<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว! กรรมการสิทธิ สภาทนายฯ ยื่น &#039;กมธ.กฏหมาย&#039; สอบทนายม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายปราโมทย์คริษฐ ธรรมคุณากร กรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้ายื่นหนังสือต่อนายสิระ เจนจาคะ &amp;nbsp;ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการ(กมธ.)กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กรณีรับคดีผู้ชุมนุมทางการเมือง ว่าทนายความที่อ้างตัวว่าทำเพื่อสิทธิมนุษยชนนั้น ถ้าเป็นทนายความจริง เป็นผู้มีความรู้ด้านกฎหมาย ควรจะต้องเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ควรแนะนำ สั่งสอน ตักเตือน บุคคลที่กำลังให้ความช่วยเหลือลูกความของตัวเองไม่ให้กระทำการละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น แต่กลับออกมากล่าวถ้อยคำจาบจ้วงหยาบคายต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย หรือชุมนุมประท้วงในระบอบประชาธิปไตยโดยการยั่วยุสร้างความเกลียดชัง บิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างข้อมูลเท็จหลอกลวงให้หนุ่มสาวตกเป็นเครื่องมือสร้างความเสียหายกับบ้านเมืองและสถาบันหลักของชาติ &amp;nbsp;ไม่ควรเรียกคำนำหน้าของตนเองว่าเป็นนักกฎหมายหรือทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปราโมทย์ กล่าวว่า ขอให้นายสิระในฐานะประธานกมธ.ฯ เรียกผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมาทำความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของการเป็นทนายความ ว่าต้องคอยชี้แนะลูกความ ให้ความดูแลไม่ให้ไปละเมิดผู้อื่นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 4 สิทธิเสรีภาพของบุคคลย่อมได้รับการคุ้มครองซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ, สภาทนายความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128ab3592589.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สภาทนายฯ&#039; เปิดตัว &#039;ตู้ปันสุข เฟส 2&#039; ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากโรคโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.64 - ที่ทำการสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ พร้อมด้วย นายเกียรติศักดิ์ เหลืองอังกูร อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย, นายภากร ชัชวาลวงศ์ เหรัญญิกและผู้ช่วยเลขาธิการสภาทนายความ และดร.สมพงษ์ สิงห์สมบุญ กรรมการบริหารสภาทนายความ ภาค 1 รับมอบสิ่งของ และ &amp;quot;ถุงปันสุข&amp;quot; อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป และอื่น ๆ เพื่อใช้ในโครงการ &amp;ldquo;ตู้ปันสุข เฟส 2&amp;rdquo; สภาทนายความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมี ตัวแทนทนายความรุ่น 51, ทนายความโครงการ English for Lawyers และทนายความไกล่เกลี่ยข้อพิพาทสภาทนายความ อาทิ นายภัทร ธรรมพัฒน์พงศ์ รองประธานฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ทนายความรุ่นที 51, นางสาวชนัญชิดา สังข์แก้ว เลขานุการทนายความรุ่นที 51, นางสาวสิลักขณ์ภริญ วัธนเวคิน กลิ่นพิกุล รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ทนายความรุ่นที 51, นายทอง สีหาวงษ์ หัวหน้าคณะทำงาน/วิทยากรโครงการ English for Lawyers และนางสาวจารุ์นันท์ บึงประเสริฐสุข กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เป็นตัวแทนกลุ่มทนายความที่ได้ร่วมบริจาคอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มอบให้สภาทนายความนำไปใช้ในโครงการ &amp;ldquo;ตู้ปันสุข เฟส 2&amp;rdquo; บริเวณหน้าที่ทำการสภาทนายความ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยทางสภาทนายความพร้อมเชิญชวนและขอความร่วมมือ หยิบของไปแต่พอดี เพื่อเหลือแบ่งปันแก่คนที่ต้องการรับความช่วยเหลือคนอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103595</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ถวัลย์ รุยาพร, ตู้ปันสุข, สภาทนายความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a63eec37391.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 19:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้องบีม&#039; เข้าขอบคุณสภาทนายช่วยเหลือฟ้องและบังคับคดี หลังศาลฎีกาสั่งบริษัทรถบรรทุกจ่ายค่าเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.63 - ที่ห้องประชุมชั้น 4 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ น.ส.