<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาเคาะชื่อ &#039;พล.อ.สุพจน์&#039; ข้ามห้วยนั่งเลขาฯสมช. ปลอบใจคนในเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันที่ 26 ส.ค. เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม มีกำหนดการเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีวาระที่ต้องจับตา คือการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมช.แทน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯสมช.คนปัจจุบันที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยมีรายงานว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เสนาธิการทหารบก เป็น เลขาฯสมช. คนใหม่ ซึ่งหากที่ประชุมให้ความเห็นชอบก็จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี​ (คร​ม.)​ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ พล.อ.สุพจน์ ยังเหลืออายุราชการอีก 2 ปี โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 66 ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใน สมช.ว่าเป็นอีกครั้งที่มีการโยกบุคคลจากภายนอกข้ามห้วยมาตัดโอกาสคนในองค์กรที่จะเติบโต เพราะนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา มีการโยกนายทหารมาดำรงตำแหน่งเลขาฯสมช.มาโดยตลอด ขณะที่ปีนี้พบว่ารองเลขาฯสมช.ที่อาวุโสสูงสุดคือ นางศิริวรรณ สุคนธมาน ซึ่งเหลืออายุราชการอีกเพียง 1 ปี โดยที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มักจะใช้วิธีปลอบใจคนในสมช. ด้วยการแต่งตั้งให้รองเลขาฯสมช.ที่อาวุโสสูงสุดดำรงตำแหน่งเทียบเท่าซี 11&amp;nbsp;เหมือนกับที่เคยแต่งตั้งนางกนกทิพย์ รชตะนันทน์ ให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงประจําสํานักนายกฯ และนายดนัย มู่สา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่าซี 11 จึงต้องจับตาว่าจะมีการปลอบใจนางศิริวรรณ ด้วยการมอบตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิฯให้หรือไม่ เพื่อลดแรงกระเพื่อมในสมช.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114544</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม, สภาความมั่นคงแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61262e49bd53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสมช. เผยส่งทหาร-ตร. สนธิกำลังกทม. ลุยตรวจเข้มแคมป์คนงานก่อสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา​ 09.15​ น.​ ที่ทำเนียบรัฐบาล​ พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19​ (ศปก.ศบค.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการเปิดภาคเรียนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด​ จะยังคงกำหนดการเดิมในวันที่​ 14​ มิ.ย.นี้หรือไม่​ เนื่องจากยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อจำนวนมากอยู่ว่า กำลังรอกระทรวงสาธารณสุขประเมินสถานการณ์ในภาพรวมอยู่ โดยวันที่ 10 มิ.ย.นี้จะเริ่มมาตรการควบคุมโรคในพื้นที่แคมป์คนงานก่อสร้างให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อจะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ดังนั้น​ เราจึงต้องรอฟังการประเมินของกระทรวงสาธารณสุขก่อน ทั้งนี้​ หากกระทรวงสาธารณสุขประเมินว่าสามารถเปิดภาคเรียนได้ก็จะเปิดตามกำหนดการเดิม แต่จะให้เป็นการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า พื้นที่ที่มีการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการศึกษาแล้ว เช่น​ ครู​ อาจารย์ จะสามารถเปิดการเรียนการสอนที่สถานศึกษาได้หรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า​ จากการฟังรายงานของกระทรวงสาธารณสุข เห็นว่าพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดยังมีความน่าเป็นห่วง แต่หากเป็นการเรียนผ่านระบบออนไลน์ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการเปิดภาคเรียนในวันที่ 14 มิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การพบผู้ติดเชื้อในหลายคัตเตอร์โดยเฉพาะในแคมป์คนงานก่อสร้างจะยังสามารถบล็อคพื้นที่ไว้ได้อยู่ใช่หรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า เราได้เริ่มมาตรการตั้งแต่วันเดียวกันนี้โดยได้ขอกำลังจากหน่วยงานความมั่นคง​ ทั้งตำรวจและทหาร ให้มาช่วยควบคุม