<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดโมแครตเดินหน้าถอดถอน&#039;ทรัมป์&#039; ขู่ฟันข้อหาก่อการกบฏ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมาชิกสภาคองเกรสพรรคเดโมแครตเริ่มกระบวนการถอดถอน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พ้นตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันจันทร์ บี้รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ดำเนินการปลดทรัมป์ตามรัฐธรรมนูญ ก่อนใช้ไม้ตายตั้งข้อกล่าวหาไต่สวนทรัมป์ก่อการกบฏ หากสภาลงมติถอดถอนจะทำให้เขาเป็นประธานาธิบดีคนเดียวในประวัติศาสตร์สหรัฐที่โดนถอดถอน 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มกราคม กล่าวว่า ความพยายามขับประธานาธิบดีทรัมป์พ้นจากตำแหน่งเกิดสืบเนื่องจากผู้สนับสนุนทรัมป์หลายพันคนบุกโจมตีอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม เพื่อขัดขวางการลงมติรับรองโจ ไบเดน เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 3 พฤศจิกายน เหตุการณ์รุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน หนึ่งในนี้เป็นตำรวจรัฐสภาที่โดนม็อบรุมทุบตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกเกิดหลังจากคำปราศรัยของทรัมป์ที่อ้างอย่างผิดๆ ว่าเขาโดนโกงเลือกตั้งแล้วยุยงผู้สนับสนุนเคลื่อนขบวนไปรัฐสภา นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต พร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกในพรรคจำนวนมากและสมาชิกจากรีพับลิกันจำนวนหนึ่งกล่าวว่า ทรัมป์ไม่ควรได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งจนครบวาระวันที่ 20 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพโลซีกล่าวว่า ในการปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยของเรา เราจะดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะประธานาธิบดีคนนี้แสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามจวนตัวต่อทั้งรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม็อบหลายสิบคนที่โจมตีทำร้ายตำรวจ, ขโมยคอมพิวเตอร์ และทุบทำลายหน้าต่างของรัฐสภา โดนจับกุมแล้ว และเจ้าหน้าที่ยังเปิดการสอบสวนคดีก่อการร้ายในประเทศอีก 25 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเหตุรุนแรง ทรัมป์ออกวิดีโอยอมรับว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเข้ารับตำแหน่งวันที่ 20 มกราคม แต่เขายังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะหลังจากนั้น ส่วนช่องทางโซเชียลมีเดียของเขา ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ได้ระงับบัญชีของทรัมป์ถาวร โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่เขาจะยั่วยุให้เกิดความรุนแรงอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า เมื่อสภาผู้แทนราษฎรเรียกประชุมเวลา 11.00 น.วันจันทร์ หรือ 5 ทุ่มวันเดียวกันของไทย ส.ส.จะยื่นญัตติขอให้รองประธานาธิบดีเพนซ์ใช้อำนาจตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 25 ที่อนุญาตให้รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีปลดประธานาธิบดีที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และคาดว่าสภาจะลงมติกันในวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเกิดเหตุม็อบบุกสภานั้น เพนซ์และครอบครัวของเขาอยู่ที่นั่นและต้องหนีหัวซุกหัวซุนเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ด้วย แม้จะขัดคำสั่งทรัมป์ด้วยการประกาศรับรองชัยชนะของไบเดนตามมติร่วมของสองสภาในฐานะประธานที่ประชุมในวันนั้น แต่แหล่งข่าววงในกล่าวว่า เพนซ์คัดค้านการใช้วิธีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพโลซีกล่าวว่า หากเพนซ์ไม่ดำเนินการ สภาล่างก็จะลงมติถอดถอนทรัมป์ด้วยข้อกล่าวหาเดียวคือก่อการกบฏ สภาอาจลงมติภายในปลายสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.เดโมแครตซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาล่างลงมติถอดถอนทรัมป์เมื่อเดือนธันวาคม 2562 จากกรณีที่ทรัมป์กดดันยูเครนให้สอบสวนไบเดน แต่วุฒิสภาซึ่งรีพับลิกันมีเสียงข้างมากลงมติว่าทรัมป์ไม่ผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การถอดถอนประธานาธิบดีนั้นจำเป็นต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของสภา แต่ถึงขณะนี้มีรีพับลิกันเพียง 4 คนที่แสดงออกชัดเจนว่าทรัมป์ไม่ควรดำรงตำแหน่งต่อไปในเวลาที่เหลือเพียงไม่กี่วัน นอกจากนี้หากสภาล่างถอดถอนทรัมป์เป็นครั้งที่ 2 อย่างเร็วที่สุดกว่าสภาสูงจะรับเรื่องก็น่าจะต้องรอถึงวันที่ 19 มกราคม ที่เป็นวันทำงานวันสุดท้ายของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีปัญหาด้วยว่า หากสภาสูงต้องไต่สวนเพื่อถอดถอนทรัมป์ช่วงสัปดาห์แรกๆ ที่ไบเดนรับตำแหน่ง จะทำให้เขาไม่สามารถแต่งตั้งรัฐมนตรีและทำงานที่เร่งด่วนเช่นการบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.จิม ไคลเบิร์น แกนนำอันดับ 3 ของเดโมแครตในสภาล่าง แนะว่าเดโมแครตอาจเลี่ยงปัญหานี้ด้วยการประวิงเวลาไว้ก่อนหลายเดือนจึงส่งข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนทรัมป์เข้าสภาสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเวลานั้นทรัมป์พ้นจากตำแหน่งไปนานแล้ว แต่การลงมติว่าเขามีความผิดนั้นจะห้ามไม่ให้ทรัมป์ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่ง อาทิ แมริออตอินเตอร์เนชันแนลอิงก์ และเจพีมอร์แกนเชสแอนด์โค กล่าวว่า พวกเขาจะระงับเงินบริจาคที่มอบให้แก่สมาชิกรีพับลิกันเกือบ 150 คนที่ลงมติคัดค้านการรับรองชัยชนะของไบเดน และยังมีอีกหลายบริษัทกำลังพิจารณาทำแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงวอชิงตันยังคงเฝ้าระวังขั้นสูงก่อนหน้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของไบเดน ซึ่งปีนี้ลดขนาดลงเพราะการระบาดของโควิด-19 ส.ว.ชัค ชูเมอร์ ผู้นำ ส.ว.เดโมแครตที่กำลังจะเป็นผู้นำ ส.ว.เสียงข้างมากหลังจากเดโมแครตชนะเลือกตั้ง ส.ว.อีก 2 ที่นั่งในรัฐจอร์เจีย กล่าวไว้เมื่อวันอาทิตย์ว่า ยังคงมีภัยคุกคามระดับสูงจากกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อการกบฏ, ถอดถอน, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, สภาคองเกรส, เดโมแครต, โจมตีรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc3ec035e39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมจวกทรัมป์ก่อกบฏ ปลุกม็อบบุกยึดอาคารรัฐสภาขวางรับรอง‘ไบเดน’โดนยิงดับ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ขายหน้าไปทั่วโลก ม็อบหนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกยึดอาคารรัฐสภาเมื่อวันพุธ ขัดขวางการลงมติรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ มีคนโดนกระสุนดับ 4 ศพ รุมประณามทรัมป์ยุผู้สนับสนุนก่อการกบฏ สุดท้ายคองเกรสสามารถรับรอง &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; เป็นผู้นำสหรัฐคนใหม่ ทรัมป์ตั้งสติได้รับปากถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์คุกคามระบอบประชาธิปไตยในชาติมหาอำนาจที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก&amp;nbsp; เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลายพันคนพาอารมณ์โกรธแค้นภายหลังฟังคำปราศรัยปลุกระดมของทรัมป์ที่ด้านนอกทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม พากันยกขบวนไปยังอาคารรัฐสภาแล้วฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่จนสามารถบุกเข้าไปภายในอาคาร ห้องทำงานและห้องประชุมสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่มม็อบต้องการขัดขวางการลงมติของสมาชิกสภาคองเกรสเพื่อรับรองผลคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งจากมลรัฐต่างๆ ว่าโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต คือผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง 306 ต่อ 232 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เราไม่มีทางยอมแพ้ เราไม่มีทางยอมรับ&amp;quot; ทรัมป์ปลุกเร้าฝูงชนซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่สวมหน้ากากอนามัย เพื่อให้เคลื่อนขบวนไปยังรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายที่รัฐสภา ผู้สนับสนุนทรัมป์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ บางคนทำลายข้าวของ ทุบกระจกแตก และมีภาพที่ผู้สนับสนุนทรัมป์คนหนึ่งซึ่งสวมกางเกงยีนส์และหมวกเบสบอลนั่งเก้าอี้ของนางแนนซี เพโลซี ประธานรัฐสภาพรรคเดโมแครต และยกขาข้างหนึ่งพาดโต๊ะทำงานของนาง บนโต๊ะมีกระดาษข่มขู่วางทิ้งไว้ ขณะที่ผู้ก่อจลาจลคนอื่นๆ ปีนอัฒจันทร์ที่จัดตั้งไว้เพื่อรองรับพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของไบเดนวันที่ 20 มกราคม พร้อมกับป้ายข้อความว่า &amp;quot;พวกเราประชาชนจะทำให้ ดี.ซี.