<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศใช้ธรรมนูญสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ 11 พ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.2563 นายชาย ปถะคามินทร์ เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมัยที่ 9 ครั้งที่ 11/2563 เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 ณ อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมฯ มีมติรับรองร่างธรรมนูญสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ที่คณะทำงานยกร่างฯ เสนอ พร้อมประกาศใช้ธรรมนูญสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สาระสำคัญของธรรมนูญสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 นั้น จากเดิมที่สภาการหนังสือพิมพ์ฯ ทำหน้าที่กำกับดูแลกันเองทางจริยธรรมในส่วนของกิจการหนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ในสังกัดสมาชิกก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นกิจการสื่อมวลชน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่อดิจิทัล หรือรูปแบบอื่นใดที่ทำหน้าที่สื่อข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนทราบ รวมถึงการเพิ่มจำนวนกรรมการจาก 21 คน เป็น 23 คน เนื่องจากการขยายขอบข่ายสมาชิกให้ครอบคลุมถึงสื่อประเภทต่างๆ โดยกรรมการจะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เป็นสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารองค์กร จึงมีการกำหนดบทเฉพาะกาลให้บรรดาข้อบังคับ คำสั่ง ระเบียบ แนวปฏิบัติ หรือประกาศต่างๆ ที่ออกโดยสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ให้ใช้บังคับอยู่ก่อน รวมถึงคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ชุดปัจจุบัน ให้ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไป จนกว่าจะครบวาระในเดือนมีนาคม 2564 อีกทั้งการใดที่กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งใดกล่าวถึงตำแหน่งประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ให้หมายถึงประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังคงมีระเบียบ ข้อบังคับที่ต้องดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนเพื่อให้สอดคล้องกับธรรมนูญใหม่ ได้แก่ ข้อบังคับที่เกี่ยวกับการรับสมาชิก ข้อบังคับการได้มาของกรรมการ และระเบียบการเลือกตั้งกรรมการ ดังนั้นที่ประชุมกรรมการจึงมอบหมายให้คณะทำงานยกร่างธรรมนูญสภาการสื่อมวลชนฯ ชุดเดิม ทำหน้าที่คณะกรรมการเปลี่ยนผ่านไปสู่สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เพื่อปรับปรุง ยกร่างข้อบังคับที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน ให้ทันกับการเลือกตั้งกรรมการสภาการสื่อมวลชนฯ ชุดแรกภายในเดือน ก.พ. 2564 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนูญสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ 11 พ.ย., สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa7014215b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SEAPC-Net ประชุมทางไกลย้ำให้สื่อยึดมั่นจริยธรรมรายงานข่าว “โควิด-19”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (6 พฤษภาคม 2563) นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้เข้าร่วมการประชุมนัดพิเศษเครือข่ายสภาสื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Press Council Network: SEAPC-Net) ที่จัดขึ้นในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านระบบ ZOOM ซึ่งสภาสื่อมวลชนอินโดนีเซียในฐานะประธาน SEAPC-Net เป็นเจ้าภาพ โดยมีประธานสภาสื่อมวลชนจากทั้ง 4 ประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย เมียนมา ไทย และติมอร์เลสเต รวมทั้งกรรมการบริหาร SEAPC-Net พร้อมทั้งคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโดยพร้อมเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมในครั้งนี้ ถูกจัดขึ้นท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาค และทั่วโลก ซึ่งเดิม SEAPC-Net ได้ตกลงกันในการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก (1st General Assembly) ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปลายปีที่แล้วว่า จะให้มีการจัดประชุมกรรมการบริหาร (Board of Directors Meeting) ระหว่างวันที่ 7-8 พฤษภาคมนี้ ที่กรุงดิลี ประเทศติมอร์เลสเต คู่ขนานไปกับ Dili Dialogue Forum 2020 แต่ด้วยสถานการณ์โรคระบาด ทำให้ต้องปรับรูปแบบการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการทำงานของ SEAPC-Net ให้สามารถดำเนินต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือถึงการสนับสนุนบทบาทสื่อมวลชนท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยเห็นชอบในการออกแถลงการณ์เพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสมาชิก SEAPC-Net และประชาคมสื่อมวลชนในภูมิภาค ซึ่งมีหน้าที่รายงานข่าวสาร ข้อเท็จจริงสู่สาธารณะอย่างยึดมั่นตามหลักปฏิบัติทางจริยธรรม และความเป็นมืออาชีพในทางวิชาชีพ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในการสร้างความตระหนักรู้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นบุคลากรด้านสาธารณสุข ภาครัฐบาล ภาคประชาสังคมและอื่นๆ เพื่อนำพาสังคมผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ SEAPC-Net เป็นการรวมตัวขององค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแลกันเองด้านจริยธรรมสื่อมวลชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4 ประเทศ ได้แก่ สภาสื่อมวลชนอินโดนีเซีย (Press Council of Indonesia) สภาสื่อมวลชนเมียนมา (Myanmar Press Council) สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ (National Press Council of Thailand) และสภาสื่อมวลชนติมอร์เลสเต (Timor-Leste Press