<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภารกิจแรกหามลุงตู่ คลอด250สว.พี่น้อง-นายพลพรึ่บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โปรดเกล้าฯ 250 ส.ว.แล้ว ขณะที่ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; คลอดคำสั่งหัวหน้า คสช.สำรองสภาสูงไว้อีก 50 ชื่อ ลั่นคุณภาพออกกฎหมายมือหนึ่ง สภาร้อยนายพล &amp;ldquo;เพื่อนพ้องน้องพี่&amp;rdquo; คนหน้าเดิมจากแม่น้ำ 5 สายพาเหรดยึดเก้าอี้พรึ่บ! &amp;ldquo;ปรีชา&amp;rdquo; น้องลุงตู่ยังฝ่ากระแสเข้าวิน ครูหยุยรายงานตัวคนแรกไม่เหนียมประกาศเลือก &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; แน่ &amp;ldquo;ภูมิธรรม-ปิยบุตร&amp;rdquo; พร้อมใจอัด ข้องใจใช้งบ 1,300 ล้านแต่ได้คนกันเองยิ่งกว่าแดนสนธยา วิษณุโต้ต้องเลือกเอาผิดมาตรา 272 หรือมาตรา 114 กรณีโหวตนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 14 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ&amp;nbsp;พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ตามมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญ จำนวน 250 ราย และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 121 ง แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังออกประกาศ คสช.ฉบับที่ 1/2562 เรื่อง การกำหนดรายชื่อบุคคลสำรองสำหรับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 โดยระบุว่า เพื่อให้การดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 269 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.2561 มาตรา 98 และมาตรา 99 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย คสช.จึงประกาศรายชื่อบุคคลในบัญชีสำรองจำนวน 50 ราย ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 121 ง แล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ได้ตอบคำถามถึงรายชื่อ ส.ว.ที่ล้วนเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดนายกฯ และรองนายกฯ จนเปรียบว่าไม่ต่างจากสภาผัวเมีย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ที่เดินจนเกือบพ้นประตูตึกบัญชาการ 1 แล้ว หันกลับมาตอบว่า ให้ลองไปเปรียบเทียบดูว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมามีการออกกฎหมายได้มากน้อยแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาออกกฎหมายได้กว่า 500 ฉบับ แต่สมัยก่อนออกได้กี่ฉบับ จะไปเปรียบเทียบกันไม่ได้
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ปฏิเสธไม่ตอบคำถามถึงรายชื่อ ส.ว.ที่มีสัดส่วนอดีตนายทหารจำนวนมาก แต่เมื่อถามว่าส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดของ พล.อ.ประวิตร ทำให้ พล.อ.ประวิตรย้อนถามกลับด้วยเสียงสูงว่า &amp;quot;ที่ไหน&amp;quot; ซึ่งสื่อมวลชนตอบกลับว่า พล.อ.นพดล อินทปัญญา เพื่อนสนิท พล.อ.ประวิตรจึงตอบว่า &amp;quot;แค่คนเดียว&amp;quot; และเมื่อถามย้ำว่ามีหลายคน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็เป็นคนเก่า เมื่อย้ำถามอีกว่าพรรคการเมืองรณรงค์ปิดสวิตช์ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถามดังกล่าว และขึ้นรถออกไปทันที
สำหรับรายชื่อสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดใหม่ ส่วนใหญ่มาจากแม่น้ำ 5 สาย คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), คณะรัฐมนตรี (ครม.), สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.), สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และ คสช. โดยเฉพาะมีนายพลทั้งนอกราชการและในราชการทั้งหมดถึง 101 คน &amp;nbsp;ประกอบด้วย ส.ว.โดยตำแหน่ง 6 คน ซึ่งได้แก่ผู้บัญชาการเหล่าทัพและปลัดกระทรวงกลาโหม นอกจากนี้ยังมีทหารนอกราชการที่เคยนั่งใน ครม.และ คสช. ได้แก่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อดีตรองนายกฯ &amp;nbsp;และอดีตรองหัวหน้า คสช., พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย อดีตรองนายกฯ และอดีตรองหัวหน้า คสช., พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง อดีตรองนายกฯ อดีต รมว.