คุกเข่า / เรามีอำนาจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานจากตำรวจว่า ระหว่างปฏิบัติการเคลียร์พื้นที่อาคารรัฐสภาที่ใช้เวลานาน 4 ชั่วโมงนั้น พบหญิงคนหนึ่งซึ่งข่าวภายหลังระบุว่าเป็นทหารผ่านศึกจากแคลิฟอร์เนียที่เป็นผู้สนับสนุนทรัมป์อย่างเหนียวแน่น โดนยิงเสียชีวิต และต่อมามีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 คน แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าตายในสภาพการณ์ใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุการณ์วุ่นวายที่ถ่ายทอดไปทั่วโลกทำให้หลายฝ่ายประณามทรัมป์ว่ายั่วยุให้ก่อรัฐประหาร ว่าที่ประธานาธิบดีไบเดนประณามเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ว่าเป็น &amp;quot;การก่อการกบฏ&amp;quot; และเรียกร้องให้ทรัมป์แถลงต่อประชาชนทางโทรทัศน์ทันที เพื่อสั่งให้ผู้สนับสนุนหยุดการล้อมโจมตีอาคารรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ประชาธิปไตยของเราโดนโจมตีอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน&amp;quot; ไบเดนกล่าวจากรัฐเดลาแวร์ บ้านของเขา &amp;quot;ฉากแห่งความโกลาหลที่รัฐสภาไม่ได้สะท้อนความเป็นอเมริกาที่แท้จริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นักประวัติศาสตร์กล่าวกันว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 200 ปีที่อาคารรัฐสภาสหรัฐโดนบุกยึดนับแต่ปี พ.ศ.2357 เมื่ออังกฤษเผาอาคารหลังนี้ระหว่างสงครามปี 2355
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อดีตประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งบิล คลินตัน, จอร์จ ดับเบิลยู. บุช และบารัค โอบามา ต่างประณามการโจมตีระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐ &amp;quot;นี่เป็นช่วงเวลาแห่งความเสื่อมเสียและความอัปยศของชาติของเรา&amp;quot; โอบามากล่าว ส่วนบุชบอกว่า &amp;quot;นี่คือความขัดแย้งผลการเลือกตั้งแบบที่จะเกิดในสาธารณรัฐกล้วยหอม ไม่ใช่สาธารณรัฐประชาธิปไตยของเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาติพันธมิตรของสหรัฐต่างพากันตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของชาติมหาอำนาจแห่งนี้ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ประณาม &amp;quot;ฉากที่น่าอัปยศ&amp;quot; ส่วนนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า นางทั้งโกรธและเศร้าใจกับเหตุการณ์ผู้สนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภา และโทษทรัมป์ว่ามีส่วนรับผิดชอบกับเหตุวุ่นวาย นางเสียใจอย่างยิ่งที่ทรัมป์ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และอีกครั้งในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คอนสแตนติน โคแซชคอฟ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศ วุฒิสภารัสเซีย กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานความเสื่อมถอยของอเมริกา เห็นได้ชัดว่าประชาธิปไตยของอเมริกากำลังขาเป๋ทั้งสองข้าง เจ้าหน้าที่รัสเซียหลายคนยังชี้ด้วยว่าสหรัฐไม่อยู่ในฐานะที่จะสอนประเทศอื่นเรื่องเสรีภาพและประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกลบอลไทมส์ สื่อของทางการจีน เปรียบเทียบท่าทีของโลกตะวันตกต่อการบุกรัฐสภาสหรัฐกับการบุกสภานิติบัญญัติของผู้ประท้วงในฮ่องกง พร้อมกับนำถ้อยคำของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เคยกล่าวถึงการประท้วงในฮ่องกง มาล้อว่า นี่คือ &amp;quot;ภาพอันสวยงาม&amp;quot; ขณะที่หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ก็ชี้เช่นกันว่าปฏิกิริยาของบางคนในสหรัฐ รวมถึงสื่อบางสำนักนั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลายชั่วโมงหลังสถานการณ์สงบ สภาคองเกรสประชุมกันในวันพฤหัสบดี และลงมติรับรองผลการเลือกตั้งที่โจ ไบเดน คือผู้ชนะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเสียงข้างมากของทั้งสองสภาซึ่งรวมถึงสมาชิกรีพับลิกัน ปฏิเสธการยื่นคัดค้านของสมาชิกที่ภักดีต่อทรัมป์ที่ไม่ยอมรับผลคะแนนของรัฐแอริโซนาและเพนซิลเวเนียที่ไบเดนคือผู้ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จบขั้นตอนนี้แล้ว ไบเดนจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม ส่วนทรัมป์ หลังจากคองเกรสลงมติรับรองผลเลือกตั้ง เขาออกแถลงการณ์ทันที ให้คำมั่นว่าจะถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมกับบอกว่าเขาจะทำการเมืองแนวหน้าต่อไป ทำให้คาดเดากันว่าเขาอาจลงสมัครอีกครั้งในปี 2568.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อกบฏ, บุกยึดอาคารรัฐสภา, ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี, ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, ยึดอาคารรัฐสภา, สภาคองเกรส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก๊สน้ำตา, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff70aca82609.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;จ้อนโยบาย เมินจับมือปธ.