<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาการหนังสือพิมพ์ฯ พร้อมร่วมมือทุกองค์กรถอดบทเรียนเหตุกราดยิงโคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติหยิบยกประเด็นปัญหาด้วยจริยธรรมของสื่อมวลชนกรณีการนำเสนอข่าวเหตุกราดยิงที่โคราชมาพิจารณา มีมติพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องในการทบทวนและถอดบทเรียนจากเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาย ปถะคามินทร์ เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมัยที่ 9 ครั้งที่ 2/ 2563 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ประชุมฯ ได้หยิบยกปัญหากรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในช่วงเหตุการณ์ที่คนร้ายก่อเหตุฆ่าผู้บังคับบัญชาแล้วปล้นปืนในค่ายทหารออกมาสังหารประชาชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตเกือบ 30 คน ในช่วงวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมเห็นว่า สื่อมวลชนส่วนใหญ่สามารถทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารได้อย่างครบถ้วนรอบด้าน แต่ก็มีสื่อมวลชนบางส่วนที่นำเสนอข่าวหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายและแนวปฏิบัติทางด้านจริยธรรมที่สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ร่วมกับองค์กรวิชาชีพต่างๆ ที่ร่วมกันจัดทำไว้ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสนอเชิงจริยธรรมอีกบางประการที่เป็นเรื่องใหม่ที่จะต้องมีการพิจารณาทบทวนและถอดบทเรียนร่วมกันระหว่างองค์กรสื่อมวลชนและองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกองค์กรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าของกลุ่มงานต่างๆ ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้แก่ กรณีที่ คณะกรรมการจริยธรรมมีมติให้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังองค์กรสมาชิก 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องขอให้สมาชิกระมัดระวังการนําเสนอภาพและเนื้อหาโฆษณา โดยเฉพาะในลักษณะหุ้มปก ต้องแสดงข้อความ &amp;ldquo;พื้นที่โฆษณา&amp;rdquo; กำกับไว้อย่างชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นเนื้อหาข่าว ซึ่งพบว่า ในการลงโฆษณาหุ้มปกเรื่องการเปิดเขื่อนไซยะบุรี พบว่า มีหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เพียงฉบับเดียวที่มีการระบุว่าพื้นที่โฆษณา และเรื่องขอความร่วมมือสมาชิก ระมัดระวังเรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพยานหรือผู้เห็นเหตุการณ์ ในการนําเสนอข่าว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับบุคคลดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์ฯ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมรับทราบ กรณีคณะทำงานคุ้มครองผู้บริโภคสื่อในคณะกรรมการจริยธรรม ทําหนังสือถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เพื่อขอความร่วมมือให้พิจารณาความเหมาะสมในการนําเสนอภาพจําลองเหตุการณ์ (อิมเมอร์ซีฟ กราฟฟิก) ที่เผยแพร่ในรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 กุมภาพันธ์ 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56887</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิงโคราช, ชาย ปถะคามินทร์, สภาการหนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e427962cad69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กระตุกต่อมจริยธรรมสื่อเสนอข่าว&#039;โอ-วรุฒ&#039;ควรเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์ อย่าคิดขายข่าวจนละทิ้งความเป็นมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย.61-&amp;nbsp; นายจักร์กฤษ เพิ่มพูน กรรมการควบคุมจริยธรรมและที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ&amp;nbsp; โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ Self censorship และการเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์:-จากรณีการเสียชีวิตของ โอ วรุฒ วรธรรม อดีตพระเอกชื่อดัง ที่มีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวลักษณะซ้ำเติมผู้เสียชีวิตจนสร้างความไม่พอใจแก่ญาติและเพื่อนๆ