ยุติธรรม และอดีตรองหัวหน้า คสช., พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ อดีตรองนายกฯ, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต รมว.แรงงาน และอดีตรองหัวหน้า คสช. เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เพื่อนพ้องน้องพี่&amp;rdquo;พรึ่บ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งยังมีรายชื่อนายทหารที่ใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร อาทิ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีต สนช. ซึ่งเป็นน้องชาย พล.อ.ประวิตร, พล.อ.อ.ถาวร มณีพฤกษ์ อดีตรอง ผบ.ทสส., พล.อ.อาชาไนย ศรีสุข อดีตรองปลัด กห., พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 6 (ตท.6) ของ พล.อ.ประวิตร เช่น &amp;nbsp;พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์, พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.ทสส. และ พล.อ.อู้ด เบื้องบน &amp;nbsp;อดีตปลัด กห. และและอดีต สนช. &amp;nbsp;
ในรายชื่อ 250 ส.ว.ยังมีเพื่อน ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ถึง 28 คน เช่น พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์, พล.ท.จเรศักณิ์ อานุภาพ, พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร, พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ และ พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ เป็นต้น ที่น่าสนใจคือ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีต สนช. และอดีตปลัด กห. ซึ่งเป็นน้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังได้เป็น ส.ว. ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึง ร.อ.ประยุทธ์ เสาวคนธ์ เพื่อนที่ออกจากราชการไปทำงานการบินไทย แต่เป็นก๊วนกอล์ฟกับ พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้ง พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ อดีตผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นคู่เขยของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้เป็น ส.ว.ด้วย นอกจากนั้นยังมีชื่อนายทหารคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ 2 นาย คือ &amp;nbsp;พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป และ พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ ด้วย&amp;nbsp;
ขณะเดียวกันก็มีญาติพี่น้องกับรัฐมนตรีหลายคนที่พาเหรดเข้ามา ไม่ว่านายสม จาตุศรีพิทักษ์ พี่ชายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ, พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม น้องชายนายวิษณุ เครืองาม รวมทั้งมีอดีตข้าราชการที่มีส่วนสำคัญในคดีโครงการรับจำนำข้าว อาทิ นายจิรชัย มูลทองโร่ย อดีตปลัดสำนักนายกฯ และอดีตประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว, &amp;nbsp;นางดวงพร รอดพยาธิ์ อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ที่ดูแลเรื่องการระบายข้าวที่ค้างในสต๊อก นอกจากนี้ยังมีบุคคลที่น่าสนใจ อาทิ นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), &amp;nbsp;พล.อ.ทวีป เนตรนิยม อดีตเลขาธิการ และ พล.อ.อักษรา เกิดผล อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต สปท.&amp;nbsp;
