<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>๔ รัฐมนตรีต้องออกหรือ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่าด้วยเรื่องการลาออก!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะมีความประสงค์จะเล่นการเมืองต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๔ รัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ ต้องลาออกจากเก้าอี้รัฐมนตรีหรือเปล่า เพราะจากนี้ไปจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนอื่นต้องไปดูว่า &amp;quot;จารีต&amp;quot; ที่เกิดจากตัวบทรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้านายกรัฐมนตรีลาออกคือจบ ต้องตั้งรัฐบาลใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนรัฐมนตรีลาออกต้องปรับคณะรัฐมนตรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่โดยทั่วไปรัฐบาลก่อนการเลือกตั้ง จะมีสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานะรัฐบาลรักษาการได้มาจากไหน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เพราะการยุบสภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลอยู่ครบเทอม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรืออย่างกรณีที่แปลกไป นั่นคือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;nbsp; ชินวัตร&amp;quot; สิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัว จากคดีโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ &amp;quot;ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;quot; จึงมีสถานะเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีรักษาการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่เสียงเรียกร้องจาก กปปส.คือ ลาออก พ้นวงโคจรไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำไมต้องรักษาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามหลักการแล้วเห็นว่าเมื่อปรากฏว่าฝ่ายบริหารของรัฐนั้นสิ้นสภาพไปแล้ว จึงต้องการให้มี กลไกในการเปลี่ยนผ่านประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะการบริหารประเทศนั้นจะสะดุดหยุดไม่ได้ เพราะจะกระทบต่อสาธารณะ หรือสังคมส่วนรวมได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ รัฐบาลรักษาการ มีเพื่อทำหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะได้ไม่เกิดสภาวะสุญญากาศในการบริหารประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กฎหมายก็จำกัดบทบาทลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำในหลายเรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น อนุมัติโครงการใหม่ที่ผูกพันกับรัฐบาลถัดไปไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการไม่ได้ ถ้าทำต้องขอคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้นเมื่อพิจารณาเสียงเรียกร้องจากนักการเมืองให้รัฐบาล คสช.ลาออก ก็มีคำถามว่าแล้ว รัฐบาลใหม่จะมาจากไหน อย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายแทนที่จะแก้ปัญหา จะกลายเป็นสร้างปัญหาเพิ่ม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วนักการเมืองกลัวอะไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟังจาก &amp;quot;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;quot; ดูมีเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผู้ร่างมีเจตนาให้ผู้มีอำนาจขณะนี้ทั้ง คสช., รัฐบาล, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รวมถึงสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เข้ามาวางรากฐาน และกติกาเพื่อที่จะเปิดให้พรรคการเมืองกลับมาแข่งขันกัน โดยที่ไม่ได้หวังว่าจะเป็นผู้เล่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าจะบอกว่ามีเจตนาเปิดช่องให้ ก็น่าจะเป็นเรื่องของที่สภาไม่สามารถเลือกนายกฯ ได้ จนต้องไปเลือกคนนอกกระบวนการการเลือกตั้งเข้ามา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังมีบทเฉพาะกาล ที่ระบุว่าผู้ที่มีอำนาจในขณะนี้ จะต้องลาออกจากตำแหน่ง ๙๐ วัน หลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทบัญญัตินี้หมายความว่า ใครที่ไม่ลาออกในตอนนั้น ก็จะไม่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนได้เสียในการเลือกตั้ง โดยตามปกติแล้วในช่วงเลือกตั้ง ใครมีอำนาจรัฐก็จะถูกจำกัดอำนาจทันที ทั้งเรื่องการโยกย้ายข้าราชการ รวมถึงใช้งบประมาณผูกพันไม่ได้ เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ยังมีบทเฉพาะกาลยกเว้นให้กับรัฐบาลชุดนี้ เหตุผลเพราะว่าเพราะมีบทบัญญัติ ใครที่อยากเลือกตั้งก็ต้องลาออกไปก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่วันนี้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคประชารัฐก็คือ กำลังหลบเลี่ยงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งความเสื่อมทางการเมืองและปัญหาวิกฤติในอดีต ก็เป็นเพราะมีการหาช่องโหว่ของกฎหมาย เราไม่ดูเจตนารมณ์ ไม่ยึดถือเรื่องของมารยาท และธรรมาภิบาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นวันนี้คนที่เกี่ยวข้องที่จะเข้าไปบริหารพรรคการเมือง ซึ่งมีส่วนได้เสียในการเลือกตั้งโดยตรง ก็ต้องแสดงให้เห็นว่ายังเชื่อในหลักธรรมาภิบาล หรือเคารพในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มากกว่าที่จะบอกว่ากฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ หรือไม่ผิดกฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นที่สำคัญก็คือ เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยังไม่ปลดล็อกทางการเมือง แต่งานของรัฐบาลมีงานการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ได้ถูกจำกัดด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นผมว่าตอบยากจริงๆ ว่าบุคคลเหล่านี้ต้องการมีส่วนได้เสียในการแข่งขัน เหตุใดจึงไม่ทำตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ แล้วสวมหมวกสองใบ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากคำกล่าวทั้งหมดนี้ คสช.กำลังจะชงเองกินเองใช่หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่ ๔ รัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ไปมีตำแหน่งในพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีกฎหมายห้าม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถามว่าเอาเปรียบจริงหรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจะอธิบายว่าจริงหรือไม่ มีหลายเงื่อนไขที่ต้องเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เงื่อนเวลาจะเป็นประเด็นสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หาก คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองในทันที เงื่อนเวลาของทุกพรรคการเมืองจะเท่ากันทันที ทุกคนสามารถเดินสายได้ทันที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ เป็นเรื่องใหม่ รัฐบาล คสช.จะอยู่จนได้รัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ได้อยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้ว ๔ รัฐมนตรีกำลังสร้างความเสื่อมทางการเมืองอยู่ใช่หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการเมืองปกติ รัฐมนตรีซึ่งเป็นแกนนำพรรคการเมือง สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มที่จนกว่า รัฐบาลสิ้นสภาพไปเป็นรัฐบาลรักษาการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในทางปฏิบัติ การสร้างความได้เปรียบโดยใช้ตำแหน่งทางการเมือง เกิดขึ้นมาโดยตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคการเมืองมักใช้วิธีตรวจราชการในภูมิภาคต่างๆ ในช่วงมีพระราชกฤษฎีกาประกาศเลือกตั้ง&amp;nbsp; แล้วปฏิเสธว่าไม่ใช่การหาเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากย้อนกลับไปดูช่วงปลายปี ๒๕๕๖ พรรคการเมืองฝ่ายค้าน รัฐบาล ก็มีปัญหาทำนองเดียวกันนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้งนั้นพรรคประชาธิปัตย์โจมตีว่า &amp;quot;ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;quot; ใช้ทรัพยากรของรัฐเดินสายหาเสียงในต่างจังหวัด จึงจะรวบรวมหลักฐานร้องเรียน กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๘๑ ที่ห้ามรัฐบาลรักษาการ ใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใด ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง และตัว &amp;quot;ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร&amp;quot; เป็นทั้งบุคลากรของรัฐ และผู้สมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ๔ รัฐมนตรี สามารถบริหารประเทศไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือสิ่งที่พรรคการเมืองมองว่า เป็นการเอาเปรียบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่จริงปัญหาลักษณะนี้แก้ไขไม่ยาก โดยที่รัฐมนตรีทั้ง ๔ คนไม่ต้องลาออก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ คสช.ต้องทำคือ ใช้บรรทัดฐานเดียวกันกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นั่นคือมีพระราชกฤษฎีกาประกาศเลือกตั้งเมื่อไหร่....&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เข้าสู่โหมดรัฐบาลรักษาการในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนด แต่เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ การประชุม ครม.