<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีเหนือเลือกตั้งสมาชิกสภาตรายาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกาหลีเหนือจัดการเลือกตั้งสมาชิกสมัชชาประชาชนสูงสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่เป็นประชาธิปไตยแบบคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือที่บัตรลงคะแนนมีชื่อผู้สมัครให้เลือกเพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้มีสิทธิใช้บัตรประจำตัวประชาชนลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่กรุงเปียงยาง เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งสมาชิกสภาตรายางหรือสมัชชาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือที่ว่านี้จัดขึ้นทุกๆ 5 ปี&amp;nbsp; โดยบัตรลงคะแนนสีแดงแต่ละใบนั้นมีชื่อผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติเพียงคนเดียว อย่างไรก็ดี เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 ว่าในแต่ละคูหานั้นจะมีดินสอวางไว้สำหรับผู้ลงคะแนนที่ต้องการขีดฆ่าชื่อผู้สมัครในเขตนั้นๆ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีใครใช้สิทธิ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยคำขวัญรวมใจเป็นหนึ่งเดียว การเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้พรรคแรงงานเกาหลีของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด ได้ครองอำนาจปกครองประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้ต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง บทบรรณาธิการของโรดองซินมุน กระบอกเสียงของพรรค ย้ำชัดว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งควรลงคะแนนในบัตรที่ได้รับการอนุมัติด้วยความจงรักภักดีต่อพรรคและต่อคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด และสนับสนุนรัฐบาลและเจตจำนงที่จะร่วมชะตากรรมกับระบบสังคมนิยมจนถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเคซีเอ็นเอ คิม จองอึน หย่อนบัตรลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีคิมแช็ก ในกรุงเปียงยาง เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 / AFP PHOTO / KCNA VIA KNS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วในปี 2557 ซึ่งมีเขตเลือกตั้ง 686 เขตนั้น มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ถึง 99.97% มีเพียงพวกที่ทำงานในต่างแดนหรือ &amp;quot;ทำงานในมหาสมุทร&amp;quot; เท่านั้นที่ไม่ได้ใช้สิทธิ์ และผลคะแนนที่ออกมานั้นผู้สมัครได้รับคะแนนครบทั้ง 100% ซึ่งไม่เคยปรากฏที่ไหนในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้งครั้งที่แล้วคิมลงสมัครในเขตเขาเพ็กตู ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่สงบแล้วตั้งอยู่ติดชายแดนจีน เป็นดินแดนที่ชาวเกาหลีเหนือเคารพนับถือและเป็นต้นกำเนิดทางจิตวิญญาณของคนในชาติ เขาได้รับคะแนนสนับสนุนครบทั้ง 100% จากผู้ออกมาใช้สิทธิ์ครบทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากพรรคแรงงานยังมีพรรคเล็กอีก 2 พรรคที่มีผู้แทนได้รับอนุมัติด้วย ได้แก่ พรรคสังคมประชาธิปไตยเกาหลี และพรรคชอนโดอิสต์โชนกุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30982</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, สภาตรายาง, สมัชชาประชาชนสูงสุด, เกาหลีเหนือ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190310/image_big_5c851c54c3ea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาตรายางจีนรับรอง &#039;หลี่เค่อเฉียง&#039; นั่งนายกฯ อีกสมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาตรายางจีนลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันอาทิตย์ รับรอง &amp;quot;หลี่เค่อเฉียง&amp;quot; เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 อีก 5 ปี หลังจากวันก่อนเพิ่งเลือก &amp;quot;สีจิ้นผิง&amp;quot; เป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;หลี่เค่อเฉียง สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจีน เมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปักกิ่ง (เอเอฟพี) / เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18&amp;nbsp; มีนาคม ที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง มีมติรับรองหลี่เค่อเฉียงเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 อีก 5 ปี โดยได้รับเสียงรับรอง 2,964 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 2,970 คน มีเสียงคัดค้านเพียง 2 เสียงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์สภาตรายางจีนแห่งนี้เพิ่งรับรองสีจิ้นผิงเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 และให้หวังฉีซาน วัย 69 ปี อดีตเลขาธิการคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ เป็นรองประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนที่หลี่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรกเมื่อปี 2556 เขาให้สัญญาว่าจีนจะปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อบริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาขยายตลาดในจีน รวมถึงจะมีการปฏิรูปโครงสร้างต่างๆ ของประเทศ แต่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรประบุว่าบริษัทต่างชาติยังคงเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ มากมายที่จะเข้าไปเจาะตลาดและเจริญเติบโตในจีนซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ บริษัทที่จะเข้ามาตั้งในจีนถูกบังคับว่าจะต้องอยู่ในรูปแบบของการร่วมลงทุนกับบริษัทท้องถิ่น และต้องมีการแบ่งปันเทคโนโลยีให้บริษัทท้องถิ่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกปัญหาสำคัญของจีนในสมัยแรกของหลี่คือ การที่รัฐบาลต้องแบกรับภาระหนี้เสียจำนวนมาก ซึ่งนักวิเคราะห์เกรงว่าอาจจะนำไปสู่วิกฤติทางการเงินและอาจส่งผลสะท้อนไปทั่วโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5274</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, นายกฯ สมัยที่ 2, ประธานาธิบดีสมัยที่ 2, สภาตรายาง, สภาผู้แทนประชาชนจีน, สีจิ้นผิง, หลี่เค่อเฉียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aae6c11ea21f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2018 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2018 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาตรายางจีนไฟเขียว &#039;สีจิ้นผิง&#039; ประธานาธิบดีสมัยที่ 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สีจิ้นผิง สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีจีนสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปักกิ่ง (เอเอฟพี) / สภาผู้แทนประชาชนจีนลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันเสาร์ รับรองให้ &amp;quot;สีจิ้นผิง&amp;quot; ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อเป็นสมัยที่ 2 พร้อมเลื่อน &amp;quot;หวัง ฉีซาน&amp;quot; มือขวาของสีขึ้นเป็นรองประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) ซึ่งเป็นเพียงสภาตรายางที่พรรคคอมมิวนิสต์ควบคุม ลงมติเมื่อวันเสาร์ที่ 17 มีนาคม 2561 เลือกสีจิ้นผิง เป็นประธานคณะกรรมการการทหารส่วนกลางและดำรงตำหน่งประธานาธิบดีต่อไปเป็นสมัยที่ 2 ตามความคาดหมาย ด้วยคะแนนเห็นชอบครบทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ 2,970 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปรียบเทียบกับการประชุมครั้งที่แล้ว เมื่อปี 2556 คราวนั้นสีได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนน 2,952 คะแนน โดยมีผู้คัดค้าน 1 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง หรือคิดเป็น 99.86%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมยังเลือก หวัง ฉีซาน อดีตมือปราบคอร์รัปชันของสี ขึ้นเป็นรองประธานาธิบดี ด้วยคะแนน 2,969 คะแนน โดยมีผู้แทนเพียงคนเดียวที่ลงคะแนนคัดค้านการแต่งตั้งหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;หวัง ฉีซาน (ซ้าย) จับมือกับประธานาธิบดีสี ภายหลังหวังได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สีและหวังจับมือแสดงความยินดีต่อกันท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว จากนั้นทั้งคู่ได้สาบานตนรับตำแหน่งโดยวางมือซ้ายบนรัฐธรรมนูญและยกมือขวาขึ้น &amp;quot;ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าจะภักดีต่อรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;quot; สีเปล่งคำสาบาน ที่รวมถึงการปฏิญาณว่าจะทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อสร้างประเทศที่ร่ำรวย, แข็งแกร่ง, เป็นประชาธิปไตย และศิวิไลซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมครั้งนี้ เอ็นพีซียังได้ขยายอำนาจของสี ซึ่งถือว่ามีค่อนข้างมากมายอยู่แล้ว โดยบัญญัติชื่อของเขาไว้ในรัฐธรรมนูญ และยกเลิกการจำกัดสมัยดำรงตำแหน่ง 2 สมัย สมัยละ 5 ปี ทั้งของประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวัง วัย 69 ปี พ้นจากตำแหน่งในคณะกรรมการประจำกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ตามธรรมเนียมการเกษียณอายุอย่างไม่เป็นทางการของจีน แต่ในการประชุมเอ็นพีซีครั้งนี้ เขายังคงนั่งเก้าอี้ในส่วนของคณะกรรมการประจำเช่นเดิม และได้รับการปรบมือต้อนรับอย่างอบอุ่นจากสมาชิกเมื่อเขาลุกขึ้นมาลงคะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลื่อนขั้นมือขวาของสีขึ้นเป็นรองประธานาธิบดีช่วยให้สีมีพันธมิตรที่น่ายำเกรงอยู่ข้างกาย ในช่วงเวลาที่เขายังคงกุมอำนาจไว้มั่นต่อไปอีกยาวนานหรืออาจตลอดทั้งชีวิตของเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5220</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ประธานาธิบดีสมัยที่ 2, รองประธานาธิบดี, สภาตรายาง, สภาผุ้แทนประชาชนจีน, สีจิ้นผิง, หวังฉีซาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180317/image_big_5aacf925c104f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 07:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาตรายางจีนแก้ รธน. เปิดทาง &#039;สีจิ้นผิง&#039; เป็นประธานาธิบดีชั่วชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนประชาชนจีนเปิดทางสะดวก &amp;quot;สีจิ้นผิง&amp;quot; ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ตลอดชีวิต เมื่อวันอาทิตย์ สมาชิกเอ็นพีซีลงมติเห็นชอบท่วมท้นไม่สนกระแสวิจารณ์ แก้รัฐธรรมนูญยกเลิกการจำกัดสมัยการดำรงตำแหน่งของผู้นำ 2 สมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง หย่อนบัตรลงคะแนนระหว่างการประชุมเอ็นพีซี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2561 (AFP)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปักกิ่ง / สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2561 ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งประวัติศาสตร์ของจีนนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนประชาชน (เอ็นพีซี) ด้วยคะแนน 2,958 คะแนน, คัดค้าน 2 คะแนน, งดออกเสียง 3 คะแนน และเป็นโมฆะ 1 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้รัฐธรรมนูญครั้งแรกในรอบ 14 ปีหนนี้ จะยกเลิกบทบัญญัติที่จำกัดไว้ว่า ประธานาธิบดีควรดำรงตำแหน่งเพียง 2 สมัย สมัยละ 5 ปี และคาดว่าจะผ่านสภานิติบัญญัติที่คล้อยตามคำสั่งของพรรคคอมมิวนิสต์มาตลอด 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยกเลิกการจำกัดวาระของผู้นำประเทศครั้งนี้เป็นการย้อนแย้งกับหลักการผู้นำแบบรวมหมู่&amp;nbsp; และการถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นระเบียบ ที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีเติ้งเสี่ยวผิง โดยมีเป้าหมายเพื่อรับประกันความมีเสถียรภาพ หลังจากหมดยุคสมัยของความผันผวนภายใต้การนำเดี่ยวของประธานเหมาเจ๋อตง ผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เป็นความปรารถนาอันเร่งด่วนของประชาชนทั่วไป&amp;quot; เอเอฟพีอ้างทัศนะของจูซิ่วฉิน ผู้แทนเอ็นพีซีจากมณฑลเฮย์หลงเจียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สะท้อนข้ออ้างของพรรคที่ว่า การยกเลิกข้อจำกัดนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากมวลมหาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ทัศนะของพลเมืองเน็ตที่ใช้เว่ยป๋อ หรือทวิตเตอร์ในแบบของจีน บางส่วนออกมาในทิศทางตรงกันข้าม ผู้ใช้เว่ยป๋อรายหนึ่งโพสต์ว่า &amp;quot;เรากลับสู่ยุคราชวงศ์ชิง&amp;quot; ซึ่งหมายถึงจักรพรรดิราชวงศ์สุดท้ายของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สภาตรายางแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ ยังรวมถึงบทบัญญัติสำคัญที่บรรจุแนวคิดทางการเมืองภายใต้นามของสีจิ้นผิงไว้ในรัฐธรรมนูญ, การเพิ่มบทบาทของพรรคคอมมิวนิสต์ในกิจการของประเทศมากขึ้น และการขยายการรณรงค์ของประธานาธิบดีด้านการปราบปรามการคอร์รัปชั่นให้กว้างยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สี ซึ่งปัจจุบันอายุ 64 ปี ขึ้นครองอำนาจสูงสุดในพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อปี 2555 เมื่อเขาได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค แม้ว่าตำแหน่งนี้จะไม่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง แต่ผู้นำ 2 คนก่อนหน้าเขาล้วนลงจากอำนาจหลังครบ 2 วาระ ตามหลักการถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นระเบียบตามที่เติ้งวางเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ตำแหน่งประธานาธิบดีของจีนจะมีบทบาทในเชิงพิธีการเป็นส่วนใหญ่ แต่หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สีจะต้องพ้นจากตำแหน่งในปี 2566 การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้สีสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ชั่วชีวิต เพื่อก้าวให้ถึงเป้าหมายของเขา ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้จีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกพร้อมกับการมีกองทัพในระดับ &amp;quot;เวิลด์คลาส&amp;quot; ภายในกลางศตวรรษนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สีกระชับอำนาจของเขามากขึ้นพร้อมกันกับการควบคุมภาคประชาสังคมอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น ด้วยการจับกุมคุมขังนักเคลื่อนไหวและทนายความหลายคน และจำกัดเสรีภาพในการอินเทอร์เน็ต ที่เดิมก็ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกัน สีก็ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนจากมาตรการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างไม่ปรานีของเขา ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ของพรรคคอมมิวนิสต์ถูกลงโทษมากกว่า 1 ล้านคน และสกัดคู่แข่งทางการเมืองไปด้วยในตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวูเชียง นักวิจารณ์การเมืองของจีน กล่าวกับเอเอฟพีว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ เขาคิดว่าสีกำลังก่อรัฐประหารแบบอ่อน ซึ่งรวมถึงการทำให้กรมการเมืองหรือโปลิตบูโร เป็นเพียงแค่เจว็ด &amp;quot;เขาต้องการป้องกันไม่ให้อำนาจตกไปอยู่ในมือของเทคโนแครต อย่างเจียง (เจ๋อหมิน) และ หู (จิ่นเทา)&amp;quot; หวูกล่าวถึงอดีตประธานาธิบดีจีน 2 คนก่อนหน้าสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคคอมมิวนิสต์โต้แย้งไว้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นแค่การทำให้ตำแหน่งประธานาธิบดีปลอดจากการจำกัดวาระ แบบเดียวกับตำแหน่งของเลขาธิการพรรค และผู้บัญชาการทหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4738</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 สมัย, จีน, ประธานาธิบดีชั่วชีวิต, สภาตรายาง, สภาผู้แทนประชาชนจีน, สีจิ้นผิง, เอ็นพีซี, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa52ef56e870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