สภา อีกฝ่ายฉีกคำแถลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่มีใครยอมใคร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรสเมื่อวันอังคาร ตอกลิ่มความร้าวฉานกับพรรคเดโมแครต เมินจับมือ &amp;quot;แนนซี เพโลซี&amp;quot; ประธานสภาหญิง ก่อนจะโดนฝ่ายหลังตอบโต้ด้วยการฉีกสำเนาคำแถลงของเขาต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ถ่ายทอดสด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางแนนซี เพโลซี ประธานรัฐสภา ฉีกสำเนาคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ยืนปรบมือภายหลังทรัมป์จบการแถลงนโยบายเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในคำแถลงนโยบายประจำปีของทรัมป์ซึ่งใช้เวลา 1 ชั่วโมง 18 นาที เมื่อวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 แม้ทรัมป์จะไม่ปล่อยโอกาสในการแขวะผลงานของพรรคเดโมแครต แต่เขากลับหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงประเด็นดรามาเรื่องความพยายามของพรรคเดโมแครตเพื่อถอดถอนเขาพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่า วุฒิสภา ซึ่งรีพับลิกันครองเสียงข้างมาก จะลงมติให้ทรัมป์พ้นจากข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอน ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงส่วนใหญ่ กล่าวโทษทรัมป์ว่าใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและขัดขวางกระบวนการไต่สวนของคองเกรส ที่ประชุมมีกำหนดเริ่มลงมติเวลา 16.00 น.ของวันพุธตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือ 05.00 น.วันพฤหัสบดีของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแถลงนโยบายในวันอังคาร เป็นครั้งแรกที่ทรัมป์ได้เผชิญหน้ากับนางเพโลซี นับแต่นางนำสมาชิกระดับสูงของเดโมแครตวอล์กเอาต์ออกจากวงประชุมกับทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อ 4 เดือนก่อน เริ่มต้นการแถลงเมื่อทรัมป์มาถึงแท่นโฆษกด้านหน้าบัลลังก์ประธานสภา ทรัมป์ได้ยื่นสำเนาคำแถลงของเขาแก่นางเพโลซี เมื่อประธานสภาหญิงจากพรรคเดโมแครตรับไว้และยื่นมือออกเพื่อจับมือ ทรัมป์กลับทำเมินเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเพโลซีดูเหมือนจะเอาคืนทรัมป์ด้วยการกล่าวคำแนะนำประธานาธิบดี โดยตั้งใจเลี่ยงการใช้ถ้อยคำให้เกียรติตามธรรมเนียมว่า &amp;quot;ถือเป็นสิทธิพิเศษและเป็นเกียรติอย่างสูง&amp;quot; ด้วยการกล่าวแนะนำเพียงว่า &amp;quot;ท่านสมาชิกสภาคองเกรส, ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรัมป์แถลงนโยบายจบ เพโลซียังแสดงอาการไม่พอใจทรัมป์อย่างโจ่งแจ้ง ด้วยการลุกขึ้นยืนและฉีกสำเนาคำแถลงของทรัมป์ที่เขาส่งให้เธอกับมือก่อนหน้านี้ เพโลซีกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากนั้นว่า สิ่งที่เธอทำถือว่ามีมารยาทแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า อีก 9 เดือนที่เหลือนับจากนี้จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน ทรัมป์คงคาดหวังได้น้อยว่าจะได้รับความร่วมมือจากสภาผู้แทนราษฎรในการผลักดันกฎหมายใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะเผชิญการต่อต้านอย่างเปิดเผยจากเดโมแครต แต่ทรัมป์ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก ส.ส.และ ส.ว.รีพับลิกัน ที่พากันร้องตะโกนว่า &amp;quot;อีก 4 ปี&amp;quot; ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะเริ่มต้นการแถลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ทรัมป์ประกาศว่า &amp;quot;การแถลงนโยบายประจำปีของเราเข้มแข็งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา&amp;quot; นางเพโลซีซึ่งนั่งนิ่งปั่นหน้าเครียดตลอดเวลาอยู่ด้านหลังทรัมป์ ถึงกับส่ายศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังอวดโอ่ด้วยว่าเขาเป็นประธานาธิบดีที่ทำให้สหรัฐอเมริกากลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่ เศรษฐกิจของสหรัฐและอัตราการจ้างงานดีขึ้นกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน ที่สหรัฐมีประธานาธิบดีชื่อบารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.หญิงหลายคนของเดโมแครตแต่งชุดสีขาวล้วนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของขบวนการเรียกร้องสิทธิในการลงคะแนนเลือกตั้งของผู้หญิงอเมริกันเมื่อ 100 ปีก่อน ส.ส.เดโมแครตหลายคนยังเลือกที่จะไม่เข้าฟังคำแลถงของทรัมป์เลย เช่นอเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ ส.ส.