามที่โฆษณาหรือให้ความมั่นใจ สุดท้ายแล้วกรณีที่เกิดขึ้นก็ปัดความรับผิดชอบ ซึ่งยอมรับว่าหาข้อมูลน้อย โดยหลังเกิดเรื่องขึ้นทำให้เราหาข้อมูลเพิ่ม ทำให้รู้ว่าจริงๆ แพทย์ไทยเก่งเป็นอันดับต้นๆ ของโลกในเรื่องของการทำศัลยกรรมหน้าอก เพราะฉะนั้นถือเป็นความผิดพลาดของตัวเอง จึงอยากฝากถึงคนที่คิดทำศัลยกรรมว่าให้นำกรณีของตนไปเป็นตัวอย่างการตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งยอมรับว่าคนทำศัลยกรรมแล้วประสบความสำเร็จจนเปลี่ยนชีวิตของเขาก็มี แต่อีกมุมก็มีหลายคนแล้วเสียหายแก้ไขกลับมาไม่ได้ บางคนเสียโฉม พิการไปตลอด รวมถึงมีการเสียชีวิตด้วย อย่างตนเองก็เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้ง และขอให้ศึกษาผลกระทบจากการทำศัลยกรรมเวลามีปัญหาแม้แพทย์ หรือเอเจนซี่จะบอกว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากเรามีความรู้ก็ดูแลตัวเองได้ทัน ทั้งนี้อยากให้เลือกทำในประเทศไทยเป็นที่แรกเพราะเวลามีปัญหามาแล้วการดูแลหลังผ่าตัดเป็นเรื่องสำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สัมพันธ์ กล่าวว่า จะมีการนำเรื่องนี้เข้าไปพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมแพทสภาในสัปดาห์หน้า เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝ่าย เพราะจากข้อมูลวันนี้เห็นว่ามี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเด็นที่สามารถดูแลดำเนินการได้ภายใต้กฎหมายไทย คือ&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;การที่นำแพทย์ต่างชาติเข้ามาให้บริการเมืองไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ หากทำก็เท่ากับว่าเป็นแพทย์เถื่อน และ ดูว่าแพทย์ไทยมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยการอนุญาตให้แพทย์ต่างชาติเข้ามาทำหัตการหรือไม่&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสบส. ที่ต้องไปดูคลินิก สถานบริการว่าได้มาตรฐาน และมีการใช้แพทย์ต่างชาติหรือไม่ และ&amp;nbsp;3.เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาการพยาบาล เกรี่ยวกับเรื่องการนำพยาบาลต่างชาติเข้ามา ทั้งหมดนี้ก็ต้องมาดูก่อนว่าจริงหรือไม่ โดยรับฟังทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝ่าย ส่วนเรื่องของเอเจนซี่นั้นก็นับเป็นปัญหามากที่สคบ.ต้องเป็นคนดูแล แต่ยังไม่ทราบว่าทางสคบ.จะดำเนินการเรื่องนี้ อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;วันนี้เรื่องเอเจนซี่มีปัญหามาก ที่มีการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่จะคุมกำเนิดเอเจนซี่ แต่อย่างน้อยควรทำให้ถูกกฎหมาย ซึ่งตนอยากเสนอให้มีการออกกฎหมายที่ควบคุมมาตรฐาน เอเจนซี่ทางการแพทย์ เหมือนที่พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ ออกมาเขียนชัดเจนเรื่องเอเจนซี่ แต่ก็ไม่ได้ครอบคลุมเอเจนซี่ทางการแพทย์ทั้งหมด&amp;rdquo; นพ.สัมพันธ์ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า สบส.ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพประชาชนทั้งหมด ซึ่งเมื่อได้รับทราบเรื่องของคุณเมตั้งแต่ยังไม่มีการยื่นเรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็ได้มีการลงไปตรวจสอบคลินิกที่มีการส่งต่อตัวคุณเมมารักษา ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องสถานประกอบการ เครื่องมือแพทย์และบุคลากรแพทย์ พยาบาลต่างๆ ซึ่งก็พบว่าทุกอย่างเป็นไปตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ที่ใช้ควบคุมสถานพยาบาลในราชอาณาจักรไทยไม่พบหมอหรือพยาบาลชาวต่างชาติแต่อย่างใด ซึ่งในวันนี้ที่คุณเมได้เดินทางมายื่นเรื่องก็ทำให้มีข้อมูลต่างๆพร้อมแล้วก็จะมีการลงไปตรวจสอบอีกครั้ง โดยเกี่ยวกับเรื่องการเข้ามาทำการรักษาหรือวินิจฉัยของแพทย์ชาวต่างชาตินั้น ต้องมีการขออนุญาตจากทางแพทยสภาก่อน ซึ่งมีกระบวนการตรวจสอบหลายขั้นตอน โดยในขณะนี้จากการสอบถามไปยังแพทยสภาพบว่ายังไม่มีผู้มาขออนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ส่วนในเรื่องสถานประกอบการ จะเป็นของคนไทยหรือชาวต่างชาตินั้นใน พ.