<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.ยิ้มรับฉายา รื้อรธน.ส่อยาว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;องครักษ์พิทักษ์ชวน&amp;quot; โต้แทน &amp;quot;นายหัวชวน&amp;quot; ไม่ได้เป็น &amp;quot;มีดโกนขึ้นสนิม&amp;quot; แต่เพราะเป็นผู้ใหญ่อาจไม่เชือดเฉือนเหมือนอดีต ยันหลักการยังหนักแน่น วางตัวเป็นกลาง ควบคุมการประชุมสภาได้เรียบร้อย ส.ว.ยอมรับ &amp;quot;สภาทหารเกณฑ์&amp;quot; อ้างช่วงเปลี่ยนผ่านต้องมี ส.ว.คอยประคับประคองบ้านเมือง ป้อง &amp;quot;พรเพชร-ค้อนยาง&amp;quot; ทำหน้าที่ได้ดีแล้ว &amp;quot;พีระพันธุ์&amp;quot; ไม่ตั้งธงแก้ รธน.อย่างเดียว ต้องตอบให้ได้ปัญหาอยู่ตรงไหน ทำไมต้องแก้ &amp;quot;กำนันสุเทพ&amp;quot; ฟันธงปี 63 ไม่มีเหตุ ปชช.ออกมาม็อบ มั่นใจ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; เอาอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนรัฐสภามอบฉายาประจำปี 2563 ให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็น &amp;ldquo;มีดโกนขึ้นสนิม&amp;rdquo; ว่านายชวนเข้าใจบทบาทการทำหน้าที่สื่อมวลชนดี และให้เกียรติการทำหน้าที่ของสื่อ ในฐานะคนใกล้ชิดเห็นว่านายชวนยังทำหน้าที่ควบคุมสภาได้มีมาตรฐานและคุณภาพ การตัดสินใจอะไรต่างๆ ยังยึดมั่นในหลักเหตุผลตามหลักเกณฑ์กฎหมายตลอด จนทำให้บรรยากาศการประชุมสภามีคุณภาพและความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่าในอดีต ถือเป็นหลักยึดทางประชาธิปไตยให้กับ ส.ส.อยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักการของนายชวนยังหนักแน่นเหมือนเดิม ควบคุมการประชุมสภาให้เกิดคุณภาพ เป็นที่ศรัทธาของประชาชนได้อยู่ ไม่ได้เป็นมีดโกนขึ้นสนิมตามฉายาที่มอบให้ เพียงแต่ในเรื่องการใช้วาจาอาจจะไม่ได้เชือดเฉือนเหมือนในอดีต เป็นเพราะนายชวนมีความเป็นผู้ใหญ่ ให้ความเมตตากับ ส.ส. ไม่ใช้คารมตอบโต้ทางการเมือง เพื่อเป็นแบบอย่างในการสร้างศรัทธา สำหรับฉายาสภา ดงงูเห่านั้น เห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากระบบในปัจจุบันเอื้อให้เกิดงูเห่าขึ้น เพื่อให้รัฐบาลมีเสียงข้างมาก จึงมีกรรมวิธีซื้องูเห่าเกิดขึ้น แต่เป็นแค่ ส.ส.ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะ ส.ส.อีกหลายคนยังมีหลักการหนักแน่น มีแค่บางส่วนเท่านั้นที่อาจไม่หนักแน่น&amp;quot; นายสมบูรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ไลฟ์เฟซบุ๊กว่า ปีนี้ฉายาส่วนใหญ่จะเป็นฉายาในด้านลบมากกว่าด้านบวก ที่เป็นฉายาด้านบวกน่าจะมีฉายาดาวเด่นสภาของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ซึ่งมีความเหมาะสม เพราะเป็น ส.ส.หน้าใหม่ มีบทบาททางการเมือง และได้แสดงบทบาทการอภิปรายหลายครั้งสร้างสรรค์ มีเหตุผลน่ารับฟัง ส่วนฉายาที่ไม่เหมาะสมคือฉายา &amp;quot;มีดโกนขึ้นสนิม&amp;quot; ของนายชวน ซึ่งไม่สอดคล้องกับบุคลิกและการทำหน้าที่ของนายชวน การให้เหตุผลว่านายชวนไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งในสภาได้เป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมเพราะความขัดแย้งในสภาเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ไม่ใช่หน้าที่ของประธานสภาฯ คนเดียว ที่ผ่านมานายชวนได้ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ได้ดีที่สุด วางตัวเป็นกลาง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจนเป็นที่ยอมรับของสมาชิกรัฐสภาทุกคน สภาชุดนี้มีความเรียบร้อย สามารถกู้ภาพลักษณ์ของฝ่ายนิติบัญญัติได้ การแก้ปัญหาสภาล่มเป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่หน้าที่ของประธานสภาโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตั้งฉายาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฉายาขนมจีนไร้น้ำยา ดาวดับ คู่ขัดแย้งแห่งปี ถือว่ามีความเหมาะสม เพราะการตั้งฉายาเปรียบเสมือนกระจกเงา ภาพสะท้อนการทำงานของนักการเมืองทุกคนในรัฐสภา ผมก็ลุ้นกับการตั้งฉายาของผู้สื่อข่าวในปีนี้เหมือนกันเพราะกลัวว่าจะโดนตั้งฉายาด้วย เมื่อไม่มีฉายาก็ทำให้โล่งอก สบายใจยิ่งขึ้น การตั้งฉายาไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบ เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนยอมรับได้&amp;quot; นายเทพไทกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนรัฐสภามอบฉายาให้วุฒิสภาเป็น &amp;quot;สภาทหารเกณฑ์&amp;quot; ว่า ส.ว.ไม่ได้คิดมากอะไร ให้เกียรติการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ถือเป็นกระจกเงาในการพิจารณาตัวเอง เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงาน ซึ่งฉายาสภาทหารเกณฑ์ ถ้ามองในแง่ข้อเท็จจริงก็สามารถคิดได้เช่นนั้นจริงๆ ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ ส.ว.หลายคนปัจจุบันมาจาก สนช.ที่เป็นทหาร แต่ต้องดูความจำเป็นของบ้านเมืองประกอบด้วย เพราะรัฐบาลจะต้องมีมือมีเท้าช่วยขับเคลื่อนการทำงาน มิเช่นนั้นจะทำงานลำบาก &amp;nbsp;ซึ่ง ส.ว.มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยจึงไม่กังวลกับฉายาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนฉายานายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาว่าค้อนยางนั้น ต้องยอมรับว่านายพรเพชรเป็นนักกฎหมายใจดี เพิ่งผ่านประสบการณ์คุม สนช.เป็นครั้งแรก พอต้องมาคุมรัฐสภาที่มีทั้งส.ส.และ ส.ว. จึงต่างกันลิบลับกับสมัยที่เป็น สนช. ฉายาที่สื่อรัฐสภามอบให้บวกกับเสียงสะท้อนจาก ส.ว.หลายคน จะทำให้นายพรเพชรเข้มงวดข้อบังคับการประชุมมากขึ้นในการประชุมรัฐสภาครั้งต่อไปโดยไม่เกรงใจใครได้ดีขึ้น&amp;quot; นายกิตติศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. กล่าวว่า ไม่เหนือความคาดหมายกับฉายาสภาทหารเกณฑ์ คิดไว้อยู่แล้ว ยังไงต้องมีคำเกี่ยวกับทหารอยู่ ดูแล้วฉายาที่มอบให้ก็ถูก ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะส.ว.มีทหารอยู่จำนวนมาก แต่ถือเป็นความจำเป็นในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศที่ต้องมี ส.ว.คอยช่วยประคับประคองบ้านเมือง ส่วนฉายาค้อนยางนั้น ดูแล้วน่าเห็นใจนายพรเพชร ต้องยอมรับว่านายพรเพชรเพิ่งเป็นประธานประชุมรัฐสภาครั้งแรก มาประกบกับนายชวน และเจอกับ ส.ส.ส่วนหนึ่งที่ไม่ชอบ ส.ว. จึงเกิดการลองของขึ้น ทำให้กระทบกับบทบาทการทำหน้าที่ประธานที่ประชุม นายพรเพชรทำหน้าที่ได้ดีเกินคาด แล้วสไตล์การทำงานเป็นแบบนี้ ใจดี เรียบร้อย คงปรับเปลี่ยนไม่ได้ แต่เชื่อว่าเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นจะสามารถรับมือกับ ส.ส.ได้ดีขึ้น&amp;nbsp;
ตอบให้ได้แก้ รธน.ทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 60 กล่าวว่า แนวทางพรรคชาติไทยพัฒนามีอยู่แล้ว เบื้องต้นเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมเพื่อเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น ประเด็นต่อไปถึงไปดูเนื้อใน เพราะในปัจจุบันจะแก้ไขแทบไม่ได้เลย เพราะถ้าแก้ไม่ได้ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย ทางต่อไปก็จะไปดูเนื้อในเน้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนก่อน และที่สำคัญต้องเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ส่วนจะเป็นรูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)หรือไม่ค่อยไปดูกัน แต่ความเห็นส่วนตัวจะให้เหมือน ส.ส.ร.เลยอาจไม่ได้ เพราะเวลาและสถานการณ์ต่างกัน ส่วนเรื่องระยะเวลาแก้ไขเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง เพราะต้องทราบกรอบการแก้ไขก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นเรื่องสำคัญ ถือเป็นเรื่องหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลด้วย เมื่อมีกรรมาธิการและมีตัวแทนจากหลายพรรคเข้าไปแล้ว ก็ต้องทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง สิ่งหนึ่งที่กรรมาธิการควรรับฟังคือเสียงของนอกสภา นักวิชาการ นักธุรกิจ ต่างประเทศ พี่น้องประชาชน เกษตรกร รากหญ้า เขามีความกังวลหรือมีความรู้สึกอย่างไรบ้างว่ารัฐธรรมนูญนี้ควรตบแต่งแก้ไข ในประเด็นไหน ถ้าสามารถที่จะมีเวทีรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากคนนอก กมธ.ได้ก็คิดว่าจะทำให้ กมธ.ได้ข้อมูลมากขึ้น และทำให้ผลการศึกษาจะสมบูรณ์ทำให้รู้ว่าจะนับหนึ่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปอย่างไร ส่วนวุฒิสภาจะยอมรับและสนับสนุนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการยอมรับหากชี้ให้เห็นว่าจำเป็น ถ้าแก้ไขอันนี้แล้วประเทศชาติจะดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้นก็เชื่อว่า ส.ว.ทุกคนต่างรับฟังข้อเท็จจริงและเหตุผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธาน กมธ.พิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวันที่ 14 ม.ค.2563 ซึ่งจะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญและอาจพิจารณาข้อเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ และการตั้งส.ส.ร. ว่าการพิจารณามาตราดังกล่าวได้อยู่ในญัตติที่จะต้องพิจารณาอยู่แล้ว ซึ่งในฐานะประธาน กมธ.ได้เตรียมแนวทางการหารือการพิจารณาโดยจะให้ กมธ.แสดงความคิดเห็นกันก่อนจากนั้นก็นำความคิดเห็นต่างๆ มาประมวลเพื่อเป็นกรอบในการพิจารณาศึกษา ซึ่งจะเป็นกรอบการพิจารณาที่มาจากความคิดเห็นของทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ฝากถึง กมธ.ชุดนี้ให้ศึกษาอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า แน่นอนว่าจะต้องศึกษากันอย่างจริงจัง เท่าที่พูดคุยกัน กมธ.ก็จะต้องดูการแก้ไข รธน.ว่ามีปัญหาเรื่องอะไรบ้าง ใช่ปัญหาที่แท้จริงที่ควรจะนำมาสู่การแก้ไขใช่หรือไม่ หากเป็นปัญหาก็ต้องคิดว่าจะแก้ไขอย่างไร ดังนั้น กมธ.แต่ละท่านจะต้องพูดกันให้ชัดว่าตรงนั้นตรงนี้เป็นปัญหาอย่างไร เกิดขึ้นอย่างไร แล้วคนอื่นเห็นด้วยหรือไม่ รวมถึงเปิดให้แต่ละท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ไม่ใช่คิดว่าจะแก้ก็จะแก้อย่างเดียว โดยไม่รู้ปัญหาอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ต้องตอบให้ได้ว่าทำไมต้องแก้ ต้องคุยกันก่อนว่าอะไรบ้างที่ควรแก้ไขบ้าง ต้องรู้ที่มาที่ไปกันก่อน ไม่ใช่จะแก้เลย โดยไม่รู้จะแก้อย่างไร เพราะอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยัน กมธ.จะต้องฟังเสียงนอกสภาด้วย ได้กำชับไปยัง กมธ.ทุกท่านแล้วว่าจะต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นเพราะเราทำเพื่อประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเราเอง ต้องรับฟังทุกเสียงจากทุกภาคส่วนในฐานะที่เป็นคนไทย ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของคนไทยทุกคน&amp;quot; นายพีระพันธุ์กล่าว