หญิงหัวเสรีนิยมที่เป็นคู่ปรับของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงครั้งนี้ทรัมป์โจมตีนโยบายด้านการประกันสุขภาพของเดโมแครตเช่นเคย โดยระบุว่าแผนของเดโมแครตเป็นการ &amp;quot;เข้าเทกโอเวอร์ของพวกสังคมนิยม&amp;quot; ที่จะทำให้สหรัฐล่มจม ในขณะที่ผู้แทนหญิงของเดโมแครตตอบโต้ด้วยการตะโกนคำว่า &amp;quot;เอชอาร์ 3&amp;quot; หมายถึงกฎหมายของพรรคที่จะลดค่ายา และเมื่อทรัมป์กล่าวถึงนโยบายคนเข้าเมืองของเขา นางเพโลซีที่อยู่ด้านหลังก็คอยส่ายศีรษะไม่เห็นด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56406</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภาคองเกรส, แถลงนโยบายประจำปี, แนนซี เพโลซี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ac2b7794f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักกฎหมายให้การคองเกรส หนุนคำกล่าวหาอิมพีช &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเข้าให้การต่อคองเกรสเมื่อวันพุธ นักกฎหมายรัฐธรรมนูญ 3 รายระบุพฤติกรรมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พยายามดึงยูเครนเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐนั้นมีเหตุผลเพียงพอต่อการถอดถอน แต่รายที่ 4 ชี้หลักฐานไม่เพียงพอชี้ชัดว่าทรัมป์กระทำความผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องพ้นตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจอร์โรลด์ แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมาธิการตุลาการ นำพยานกล่าวคำสาบานก่อนให้การเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคมว่า ส.ส.พรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการตุลาการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่กำลังกลั่นกรองข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวกันว่า พวกเขาอาจจะเพิ่มเติมประเด็นอื่นนอกเหนือจากความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับยูเครน โดยจะนำกรณีความพยายามขัดขวางการสอบสวนของโรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีตอัยการพิเศษสหรัฐที่สอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่าทีมงานหาเสียงของทรัมป์มีความสัมพันธ์กับรัสเซีย มาร่วมเข้ากับการร่างข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจอร์โรลด์ แนดเลอร์ ประธานคณะกรรมาธิการตุลาการ กล่าวว่า การกระทำความผิดของประธานาธิบดีตามที่ถูกกล่าวหานี้เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อระบอบรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนเพื่อถอดถอน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนกันยายน เน้นกรณีที่ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าร้องขอให้รัฐบาลยูเครนทำการสอบสวนเพื่อทำลายชื่อเสียงของโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขาซึ่งเป็นตัวเก็งที่จะเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การซักถามเมื่อวันพุธถือเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบว่า พฤติกรรมของทรัมป์นั้นเข้าคุณสมบัติของการก่ออาชญากรรมร้ายแรงหรือความผิดทางอาญาอื่นๆ ที่สามารถนำไปสู่การอิมพีชเมนต์ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญสหรัฐหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการด้านกฎหมาย 3 คนที่เดโมแครตเรียกเข้าให้การกล่าวอย่างชัดเจนว่า พวกเขาเชื่อว่าการกระทำของทรัมป์นั้นเข้าข่ายความผิดที่สมควรถูกถอดถอนที่ตามรัฐธรรมนูญระบุไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าสิ่งที่พวกเรากำลังพูดอยู่ไม่ใช่เรื่องที่สมควรถอดถอน ก็ไม่มีเรื่องใดที่ควรถูกถอดถอนอีกแล้ว&amp;quot; ไมเคิล เกอร์ฮาร์ดต์ อาจารย์นิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา กล่าวต่อคณะกรรมาธิการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อีกด้านหนึ่ง โจนาธาน เทอร์ลีย์ อาจารย์นิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน ที่รีพับลิกันเชิญเข้าให้การ กล่าวว่า เขายังไม่เห็นหลักฐานการทำผิดกฎหมายที่ชัดเจน และว่าการไต่สวนนั้นกระทำอย่างรวดเร็วเกินไปและขาดการซักถามผู้คนที่รับรู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทอร์ลีย์ซึ่งบอกว่าเขาไม่ได้ลงคะแนนเลือกทรัมป์ กล่าวว่า แม้แต่ผู้ที่คัดค้านนโยบายหรือพฤติกรรมของทรัมป์ ก็ยังสรุปได้ว่า การดำเนินการทางกฎหมายสำหรับการถอดถอนนั้นมิเพียงไม่มีหลักฐานมากพอเท่านั้น แต่ในบางแง่มุม ก็ยังเป็นเรื่องอันตรายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทรัมป์ ซึ่งอยู่ที่อังกฤษเพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำนาโตเมื่อวันพุธ กล่าวว่า รายงานที่ ส.ส.