ยังมีรายชื่ออื่นๆ ที่น่าสนใจอีก อาทิ นายสุชัย บุตรสาระ อดีตรองผู้ว่าฯ จ.ขอนแก่น ที่เคยตกเป็นประเด็นทำหนังสือราชการด่วนที่สุดเรื่องเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งในหนังสือมีข้อความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่&amp;rdquo; จนถูกกระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบมาแล้ว รวมถึงนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม อดีตเลขาธิการศาลปกครอง ที่เคยตกเป็นข่าวทำจดหมายน้อยถึง พล.ต.อ.อดุลย์เพื่อฝากนายตำรวจ และนายจเด็จ อินสว่าง อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และอดีตแนวร่วม กปปส.&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ครูหยุย&amp;rdquo;รายงานตัวคนแรก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนักการเมืองก็มีอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีต ส.ส.เก่า ตลอดจนเครือญาตินักการเมือง อาทิ นางจิรดา สงฆ์ประชา พี่สาวนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ, นายอมร นิลเปรม อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พปชร., นายบุญส่ง ไข่เกษ อดีต ส.ส.ตราด พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีต ส.ว.ตราด นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. (อ่านรายละเอียดรายชื่อ 250 ส.ว. หน้า 4)
สำหรับการจัดรายงานตัวของ ส.ว.นั้น สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้จัดให้มีการรายงานตัวได้ในระหว่างวันที่ 14-17 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โดยเมื่อเวลา 12.45 น. นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ได้เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแล้วเป็นคนแรก ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โดยนายวัลลภกล่าวถึงแนวทางการทำหน้าที่ว่า ไม่หนักใจในการทำหน้าที่ เนื่องจากเคยเป็น ส.ว.มาก่อนได้รับเลือกให้เป็น สนช. และได้รับการแต่งตั้งเป็น ส.ว.อีกครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงประเด็นการโหวตนายกฯ นายวัลลภกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมที่จะทำหน้าที่นายกฯ ต่อ เพราะเป็นผู้ที่ทำให้ประเทศสงบเรียบร้อย และยังมีงานอีกมากมายที่ต้องสานต่อ และยังเป็นผู้ชำนาญในการบริหารงานที่ผ่านมาอย่างดี ซึ่ง ส.ว.ทั้ง 250 คนมีความคิดเป็นของตัวเอง การโหวตให้ใครเป็นนายกฯ ก็อยู่ที่ว่าใครเหมาะสมที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายพีระศักดิ์ พอจิต อดีตรองประธาน สนช.คนที่ 2 ได้เข้ามารายงานพร้อมกล่าวว่า อย่าเพิ่งวิจารณ์ ขอโอกาสและเวลาให้ ส.ว.ได้ทำงานบ้าง ส่วนเรื่องโหวตนายกฯ นั้น ยังไม่ถึงเวลาที่จะตอบ&amp;nbsp;
เมื่อถึงเวลา 16.30 น. พบว่ามี ส.ว.มารายงานตัวในวันแรก 4 คน ประกอบด้วย นายวัลลภ, นายพีระศักดิ์, พล.อ.วสันต์ สุริยมงคล และ พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน ซึ่งคาดว่าในวันที่ 15 พ.ค. จะมี ส.ว.มารายงานตัวจำนวนมาก
&amp;ldquo;ภูมิธรรม-ปิยบุตร&amp;rdquo;รุมอัด
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ 5 คำถามที่สังคมอยากฟังคำตอบเมื่อเห็นรายชื่อ ส.ว. โดยมีเนื้อหาว่า เมื่อเห็นรายชื่อ ส.ว. ซึ่งจะมาทำหน้าที่สำคัญมาก คือ การมีสิทธิ์เลือกนายกฯ ทำให้ต้องตั้งคำถามสำคัญดังนี้ 1.งบประมาณ 1,300 ล้านบาทที่ใช้เลือก ส.ว.เอาไปทำอะไรบ้าง เพราะรายชื่อที่ประกาศออกมาล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับ คสช.และรัฐบาลแทบทั้งสิ้น 2.ตามรัฐธรรมนูญได้ระบุกระบวนการขั้นตอนคัดสรร ส.ว.ไว้ชัดเจน แต่ความจริงกลับคลุมเครือไม่ชัดเจน เหมือนเลือกกันอยู่ในแดนสนธยา 3.รายชื่อ ส.ว.ประกาศแล้ว แต่สังคมไม่เคยรับรู้ว่า นอกจาก พล.อ.ประวิตรที่เป็นประธานกรรมการสรรหาแล้ว มีใครเป็นคณะกรรมการสรรหาบ้าง 4.ส.ว.ชุดนี้ขาดความหลากหลายของกลุ่มอาชีพ เนื่องจากมีรายชื่อของบุคคลที่เป็นทหาร ตำรวจ ทั้งในและนอกราชการถึงกว่า 100 คน จะมีความเข้าใจในสภาพปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร และ 5.ในอดีตเคยวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.ว่าเป็นสภาผัวเมีย แต่วันนี้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งจาก คสช. กลายเป็นสภาเครือข่ายเพื่อนพ้องน้องพี่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;คำถามทั้งหมดนี้ เชื่อว่าทุกคนในสังคมไทยอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากผู้มีอำนาจ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเคารพและเห็นความสำคัญของสิทธิ์และเสียงของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ&amp;rdquo; นายภูมิธรรมโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงเรื่องนี้เช่นกันว่า ส.