&amp;quot;กำนันสุเทพ&amp;quot;เชื่อ&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;เอาอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกและกรรมการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจัดเตรียมข้อมูลไว้พร้อมมาก มอบหมายผู้ที่จะอภิปรายทำการบ้านอย่างละเอียด งานนี้ไม่รอดแน่ เอาเฉพาะผู้ที่ได้เห็นข้อมูลที่จะใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่างคิดไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าทำกันถึงเพียงนี้ในประเทศนี้ ยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีใบเสร็จ ถึงขั้นต้องไปโหวตเลือกนายกฯ กันใหม่ รัฐบาลไปสำรวจตัวเองให้ดีว่าให้ใครไปทำอะไรไม่ชอบมาพากล ไปสร้างศัตรูไว้ที่ไหนบ้าง ทำให้คนทำธุรกิจโปร่งใส ตรงไปตรงมาเสียหาย กรรมออนไลน์กำลังจะมาเยือนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า กระแสเบื่อนายกฯ แพร่ระบาด ลุกลาม รวดเร็วในหมู่ประชาชน จนเกิดความหวาดหวั่นของระบอบเผด็จการทั้งโครงสร้าง การแสดงสีหน้าเบื่อ พล.อ.ประยุทธ์ของสุภาพสตรีท่านหนึ่งที่หมอชิต จึงเป็นปรากฏการณ์ยอดภูเขาน้ำแข็งที่เริ่มปรากฏ อันจะเป็นจุดเริ่มต้นต่อการพลังทลายลงของรัฐบาลประยุทธ์ในอีกไม่ช้านี้ ทางที่ดี เพื่อทำคุณไถ่โทษ ยอมสำนึกผิดที่ได้กระทำต่อประชาชนก่อนที่ประชาชนจะเบื่อถึงขีดสุดแล้วลุกขึ้นมาขับไล่พวกคุณ การลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของประชาชนและของประเทศไทย ในเทศกาลวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2563 ที่บางกลุ่มประกาศจะจัดการชุมนุมตั้งแต่ต้นปีว่า อยากชวนประชาชนชาวไทยมองโลกในแง่ดี เราต่างมีประสบการณ์ในทางการเมืองกันมามากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เราทุกคนต้องช่วยกันทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ไม่ว่าจะมีการเคลื่อนไหวโดยกลุ่มใดก็ตาม เชื่อว่าหน้าที่ของพวกเราคนไทยคือการทำงานถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการทำงานให้กับแผ่นดิน ตนยังเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ที่ทำงานเพื่อชาติและประชาชนได้สำเร็จในระดับที่ประชาชนทั้งหลายจะเกิดความพึงพอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ร้อนแรง การชุมนุมของประชาชนเพื่อเรียกร้องสิ่งหนึ่งสิ่งใด ถ้าทำอยู่ในกรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ประชาชนก็มีสิทธิ์ทำได้ การชุมนุมต้องเป็นไปโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่มีการก่อเหตุอะไร ส่วนประชาชนจะออกมาร่วมด้วยหรือไม่นั้น อยู่ที่ผู้จัดการชุมนุมมีวัตถุประสงค์อะไร ถ้าเขาต้องการเอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ประชาชนคงไม่มาร่วมด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นว่ามีอะไรที่เป็นประเด็นความเดือดร้อนของประชาชน ที่ถึงขั้นจำเป็นต้องนำคนออกมาชุมนุม ยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลน่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประชาชนได้&amp;quot; นายสุเทพกล่าว. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53505</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉายาสภา, มีดโกนขึ้นสนิม, สภาทหารเกณฑ์, สื่อมวลชนรัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องครักษ์พิทักษ์ชวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d41433972681.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“กิตติศักดิ์”ยอมรับส.ว.คือสภาทหารเกณฑ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค. 2562 นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนรัฐสภามอบฉายาประจำปี2563 ให้วุฒิสภาเป็น&amp;rdquo;สภาทหารเกณฑ์&amp;rdquo; ว่า ส.ว.ไม่ได้คิดมากอะไร ให้เกียรติการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ถือเป็นกระจกเงาในการพิจารณาตัวเอง เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงาน ซึ่งฉายาสภาทหารเกณฑ์ ถ้ามองในแง่ข้อเท็จจริงก็สามารถคิดได้เช่นนั้นจริงๆ ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะส.ว.หลายคนปัจจุบันมาจากสนช.ที่เป็นทหาร แต่ต้องดูความจำเป็นของบ้านเมืองประกอบ ด้วย เพราะรัฐบาลจะต้องมีมือมีเท้าช่วยขับเคลื่อนการทำงาน มิเช่นนั้นจะทำงานลำบาก &amp;nbsp;ซึ่งส.