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม พร้อมด้วยมารดา เข้าพบว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ, นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความ, นายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายบริหาร, นายวิทยา ทองกุ้ง อุปนายกฝ่ายสวัสดิการฯ, นายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว และคณะทำงานคดีให้ความช่วยเหลือน้องบีม เพื่อแสดงความขอบคุณสภาทนายความที่ให้ความช่วยเหลือจนชนะคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมรับมอบเช็คชดใช้ค่าเสียหาย ในคดีของศาลจังหวัดไชยา คดีหมายเลขดำที่ 40/2549 น.ส.ภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม อดีตดาราเด็กโฆษณาบริษัทประกันชีวิต กับพวกเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ณ นนท์ จำกัด กับพวก เป็นจำเลยฐานละเมิด กรณีรถบรรทุก 18 ล้อของบริษัท ชนกับรถของฝ่ายโจทก์เมื่อปี 2548 ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้ น.ส.ภัทรดา ได้รับบาดเจ็บต้องพิการนั่งรถวีลแชร์มานาน 14 ปี โดยศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดไชยา) พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้โดยจำเลยที่ 2 (บริษัทรถ) อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลจังหวัดไชยาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2556 ยืนตามศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 คำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์ชนะคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และบังคับคดี เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยสภาทนายความฯ ได้ตั้งคณะทำงานออกหมายบังคับคดี เข้าทำการยึดทรัพย์จำเลยที่ 2 ต่อมาได้มีการประนีประนอมชั้นบังคับคดี และทำบันทึกข้อตกลงชำระหนี้ โดยจำเลยที่ 2 ตกลงชำระหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่โจทก์ที่ (น้องบีมและแม่) จำนวน 3,815,985 บาท จำเลยที่ 2 ตกลงชำระหนี้ให้แก่โจทก์ก่อน จำนวน 900,000 บาท โดยออกเช็คสั่งจ่ายให้โจทก์วันที่ 31 ตุลาคม 2563 จำนวน 300,000 บาท และสั่งจ่ายเช็คล่วงหน้าอีก 3 ฉบับ ๆ ละ 200,000 บาท โดยเเบ่งสั่งจ่ายวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563, 31 ธันวาคม 2563, 31 มกราคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยอดหนี้ที่เหลือจำนวน 2,915,985 บาท จำเลยที่ 2 จะออกเช็คล่วงหน้าสั่งจ่ายให้โจทก์ตามลำดับ ใบละ 100,000 บาท ทุกวันสิ้นเดือนนับต่อจากวันที่ 31 มกราคม 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะครบถ้วน
ซึ่งโจทก์แถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี งดการบังคับคดีไว้ชั่วคราว จนกว่าจำเลยที่ 2 จะชำระหนี้ครบถ้วน จึงจะถอนการบังคับคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ แถลงว่า ตามที่สภาทนายความร่วมกับเนติบัณฑิตยสภา และกระทรวงยุติธรรมได้ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่น้องบีมและครอบครัวเพื่อฟ้องคดีกับบริษัทเจ้าของรถพ่วง 18 ล้อบัดนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษาเป็นที่สุด โดยให้โจทก์คือฝ่ายน.ส.ภัทรดา หรือน้องบีม มีอำนาจบังคับคดี ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กับบริษัทจำเลย จำนวน 5 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทจำเลยตกลงชำระหนี้แต่ขอหักส่วนที่เคยได้ชำระไปก่อนหน้านี้ คงเหลือเงินทั้งสิ้น 3 ล้าน 8 แสนบาทเศษที่ต้องจ่าย จำเลยได้ทยอยจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนทั้งหมด เป็นเช็คเงินสดจำนวน 9 แสน บาท 4 ฉบับในวันนี้ ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 2.9 ล้านบาท ทางฝ่ายจำเลยตกลงว่าจะทยอยชำระทุกๆ เดือน เดือน 100,000 บาท ไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายดำรงศักดิ์ ระบุว่า หากเช็คดังกล่าวไม่สามารถขึ้นเงินได้ก็จะมีการดำเนินคดีกับบริษัทจำเลย เพื่อฟ้องเรียกเงินตามเช็คเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อแถลงข่าวใกล้เสร็จสิ้น ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ จึงได้มอบเช็คดังกล่าวให้กับน.ส.