สัญจร เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อว่าถึงเวลานั้น คสช.จะนักเลงพอ! &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพรรคการเมืองจะโวยอะไร ควรจะรอให้มีพระราชกฤษฎีกาประกาศเลือกตั้งออกมาเสียก่อน ซึ่งจะเป็นการใช้บรรทัดฐานที่ใช้กันมาโดยไม่มีอะไรผิดเพี้ยน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดก็มีแนวโน้มที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;อุตตม สาวนายน&amp;quot; ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์นักข่าว เรื่องที่ถูกโจมตีทางการเมืองอย่างหนัก ด้วยการบอกว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมไม่พูดการเมืองในเวลาราชการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้านี่เป็นมารยาททางการเมือง ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลับกันการที่นักการเมือง มีความละเอียดอ่อนในประเด็นนี้ จนดูเหมือนมีจริยธรรมทางการเมืองเต็มเปี่ยม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นการที่ &amp;quot;นพดล ปัทมะ&amp;quot; บอกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การที่บุคคลเหล่านี้ยังมีตำแหน่งในรัฐบาล มีอำนาจโยกย้ายข้าราชการ พิจารณางบประมาณ และมีอำนาจใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของรัฐได้ ดังนั้นจะวางตัวอย่างไร ไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น เพราะต้องยอมรับว่ารัฐบาลนี้เกิดขึ้นภายหลังการรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางที่ดีเพื่อความสง่างามในการต่อสู้ทางการเมือง คนที่เป็นผู้นำพรรคนี้ลาออกจากตำแหน่งน่าจะดีกว่า แต่ก็ไม่สามารถเรียกร้องหรือบังคับอะไรได้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเป็นการดีมากหากนักการเมืองนำคำพูดตัวเองไปใช้เป็นบรรทัดฐาน แม้ขณะนั้นตัวเองเป็นรัฐบาล และอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจะสง่างามอย่างยิ่งหากไม่ถ่มน้ำลายรดหน้าตัวเอง.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18877</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สภาปฏิรูปแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกผีนิรโทษกรรม! &#039;เอนก&#039;ชูร่วมมือเพื่อไทย เลือกตั้ง&#039;ท้องถิ่น&#039;ส่อยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอนก&amp;quot; ฟันธงสมัยหน้าเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค เปิดช่องรัฐบาลแห่งชาติพร้อมจับมือเพื่อไทยหนุนนิรโทษกรรมสร้างปรองดอง อ้างสถานการณ์ทำให้ต้องร่วมกับทุกฝ่าย เปรียบ &amp;quot;ทรัมป์-คิม&amp;quot; ยังคืนดีกันได้ &amp;quot;พท.ขอฉันทามติ 8 เดือนโรดแมปต้องชัดเจน&amp;quot; &amp;nbsp;กฤษฎีกาส่งร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นให้ กกต.รับฟังความเห็นแล้ว คาดประกาศใช้ปลายปี ส่อเลื่อนเลือกตั้งท้องถิ่นหลังระดับชาติช่วงเดือน พ.ค.62 &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; โบ้ยอยู่นอกเหนือการควบคุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ให้สัมภาษณ์ ว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ จะมีพรรคการเมืองได้คะแนนเสียงเข้าไปในสภาหลายพรรค กระจัดกระจายไม่ต่ำกว่า 10 พรรค จึงเป็นโอกาสของทุกพรรคที่จะมีโอกาสได้เข้าไปทำงาน จึงเชื่อว่ารัฐบาลในสมัยหน้าจะต้องเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค และไม่มีทางที่พรรคการเมืองเดียวจะตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาติ เพราะการเลือกตั้งแบบนี้ไม่มีพรรคใดได้เสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงต้องพยายามประนีประนอมรอมชอมรวบรวมเก้าอี้ให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เคยมีแกนนำ กปปส.ประกาศว่าจะไม่ร่วมกับระบอบทักษิณ นายเอนกย้อนถามว่า ระบอบทักษิณหมายถึงอะไร หากหมายถึงอะไรที่ผิดกฎหมายไม่ถูกต้อง ก็ไม่ต้องเรียกชื่อว่าเป็นระบอบอะไรก็ไม่สามารถทำงานด้วยได้ แต่หากกับพรรคเพื่อไทยที่ตั้งต้น ณ เวลานี้ ยังไม่ได้ทำอะไรที่ผิดพลาดเลย ก็ไม่ถือว่าเป็นศัตรูโดยกำเนิด และจะต้องดูท่าทีกันต่อไป ทั้งนี้ ไม่ควรผูกใจเจ็บเป็นศัตรูกันเหมือนกรณีเกาหลีเหนือเกาหลีใต้ เพราะสุดท้าย ณ วันหนึ่งจำเป็นที่จะต้องลืมและให้อภัยกัน แต่ย้ำว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามหลักของกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พร้อมทำงานกับทุกฝ่ายมากที่สุด เพราะสถานการณ์ทำให้เราต้องทำอย่างนั้น มันเหมือนถ้วยกระเบื้องที่แตกร้าว