เนื่องจากพบว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวตามแคมป์คนงานต่างๆ ยังมีการเคลื่อนย้ายไปยังแคมป์คนงานอื่นๆ ทั้งที่มีการติดเชื้อในแคมป์ดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจึงต้องใช้ความเข้มข้นมากขึ้น ด้วยการนำกำลังจากฝ่ายความมั่นคงไปช่วยกรุงเทพมหานครตามที่มีการร้องขอมา ประกอบกับคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขที่ระบุให้เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เหตุที่ยังมีการเคลื่อนย้ายแรงงานอยู่เป็นเพราะนายจ้างหรือผู้ประกอบการยังไม่ให้ความร่วมมือใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ไม่ได้เรียกว่าไม่ให้ความร่วมมือแต่เขาอาจจะไม่เข้าใจ เพราะเห็นว่ามีผู้ติดเชื้อแค่บางส่วน จึงนำคนงานที่ยังไม่ติดเชื้อไปทำงานในแคมป์คนงานอื่น ทั้งนี้ เราเข้าใจดีว่าระบบงานก่อสร้าง แรงงานจะไม่ได้อยู่ประจำที่ ต้องมีการเคลื่อนย้ายไปทำงานยังที่ต่างๆอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม​ ในกรุงเทพฯมีแคมป์คนงานก่อสร้างทั้งหมด 409 แห่ง และหลายแห่งเป็นบริษัทเดียวกัน เป็นธรรมดาที่เขาจะหมุนเวียนแรงงานไปมา แต่ในระยะนี้เราจำเป็นต้องควบคุมไม่ให้มีการเคลื่อนย้าย เพื่อให้การติดเชื้อน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้ต้องถึงขั้นต้องออกคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างทุกไซต์งานในกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นการชั่วคราวหรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น​ ตอนนี้เราจะใช้มาตรการเพิ่มความเข้มข้นก่อน หากทำไปได้สักระยะหนึ่งแล้วสถานการณ์ดีขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากขึ้นกว่านี้ เพราะศบค.เรามีความระมัดระวังในเรื่องของเศรษฐกิจ ถ้ามีการออกคำสั่งให้หยุดทำอะไร ก็อาจจะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้ก็มีปัญหามากอยู่แล้ว จึงพยายามจะทำให้ดีที่สุดเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์โดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปช่วยกรุงเทพฯในการตรวจแคมป์คนงานก่อสร้างมากน้อยแค่ไหน​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ในการตรวจพื้นที่ย่อยเราจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 4-5 คน เป็นกำลังทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการกรณีผู้ประกอบการมีความย่อหย่อนนั้น ทางกรุงเทพฯและศบค. มีมาตรการที่บังคับใช้อยู่แล้ว ทั้งในด้านมาตรการป้องกัน มีการตรวจตลาด การตรวจแคมป์ก่อสร้าง ในส่วนมาตรการเฝ้าระวัง มีการสุ่มตรวจผู้ติดเชื้อ​ รวมถึงยังมีมาตรการควบคุมอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตหลายรายที่เกิดขึ้นหลังการฉีดวัคซีน จะส่งผลกระทบต่อแผนการกระจายวัคซีนที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (อีโอซี)​ กระทรวงสาธารณสุข​ กำลังมีการประชุมเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือ กรณีที่มีผู้เสียชีวิต กระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการสอบสวน ว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากอะไร และเรื่องการเยียวยา เราจะดำเนินการเยียวยาให้ทันที ไม่ต้องรอให้การสอบสวนสิ้นสุดก่อน ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ​ (สปสช.)​ แนวทางเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีสาเหตุมาจากการฉีดวัคซีน แต่เป็นการช่วยเหลือเยียวยาไปก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105893</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์, สภาความมั่นคงแห่งชาติ, เปิดโรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c18a089e5a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กาบัง’เฮไม่ต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.2564 - ที่ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 2/2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายหลังการประชุม พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับทราบ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รายงานผลการปฏิบัติงานตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ห้วง 20 มี.ค.64-18 พ.