ว.มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย จึงไม่กังวลกับฉายาดังกล่าว ส่วนฉายานายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาว่า &amp;ldquo;ค้อนยาง&amp;rdquo;นั้น ต้องยอมรับว่า นายพรเพชรเป็นนักกฎหมายใจดี เพิ่งผ่านประสบการณ์คุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เป็นครั้งแรก พอต้องมาคุมรัฐสภาที่มีทั้งส.ส.และส.ว.จึงต่างกันลิบลับกับสมัยที่เป็นสนช. ดังนั้นส.ว.หลายคนมองว่า นายพรเพชรใจดีเกินไป คนละแบบกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เข้มกับระเบียบข้อบังคับ เชื่อว่า ฉายาที่สื่อรัฐสภามอบให้บวกกับเสียงสะท้อนจากส.ว.หลายคน จะทำให้นายพรเพชรเข้มงวดข้อบังคับการประชุมมากขึ้นในการประชุมรัฐสภาครั้งต่อๆไป โดยไม่เกรงใจใครได้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. กล่าวว่า ไม่เหนือความคาดหมายกับฉายาสภาทหารเกณฑ์ที่สื่อมวลชนรัฐสภามอบให้แก่วุฒิสภาในปีนี้ คิดไว้อยู่แล้ว ยังไงต้องมีคำเกี่ยวกับทหารอยู่ ดูแล้วฉายาที่มอบให้ก็ถูก ไม่ได้เสียหายอะไร &amp;nbsp;เพราะส.ว.มีทหารอยู่จำนวนมาก แต่ถือเป็นความจำเป็นในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศที่ต้องมีส.ว.คอยช่วยประคับประคองบ้านเมือง ส่วนฉายาของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ว่า&amp;rdquo;ค้อนยาง&amp;rdquo;นั้น ดูแล้วน่าเห็นใจนายพรเพชร ต้องยอมรับว่า นายพรเพชรเพิ่งเป็นประธานประชุมรัฐสภาครั้งแรก มาประกบกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และเจอกับส.ส.ส่วนหนึ่งที่ไม่ชอบส.ว. จึงเกิดการลองของขึ้น ทำให้กระทบกับบทบาทการทำหน้าที่ประธานที่ประชุม แต่ส่วนตัวเห็นว่า นายพรเพชรทำหน้าที่ได้ดีเกินคาดแล้ว สไตล์การทำงานของนายพรเพชรเป็นแบบนี้ ใจดี เรียบร้อย คงปรับเปลี่ยนไม่ได้ แต่เชื่อว่าเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นจะสามารถรับมือกับส.ส.ได้ดีขึ้น และเชื่อว่าบทบาทของฝ่ายค้านหลังจากนี้จะต้องปรับไปเน้นสาระการทำงานมากขึ้น เพราะถูกวิจารณ์หนักเช่นกันว่า มักเล่นเกมการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนรัฐสภามอบฉายาประจำปี2563 ให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็น &amp;ldquo;มีดโกนขึ้นสนิม&amp;rdquo;ว่า นายชวนเข้าใจบทบาทการทำหน้าที่สื่อมวลชนดี และให้เกียรติการทำหน้าที่ของสื่อ ในฐานะคนใกล้ชิดเห็นว่า นายชวนยังทำหน้าที่ควบคุมสภาได้มีมาตรฐานและคุณภาพ การตัดสินใจอะไรต่างๆยังยึดมั่นในหลักเหตุผลตามหลักเกณฑ์กฎหมายตลอด จนทำให้บรรยากาศการประชุมสภามีคุณภาพและความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่าในอดีต ถือเป็นหลักยึดทางประชาธิปไตยให้กับส.ส.อยู่ &amp;nbsp;ยืนยันว่าหลักการของนายชวนยังหนักแน่นเหมือเดิม ควบคุมการประชุมสภาให้เกิดคุณภาพ เป็นที่ศรัทธาของประชาชนได้อยู่ ไม่ได้เป็นมีดโกนขึ้นสนิมตามฉายาที่มอบให้ เพียงแต่ในเรื่องการใช้วาจาอาจจะไม่ได้เชือดเฉือนเหมือนในอดีต เป็นเพราะนายชวนมีความเป็นผู้ใหญ่ ให้ความเมตตากับส.ส. ไม่ใช้คารมตอบโต้ทางการเมือง เพื่อเป็นแบบอย่างในการสร้างศรัทธา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับฉายาสภา&amp;rdquo;ดงงูเห่า&amp;rdquo; นั้น เห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากระบบในปัจจุบันเอื้อให้เกิดงูเห่าขึ้น เพื่อให้รัฐบาลมีเสียงข้างมาก จึงมีกรรมวิธีซื้องูเห่าเกิดขึ้น แต่เป็นแค่ส.ส.ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะส.ส.อีกหลายคนยังมีหลักการหนักแน่น &amp;nbsp;มีแค่บางส่วนเท่านั้นที่อาจไม่หนักแน่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53485</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, สภาทหารเกณฑ์, สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3aeabe0975e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉายาสภา ‘ดงงูเห่า’!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สื่อมวลชนรัฐสภาตั้งฉายาสภา &amp;quot;ดงงูเห่า&amp;quot; เหตุ รธน.ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ ส.ส.คอยแว้งฉกกันเอง วุฒิสภากลายเป็น &amp;quot;สภาทหารเกณฑ์&amp;quot; ถูก คสช.เกณฑ์เข้ามาสานต่องานให้จบ &amp;quot;ชวน&amp;quot; พลิกกลับเป็น &amp;quot;มีดโกนขึ้นสนิม&amp;quot; ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งในสภาได้ ผู้นำฝ่ายค้านแค่ &amp;quot;ขนมจีนไร้น้ำยา&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;ปารีณา-เสรีพิศุทธ์&amp;quot; คู่กัดแห่งปี &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; คว้าตำแหน่ง &amp;quot;ดาวสภา&amp;quot; แต่ไม่มีผู้เหมาะสมเป็นคนดีศรีสภา &amp;quot;สุทิน&amp;quot; โวด้านดีสภายุคนี้พัฒนากว่าเดิม ป้อง &amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; เป็นคนสุภาพ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ยัน &amp;quot;ศรีนวล&amp;quot; ไม่ใช่งูเห่า วอนอย่าขยายความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม หลังจากที่เว้นวรรคการตั้งฉายารัฐสภาไปเป็นเวลาประมาณ 5 ปี มาในปี 2562 สื่อมวลชนประจำรัฐสภาได้มีความเห็นร่วมกันที่จะตั้งฉายาสภาอีกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติในรอบปีที่ผ่านมา โดยไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในทางการเมืองแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับฉายาสภาที่สื่อมวลชนได้ระดมสมองออกมานั้นมีบทสรุป ดังนี้ 1.เหตุการณ์แห่งปี &amp;quot;สภาล่ม&amp;quot; เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง 2 วันติดต่อกัน ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.และ 28 พ.ย. ระหว่างการพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ปฐมเหตุเริ่มมาจากการที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตให้กับฝ่ายค้าน ซึ่งจะต้องนำมาสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แต่ปรากฏว่า ส.ส.รัฐบาลใช้เสียงข้างมากจนนำมาสู่การนับคะแนนใหม่ โดยก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนดังกล่าวจะต้องมีการนับองค์ประชุมก่อน ทว่ามี ส.ส.ร่วมเป็นองค์ประชุม 92 คน แม้จะมีการนัดประชุมอีกครั้งในวันถัดไป แต่ก็ยังมี ส.ส.เพียง 240 คนไม่ครบองค์ประชุม นับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียให้กับสภาในยุคของ &amp;#39;ชวน หลีกภัย&amp;#39; ที่พยายามจะยกระดับมาตรฐานของสภาให้กลับมาเป็นความหวังของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สภาผู้แทนราษฎร : &amp;nbsp;&amp;quot;ดงงูเห่า&amp;quot; การหายไปของสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวลากว่า 5 ปี ทำให้สภาถูกตั้งความหวังไว้ว่าจะสามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนสมดั่งเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยได้ แต่จะด้วยผลกระทบจากรัฐธรรมนูญที่ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพหรือเป็นนิสัยส่วนบุคคล ถึงได้เป็นช่องทางที่ทำให้ปรากฏการณ์ที่เรียกว่างูเห่า ไม่ว่าจะเป็นการประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระเพื่อตรวจสอบรัฐบาล แต่เมื่อผ่านไปสักระยะก็ยุติการเป็นฝ่ายค้านอิสระ ไปจนถึงการลงคะแนนสวนทางกลับมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายครั้ง ทั้งการพิจารณาพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพล ไปจนถึงการร่วมเป็นองค์ประชุมสภาก่อนจะลงมติล้มไม่ให้เกิดการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรา 44 ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งตราบใดรัฐบาลยังมีเสียงปริ่มน้ำและต้องยืมมือฝ่ายตรงข้ามเช่นนี้ สภาคงไม่อาจเป็นที่พึ่งของประชาชนให้สมดังเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ แต่จะเป็นเพียงดงงูเห่าที่คอยแว้งฉกกันเองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.วุฒิสภา : &amp;quot;สภาทหารเกณฑ์&amp;quot; รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้มีวุฒิสภาแบบพิเศษขึ้นมา กล่าวคือ แม้รัฐธรรมนูญจะหมวดว่าด้วยวุฒิสภาที่ให้มีการลงคะแนนเลือกกันเองจากบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพ แต่ใน 5 ปีแรกกลับให้ ส.ว.มาจากการเลือกของ คสช. รวมกับผู้บัญชาเหล่าทัพโดยตำแหน่งเป็นจำนวน 250 คน ไม่เพียงเท่านี้ ส.ว.ชุดปัจจุบันจำนวนไม่น้อยมาจากบุคคลที่เคยเป็นสมาชิก สนช.ที่ คสช.เคยแต่งตั้งอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ทำให้ส.ว.เปรียบเสมือนเป็นทหารที่ถูก คสช.เกณฑ์เข้ามา ที่ไม่เพียงแต่มีหน้าที่ในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรกเท่านั้น แต่ยังอีกภารกิจคือการสานต่องานของ คสช.ให้จบ โดยเริ่มให้เห็นแล้วจากการพร้อมใจเทคะแนนเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และในอนาคตกำลังจะมีหน้าที่ปกป้องรัฐธรรมนูญเป็นภารกิจต่อไป
มีดโกนขึ้นสนิม-ค้อนยาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ประธานสภาผู้แทนราษฎร : &amp;quot;มีดโกนขึ้นสนิม&amp;quot; &amp;#39;ชวน หลีกภัย&amp;#39; ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในตำนานการเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน โดยเป็น ส.ส.