Council) โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาได้มีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการรวมตัวกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพวิชาชีพสื่อมวลชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ จนในที่สุดสามารถมีการลงนามใน &amp;ldquo;ปฏิญญากรุงเทพ&amp;rdquo; (Bangkok Declaration) เมื่อเดือนกันยายน 2562 ที่อาคารพิพิธภัณฑ์กำพล วัชรพล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสถาปนาเครือข่ายสภาสื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ และได้มีการจัดการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกไปแล้วที่ประเทศอินโดนีเซียปัจจุบัน Mr.Mohammad NUH ประธานสภาสื่อมวลชนอินโดนีเซีย ดำรงตำแหน่งประธาน SEAPC-Net และมี Mr.Ohn Kyaing ประธานสภาสื่อมวลชนเมียนมาดำรงตำแหน่งรองประธาน SEAPC-Net ซึ่งจะหมุนเวียนตำแหน่งประธานตามลำดับตัวอักษรชื่อประเทศ โดยมีวาระละ 2 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65251</URL_LINK>
                <HASHTAG>SEAPC-Net, ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี, สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2c361e8334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ขอความร่วมมือสมาชิกทั้งหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ นำเสนอข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อ “ไวรัสโคโรน่า” โดยคำนึงถึงแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนในภาวะวิกฤต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;ตามที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Corona virus) โดยแหล่งที่มาของโรคอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน และพบว่าผู้ติดเชื้อได้เดินทางไปยังหลายพื้นที่ของโลก จนส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วหลายประเทศรวมทั้งในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนอย่างมาก และสื่อมวลชนทุกสำนักต่างนำเสนอข้อมูลต่างๆ จนบางครั้งอาจส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง และสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;คณะกรรมการจริยธรรม สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จึงขอความร่วมมือมายังสื่อมวลชนที่เป็นสมาชิกของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ทั้งหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ ให้เสนอข่าวตาม &amp;ldquo;แนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนในภาวะวิกฤต&amp;rdquo; ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพ ซึ่งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติได้ให้การรับรองแล้ว เพื่อให้การปฏิบัติงานของสมาชิกเป็นไปตามมาตรฐานจริยธรรม และสามารถทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูล ข้อเท็จจริงตามหลักสิทธิเสรีภาพบนความรับผิดชอบ เพื่อเฝ้าระวัง เตือนภัย ไม่สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน อันจะนำไปสู่การบรรเทาความเสียหายและคลี่คลายวิกฤตการณ์ โดยมีสาระสำคัญดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;ldquo;ภาวะวิกฤต&amp;rdquo; หมายถึง สถานการณ์ที่เข้าสู่ภาวะที่จำเป็นต้องเข้าจัดการเพื่อหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพ ชีวิต ทรัพย์สิน สิทธิ หรือเสรีภาพของประชาชนในวงกว้าง โดยหมายรวมถึงภัยพิบัติ เหตุฉุกเฉิน สาธารณภัย หรือ ภัยคุกคามที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่มีความรุนแรง อันเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน กฎอัยการศึก หรือ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์โรคและภัยสุขภาพ&amp;rdquo; หมายถึง สถานการณ์ที่เกิดโรคติดต่อหรือโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคแน่ชัด ซึ่งอาจแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วหรือมีภาวะของการเกิดโรคมากผิดปกติกว่าที่เคยเป็นมา รวมถึงโรคติดต่ออุบัติใหม่-อุบัติซ้ำ ภัยสุขภาพ หรือภาวะที่มีมลพิษในอัตราสูงที่ส่งผลกระทบหรืออันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในการการปฏิบัติงานในสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;- ผู้ปฏิบัติงานข่าวต้องปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคหรือการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพที่กำหนดโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการใดที่จะทำให้ตนกลายเป็นผู้ประสบภาวะวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;- ผู้ปฏิบัติงานข่าวต้องเคารพสิทธิของผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วยตามกฎหมาย ทั้งความเป็นอยู่อย่างสงบ สิทธิความเป็นส่วนตัว สิทธิมนุษยชน โดยไม่นำเสนอภาพ ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ป่วยอันเป็นความลับส่วนบุคคลที่อาจทำให้ผู้ป่วยได้รับความเสียหาย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;- ผู้ปฏิบัติงานข่าวพึงระมัดระวังการสร้างความตื่นตระหนกจากการนำเสนอโดยการคาดเดา หรือไม่ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หรือหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับสาเหตุการแพร่ระบาดของโรคหรือสถานการณ์ภัยสุขภาพ รวมถึงวิธีการป้องกัน แก้ไข และรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;คณะกรรมการจริยธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;30 มกราคม 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศ., สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ, ไวรัสโคโรน่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32c663d6fdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