ค.64 ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้น เหตุการณ์การก่อเหตุความรุนแรง มีแนวโน้มลดลง อย่างต่อเนื่อง ประชาชนมีความเข้าใจถึงความจำเป็นในการปฏิบัติงานของภาครัฐ และให้ความร่วมมือด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ กล่าวว่า จากนั้น กบฉ. ได้พิจารณาเห็นชอบ ตามที่ กอ.รมน.ภาค 4 เสนอให้ปรับลดพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินแล้ว ได้แก่พื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา เป็นไปตามแผนงานปรับลดพื้นที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และเห็นชอบให้เพิ่มเติมตัวชี้วัด ความพึงพอใจของประชาชน ต่อเศรษฐกิจ สังคม ควบคู่ สถิติทางคดี พร้อมทั้งเห็นชอบให้ขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยกเว้น อ.แม่ลาน ,อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี อ.เบตง, อ.กาบัง จ.ยะลา และอ.สุไหงโก-ลก, อ.สุคิริน, อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ 20 มิ.ย.64-19 ก.ย.64 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพในการดูแลรักษาความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้เข้มงวดการเฝ้าระวังการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกนายที่ เสียสละ ทุ่มเทการทำงาน ที่ผ่านมา จนสามารถปรับลดพื้นที่ประกาศฉุกเฉินบางส่วน อย่างได้ผล ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล และขอเป็นกำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ประสบความสำเร็จ มีความปลอดภัยจากภารกิจและปลอดภัยจากโควิด-19 กันทุกคน&amp;quot; พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105019</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฉ., การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, สภาความมั่นคงแห่งชาติ, สมช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b70ecad417d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2 สัปดาห์อาจไม่ทันการณ์! &#039;สมช.&#039; งัดมาตรการคุมโควิด อย่างต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 64 -&amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ​เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19​ &amp;nbsp;(ศปก.ศบค.) กล่าวถึงมาตรการที่จะทยอยออกมา ก่อนครบกำหนด 2 สัปดาห์การประเมินสถานการณ์ของ ศบค. หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังไม่ลด ว่า ขณะนี้ได้ประสานสมาคมผู้ค้าปลีก ในการประสานช่วยปรับลดเวลาการเปิด-ปิดห้างสรรพสินค้าให้น้อยลง เพื่อลดการอยู่ร่วมกันของประชาชน ขณะที่สมาคมภัตตาคารจะใช้มาตรการขอความร่วมมือซื้ออาหารกลับบ้าน และจะมีมาตรการอื่นๆตามมาอีกเรื่อยๆ เพราะหากรอให้ครบวันประเมิน 2 สัปดาห์อาจไม่ทันการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มาตรการต่างๆที่ออกมาจะพยายามไม่ให้กระทบกับประชาชนที่ประกอบอาชีพ และถ้ายังไม่ดีขึ้นจะค่อยๆใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น ทั้งนี้เราไม่อยากทำอะไรทีเดียวให้ประชาชนในภาพรวมเดือดร้อน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. ได้สั่งให้พิจารณาด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังในแง่การแพร่เชื้อไม่ให้เกิดเพิ่มมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนด้วย ตนจึงต้องชั่งน้ำหนักในการออกมาตรการต่างๆ หากเข้มข้นหมดก็อาจกระทบต่อประชาชน หากไม่ทำก็อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาด อย่างไรก็ตาม ในส่วนมาตรการอื่นๆที่จะออกตามมานั้น ต้องดูไปแต่ละวัน เพราะส่วนหนึ่งของมาตรการมาจากตัวเลขที่ปรับ และจากการที่นายกฯสั่งบูรณาการในพื้นที่ต่างๆ ส่วนอำนาจของผู้ว่าฯในการปิดสถานที่ต่างๆนั้น เช่น ใน จ.นนทบุรี ก็เป็นการเน้นย้ำตามกรอบของข้อกำหนดที่ให้ไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการขอความร่วมมือเพื่อลดการรวมกลุ่ม ลดการเคลื่อนย้าย หากทำได้ก็จะทำให้การแพร่เชื้อลดลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฌโควิด19, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, สภาความมั่นคงแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef52d79364e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ สั่งเตรียมยกระดับคุมโควิด จ่อพิจารณาล็อกดาวน์บางพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.64 -&amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ของโควิด-19 ในขณะนี้ จากการประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข อยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการอื่นๆเพิ่มเติม เช่น การควบคุมสถานการณ์ที่อาจต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ เช่น กทม.และปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ และภาคตะวันออกบางจังหวัด แต่การประกาศมาตรการใดๆ ทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. จะต้องฟังข้อมูลจากทีมงานของกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี สั่งการเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้เตรียมยกระดับ โดยขณะนี้ทีมงานได้เตรียมการไว้แล้ว เช่น การยกระดับพื้นที่ที่ผ่อนคลายให้เป็นพื้นที่สีแดง แต่ศบค.ระวังไม่ให้กระทบกับประชาชนโดยรวม ทั้งนี้นโยบายรายพื้นที่จะไม่ทำเหมือนทั้งประเทศ เพราะจะกระทบประชาชน ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ต่อการนำมาตรการล็อกดาวน์ใช้ในพื้นที่ แต่ต้องรอฟังข้อมูลจากสาธารณสุขอีกครั้ง

พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า มาตรการล็อกดาวน์ คือการห้ามเข้า-ออก ในพื้นที่จังหวัดควบคุม หรือหมายถึงพื้นที่ควบคุมสีแดงเข้ม แต่จากการประเมินขณะนี้ยืนยันว่าสถานการณ์ระบาดสามารถควบคุมได้ ยังใช้การมองเป็น 3 มิติ คือ มิติพื้นที่ ที่ต้องเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อสูง มิติกิจการใดที่เสี่ยงและกิจกรรมใดที่เสี่ยง ทั้งนี้ในวันที่ 15 เม.ย. กระทรวงสาธารณสุข จะเสนอการยกระดับพื้นที่ให้ทาง ศบค.ชุดเล็ก พิจารณาอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ศบค.เป็นห่วงกลุ่มคนที่เสี่ยงติดเชื้อหรือคนที่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง หรือคนติดเชื้อแล้วยังไปที่พื้นที่สาธารณะ จึงขอความร่วมมือกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต้องกักตัวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ ส่วนโรงพยาบาลสนามที่รัฐบาล และ ศบค. จัดเตรียมไว้เพียงพอกับการรองรับผู้ติดเชื้อโควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99480</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, สภาความมั่นคงแห่งชาติ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d19fec303b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 22:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขันน็อตส่วนราชการสกัดโควิด สั่งทำงานนอกสถานที่เต็มขีดความสามารถถึง 30 เม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12​ เม.ย.64 - พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19​ (ศปก.ศบค.)​ ได้มีหนังสือเวียนถึงหัวหน้าส่วนราชการถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19​ โดยระบุว่า​ ตามที่ผมเคยเรียนขอความร่วมมือเกี่ยวกับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ไปแล้วเมื่อ 10 เม.ย.64 นั้น​ ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 มีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระจายไปเกือบทุกจังหวัด และพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในหลายจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากสถานบันเทิง และยังมีสาเหตุจากกลุ่มนักศึกษาที่เพิ่งปิดภาคการศึกษา และมีกิจกรรมรวมกลุ่มกัน​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังพบว่ามีข้าราชการระดับผู้บริหารและระดับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งครอบครัว ติดเชื้อโควิด-19 หลายท่าน แต่สถานการณ์ดังกล่าว อยู่ในขีดความสามารถของ ศบค. และ ศปก.สธ. ที่จะสามารถควบคุมได้ แต่ต้องมีมาตรการเพิ่มเติมบางประการที่สอดคล้องกับสถานการณ์​ ดังนั้น ผมจึงขออนุญาตขอความร่วมมือจากท่าน กรุณาเน้นย้ำข้าราชการในสังกัด ดังนี้ 1.มาตรการส่วนบุคคล​ โดยขอให้เน้นย้ำการสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง การล้างมือ อย่างเคร่งครัดในทุกกิจกรรม ส่วนบุคคลที่เคยเข้าไปใน &amp;quot;พื้นที่เสี่ยง/กิจการที่เสี่ยง/กิจกรรมที่เสี่ยง&amp;quot; ขอให้เน้นย้ำมาตรการกักกันตนเอง (self quarantine) อย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 2. มาตรการในสถานที่ทำงาน/สถานศึกษาอบรม​ โดย นรม./ผอ.