ภัทรดา หรือน้องบีม โดยน้องบีมกล่าวขอบคุณสภาทนายความและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง แล้วรู้สึกตื้นตันใจที่ได้รับความช่วยเหลือครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79999</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องบีม, ภัทรดา แก้วผ่อง, สภาทนายความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f8055b7d31d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายอภิวัฒน์&#039; ร้องตำรวจเอาผิด &#039;อานนท์ นำภา&#039; ปราศัยก้าวล่วงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.63 - ที่ สน.สําราญราษฎร์ นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายอานนท์ นำภา อาชีพทนายความ ฐานจัดการชุมนุมและปราศรัยที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 3 ส.ค.63 มีเนื้อหายุยง ปลุกปั่น บิดเบือน และล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมี พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.สำราญราษฎร์ เป็นผู้รับมอบหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิวัฒน์ กล่าวถึงสาเหตุที่เข้ากล่าวโทษนายอานนท์ว่า ในฐานะที่ตนมีอาชีพเป็นทนายความเช่นกัน ไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำของนายอานนท์ เพราะมีการก้าวล่วง ละเมิด ให้ร้าย เสียดสี ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งยังเชิญชวนให้มีการวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ในที่สาธารณะ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย และความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนคนไทยจำนวนมากก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วย จึงได้มากล่าวโทษนายอานนท์และพวก เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับนายอานนท์และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตนได้ยื่นคำร้องพร้อมด้วยหลักฐานบันทึกข้อมูลการกล่าวปราศรัยก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ทั้งภาพและเสียงอย่างครบถ้วน ส่วนจะเข้าข่ายการกระทำผิดข้อหาใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 6, ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) เป็นหลายกรรมหลายความผิด ที่เชื่อว่าจะดำเนินคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิวัฒน์ กล่าวว่า​ ฝากไปถึงนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยว่า ขอให้สอดส่องพฤติกรรมของนายอานนท์ เพราะการเป็นทนายความมีหลักว่า ต้องประพฤติตนมีศีลธรรมอันดี ดังนั้นการที่นายอานนท์กล่าวจาบจ้วงสถาบันฯ ทั้งที่สภาทนายความอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงเป็นการไม่ถูกต้องและเสื่อมเสียเกียรติภูมิของสภาทนายความฯด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.อิทธิพล กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมทำการสอบสวน ซึ่ฃพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้พิจารณาว่าจำเป็นต้องเชิญผู้ที่ถูกกล่าวโทษมาสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเบื้องต้นทราบว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม และทาง สน.ชนะสงคราม ได้มีการบันทึกไว้แล้วเช่นกัน หาก สน.สำราญราษฎร์ ดำเนินการแล้วเสร็จก็จะส่งเรื่องไปที่ สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินการ และส่งความเห็นทางคดีส่งไปยังอัยการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปราศัยก้าวล่วงสถาบัน, สภาทนายความ, หมิ่นสถาบัน, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a8b7d1cb78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาทนายฯ ตั้งคณะทำงาน 6 คน หนุน คกก.ชุดนายกฯตรวจสอบคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;ก.ค.63 - นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความและโฆษกสภาทนายความ แถลงว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 255/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค. 2563 แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน โดยมีนายกสภาทนายความ เป็นกรรมการในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะองค์กรวิชาชีพทางกฎหมาย ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ได้เล็งเห็นความจำเป็นและความสำคัญในเรื่องของการสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ตามดำริของนายกรัฐมนตรี อันจะเป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ตามคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 255/2563 คณะกรรมการสภาทนายความ จึงได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 7/2563 วันที่ 30 ก.