&amp;nbsp;
โดยนายจักรกฤษ ระบุว่า เมื่อผมทดลองให้หัวข่าวเป็นตัวอย่าง ในห้องเรียนคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวานนี้ โดยเป็นหัวข่าวที่ให้น้ำหนักกับบางเรื่องราวในชีวิต ของคุณโอ วรุฒ วรธรรม ที่ทำให้เส้นทางชีวิตของเขาไม่ราบรื่นมากนัก น่ายินดี ที่เด็กรุ่นใหม่ ทักท้วง และตั้งคำถามว่าหัวข่าวเช่นนั้น เป็นละเมิดจริยธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นความสุขชนิดหนึ่งของคนสอนหนังสือ ที่รู้ว่า เราพอจะมีความหวังได้ว่า นักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่จะมีจิตสำนึกความรับผิดชอบ ไม่เห็นความทุกข์ ของคนอื่นเป็นข่าวที่ขายได้ ไม่ซ้ำเติมชะตากรรมของผู้สูญเสีย และเมื่อเขาเข้าสู่การงาน เขาจะรู้จัก Self censorship โดยไม่ต้องให้ใครมาบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นจริง การตระหนักรู้ถึงความทุกข์โศกของคนอื่น ระมัดระวังและคิดได้ว่า หากคุณโอ เป็นลูก เป็นหลานเรา เราคงไม่อยากให้ใครขุดคุ้ย รื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตของเขามาทำซ้ำอีก การให้เกียรติผู้ที่ยังอยู่ และการให้ความเคารพในสิทธิของผู้วายชนม์ คือคุณลักษณะของสื่อที่ดี และอาจไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องจริยธรรมก็ได้ เพราะมันคือความรู้สึกพื้นฐานความเป็นมนุษย์นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในภาวะแห่งการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่หากสื่อคิดแต่จะขายข่าว ละทิ้งความเป็นมนุษย์ที่ควรให้การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น เราจะเป็นสื่อที่มีเกียรติและเป็นสื่อที่สังคมให้การยอมรับได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17542</URL_LINK>
                <HASHTAG>Self censorship, การควบคุมจริยธรรมสื่อ, นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล, สภาการหนังสือพิมพ์, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, โอ วรุฒ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b0fcb1f9d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กระตุกต่อมจริยธรรมสื่อเสนอข่าว&#039;โอ-วรุฒ&#039;ควรเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์ อย่าคิดขายข่าวจนละทิ้งความเป็นมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย.61-&amp;nbsp; นายจักร์กฤษ เพิ่มพูน กรรมการควบคุมจริยธรรมและที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ&amp;nbsp; โพสต์ข้อความบนเฟสบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ Self censorship และการเคารพสิทธิ์ผู้วายชนม์:-จากรณีการเสียชีวิตของ โอ วรุฒ วรธรรม อดีตพระเอกชื่อดัง ที่มีสื่อมวลชนบางสำนักนำเสนอข่าวลักษณะซ้ำเติมผู้เสียชีวิตจนสร้างความไม่พอใจแก่ญาติและเพื่อนๆ
&amp;nbsp;
โดยนายจักรกฤษ ระบุว่า เมื่อผมทดลองให้หัวข่าวเป็นตัวอย่าง ในห้องเรียนคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวานนี้ โดยเป็นหัวข่าวที่ให้น้ำหนักกับบางเรื่องราวในชีวิต ของคุณโอ วรุฒ วรธรรม ที่ทำให้เส้นทางชีวิตของเขาไม่ราบรื่นมากนัก น่ายินดี ที่เด็กรุ่นใหม่ ทักท้วง และตั้งคำถามว่าหัวข่าวเช่นนั้น เป็นละเมิดจริยธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นความสุขชนิดหนึ่งของคนสอนหนังสือ ที่รู้ว่า เราพอจะมีความหวังได้ว่า นักสื่อสารมวลชนรุ่นใหม่จะมีจิตสำนึกความรับผิดชอบ ไม่เห็นความทุกข์ ของคนอื่นเป็นข่าวที่ขายได้ ไม่ซ้ำเติมชะตากรรมของผู้สูญเสีย และเมื่อเขาเข้าสู่การงาน เขาจะรู้จัก Self censorship โดยไม่ต้องให้ใครมาบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็นจริง