ศบค. กรุณาอนุมัติให้เพิ่มจำนวนผู้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) อย่างเต็มขีดความสามารถ โดยให้มีผลถึง 30 เม.ย.64 &amp;nbsp;ทั้งนี้​ เพื่อลดการสัมผัสในที่ทำงาน/สถานศึกษาอบรม อันเป็นความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ และเพื่อลดความคับคั่งในการเดินทางกลับจากต่างจังหวัด หลังเทศกาลสงกรานต์ทั้งนี้ขอให้ยึดถือ &amp;quot;แนวปฏิบัติ&amp;quot; ตามมติ ครม. เมื่อ 17 มี.ค.63​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในการจัดการประชุม การเรียน การศึกษาอบรม ขอให้พยายามใช้รูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;และขอให้หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ กรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ขอให้ยึดถือมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของ สธ. อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99324</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์, ศปก.ศบค., สภาความมั่นคงแห่งชาติ, โควิด-19, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d19fec303b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลแจงเอกสารลับ สมช.ผวา &#039;ม็อบชนม็อบ&#039; สกัดมวลชนจากต่างจังหวัดเข้ากทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.63 - แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล​ เปิดเผยว่า สำหรับเอกสารลับของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ส่งถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ดูแลเรื่องการระดมมวลชนเข้ามาร่วมชุมนุมในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 23-27 พ.ย. นั้น เป็นเอกสารฉบับจริง​ โดยมีเจตนาคือ ไม่ต้องการให้ผู้สนับสนุนผู้ร่วมชุมนุมทั้งสองฝ่าย เดินทางเข้ามาในกทม. จนกลายเป็นม็อบชนม็อบ​ ถ้าอ่านจากเนื้อหาในเอกสารทั้งหมดเป็นการอำนวยความสะดวก หากดูให้ดี จะพบว่า เป็นการใช้แนวทางสันติวิธีไม่ให้เคลื่อนตัวเข้ากทม. เพราะอาจสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการกระทบกระทั่งกัน ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ใน กทม.นั้นหนังสือก็ไม่ได้พูดถึง ปล่อยให้มีการชุมนุมไป แต่ในส่วนของต่างจังหวัดให้ชุมนุมในพื้นที่ของตนเอง ไม่ได้ใช้กำลังสกัดกั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเมื่อเขามาแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน ผู้ว่าฯก็อำนวยความสะดวก ส่วนอีกฝ่าย ก็บอกว่า ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย ไม่ได้อะไรกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;quot;แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว​ กล่าวว่า​ ส่วนการเคลื่อนย้ายการชุมนุมจากต่างจังหวัดเข้าสู่ กทม.นั้น ไม่ได้ห้ามเสียทีเดียว แต่ไม่ได้อยากให้เข้ามา เพราะเกรงว่าจะกระทบกระทั่งเหมือนเหตุการณ์การชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภา ซึ่งฝ่ายความมั่นคงไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้น เพราะหากเกิดเหตุขึ้นแล้วเป็นเรื่องยากที่จะจัดการ ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ดูแล ดังนั้น การหลีกเลี่ยงจะเป็นแนวทางที่ดี&amp;nbsp;ทั้งนี้​ ที่ประชุม ครม.วันนี้ไม่ได้มีการพูดถึงแนวทางการรับมือม็อบในวันที่ 25 พ.ย.นี้แต่อย่างใด ส่วนแผนรับมือให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/p&gt;


	&amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39; ทำนายอนาคต &amp;#39;เพนกวิน&amp;#39;&amp;nbsp;
	&amp;#39;วรงค์&amp;#39; จับไต๋ปูดข่าวรัฐประหาร เบื้องหลังม็อบ 3 นิ้วหวังปิดเกม!
	&amp;#39;ทอน&amp;#39; เก็บตกหาเสียงท้องถิ่น
	&amp;#39;โบ้&amp;#39; เบื่อ &amp;#39;จตุพร&amp;#39; สวมบทหมอเดา
	&amp;#39;ปารีณา&amp;#39; ไม่ปล่อย!ขึ้นโรงพักโพธารามเชือด &amp;#39;ครูใหญ่&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84786</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, ทำเนียบรัฐบาล, ฝ่ายความมั่นคง, ม็อบ25พฤศจิกา, สภาความมั่นคงแห่งชาติ, เอกสารลับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f879f3cab8a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