ถ้าเราพูดว่าพยายามเอาถ้วยที่แตกร้าวมาต่อให้เป็นถ้วยเดิมคงไม่ผิด แต่เวลาต่อ บางชิ้นอาจจะไม่เอา บางชิ้นอาจต้องเอาของใหม่มา ต้องไปดู ณ จุดเกิดเหตุ&amp;quot; นายเอนกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอนกยอมรับว่าเป็นไปได้ที่จะมีการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง และเชื่อว่าทุกคนล้วนแต่ต้องการให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ เพราะไม่ใช่เรื่องสนุกที่ในประเทศจะมีการแบ่งกันเป็น 2 ฝัก 2 ฝ่าย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทำได้ทั้งนั้น คอมมิวนิสต์ในป่ายังเอามาเป็นพวกได้ แล้วนี่หนักหนาอะไรกัน ทำไมต้องแข็งกันอย่างนี้ ขนาดเกาหลีเหนือเกาหลีใต้รบกันจนคนตายฝ่ายละล้าน ยังคืนดีกันได้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กับนายคิม จองอึน ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือยังคืนดีกันได้ ขนาดมีการฆ่ากันตายฝ่ายละหลายแสนคน ทำไมถึงคิดกันไม่ออก ส่วนคนที่สูญเสีย ก็ต้องเยียวยากันไป แต่จะมาบอกว่าไม่ให้ลืม แล้วทุกคนต้องฆ่ากันต่อไป ก็ไม่เป็นธรรมอีก&amp;rdquo; นายเอนกกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับกรณีที่มีเสียงสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกนั้น นายเอนก กล่าวว่า เป็นสิทธิของคนที่สนับสนุน ในส่วนของพรรคยังไม่ชัดว่าจะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ บัญชีรายชื่อ เพราะยังไม่เห็นอะไร และยังไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะยอมลงสมัครหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ และส่วนตัวก็ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค หากจำเป็นก็ต้องทำให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องเชื่อว่าการเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมปที่รัฐบาลประกาศไว้ เพราะยังไม่มีอย่างอื่นที่ทำให้โรดแมปต้องเคลื่อน ส่วนความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาตินั้น เมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้วจะมีปัญหาหลังเลือกตั้ง คือการตั้งรัฐบาลไม่ได้สูตรรัฐบาลก็ไม่รู้จะเอาใครผสมกับใครก็มีปัญหาทั้งนั้น ส่วนรัฐบาลแห่งชาติไม่น่าเกิดขึ้น เพียงแต่เราไม่รู้จะเอาพรรคไหนรวมกับพรรคไหน ส่วนทางออกควรจะเป็นอย่างไรนั้น คงพูดไม่ได้ แต่คอยดูก็แล้วกันว่าตั้งรัฐบาลยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวถึงกรณีหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งจะรวบรวมเสียง ส.ส.และ ส.ว.ให้ได้ 376 เสียง เพื่อทำประชามติจัดตั้ง ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยฉีกรัฐธรรมนูญปัจจุบันทิ้งไป เพราะเป็นผลพวงของเผด็จการ ไม่เป็นประชาธิปไตย ว่าผู้พูดควรชี้ให้ชัดว่าบทบัญญัติใดที่ไม่เป็นประชาธิปไตยควรแก้ไข ด้วยเหตุใด การพูดแบบนี้เป็นการเหมารวมเข่งอย่างไม่ยุติธรรมต่อประชาชน 16.8 ล้านคนที่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และถ้าเกิดฉีกได้แล้วร่างได้ขึ้นมาจริงๆ คิดหรือว่าจะไม่มีคนอื่นมาฉีกใหม่มาร่างใหม่อีก
พท.ขอฉันทามติ 8 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีหลายพรรคการเมืองกังวลเรื่องระบบไพรมารีโหวตว่า การเลือกตั้งขั้นต้นที่เรียกว่าไพรมารีเป็นกุญแจสำคัญของการปฏิรูปพรรคการเมืองและการพัฒนาประชาธิปไตย โดยการเพิ่มสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกพรรคให้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. เพื่อให้สมาชิกพรรคมีความเป็นเจ้าของพรรคและ ส.ส.ของพรรคมากขึ้น ยังเป็นการช่วยให้พรรคการเมืองพ้นจากการถูกครอบงำของกลุ่มผลประโยชน์และนักการเมืองกังฉิน หากต้องการปฏิรูปการเมืองให้บังเกิดผล ต้องเริ่มจากระบบไพรมารี หวังว่าพรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่จะช่วยกันขับเคลื่อนระบบไพรมารีในการเลือกตั้งครั้งหน้า แม้จะยากและต้องสละอำนาจของผู้บริหารพรรคหรือกลุ่มผลประโยชน์ให้กับสมาชิกพรรคก็ต้องทำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงที่ประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งเสนอ 3 ทางออก ให้ใช้ พ.ร.บ., พ.ร.ก. และ ม.44 แก้ปัญหาการจัดการเลือกตั้ง ว่า ความจริงว่าปัญหานี้มีจุดกำเนิดมาจาก คสช.ทั้งสิ้นถ้า คสช.ตัดสินใจแก้ปัญหาถูกวิธี ก็มีโอกาสที่ทุกอย่างจะเดินหน้าไปตามโรดแมป แต่ถ้าแก้ปัญหาไม่ถูกวิธี ก็มีโอกาสที่ปัญหาจะบานปลายออกไปกลายเป็นวัวพันหลักจนยากต่อการแก้ไข และอาจสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก การหาทางออกเพื่อให้มีการเลือกตั้งภายในเดือน ก.