การตระหนักรู้ถึงความทุกข์โศกของคนอื่น ระมัดระวังและคิดได้ว่า หากคุณโอ เป็นลูก เป็นหลานเรา เราคงไม่อยากให้ใครขุดคุ้ย รื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตของเขามาทำซ้ำอีก การให้เกียรติผู้ที่ยังอยู่ และการให้ความเคารพในสิทธิของผู้วายชนม์ คือคุณลักษณะของสื่อที่ดี และอาจไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องจริยธรรมก็ได้ เพราะมันคือความรู้สึกพื้นฐานความเป็นมนุษย์นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในภาวะแห่งการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่หากสื่อคิดแต่จะขายข่าว ละทิ้งความเป็นมนุษย์ที่ควรให้การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่น เราจะเป็นสื่อที่มีเกียรติและเป็นสื่อที่สังคมให้การยอมรับได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17541</URL_LINK>
                <HASHTAG>Self censorship, การควบคุมจริยธรรมสื่อ, นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล, สภาการหนังสือพิมพ์, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, โอ วรุฒ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b0fcb1f9d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หึงโหดบุกฆ่าเมีย มีดปักคอริมถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มใหญ่ตัดใจไม่ขาด เมียหนีไปมีชายใหม่ทั้งที่อยู่กินกันมานานกว่า 20 ปีจนลูกโตเป็นหนุ่ม กรอกยาล้างห้องน้ำก่อนไปดักรอที่หน้าโรงงาน จ้วงแทงคอเมียตายคาที่ ตัวเองหนีเข้าป่าหญ้าข้างทาง ใช้คัตเตอร์ปาดคอไม่ตายสมใจ ตำรวจจับได้นำส่ง รพ. แพทย์เผยเครื่องในพัง อาการโคม่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 11 มิถุนายนนี้ ร.ต.ท.อนุพงศ์ ดอกไม้ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เสม็ด รับแจ้งเหตุผู้หญิงถูกแทงเสียชีวิตที่ริมถนนสุขุมวิท ขาเข้าเมืองชลบุรี ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักรชลบุรี หมู่ 4 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จักรพันธ์ กิตติสิริพรกุล ผกก.สภ.เสม็ด แพทย์เวร รพ.ชลบุรี และกู้ภัยไตรคุณธรรม ไปตรวจสอบ พบศพ น.ส.จิณาภา ชลรัตน์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/428 หมู่ 1 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี พนักงานบริษัท วาลโบร (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตอะไหล่รถยนต์ นอนเสียชีวิต สภาพมีบาดแผลถูกมีดปอกผลไม้แทงที่ลำคอเป็นแผลลึก 1 แผล เลือดไหลนอง ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีฟ้า ทะเบียน จกล 428 ชลบุรี ของผู้ตายล้มอยู่ และยังมีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า อัลฟ่า สีเขียว ทะเบียน กธน 521 มหาสารคาม ของผู้ก่อเหตุ คือ นายสุรเสกข์ วรธรรมะพิทักษ์ อยู่บ้านเลขที่ 428/5 หมู่ 5 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี สามีเก่าของผู้ตาย ล้มอยู่อีก 1 คัน และพบมีดปอกผลไม้ถูกทิ้งไว้ในพงหญ้าใกล้กัน จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธวัชชัย แย้มนาค อายุ 44 ปี พยานที่เห็นเหตุการณ์ เผยว่า ขับรถเก๋งตามมา เห็นผู้ชายรูปร่างเตี้ย ขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ตามผู้ตายมา เหมือนโต้เถียงกัน แล้วผู้ชายก็ถีบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายล้มลง จากนั้นผู้ชายกระโดดคร่อมร่างผู้ตาย แล้วควักมีดออกมาจ้วงแทงเข้าที่ลำคอผู้ตายอย่างแรง จนผู้ตายแน่นิ่ง ตนจึงบีบแตรดังเพื่อให้ยุติ พอผู้ก่อเหตุได้ยินตกใจ วิ่งรอบรถจักรยานยนต์เหมือนจะหากุญแจรถของตัวเอง แต่หาไม่เจอ ประกอบกับมีรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ผ่านมาแวะจอดดู เพราะคิดว่ารถชน ผู้ก่อเหตุจึงวิ่งหนีหลบหนีเข้าป่าข้างทางไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายเอ (นามสมมุติ) บุตรชายของผู้เสียชีวิต มาถึงที่เกิดเหตุ พร้อมกับเผยด้วยน้ำตานองหน้าว่า