เดโมแครตเผยแพร่เมื่อวันอังคาร ที่ตระเตรียมคำกล่าวหาสำหรับถอดถอนเขานั้นเป็นเรื่องตลก เขายังตั้งคำถามถึงความรักชาติของเหล่าสมาชิกพรรคเดโมแครตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไต่สวนของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก มีจุดศูนย์รวมที่การพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าต้องการให้เซเลนสกีเปิดสอบสวนคดีคอร์รัปชันของไบเดนและลูกชายของเขาที่ทำงานให้บริษัทพลังงานในยูเครน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางทหารที่ทรัมป์สั่งระงับ และทรัมป์ยังต้องการลดความน่าเชื่อถือของทฤษฎีแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 โดยระบุว่าเป็นยูเครน ไม่ใช่รัสเซีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51878</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการตุลาการ, ถอดถอนทรัมป์, นักกฎหมายรัฐธรรมนูญ, สภาคองเกรส, อิมพีชเมนต์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de90c25eff50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2019 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาคองเกรสผ่าน &#039;ร่าง กม.อุยกูร์&#039; จีนขู่ตอบโต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระตุกหนวดมังกรอีกแล้ว สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายอุยกูร์ 2019 ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมฮุยกูร์ในซินเจียง เล็งแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนที่อยู่เบื้องหลัง รอรวมร่างกับของวุฒิสภาเพื่อส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนาม จีนเตือนสหรัฐต้องจ่ายค่าตอบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เฉิน เฉวียนกั่ว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำซินเจียง ที่อาจโดนสหรัฐคว่ำบาตรตามร่างกฎหมายฉบับนี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงมติผ่านร่างกฎหมายอุยกูร์ 2019 ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ด้วยคะแนนเห็นชอบท่วมท้น 407 ต่อ 1 เสียงคัดค้าน เมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2562 ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองชาติมหาอำนาจที่กำลังติดพันกับสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ อีกทั้งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งลงนามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ที่หนุนหลังผู้ประท้วงในฮ่องกง ซึ่งทำให้จีนกริ้วหนักและประกาศมาตรการตอบโต้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการแซงก์ชันองค์กรเอกชนอเมริกันหลายแห่งและห้ามเรือของกองทัพเรือสหรัฐแวะเทียบท่าฮ่องกงอย่างไม่มีกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงของรัฐบาลจีน ที่เกี่ยวโยงถึงการปราบปรามในเขตซินเจียงซึ่งอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ที่ซึ่งเชื่อว่าชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมมากกว่า 1 ล้านคน ถูกคุมขังในค่ายปรับทัศนคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายของสภาล่างฉบับนี้มีเนื้อหาที่หนักหน่วงกว่าร่างที่ผ่านวุฒิสภาสหรัฐเมื่อเดือนกันยายน ขั้นตอนถัดจากนี้สภาคองเกรสต้องรวม 2 ร่างเข้าด้วยกันเพื่อส่งให้ทรัมป์ลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างของสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้ประณามการคุมขังชาวอุยกูร์จำนวนมากโดยพลการ และเรียกร้องให้จีนปิดค่ายปรับทัศนคติเหล่านี้ นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้ทรัมป์คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ของจีนที่อยู่เบื้องหลังนโยบายอุยกูร์ ซึ่งรวมถึงเฉิน เฉวียนกั่ว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำซินเจียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกับ ส.ส.ในสภาก่อนลงมติว่า ปัจจุบันศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนของประชาคมอุยกูร์กำลังถูกคุกคามโดยพฤติการณ์โหดร้ายป่าเถื่อนของจีน ที่สร้างความโกรธแค้นต่อมโนธรรมที่ชาวโลกมีร่วมกัน คองเกรสกำลังดำเนินขั้นตอนที่สำคัญยิ่งต่อการตอบโต้การละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์อย่างน่ากลัวของรัฐบาลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาสตรีจากพรรคเดโมแครตรายนี้กล่าวโจมตีทางการจีนด้วยว่า ใช้มาตรการปราบปรามหลายอย่าง&amp;nbsp; เช่น การสอดแนมอย่างแพร่หลายโดยรัฐ, การขังเดี่ยว, ทุบตี, บังคับทำหมัน และการทารุณทรมานในรูปแบบอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งว่า ร่างฉบับนี้ไม่ควรผ่านเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ และเตือนว่าการดำเนินการและถ้อยคำที่ผิดทั้งหมดจะต้องจ่ายผลตอบแทนตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกหญิงของจีนไม่ได้ตอบคำถามที่ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะส่งผลต่อการเจรจาการค้าหรือไม่ แต่เธอกล่าวว่า ไม่มีทางที่มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ รวมไปถึงความร่วมมือในด้านสำคัญๆ ระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างของสภาล่างต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำรายงานว่าด้วยการปราบปรามในซินเจียง โดยกำหนดเวลาไว้ภายใน 1 ปี และต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ห้ามการส่งออกจากสหรัฐไปยังองค์กรหรือบริษัทใดๆ ในซินเจียง ที่ถูกนำไปใช้ในการกักขังหรือสอดแนมชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีจดจำใบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโทมัส แมสซี ส.