พ.2562 จึงเป็นความรับผิดชอบของ คสช.โดยตรง ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเข้าร่วมประชุมกับรัฐบาล คสช. เพราะการพบปะพูดคุยกันจะสามารถสร้างความเข้าใจก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าการหันหลังให้กัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้ง โดยเตรียมเสนอ 4 ประเด็นปัญหาให้นายกฯ และ คสช.หาทางออกว่า จนถึงขณะนี้ประชาชนก็ยังต้องพิสูจน์ความจริงใจในการนำพาประเทศกลับเข้าสู่การเลือกตั้งของรัฐบาล คสช.ต่อไป การที่ยังไม่ยอมปลดล็อก และพยายามสร้างเงื่อนไขใหม่ที่จะทำให้พรรคการเมืองขยับไม่ได้นั้น เป็นการทำเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองหรือไม่ ถ้ารัฐบาล คสช.มั่นใจว่ามีผลงาน กลัวอะไรกับการไปให้ประชาชนตัดสินที่คูหาเลือกตั้ง ช่วงเวลาที่เหลือควรจะเป็นช่วงเวลาของการสร้างความชัดเจนที่จะนำประเทศไปสู่การเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อปักหมุดการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.ปีหน้า ซึ่งเหลือเวลา 8 เดือน ประเทศควรต้องมีเป้าหมายร่วมกัน เราต้องเอาประเทศเป็นตัวตั้ง สร้างความชัดเจนแน่นอนและให้เป็นฉันทามติร่วมกัน ผู้มีอำนาจต้องป้องกันไม่ให้ 8 เดือนก่อนเลือกตั้งเป็น 8 เดือนที่คลุมเครือ ขอเสนอ 5 ทางออก 1.เร่งทำให้บ้านเมืองมีความเป็นปกติ เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งต้นปีหน้า 2.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำหน้าที่ของตนได้ 3.ยกเลิกคำสั่งที่ 3/58 ให้คนมีเสรีภาพชุมนุมทางการเมืองได้ 4.ยกเลิกคำสั่งที่ 53/60 เพื่อให้พรรคการเมืองทำหน้าที่และดำเนินการต่างๆ ตามกฎหมายพรรคการเมืองได้ 5. สร้างฉันทามติว่าการเลือกตั้งต้นปีหน้าจะต้องเสรี เป็นธรรม มีความน่าเชื่อถือ ต้องไม่มีการเอาเปรียบทางการเมือง และสร้างความเสียเปรียบให้ฝ่ายใด และควรมีการประกาศว่าจะไม่ใช้อำนาจตาม ม.44 ที่จะกระทบการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
เลือกตั้งท้องถิ่น พ.ค.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. &amp;hellip; ซึ่งเป็นร่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) พิจารณาแล้ว และส่งให้ กกต.รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ โดยมีทั้งหมด 141 มาตรา ซึ่งจะมีการรับฟังความคิดเห็นประมาณ 30 วัน และหลังจากรับฟังความคิดเห็นแล้วเสร็จ กกต.จะนำมาพิจารณาอีกครั้ง และคาดว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม จะสามารถส่งร่างกฎหมายดังกล่าวให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในขั้นตอนนี้ สนช.มีกรอบเวลาในการพิจารณา 60 วัน ก่อนจะทำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งจะมีกรอบเวลาอีก 90 วัน ดังนั้นจึงมีการคาดการณ์ว่า พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น จะประกาศใช้ได้ภายในเดือนธันวาคม 2561 แต่จะยังไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ เพราะระยะเวลากระชั้นชิดกับการเลือกตั้ง ส.ส. ตามโรดแมปที่รัฐบาลประกาศไว้ และ กกต.ได้เสนอว่า การเลือกตั้งระดับชาติและการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นควรมีการเว้นระยะห่างกันประมาณ 3 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นจึงมีการคาดการณ์ว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 โดยจะมีการเลือกตั้งก่อน 3 ส่วน คือ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนจังหวัด 77 จังหวัด ขณะที่องค์กรบริหารส่วนตำบลและเทศบาล จะต้องมีกระบวนการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ให้แล้วเสร็จก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ ส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 แต่มีส่วนที่ปรับแก้ตามข้อเสนอของ กกต. เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อาทิ การกำหนดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง การกำหนดให้ กกต.สามารถประกาศผลการเลือกตั้งไปก่อน และสามารถสืบสวนหรือวินิจฉัย เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือกรณีเห็นว่าในการจัดเลือกตั้งมีการกระทำการไปในทางที่อาจเกิดความเสียหายแก่การจัดเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม กกต.หรือกรรมการ กกต.อาจมีคำสั่งให้ระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ตามที่เห็นสมควร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของผู้สมัคร หากมีการใช้จ่ายเกินค่าใช้จ่ายที่กำหนด กกต.สามารถยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ในการหาเสียงยังห้ามทำการโฆษณาด้วยการจัดมหรสพรื่นเริงต่างๆ ขณะเดียวกัน หากผู้บริหารหรือสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอนุมัติโครงการที่มีลักษณะจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งภายใน 90 วัน ก่อนครบวาระหรือก่อนลาออก ให้ถือว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนข้อห้าม เว้นแต่โครงการลักษณะบรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติ และการอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการและทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุในการออกเสียง ภายใต้การกำกับดูแลของกรรมการประจำหน่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขที่น่าสนใจ อาทิ กรณีการหาเสียงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หากฝ่าฝืนหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของ กกต. ให้ กกต.มีอำนาจสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องแก้ไขหรือลบข้อมูลได้ทันที หรือในกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครแล้ว เป็นเหตุให้ต้องเลือกตั้งใหม่ ให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ผู้นั้นจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งใหม่ ตามประมาณการที่ กกต.แถลงต่อศาล หรือกรณีที่ไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับเลือกตั้งโดยได้คะแนนมากกว่าคะแนนเสียงที่เลือกผู้ใด ให้มีการประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยที่ผู้สมัครรายเดิมไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บทกำหนดโทษ อาทิ การทำเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครคนใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี และหากเป็นการแจ้งหรือให้ถ้อยทำต่อ กกต.เป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี และหากการกระทำดังกล่าวหัวหน้าพรรคการเมืองรู้เห็นเป็นใจหรือสนับสนุน ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำการอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง การติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่ กกต.กำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นยังให้ กกต.มีอำนาจกันบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดไว้เป็นพยาน และไม่ดำเนินคดีก็ได้ เป็นต้น
นอกเหนือการควบคุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเสร็จไปแล้ว 1 ฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ ซึ่งทั้ง กกต.และคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังรับฟังความเห็นอยู่ ส่วนที่เหลืออีก 5 ฉบับ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ร่างเอาไว้นานแล้ว ขณะนี้กำลังเอามาดูอีกรอบ เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยและ กกต.ได้เสนอเพิ่มเติมมานิดหน่อย เป็นเรื่องคุณสมบัติต่างๆ รวมทั้งจะสอบถามความเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอามาปรับให้ตรงและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวและคาดการณ์ว่าเลือกตั้งท้องถิ่นได้ในเดือน พ.ค.62 ว่า ตนไม่มีความเห็น เพราะว่าข้อเท็จจริงกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นมีจำนวน 6 ฉบับ และจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณา สนช.พร้อมกันทั้ง 6 ฉบับ ซึ่งขณะนี้บางฉบับยังไม่เสร็จ ส่วนที่ กกต.นำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่เสร็จแล้วไปรับฟังความเห็นก่อนสามารถทำได้ เพื่อเป็นการทุ่นเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ก่อนหน้านี้รัฐบาลบอกจะจัดเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้งระดับชาติ นายวิษณุ กล่าวว่า เดิมเราคิดกันไว้อย่างนั้น แต่ทีนี้จะเสร็จหรือไม่ มันอยู่นอกเหนือการควบคุม ขณะนี้เข้าใจว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาอยู่ ซึ่งหากฉบับใดเสร็จแล้วสามารถนำไปทยอยรับฟังความคิดเห็นได้ก่อน และไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะให้ส่ง สนช.พิจารณาได้ในเดือนไหน ต้องรอให้กฎหมายมาถึงรัฐบาลก่อนถึงจะรู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ กกต.ระบุว่าไม่อยากให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนหรือหลังการเลือกตั้งระดับชาติ ที่มีระยะเวลาห่างกันน้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งควรจะทิ้งระยะเวลาไว้สัก 3 เดือน&amp;quot; นายวิษณุกล่าว เมื่อถามย้ำว่า แม้จะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทีหลังการเลือกตั้งระดับชาติ ก็ไม่ส่งผลกระทบใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กรม สถ.