ค. 2563 แต่งตั้ง คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ในกรณีการสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา เพื่อรวบรวมและประเมินผล สนับสนุนการทำงานอย่างบูรณาการ โดยคณะทำงาน ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการ เป็น ประธานคณะทำงาน , นายเกียรติศักดิ์ เหลืองอังกูร อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เป็นรองประธานคณะทำงาน และคณะทำงานประกอบด้วย นายมะโน ทองปาน อุปนายกฝ่ายวิชาการ , นายสมพร ดำพริก อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ , นายวิทยา ทองกุ้ง อุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ และนายภากร ชัชวาลวงศ์ เหรัญญิก/ผู้ช่วยเลขาธิการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งคณะทำงาน, นิพนธ์ จันทเวช, บอส อยู่วิทยา, สภาทนายความ, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f22a9f249efa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อหนุ่มวิศวกร ขอบคุณสภาทนายฯ ช่วยสู้คดีชนะตำรวจยิงลูกชายตายและยัดยาบ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.60 - ที่ห้องแถลงข่าว สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถ.พหลโยธิน นายส่งเสริม แสงฤทธิ์ บิดาของนายไพโรจน์ แสงฤทธิ์ วิศวกรโรงงานแห่งหนึ่ง ที่ถูกตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต ได้เข้าพบ ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ นายสมศักดิ์ อัจจิกุล นายทะเบียนและกรรมการประชาสัมพันธ์ นายทัศไนย ไชยแขวง อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ และนายรัษฎา มนูรัษฎา กรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ พร้อมคณะทำงานคดีฯ เพื่อขอบคุณและมอบเงินจำนวน 100,000 บาทให้แก่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่นายไพโรจน์ แสงฤทธิ์ วิศวกรโรงงานแห่งหนึ่ง ถูกตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร ใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิตในรถยนต์ส่วนบุคคล ที่บริเวณทางเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2554 โดยอ้างว่าผู้ตายได้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ซึ่งเวลาต่อมา ขณะอยู่ที่โรงพยาบาล ตำรวจพบว่ามียาบ้าตกอยู่หว่างขาในกางเกงบ็อกเซอร์ จึงได้พยายามดำเนินคดีในข้อหาว่าเป็นเอเย่นต์จำหน่ายยาบ้า โดยทางครอบครัวเชื่อว่าผู้ตายน่าจะถูกยัดยาหลังจากถูกยิง และเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ จึงเข้าร้องขอความเป็นธรรมจากหลายหน่วยงาน รวมถึงสภาทนายความ ซึ่งทางสภาทนายความได้แต่งตั้งให้สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนจำคุก 7 ปี 6 เดือน กับตำรวจรายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้ประกอบด้วย 1.คดีที่ศาลจังหวัดสกลนคร ความอาญา คดีหมายเลขดำที่ 2456/2555 หมายเลขแดงที่ 700/2556 ระหว่างนายส่งเสริม แสงฤทธิ์ และภรรยา กับพวกรวม 4 คน เป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้อง ด.ต.สิทธิกุล กาติวงศ์ กับพวกรวม 6 คน&amp;nbsp;ศาลฎีกามีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 พิพากษาจำคุกยืนตามศาลล่างจำคุก 7 ปี 6 เดือน 2.คดีทีศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ความแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ 2502/2555 &amp;nbsp;คดีหมายเลขแดงที่ 171/2557 ระหว่างนายส่งเสริม แสงฤทธิ์ กับพวกรวม 4 คน โจทก์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเลย เรื่อง ละเมิด โดยเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 เป็นเงิน 4,150,000 บาท ชำระเงินแก่โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 1,100,000 บาท และชำระเงินแก่โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 1,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2554 (ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุละเมิด) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสี่ กับให้จำเลยให้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสี่ โดยกำหนดค่าทนายความ 100,000 บาท สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมศาลที่โจทก์ทั้งสี่ได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้จำเลยนำมาชำระต่อศาลในนามของโจทก์ทั้งสี่เฉพาะค่าขึ้นศาลเท่าที่โจทก์ทั้งสี่ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีถึงที่สุด จำเลย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ฯ เนื่องจากกระทรวงการคลัง มีความเห็นว่าการอุทธรณ์คดีนี้ต่อไป ไม่อาจก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทางราชการ แต่จะทำให้ราชการเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์และค่าดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอันเป็นภาระเงินกับเงินงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเพื่อเป็นการเยียวยาผู้เสียหาย โดยเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 ครอบครัวนายส่งเสริม แสงฤทธิ์ ได้เข้ารับเงินเยียวยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69393</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภาทนายความ, ส่งเสริม แสงฤทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef075a4e21a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาทนายความ ยังให้บริการคำปรึกษาด้านกฎหมาย ช่วงโควิด จัดแชทไลน์-โต้ตอบผ่านวิดีโอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.63 - ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถ.พหลโยธิน เมื่อวานที่ผ่านมา (27 มี.ค.) ว่าที่ ร.ต.ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อมาฉีดพ่นที่บริเวณอาคารทำการสภาทนายความฯ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) สร้างความปลอดภัย เนื่องจากมีประชาชนและทนายความมาใช้บริการ ขณะที่หน้าประตูทางเข้า-ออก อาคารทุกจุด จะมีจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายสำหรับผู้ที่เข้ามาติดต่อที่สภาทนายความฯ ซึ่งจะไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีอุณหภูมิในร่างกายเกิน 37.5 องศาเซลเซียส เข้าในที่ทำการสภาทนายความโดยเด็ดขาด และยังจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริการไว้ที่จุดตามเคาน์เตอร์ต่างๆ พร้อมแจกหน้ากากอนามัยเพื่อสร้างความมั่นใจในการบริการที่ปลอดภัยกับผู้มาใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สภาทนายความฯ ยังได้ใช้มาตรการตามนโยบายของรัฐบาลในการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ด้วยการ 1.กำหนดจุดบริเวณพื้นที่กั้นระยะห่างในการติดต่องานภายในสภาทนายความฯ โดยจัดแถวระยะห่างบุคคลเกิน 1 เมตร 2.จัดที่นั่งบนเก้าอี้นั่งสลับกันห้ามนั่งใกล้ชิดกัน เพื่อลดความแออัด และการบริหารจัดการอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งจะช่วยให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดน้อยลง และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและทนายความผู้มาติดต่องานสภาทนายความ โดยมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของสภาทนายความฯ จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำหรับการบริการให้คำปรึกษาปัญหาถกฎหมายแก่ประชาชนนั้น สภาทนายความฯ ยังคงให้บริการต่อเนื่อง และเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการให้บริการ อำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชา​ชน และให้สอดคล้องกับเทคโนโลยี​มากยิ่งขึ้น ก็ยังได้จัดทนายความแชทข้อความให้คำปรึกษาผ่านแอพพลิเคชั่น LINE ด้วย ระหว่างเวลา​ 08.30​ น.-16.30 น.​ ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ​ ซึ่งให้บริการตั้งแต่วันที่​ 10 ส.ค. 2562 มาให้บริการช่วงสถานการณ์นี้ด้วย จะมีทนายความอาสาให้บริการวันละ​ 5 คน​ เพื่อตอบปัญหาทุกคำถามให้แก่ประ​ชาชน โดยประชาชนสามารถสแกน QR​ Code​ หรือกดแอด ID Line &amp;quot;@173bkjju​&amp;quot; นี้ ของสภาทนายความ​เข้ามาปรึกษากฎหมาย ที่ผ่านมาระบบดังกล่าวได้รับความสนใจ​ มีผู้แอด Line เข้ามาปรึกษากฎหมายในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ซึ่งประเภคคดีที่เข้าปรึกษาทาง Line@ จะมีทั้งปัญหาที่ดิน​ , เช่าซื้อรถยนต์​ &amp;nbsp;, การเลิกจ้างงาน​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ก็ยังนำเทคโนโลยีการให้คำปรึกษาผ่าน Video Call ที่จะมีทนายความอาสา นั่งให้คำปรึกษาในห้องที่จัดไว้ โต้ตอบด้วยภาพ-เสียงแบบ Real time &amp;nbsp;ด้วยโปรแกรม (Zoom) ให้บริการอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งประชาชนสามารถสแกน QR Code ได้ในห้องที่มีการจัดไว้บริการ 5 ห้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61223</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภาทนายความ, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7edae88e1e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