ส.เพียงคนเดียวที่ลงมติคัดค้านทั้งร่างกฎหมายฉบับนี้และร่างกฎหมายฮ่องกง กล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า เขาลงมติเช่นนี้เพราะเห็นว่าเรื่องเหล่านี้เป็นกิจการภายในของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51806</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ชาวมุสลิมอุยกูร์, ซินเจียง, ร่างกฎหมายอุยกูร์, ละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง, สภาคองเกรส, สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ, เฉิน เฉวียนกั่ว, แซงก์ชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191204/image_big_5de7b81743304.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง &#039;ทรัมป์&#039; ส่งอดีตที่ปรึกษาเข้าให้การคองเกรส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำตัดสินเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถอ้างเอกสิทธิ์คุ้มครองเพื่อห้ามไม่ให้อดีตที่ปรึกษาเข้าให้การต่อ กมธ.สภาคองเกรส ระบุ &amp;quot;ประธานาธิบดีไม่ใช่กษัตริย์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ดอน แม็กแกห์น ขณะนั่งฟังกรรมาธิการการตุลาการ วุฒิสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า คำพิพากษาคดีนี้เกี่ยวข้องกับดอน แม็กแกห์น อดีตที่ปรึกษาของทำเนียบขาว ซึ่งถูกคณะกรรมาธิการการตุลาการ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เรียกเข้าให้การเมื่อเดือนพฤษภาคม เกี่ยวกับการสอบสวนคำกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐเมื่อปี 2559 แต่ทำเนียบขาวไม่ยอมให้เขาเข้าให้การ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาเคทานจี แจ็กสัน มีคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลไม่สามารถอ้างเอกสิทธิ์เด็ดขาดเพื่อปฏิเสธการเข้าให้การโดยอ้างเหตุผลความใกล้ชิดกับผู้นำสหรัฐ คำตัดสินคดีนี้แม้จะเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับกรณีของแม็กแกห์น แต่ก็ยังสามารถใช้ได้กับผู้ช่วยของประธานาธิบดีทั้งในอดีตและปัจจุบันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีไม่ใช่กษัตริย์&amp;quot; แจ็กสันเขียนในคำตัดสิน &amp;quot;ไม่มีผู้ใด แม้แต่ผู้นำของฝ่ายบริหาร ที่อยู่เหนือกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาหญิงท่านนี้กล่าวด้วยว่า คองเกรสมีอำนาจเรียกที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทุกคนเข้าให้การ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเกี่ยวข้องกับนโยบายภายในหรือประเด็นความมั่นคงแห่งชาติที่อ่อนไหวหรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษานี้กรุยทางให้คณะกรรมาธิการการข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังไต่สวนเพื่อตั้งข้อกล่าวหาถอดถอนทรัมป์ สามารถบังคับพยานระดับสูง 3 คนเข้าให้การได้ บุคคลเหล่านี้ประกอบด้วย จอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ, มิค มัลวานีย์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ เชื่อกันว่าทั้ง 3 คนรับรู้โดยตรงเรื่องที่ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าต้องการให้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดการสอบสวนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งทางการเมืองของเขา เพื่อแลกกับการพบกับทรัมป์และความช่วยเหลือทางทหารหลายร้อยล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ทำเนียบขาวจะยังไม่ยอมให้แม็กแกห์นเข้าให้การทันทีทันใด โดยเคอร์รี คูเพ็ก โฆษกกระทรวงยุติธรรม เผยว่า กระทรวงมีแผนจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของแจ็กสัน และคดีนี้อาจไปจบลงที่ศาลฎีกา และระหว่างนี้กระทรวงอาจขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้แม็กแกห์นเข้าให้การ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51188</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการตุลาการ, ดอน แม็กแกห์น, ศาลสหรัฐ, สภาคองเกรส, โดนัลด์ ทรัมป์, ให้การ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd32d15701c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนขู่ตอบโต้คองเกรสผ่านกฎหมายก้าวก่ายกิจการฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนกล่าวหาสหรัฐพยายาม &amp;quot;ทำลาย&amp;quot; ฮ่องกงภายหลังสภาคองเกรสผ่านกฎหมายฉบับใหม่สนับสนุนขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงที่ประท้วงก่อความวุ่นวายมานานเกือบ 6 เดือน พร้อมขู่จะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐอย่างเห็นผล ขณะผู้ประท้วงหลายสิบคนยังคงปักหลักอยู่ในมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความ เอสโอเอส ขนาดใหญ่กลางลานภายในมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิคเมื่อวันพฤหัสบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ตอบโต้ว่าการผ่านกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกงของสภาคองเกรสครั้งนี้เป็นการตามใจอาชญากรรุนแรงที่ก่อความไม่สงบในฮ่องกง และเป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์สร้างความยุ่งเหยิงหรือแม้แต่ทำลายฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายนี้สนับสนุนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงและส่งคำเตือนถึงจีนด้านสิทธิมนุษยชน วุฒิสภาเพิ่งผ่านร่างกฎหมายเดียวกันนี้เมื่อวันอังคาร และในวันพุธ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐให้ความเห็นชอบกฎหมายนี้ด้วยคะแนน 417 ต่อ 1 เสียงคัดค้าน แม้ว่าจะมีปฏิกิริยาโกรธเกรี้ยวจากจีนก่อนหน้านี้ คาดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามเพื่อให้มีผลบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงยาวนานร่วม 6 เดือน เริ่มต้นจากการต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงเพิกถอนไปแล้ว ชาวฮ่องกงหลายล้านคนที่หวั่นเกรงว่าเสรีภาพที่ได้รับประกันไว้ภายใต้หลักการหนึ่งประเทศ สองระบบ กำลังหดหายไป พากันออกมาเดินขบวนประท้วง การเคลื่อนไหวของผู้ประท้วงซึ่งมักปะทะกับตำรวจหลายครั้ง บานปลายเป็นการเรียกร้องประชาธิปไตยและขอให้สอบสวนการกระทำโหดร้ายของตำรวจ แต่ผู้นำฮ่องกงซึ่งได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลปักกิ่ง ยังคงปฏิเสธทำตามข้อเรียกร้องเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายวันที่ผ่านมา จุดศูนย์รวมการต่อต้านอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค (โพลียู) ในเขตเกาลูน ซึ่งกลายเป็นสมรภูมิปะทะดุเดือด ระหว่างตำรวจที่ยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง กับผู้ประท้วงที่ใช้ก้อนอิฐ, ระเบิดขวด และธนู เป็นอาวุธตอบโต้ การปะทะในโพลียูลดระดับความรุนแรงลงจากต้นสัปดาห์ หลังจากผู้ประท้วงออกมามอบตัวและโดนจับกุมหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี ผู้ประท้วงหลายสิบคนซึ่งรวมถึงนักศึกษา ยังคงปักหลักอยู่ภายในโดยไม่ยอมจำนนตามความต้องการของเจ้าหน้าที่และรัฐบาลฮ่องกง รายหนึ่งชื่อไมค์ อายุ 30 ปี บอกกับเอเอฟพีอย่างท้าทายว่า หากตำรวจอยากบุกก็ลองดู คงจะเป็นเกมแมวไล่จับหนูที่สนุก ตำรวจกำลังคำนวณพลาดที่คิดว่าพวกตนจะยอมมอบตัว ที่นี่มีเสบียงเหลือเฟือ ทั้งอาหารและน้ำ ที่ทำให้อยู่ได้เป็นเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางพื้นที่ในโพลียู วัสดุที่ใช้ทำระเบิดขวดวางกระจัดกระจาย ใกล้กันมีคำเตือนห้ามสูบบุหรี่ ตามกำแพงมีข้อความต่างๆ เช่น &amp;quot;คุณฆ่าคนได้ แต่ฆ่าความคิดไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวุ่นวายยืดเยื้อส่งผลให้เศรษฐกิจฮ่องกงเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว และกฎหมายที่ขู่เพิกถอนสถานะพิเศษทางการค้าของฮ่องกงยิ่งทำให้แนวโน้มแย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า รัฐมนตรีหวัง อี้ กล่าวประณามกฎหมายฉบับนี้ระหว่างพบกับวิลเลียม โคเฮน อดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างโจ๋งครึ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงยังประกาศกร้าวด้วยว่า จีนจะใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบโต้อย่างเด็ดขาด แต่เขาไม่ได้เผยรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับใหม่ที่เพิ่งผ่านคองเกรสนี้ต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศทบทวนสถานะพิเศษทางการค้าของฮ่องกงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ว่าฮ่องกงมีอำนาจปกครองตนเองมากพอเข้าข่ายคุณสมบัติที่จะได้รับสถานะนี้หรือไม่ และยังให้อำนาจแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในฮ่องกงด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50835</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง, จีน, ประท้วง, สภาคองเกรส, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd6975b5a4e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