มีส่วนร่วมในการเป็นตัวแทนของกระทรวงไปร่วมแสดงข้อคิดเห็น และร่วมประชุมพิจารณาร่างกฎหมายท้องถิ่นทั้งสิ้น 6 ฉบับ โดยร่างแรกคือร่างการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ เป็นร่างที่ กกต.เสนอปรับแก้มากที่สุด คือเกือบทั้งฉบับ ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการปรับแก้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้เป็นขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งมีอยู่หลายช่องทาง ทั้งส่งโดยตรงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล นายกสมาคม อบจ. นายกฯ สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยกำหนดระยะเวลาว่าภายในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ ให้ส่งความเห็นกลับมาเพื่อเข้าสู่คณะกรรมการอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี สถ.กล่าวว่า โอกาสนี้เชิญชวนทุกท่าน จะเข้าไปในเว็บไซต์ของ กกต.ของ สถ. หรือของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้ความเห็น ส่วนอีก 5 ฉบับอยู่ระหว่างการดำเนินการ คือ พ.ร.บ.จัดตั้งเทศบาล อบต. อบจ. เมืองพัทยา และ กทม. ขณะนี้ที่ กมธ.กำลังพิจารณาอยู่เป็นส่วนของ อบต. ซึ่งพิจารณาเกือบหมดแล้ว เมื่อพิจารณาครบแล้วก็จะดำเนินการรับฟังความเห็นอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ กฎหมายทั้ง 5 ฉบับคิดว่าจะไม่ล่าช้า เพราะฉบับที่ใช้เวลานานที่สุดเสร็จแล้ว หาก ครม.เห็นชอบแล้วก็จะเข้าสู่สภาเสนอเป็นกฎหมายออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ทราบว่าจะเลือกตั้งก่อนเลือกตั้งใหญ่หรือเลือกหลังเลือกตั้งใหญ่ แต่หากดู หากจะเลือกก่อนกฎหมายก็มีโอกาสเสร็จ เชื่อว่าจะเลือกก่อนหรือหลัง กกต.ท่านพร้อมอยู่แล้ว กรมเราซึ่งเป็นหน่วยสนับสนุนก็ต้องพร้อม&amp;quot; นายสุทธิพงษ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11544</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, คิม จองอึน, ทักษิณ, นพดล ปัทมะ, นายดิสทัต โหตระกิตย์, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, นิรโทษกรรม, ประสาร มฤคพิทักษ์, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องอาจ คล้ามไพบูลย์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อลงกรณ์ พลบุตร, เพื่อไทย, เอนก เหล่าธรรมทัศน์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b266f4bd7532.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อลงกรณ์&quot;หวังพรรคการเมืองหนุนระบบไพรมารี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อลงกรณ์&amp;rdquo;หวังพรรคการเมืองเก่า-ใหม่ยึดแนวทางปฏิรูปเร่งขับเคลื่อนระบบไพรมารีชี้แม้ยากแต่ต้องทำเพื่อยกระดับเป็นสถาบันทางการเมือง ชี้หากมาสมาชิก50คน และ100 คนในเขตเลือกตั้งไม่ได้ให้เลิกทำพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่17 มิ.ย. 61 นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)แสดงความเห็นกรณีหลายพรรคการเมืองกังวลเรื่องการเลือกตั้งขึ้นต้น(ระบบไพรมารี่)ว่า จากประสบการณ์กว่า20ปีที่อยู่ในพรรคการเมืองและผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้งเห็นว่าการเลือกตั้งขั้นต้นที่เรียกว่าไพรมารีเป็นกุญแจสำคัญของการปฏิรูปพรรคการเมืองและการพัฒนาประชาธิปไตยโดยการเพิ่มสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกพรรคให้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สมัครส.ส.เพื่อให้สมาชิกพรรคมีความเป็นเจ้าของพรรคและส.ส.ของพรรคมากขึ้นเมื่อนั้นพรรคการเมืองจะเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชนอีกทั้งยังเป็นการช่วยให้พรรคการเมืองพ้นจากการถูกครอบงำของกลุ่มผลประโยชน์และนักการเมืองกังฉินที่ใช้พรรคการเมืองแสวงหาประโยชน์ทุจริตคอรัปชั่นงบประมาณแผ่นดินและโครงการของรัฐดังที่เกิดขึ้นในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากต้องการปฏิรูปการเมืองให้บังเกิดผลต้องเริ่มจากระบบไพรมารีซึ่งหวังว่าพรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่จะช่วยกันขับเคลื่อนระบบไพรมารีในการเลือกตั้งครั้งหน้าแม้จะยากและตัองสละอำนาจของผู้บริหารพรรคหรือกลุ่มผลประโยชน์ให้กับสมาชิกพรรคก็ต้องทำเพื่อยกระดับพรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองและพัฒนาประชาธิปไตยแบบผู้แทน(representative democracy)ที่ใช้มา80กว่าปีเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม(participatory democracy)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบไพรมารี่ริเริ่มเสนอโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นพ้องต้องกันโดยบรรจุระบบไพรมารีในพรบ.