ที่มีพรรษาทางการเมืองมากที่สุด และมีบารมีเต็มเปี่ยมจนได้กลับเข้ามาเป็นประธานสภาฯ อีกครั้ง แม้จะมีความตั้งใจจะให้ประชาชนกลับมาศรัทธาสภา แต่เอาเข้าจริงมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่เคยบาดลึกแหลมคมกำลังขึ้นสนิมอย่างเห็นได้ชัด ภายหลังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสภาได้ เช่น การวินิจฉัยเรื่องการนับคะแนนใหม่ในญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรา 44 จนนำมาสู่เหตุการณ์สภาล่ม ไปจนถึงการพยายามลอยตัวกับปัญหาต่างๆ อย่างความขัดแย้งในคณะกรรมาธิการสามัญหลายคณะ ทั้งๆ ที่เป็นผู้นำสูงสุดของสภา อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นมีดโกนขึ้นสนิมที่อาจฟันอะไรไม่ขาดเสียทีเดียว แต่หากใครได้โดนแล้วแน่นอนว่ายังต้องรู้สึกเจ็บและต้องรีบฉีดยากันบาดทะยัก เพราะวาจาของนายหัวเมืองตรังยังเจ็บจี๊ดไม่เคยเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ประธานวุฒิสภา : &amp;quot;ค้อนยาง&amp;quot; เป็นที่ทราบกันดีว่าก่อนจะขึ้นมาเป็นประธานวุฒิสภา &amp;#39;พรเพชร วิชิตชลชัย&amp;#39; เคยดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาก่อน ซึ่งเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เมื่อมาทำหน้าที่เป็นประธานวุฒิสภา ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทบาทและอำนาจหน้าที่ที่เคยมีนั้นได้เลือนหายไป ตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้สมาชิกรัฐสภาไม่ยำเกรงในบารมีของประธานวุฒิสภา ดังจะเห็นได้จากการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณานโยบายของคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เพราะปรากฏว่าทุกครั้งที่ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมในฐานะรองประธานรัฐสภา จะถูก ส.ส.ลองของจนควบคุมการประชุมไม่ได้ โดยเฉพาะการปะทะคารมกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนำมาซึ่งความวุ่นวายกลางที่ประชุม แม้ประธานวุฒิสภาจะพยายามใช้ค้อนทุบบนโต๊ะเพื่อหวังให้เกิดความสงบ แต่กลับได้ผลตรงข้าม จึงเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าค้อนไม้ที่ถือไว้ในมือนั้นเป็นเพียงแค่ค้อนยางเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร : &amp;quot;ขนมจีนไร้น้ำยา&amp;quot; &amp;#39;สมพงษ์ อมรวิวัฒน์&amp;#39; ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ ในภาวะที่ฝ่ายค้านไม่ได้เป็นลูกไล่รัฐบาลเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะมีเสียงในสภาที่สูสีกับฝ่ายรัฐบาล ถึงขนาดที่ฝ่ายค้านเคยโหวตชนะฝ่ายรัฐบาลมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครั้งพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่งของ คสช.ตามมาตรา 44 ทว่าฝ่ายค้านยังไม่อาจแสดงศักยภาพในการตรวจสอบรัฐบาลให้เป็นที่ประจักษ์ เมื่อเทียบกับผู้นำฝ่ายค้านฯ ในอดีตหลายคนก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังไม่ปรากฏบทบาทการเป็นผู้นำเพื่อให้การทำงานของสภาเกิดความสมานฉันท์และเป็นที่จดจำ จึงไม่ต่างอะไรกับขนมจีนที่ดูน่ารับประทาน แต่เมื่อไร้น้ำยารสเลิศแล้วก็ทำให้ขนมจีนจานนั้นไม่ได้อยู่ในสายตา
&amp;quot;ปารีณา-เสรีฯ&amp;quot;คู่กัดแห่งปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.วาทะแห่งปี : &amp;quot;ตัดพี่ตัดน้อง&amp;quot; วาทะนี้เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พูดกลางที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการนำเสนอนโยบายของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ก.ค. เพื่อแก้ข้อกล่าวหาเรื่องการเข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่สุจริตของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์ตอบโต้ว่า &amp;ldquo;เรารู้จักกันมานาน ท่านเป็นรุ่นพี่ผม แต่งงานวันเดียวกัน แต่วันนี้ไม่ถือว่าเป็นรุ่นพี่อีกแล้ว เพราะท่านไม่เกียรติผม เคยพูดว่าจะชักปืนยิงผม ถ้ายิงจริง ท่านก็ติดคุกไปแล้ว ท่านพูดจาหยาบคาย เหรียญรามาฯ ผมก็ได้ แต่ไม่เคยอวดอ้างอำนาจ ให้ไปทบทวนตัวเอง&amp;rdquo; จากการตัดพี่ตัดน้องในวันนั้นทำให้ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านทวีความดุเดือดนับจากนั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.คู่กัดแห่งปี : ปารีณา VS พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสองคนนี้เป็นมวยถูกคู่ แม้ว่าจะต่างวัยกันก็ตาม &amp;#39;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;#39; ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถูกพรรคส่งมาเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มี &amp;#39;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส&amp;#39; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน เพื่อปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ภายหลัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พยายามเชิญนายกฯ มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ แต่ปารีณาพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ถึงขั้นมีการผลัดกันยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกันเองภายในคณะกรรมาธิการจนงานอื่นๆ ของคณะกรรมาธิการเดินหน้าไม่ได้และกรรมาธิการหลายคนทยอยลาออก เพราะไม่ต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ดังนั้น การปะฉะดะของ ส.ส.สาวและอดีตนายตำรวจ จึงมีแต่เพียงการวิวาทะเท่านั้น หาแก่นสารไม่ได้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 9.