ผู้ตายเป็นแม่ตนเอง ส่วนผู้ก่อเหตุหลังดูรถจักรยานยนต์และหลักฐานเป็นเสื้อผ้าที่วางหน้ารถ ทราบว่าเป็นของนายสุรเสกข์ วรธรรมะพิทักษ์ ซึ่งเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของตนเองที่เลิกกับแม่ไปนานแล้ว แต่พ่อก็ยังตามราวีแม่อยู่เสมอ เพราะแม่มีสามีใหม่ คาดว่าพ่อคงขี่รถจักรยานยนต์มาเจอแม่โดยบังเอิญ แล้วเกิดหึง โต้เถียงกัน พ่อจึงชักมีดแทงเสียชีวิตดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า ตำรวจได้กระจายกำลังปิดล้อมป่าข้างทางค้นหานายสุรเสกข์ จนพบนายสุรเสกข์ซุกอยู่ในพงหญ้าโดยใช้มีดคัตเตอร์ปาดคอตัวเองหวังฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่จึงนำร่างส่ง รพ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จักรพันธ์เปิดเผยว่า นายสุรเสกข์ก่อเหตุเพราะความหึงหวงที่ผู้ตายไปมีคนใหม่ ทั้งที่อยู่กินกันมากว่า 20 ปี จนมีลูกชายด้วยกัน 2 คน อายุ 20 ปี และคนเล็ก อายุ 17 ปี ต่อมาเมื่อ 6 เดือนก่อน นายสุรเสกข์สงสัยว่าผู้ตายจะมีสามีใหม่ พยายามสอบถามก็ไม่ได้คำตอบ จนกระทั่งได้แยกทางกันมา 4 เดือนเศษ โดยผู้ตายไปอยู่กับสามีใหม่เป็นพนักงานห้างใหญ่แห่งหนึ่งย่านบางแสน กระทั่งเช้าที่ผ่านมา นายสุรเสกข์ได้กินน้ำยาล้างห้องน้ำ แล้วมาดักรอผู้ตายและแทงเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแพทย์ รพ.ชลบุรี เปิดเผยว่า นายสุรเสกข์อยู่ในอาการโคม่า เนื่องจากอวัยวะภายในได้พังเพราะฤทธิ์น้ำยาล้างห้องน้ำที่นายสุรเสกข์ได้กินเข้าไปเป็นเวลาหลายชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11159</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, บริษัท วาลโบร (ประเทศไทย) จำกัด, ปาดคอ, พ.ต.อ.จักรพันธ์ กิตติสิริพรกุล, ร.ต.ท.อนุพงศ์ ดอกไม้, สภาการหนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e82ee9c6d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำทาสอารมณ์!ตัวแทนสื่อย้อน&#039;บิ๊กตู่&#039;ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ แต่วุฒิภาวะทางอารมณ์ต่างกัน แนะเอาอย่าง&#039;ป๋าเปรม-น้าชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8มิ.ย.61 - นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการควบคุมจริยธรรมและที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยอดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเพซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง &amp;nbsp;&amp;quot;ตถตา - ผู้นำที่เป็นทาสอารมณ์&amp;quot; : การเมือง &amp;nbsp;ระบุว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน อารมณ์ ความรู้สึกแบบนี้ ก็อาจเป็นเรื่องใหญ่โต ที่ต้องวิเคราะห์ วิจารณ์กันหนักหน่วง เป็นประเด็นข่าวที่มีน้ำหนัก ควรค่าแก่ความสนใจ แต่เมื่อบุคลิกลักษณะ อารมณ์ ความรู้สึก ถ้อยคำเช่นนี้ มีมาอย่างต่อเนื่อง จะสนใจหรือไม่สนใจ ก็สรุปได้ว่า ตถตา - มันเป็นเช่นนั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเทศไทยไม่ได้เพิ่งมีนายกรัฐมนตรี แต่เรามีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 29 คน ไม่ว่าท่านเหล่านั้นจะเข้าสู่อำนาจด้วยวิถีทางใด เมื่อได้รับการเรียกขานว่าเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำประเทศแล้ว ก็ต้องตระหนักว่า แม้จะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศสูงสุด แต่ใช่ว่าจะถูกวิพากษ์ วิจารณ์ไม่ได้ จะถูกติฉิน นินทา ดุด่าว่ากล่าวไม่ได้ ผู้นำที่มี Emotionall Intelligent Leadership เขาจะแยกแยะได้ว่า สิ่งใดควรฟัง สิ่งใดไม่ควรฟัง ไม่ไปเก็บขยะมาเป็นอารมณ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักร์กฤษ ระบุต่อว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ครั้งเมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อถูกวิพากษ์ วิจารณ์ ถูกรุกไล่หนักเข้า ท่านก็จะยิ้มน้อยๆ แล้วบอกนักข่าวว่า &amp;lsquo;กลับบ้านเถอะลูก&amp;rsquo;ยุคพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ไม่ว่านักข่าวจะมารูปแบบไหน คำว่า &amp;lsquo;โนพรอบเบลม&amp;rsquo; ก็สะกดได้ทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แน่นอนว่า ทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ แต่ระหว่างมนุษย์ที่ได้รับการยกย่อง มีบทบาท มีเกียรติยศ มีหน้าที่รับผิดชอบ กับมนุษย์ที่เป็นชาวบ้านเดินดินทั่วไป ต่างกันตรงที่วุฒิภาวะ ความฉลาดรู้ทางอารมณ์เท่านั้นเอง&amp;quot;นายจักร์กฤษ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวได้แนบข้อความภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาตอนหนึ่งว่า ผมทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอย่างดีที่สุด เพราะเป็นตำแหน่งสำคัญ ที่มีเกียรติทรงคุณค่า แต่มีคนพยายามทำลายเกียรตินายกรัฐมนตรีของประเทศ นี่ผู้นำประเทศไทย ไม่ใช่ผมนะ แต่เขียนกันไปมาจนตำแหน่งนี้มัน Fail ไปทั้งหมด ทำไปเพื่อะไร นายกฯจะต้องถูกด่า ถูกว่า ถูกให้ร้าย แบบนี้หรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยอมรับความผิดของผม อย่างเดียว คือ ผมมีความเป็นมนุษย์ มีผิดพลาด มีโมโห มีโกรธ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10939</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ผู้นำประเทศ, พล.อ.ชาติชาย, พล.อ.เปรม, สภาการหนังสือพิมพ์, สมาคมนักข่าวฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b19d75291f20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภานสพ.ติงสื่อเสนอข่าว&#039;น้องอิน&#039;เสี่ยงละเมิดศักดิ์ศรีมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย. 61- คณะกรรมการจริยธรรม สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ทำจดหมายเปิดผนึก ถึงสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสื่อมวลชนทุกแขนง เรื่อง ขอให้สื่อมวลชนระมัดระวังการนำเสนอข่าวที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวการเสียชีวิตของ &amp;quot;น้องอิน&amp;quot; น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี อายุ 20 ปี อดีตนักแสดงเด็กชื่อดัง ที่ประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์เสียหลักตกข้างทางชนกับต้นไม้ บนถนนทางหลวงหมายเลข 9 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้มีการพาดหัวข่าวในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แม้ว่าผู้ตกเป็นข่าวจะเสียชีวิตไปแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเสนอข่าว และพาดหัวข่าวในลักษณะดังกล่าว ยังเป็นการละเมิดข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. 2559 หมวดการเคารพสิทธิส่วนบุคคลและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ข้อ 13 หนังสือพิมพ์ต้องเสนอข่าวโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตกเป็นข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรี ผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่เด็ก สตรี ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีอัตลักษณ์แตกต่างในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการจริยธรรม สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จึงขอความร่วมมือมายังองค์กรสมาชิก และเพื่อนสื่อมวลชนร่วมวิชาชีพทุกแขนง โปรดใช้ความระมัดระวังในการได้มา และการนำเสนอข่าว โดยคำนึงถึงความรู้สึกของญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงหลีกเลี่ยงการเสนอข่าวที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6923</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรรยาบรรณ, ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี, น้องอิน, ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, สภาการหนังสือพิมพ์, สื่อมวลชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdaf0bbe911.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