พรรคการเมืองเป็นครั้งแรกและคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ซึ่งเป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองและเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งยืนยันว่าสามารถปฏิบัติได้จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะเลื่อนระบบไพรมารี่ออกไปไม่เช่นนั้นการปฏิรูปการเมืองก็ไม่สามารถนับหนึ่งได้และหากติดขัดเรื่องเวลาหรือแนวปฏิบัติใดๆก็ควรหารือร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองและกกต. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่อ้างว่าการเลือกตั้งขั้นต้นจะทำให้เกิดความแตกแยกในพรรคนั้นฟังไม่ขึ้นเพราะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคก็ใช้ระบบการเลือกตั้งเหมือนกัน หรือประเด็นที่กังวลว่าผู้สมัครส.ส.จะไปรวมสมาชิกเป็นกลุ่มก้อนเพื่อสนับสนุนตนเป็นผู้สมัครส.ส.นั้นตนเห็นว่าเป็นการดีกว่าที่ผู้สมัครส.ส.จะมุ่งหน้าหาสมาชิกมากกว่ามุ่งหน้าหาผู้ใหญ่ในพรรคหรือกลุ่มทุน อีกประเด็นคือปัญหาเรื่ององค์ประชุมของการเลือกตั้งขั้นต้นที่ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า100คนในเขตเลือกตั้งที่มีสาขาพรรคหรือจะมีสมาชิกไม่ถึง50คนในจังหวัดที่ไม่มีสาขาในเขตเลือกตั้งแล้วจะดำเนินการไพรมารี่ไม่ได้ซึ่งหากพรรคการเมืองหาสมาชิกแค่50คนใน1จังหวัดหรือ100คนในเขตเลือกตั้งที่มีสาขาพรรคก็อย่าตั้งเป็นพรรคการเมืองให้เสียเวลาเพราะถ้าคิดจะส่งส.ส.เพื่อให้ได้รับเลือกตั้งต้องมีคะแนนหลายหมื่นคะแนนแค่50คน100คนยังบอกทำไม่ได้จึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11518</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้งขึ้นต้น, พรรคการเมือง, ระบบไพรมารี่, สปท., สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc1d46d12b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อลงกรณ์’ยกอดีตดูด ส.ส.มีแต่พาฉิบหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 - นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์แสดงความห่วงใยกรณีการเคลื่อนไหวจับขั้วการเมืองในขณะนี้ว่า ในอดีตมี 2 รัฐบาลที่เคยใช้โมเดลการรวมกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ จัดตั้งรัฐบาลแม้จะสำเร็จได้เป็นรัฐบาลแต่ได้สร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองและผูกขาดทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมล้มเหลว เพราะฐานการเมืองเหล่านั้นส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนในการเลือกตั้ง จึงหาเงินด้วยการคอร์รัปชันพร้อมกับรับเงินและหากินกับทุนใหญ่ โดยผู้นำรัฐบาลต้องปิดตาข้างเดียวทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนในสภา จึงเกิดระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของกลุ่มการเมืองและกลุ่มนายทุนผูกขาดหาใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบบอุปถัมภ์รูปแบบนี้ที่มีมาอย่างยาวนานได้สร้างการผูกขาดทางเศรษฐกิจและการเมืองการปกครองโดยอาศัยอำนาจรัฐและความเป็นรัฐบาลทำให้ประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนและการผูกขาดกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำและการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงสูงมากเป็นสาเหตุของการรัฐประหารและวงจรอุบาทว์ถึง13 ครั้งนับแต่ พ.ศ.2475 ด้วยเหตุนี้การปฏิรูปการเมืองจึงเสนอแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่สนับสนุนนักการเมืองและพรรคการเมือที่มีคุณภาพและคุณธรรมเพื่อให้เกิดระบอบประชาธิปไตยของประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่า กว่า 20 ปีที่อยู่กับระบบการเมืองแบบนี้ จึงไม่เชื่อว่าการเมืองเก่าจะสร้างระบบการเมืองใหม่ได้ในระยะยาว ลองทบทวนความผิดพลาดในอดีตก็จะมองเห็นและเข้าใจโจทย์ใหญ่ข้อนี้ ประการสำคัญคือความสำเร็จของประเทศชาติควรเป็นเป้าหมายหลักไม่ใช่ความสำเร็จของผู้นำทางการเมืองบางคนบางพรรคเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเช่นบทเรียนของ 2 รัฐบาลในอดีต เราไม่ควรเดินหลงทางอีกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7591</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชั่น, ดูดนักการเมือง, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, วงจรอุบาทว์, สปท., สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc1d46d12b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