ดาวเด่น : ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จากคนที่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนอกสภา แล้ววันหนึ่งก็ได้เดินเข้าสภาในนามพรรคอนาคตใหม่ เหตุผลหลักที่ทำให้ &amp;ldquo;อาจารย์ป๊อก&amp;rdquo; ได้รับตำแหน่งดังกล่าวคือ การเปิดประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่ครบถ้อยคำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นประเด็นที่สังคมแสวงหาความชัดเจนจากรัฐบาลมาร่วมเดือน จนนำมาสู่การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่เพียงเท่านี้ตลอดการทำหน้าที่อภิปรายในสภาไม่ได้ใช้แต่เพียงวาทศิลป์เท่านั้น เพราะทุกถ้อยคำล้วนมีเหตุผลทางวิชาการและกฎหมายรองรับ จึงทำให้คว้าตำแหน่งนี้ไปอย่างลอยลำด้วยความหวังว่าเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่จะสามารถรักษามาตรฐานที่วางไว้ไปให้ตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.ดาวดับ : ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เมื่อมีดาวเด่นก็ต้องมีดาวดับ ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นคือ เอ๋ ปารีณา เป็นที่ทราบกันดีว่า ส.ส.เมืองโอ่งรายนี้ได้สร้างกระแสในแง่ลบผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นระยะ แม้จะแสดงบทบาทในการตรวจสอบการถือครองที่ดินของมารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แต่กลับเป็นคนที่ไม่ยอมรับการตรวจสอบเสียเองในเรื่องการถือครองที่ดินที่ จ.ราชบุรี ทั้งๆ ที่มีตำแหน่งเป็นกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งทุกครั้งที่ถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความโปร่งใส กลับพยายามบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง ถึงขนาดที่กล่าวอ้างว่าได้ทำเอ็มโอยูกับนักข่าวที่จะยุติการสัมภาษณ์เรื่องนี้แล้ว โดยไม่มีหลักฐาน จึงไม่แปลกที่สื่อมวลชนได้เทคะแนนให้กับปารีณาด้วยความหวังจะมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.คนดีศรีสภา : ไม่มีผู้เหมาะสม
ป้อม&amp;quot;ลุงสมพงษ์&amp;quot;คนสุภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการตั้งฉายารัฐสภาว่า ได้เห็นฉายาสภาที่สื่อได้มีการตั้งแล้ว ฉายาสภา ดงงูเห่า เห็นว่าหากพูดในแง่หนึ่งก็เหมาะสมอยู่ เพราะมีเรื่องอื้อฉาวเรื่องงูเห่าอยู่ แต่ด้านดีก็มีคือน่าจะพูดว่า งูเห่าในดงผู้ดี เนื่องจากสภามีการพัฒนาขึ้นกว่าเดิม เช่น พฤติกรรมในการทะเลาะ โต้เถียง เล่นนอกลู่นอกทางน้อยกว่าทุกยุค ที่มีการขว้างแฟ้ม ลากเก้าอี้ประธาน แต่คราวนี้ไม่วุ่นวาย ประนีประนอมกันอยู่ แต่ยอมรับว่างูเห่าก็เป็นภาพหนึ่งของสภา เหตุการณ์แห่งปี ที่ยกเรื่องสภาล่มมานั้น เห็นว่าก็เป็นเรื่องเป็นเหตุการณ์เด่นของสภา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการคุมเสียงของฝ่ายรัฐบาลที่ทำไม่ได้ เพราะถ้ารัฐบาลเข้มแข็ง มีความแข็งแกร่ง มีความรับผิดชอบ ก็ไม่เกิดเหตุการณ์สภาล่ม ไม่เกิดฉายานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉายาของวุฒิสภาที่มองว่าเป็นสภาทหารเกณฑ์นั้น ก็มีส่วนถูก ไม่ว่าจะเป็นทหารเกณฑ์หรือพลทหารก็จะมีความหมายเดียวกัน คนเข้าใจได้ว่าเป็นสภาที่คล้ายกับว่าเป็นเด็กที่สั่งได้ทุกอย่าง เช่น การเลือกนายกฯ ก็ยกมือกันพรึ่บ ฉายาที่สะท้อนได้พอสมควร ส่วนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มองว่าเป็นมีดโกนขึ้นสนิม ก็มีส่วนถูก แต่ส่วนตัวมองว่าขึ้นสนิมไม่พอ แต่เป็นเรื่องของการตกยุคมากกว่า เพราะท่านจะย้ำคิดย้ำทำ จ้ำจี้จ้ำไชในเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ก็เข้าใจอยู่ เพราะความรับผิดชอบของท่านสูง ด้านดีท่านมีเยอะ แต่ถ้าจะเอาด้านลบก็มองว่าไม่เพียงแค่ขึ้นสนิม เพราะสมัยนี้เขาใช้เลเซอร์กันแล้ว ท่านก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้ทันยุคทันสมัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฉายาประธานวุฒิสภาที่บอกว่าเป็นค้อนยางนั้น นายสุทิน มองว่า มีส่วนถูกมีความสัมพันธ์กับฉายาทหารเกณฑ์ คือมีเรื่องอะไรก็ผ่านให้ได้ตลอด ส่วนฉายาผู้นำฝ่ายค้านที่ว่าขนมจีนไร้น้ำยา มองว่าอาจไม่ถูกเสียทั้งหมด เพราะท่านเป็นคนสุภาพ ปล่อยบทบาทให้คนในพรรคได้ทำหน้าที่บ้าง เช่น พวกตนเป็นต้น นายสมพงษ์ ทำหน้าที่กำกับทิศทางได้ดีอยู่ อาจจะเป็นขนมจีนท่วมน้ำยา หรือน้ำยาน้อยไปนิด แต่ว่ายังมีน้ำยาอยู่เพียงแต่เส้นมันอาจจะเยอะ เนื่องด้วยท่านไม่ค่อยแสดงออก เพราะด้วยบุคลิกเป็นคนอย่างนั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข &amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ขอแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์สำหรับฉายาที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาให้ว่า &amp;quot;สภาดงงูเห่า&amp;quot; เพราะส่วนตัวเห็นว่าไม่มีใครเป็นงูเห่า ส่วน น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ก็ไม่ถือว่าเป็นงูเห่า เพราะถูกต้นสังกัดขับออก และพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ไปดึงตัวมา โดยยังไม่ทราบว่าขณะนี้ น.ส.