ร.บ.ฯ&amp;nbsp;ไม่ได้กำหนดไว้ในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้พบว่ายังไม่มีต่างชาติเข้ามาขอขึ้นทะเบียน โดยในส่วนของแพทย์ที่ตามกฏหมายระบุว่าคือผู้ดำเนินการมีหน้าที่ดูแลสถานพยาบาล หากชัดเจนว่ามีการปล่อยให้ชาวต่างชาติเข้ามาดำเนินการรักษา จะมีโทษทางกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ส่วนตัวแพทย์ต่างชาตินั้นจะเข้าข่ายเป็นแพทย์เถื่อน ตาม พ.ร.บ.&amp;nbsp;มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท&amp;nbsp;ตามพ.ร.บ.วิชาชีพ เวชกรรม&amp;nbsp;และสถานพยาบาลนั้นก็จะมีการตรวจสอบหากพบว่ามีการรับแพทย์เถื่อนมาโดยตลอด หรือเครื่องมือไม่ได้มาตรฐานก็อาจจะรุนแรงถึงขั้นปิดสถานพยาบาล อย่างไรก็ตามการตรวจจับนั้นไม่ใช่ว่าจะทำได้ทันที ดังนั้นที่ผ่านมาจึงมีการล่อซื้อเพื่อให้มีหลักฐานชัดเจน โดยพบว่ามีแนวโน้มการลักลอบเข้ามาขอแพทย์ต่างชาติสูงเรื่อยๆ ซึ่งเราก็มีการทำหนังสือส่งไปยังสถานฑูตให้มีการดูแลป้องปรามคนของตัวเองที่จะลักลอบเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พ.ร.บ.สถานพยาบาลใช้ควบคุมภายในราชอาณาจักรไทย ดังนั้นขอให้ประชาชนใช้บริการทางการแพทย์ของไทยซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของความงามที่เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งเราไม่น้อยหน้าใครและหากมีความผิดพลาดเราจะสามารถตรวจสอบคุ้มครองได้ โดยท่าน รมว.สธ.ก็ได้กำชับมาโดยตลอดว่าให้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งประชาชนก็ต้องคุ้มครองตัวเองก่อนด้วย โดยการตรวจสอบสถานพยาบาลว่ามีเลข 11 หลัก มีใบประกอบโรคศิลป์หรือไม่ และผู้ดำเนินการเป็นแพทย์จริงหรือไม่ นอกจากนี้อาจจะต้องเข้ารับการรักษาตามเวลาที่เปิดปกติ หากนอกเวลาให้สงสัยไว้ก่อนว่าผู้ดำเนินการอาจไม่ใช่แพทย์ ซึ่งกรณีนี้ก็เคยพบว่าเจ้าของสถานบริการซึ่งไม่ใช่แพทย์มีการให้บริการเองในเวลานอกเวลาทำการ โดยในเรื่องของคุณเมเราจะดำเนินการช่วยเหลือเต็มที่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่คนอื่นๆต่อไป&amp;rdquo;นพ.ธงชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14577</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีรนันท์ กิจประสาน, นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์, ศัลยกรรมเกาหลีทำพิษ, สภาการพยาบาล, แพทยสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b62afbb857f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3สภา&quot;ทันตฯ-พยาบาล-เภสัช  ฮึ่ม!จ่อฟันบุคคลากรในสังกัดวิวสินค้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทันตแพทยสภา -สภาการพยาบาล -สภาเภสัช &amp;quot;ฮึ่ม!จ่อฟันบุคคลากรใน3องค์กร&amp;nbsp; หากตรวจสอบพบรีวิวสินค้า&amp;nbsp; หรือโฆษณา เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณ&amp;nbsp; ถ้าสอบพบไม่เจตนา อาจโดนภาคทัณฑ์ แต่ถ้าตั้งใจอาจโดนถึงขั้นถอนใบอนุญาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ เลขาธิการทันตแพทยสภา กล่าวว่า กรณีทันตแพทย์รีวิวผลิตภัณฑ์สุขภาพถือเป็นกระทำผิดจรรยาบรรณหรือไม่ นั้นตามข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันกรรม พ.ศ.2538 ในหมวด 3 ว่าด้วย การโฆษณาการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ซึ่งมุ่งเน้นไปดูแลการประกอบวิชาชีพทันตกรรม และการกระทำที่เกี่ยวข้องกับทางทันตกรรมเท่านั้น ประเด็นการรีวิวที่เข้าข่ายจะเป็นการโฆษณาสินค้าความงามไม่เกี่ยวข้องกับทันตกรรม จึงไม่ขัดต่อจรรยาบรรณหมวด 3&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จรรยาบรรณในหมวด 1 ระบุเกี่ยวกับ ความประพฤติทั่วไปของผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมว่า ต้องไม่ประพฤติหรือกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพทันตกรรม จึงต้องดูว่า การรีวิวดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่ หากตำรวจสั่งฟ้องและศาลพิพากษาว่ามีความผิดต้องพิจารณาต่อว่า รีวิวในนามส่วนตัว หรือเป็นการทำในฐานะวิชาชีพ และเป็นเหตุเสื่อมเสียเกียแก่วิชาชีพหรือไม่ หากไม่เสื่อมเสียก็ยกคำร้องไป หากเสื่อมเสีย ก็จะมีบทลงโทษ ตั้งแต่ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต เพิกถอนใบอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.อังคณา สริยาภรณ์ เลขาธิการสภาการพยาบาล กล่าวว่า โดยปกติผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ต้องไม่ทำการจูงใจหรือชักชวนผู้อื่นให้รับบริการพยาบาลเพื่อประโยชน์ของตนเอง ซึ่งรวมการห้ามโฆษณาสินค้าด้วย หากมีการกระทำเกิดขึ้น มีผู้ร้องเรียนเข้ามา สภาการพยาบาลจะทำการตรวจสอบผู้ถูกร้องเรียนว่า เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ภายใต้การกำกับดูแลของสภาการพยาบาลหรือไม่ เพราะหลายๆ ครั้ง ทังทีวีและสื่อสังคมออนไลน์ออกข่าวว่าเป็นพยาบาล แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลหรือการผดุงครรภ์ แต่เป็นผู้ช่วยพยาบาล หรือพนักงานให้การดูแล หรือ เจ้าหน้าที่ประเภทอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.อังคณา กล่าวอีกว่า หากเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลในการกำกับดูแลของสภาการพยาบาลจริง สภาการพยาบาลจะมอบให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมทำการสืบสวน แสวงหาข้อเท็จจริงว่ามีมูลหรือไม่มีมูลความผิด และถ้ามีมูลว่าได้กระทำการที่ไม่ถูกต้อง คณะกรรมการสภาการพยาบาลจะแต่งตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาโทษแห่งความผิดต่อไป โดยทั่วไปการพิจารณาโทษของสภาวิชาชีพ จะมีหลายระดับแล้วแต่ระดับความรุนแรงของความผิด ได้แก่ เริ่มจากว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพิกถอนใบอนุญาต และที่รุนแรงที่สุดคือการเพิกถอนสมาชิกภาพ ในระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ประกอบวิชาชีพ การพยาบาลและการผดุงครรภ์ที่ทำความผิดในเรื่องนี้มีค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่ผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ประเภทอื่น หรือเป็นบุคคลทั่วไป แต่กล่าวอ้างว่าเป็นพยาบาลวิชาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า สภาฯมีแนวปฏิบัติเรื่องของการโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆในการพิจารณานั้น ต้องดูว่าภาพเภสัชกรรมคนนั้นเป็นการถูกคัดลอกภาพและเจ้าตัวรู้และยินยอมให้ทำหรือไม่ หากยินยอมเท่ากับมีส่วนในการรู้เห็น ถือว่าผิดจรรยาบรรณจะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาเป็นรายกรณี ทั้งนี้หน้าที่พื้นฐานของเภสัชกรคือการดูแลสุขภาพประชาชน การปล่อยหรือยินยอมให้ใช้ภาพตนเองโฆษณา ถือเป็นการประมาทเลินเล่อโดยโทษจะมีตั้งแต่ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ และเพิกถอนในบอนุญาตประกอบวิชาชีพ&amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ผ่านมามีการภาคทัณฑ์ไป 2 ราย เนื่องจากพบว่าถูกนำภาพไปใช้แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่รู้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทันตแพทยสภา, รีวิวสินค้า, สภาการพยาบาล, สภาเภสัชกร, หมอ พยาบาล เภสัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae917b2608bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