ศรีนวลได้สมัครเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ เนื่องจากต้องมีขั้นตอนตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขออย่าขยายความขัดแย้ง หรือพูดเพื่อเกิดความเกลียดชังระหว่างกัน ส่วนที่เห็นไม่ตรงกันในเรื่องของประเทศชาติ ก็ขอให้ลืม แล้วเริ่มต้นสู่ปีใหม่ไปด้วยกัน ทั้งนี้ หาก ส.ส.ได้รับกำลังใจจากประชาชน ก็จะมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ซึ่งอะไรที่ดีขอให้สนับสนุน ส่วนสิ่งที่ไม่ดีก็ขอให้ตรวจสอบ หากทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างมืออาชีพ ความขัดแย้งทุกอย่างก็จะหมดไป ส่วนคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ หากเป็นผลจากการกระทำที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ก็ต้องยอมรับแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฉายาคนดีศรีสภา ที่ไม่มีบุคคลใดในสภาเหมาะสมนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ขอเป็นคนกลางๆ ก็พอ หากดีเกินไปก็ต้องระวัง ต้องเดินทางสายกลาง เพราะคนเราต้องมีดีบ้าง เคี่ยวบ้าง ความดีคือการตั้งใจทำงาน รักพี่น้องประชาชน ดังนั้น อย่าไปทำอะไรที่ทำลายบ้านเมืองหรือการเอื้อประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง เพราะการทำงานทุกอย่างต้องแยกแยะให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตัวไม่รู้สึกงอนสื่อมวลชนประจำรัฐสภาที่ตั้งฉายาดังกล่าวขอน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ เพราะถือเป็นคำแนะนำที่ต้องนำมาปรับปรุง และมองเป็นบวกเพื่อไม่ให้เสียกำลังใจในการทำงาน&amp;quot; นายอนุทินกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉายาสภา, ดงงูเห่า, รัฐบาลขาดเสถียรภาพ, สภาทหารเกณฑ์, สานต่องานให้จบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e0768f556048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2019 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2019 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สุทิน&#039;ชอบใจฉายา&#039;สภาทหารเกณฑ์&#039;ป้อง&#039;ลูกพี่สมพงษ์&#039;ไม่ไร้น้ำยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.62-นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการตั้งฉายารัฐสภาว่า ได้เห็นฉายาสภาที่สื่อได้มีการตั้งแล้ว ฉายาสภา ดงงูเห่า เห็นว่าหากพูดในแง่หนึ่งก็เหมาะสมอยู่ เพราะมีเรื่องอื้อฉาวเรื่องงูเห่าอยู่ แต่ด้านดีก็มีคือน่าจะพูดว่า งูเห่าในดงผู้ดี เนื่องจากสภาฯมีการพัฒนาขึ้นกว่าเดิม เช่น พฤติกรรมในการทะเลาะ โต้เถียง เล่นนอกลู่นอกทางน้อยกว่าทุกยุค ที่มีการขว้างแฟ้ม ลากเก้าอี้ประธาน แต่คราวนี้ไม่วุ่นวาย ประนีประนอมกันอยู่ แต่ยอมรับว่างูเห่าก็เป็นภาพหนึ่งของสภา เหตุการณ์แห่งปี ที่ยกเรื่องสภาล่มมานั้น เห็นว่าก็เป็นเรื่องเป็นเหตุการณ์เด่นของสภา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการคุมเสียงของฝ่ายรัฐบาลที่ทำไม่ได้ เพราะถ้ารัฐบาลเข้มแข็ง มีความแข็งแกร่ง มีความรับผิดชอบ ก็ไม่เกิดเหตุการณ์สภาล่ม ไม่เกิดฉายานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่า ฉายาของวุฒิสภาที่มองว่าเป็นสภาทหารเกณฑ์นั้น ก็มีส่วนถูก ไม่ว่าจะเป็นทหารเกณฑ์หรือพลทหารก็จะมีความหมายเดียวกัน คนเข้าใจได้ว่าเป็นสภาที่คล้ายกับว่าเป็นเด็กที่สั่งได้ทุกอย่าง เช่น การเลือกนายกฯ ก็ยกมือกันพรึบ ฉายาที่สะท้อนได้พอสมควร ส่วนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มองว่าเป็นมีดโกนขึ้นสนิม ก็มีส่วนถูก แต่ส่วนตัวมองว่าขึ้นสนิมไม่พอ แต่เป็นเรื่องของการตกยุคมากกว่า เพราะท่านจะย้ำคิดย้ำทำ จ้ำจี้จ้ำไชในเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ก็เข้าใจอยู่เพราะความรับผิดชอบของท่านสูง ด้านดีท่านมีเยอะ แต่ถ้าจะเอาด้านลบก็มองว่าไม่เพียงแค่ขึ้นสนิม เพราะสมัยนี้เขาใช้เลเซอร์กันแล้ว ท่านก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้ทันยุคทันสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฉายาประธานวุฒิสภา ที่บอกว่าเป็นค้อนยางนั้น นายสุทิน มองว่า มีส่วนถูกมีความสัมพันธ์กับฉายาทหารเกณฑ์ คือมีเรื่องอะไรก็ผ่านให้ได้ตลอด ส่วนฉายาผู้นำฝ่ายค้านที่ว่าขนมจีนไร้น้ำยา มองว่า อาจไม่ถูกเสียทั้งหมด เพราะท่านเป็นคนสุภาพ ปล่อยบทบบาทให้คนในพรรคได้ทำหน้าที่บ้าง เช่น พวกตนเป็นต้น นายสมพงษ์ ทำหน้าที่กำกับทิศทางได้ดีอยู่ อาจจะเป็นขนมจีนท่วมน้ำยา หรือน้ำยาน้อยไปนิด แต่ว่ายังมีน้ำยาอยู่เพียงแต่เส้นมันอาจจะเยอะ เนื่องด้วยท่านไม่ค่อยแสดงออก เพราะด้วยบุคลิกเป็นคนอย่างนั้นเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53426</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉายาสภาปี2562, นายชวน หลีกภัย, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายสุทิน คลังแสง, สภาทหารเกณฑ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5dab05ecdd4b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