ว.แต่งตั้งคือเครื่องมือสำคัญในการสืบทอดอำนาจของ คสช. ซึ่งขอเรียกว่าเป็น ระบบ ส.ว.ผลัดกันเกาหลังคนละทีสองที เพราะ 250 ส.ว.แบ่งเป็น 3 ก้อน 6 คนจากผู้นำเหล่าทัพ 50 คนจากการเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ ใช้เงิน 1.3 พันล้านบาท แต่งหน้าทาปาก ให้ดูเหมือนประชาชนคัดมาก่อนให้ คสช.ให้ความเห็นชอบ และ 194 คนจากการสรรหาที่มี พล.อ.ประวิตรเป็นประธาน ผลที่ได้คือเป็นทหาร 93 คน ตำรวจ 14 คน ซึ่งก็คือพรรคพวกเก่าๆ คนที่เคยทำงานกับ คสช. อย่าง สปช. สปท. ซึ่งก็คือคนที่ได้รับประโยชน์โพดผลจากการยึดอำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส.ว.บางส่วนที่ถูกแต่งตั้ง บางคนเคยเป็นมาตั้งแต่ สนช. 2549, ส.ว.สรรหา 2550, สนช. 57 และ ส.ว. 60 หากอยู่จนครบวาระ 5 ปี หมายความว่าคนเหล่านี้ได้นั่งในสภาใช้อำนาจนิติบัญญัติอย่างต่อเนื่องโดยนั่งกระดิกเท้าอยู่เฉยๆ แล้วมีคนอัญเชิญให้เป็น ส.ว.เกือบ 20 ปี&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า มาตรา 114 ของรัฐธรรมนูญเขียนว่า ส.ส.และ ส.ว.ต้องไม่อยู่ในความผูกมัดครอบงำภายใต้อาณัติมอบหมายของใคร แล้ว ส.ว.แต่งตั้งอยู่ภายใต้อาณัติมอบหมายครอบงำโดย คสช.หรือไม่ ทั้งยังระบุด้วยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.และ ส.ว.ต้องไม่ขัดกันโดยผลประโยชน์ เมื่อถึงช่วงการเลือกนายกฯ ขอให้จับตาว่า ส.ว.จะกลับมาเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หรือไม่ ถ้าใช่ จะถือว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปรากฏการณ์แบบนี้ต้องเรียกว่า อุกอาจและท้าทายอำนาจประชาชนมาก เหมือนบอกว่าพวกอั๊วจะเอาแบบนี้ จึงขอเรียกร้องให้ ส.ว.เคารพประชาชน อายประชาชนบ้าง ต้องไม่ลืมว่าวันนี้ได้เป็น ส.ว.แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีอำนาจกดดันคุณได้อีกแล้ว ดังนั้นจงใช้อำนาจหน้าที่ของคุณเพื่อพิสูจน์ว่า คุณเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ผู้แทน คสช.&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวแจงเรื่องนี้ว่า ส.ว.ถูกบังคับด้วยมาตรา 272 ในรัฐธรรมนูญที่ให้ประชุมร่วมกับ ส.ส.เพื่อเลือกนายกฯ ดังนั้น ต้องเลือกเอาว่าจะเอามาตรา 114 หรือมาตรา 272 ซึ่งมาตรา 272 นั้นอยู่ในบทเฉพาะกาลที่ออกแบบมาเฉพาะการเลือกนายกฯ ในครั้งนี้ และเป็นมาตราที่ได้มาจากการลงประชามติ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35877</URL_LINK>
                <HASHTAG>250สว., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์, เพื่อนพ้องน้องพี่, โหวตนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdad7d54b663.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรเพชร&#039; เผยใช้ &#039;พระที่นั่งอนันตสมาคม&#039; เปิดสมัยประชุมรัฐสภา เคาะ &#039;ทีโอที แจ้งวัฒนะ&#039; เลือกนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.62 - นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตรวจดูความพร้อมของห้องประชุม ทีโอที&amp;nbsp;อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อรองรับการประชุมรัฐสภา ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และประชุมวุฒิสภา เพื่อเลือกตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประธานและรองประธาน ของทั้ง2 สภา ซึ่งห้องประชุมดังกล่าวสามารถรองรับสมาชิกได้ 750 คน แต่ต้องเสริมเก้าอี้ระหว่างช่องทางเดินอีก81 ที่นั่ง จากที่นั่งเดิมมีอยู่ 667 ที่นั่ง สำหรับการลงคะแนนไม่ได้ใช้เครื่องลงคะแนน เพราะไม่สามารถเคลื่อนย้ายมาติดตั้งได้ โดยวิธีการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี จะใช้วิธีขานรายชื่อสมาชิกให้ลุกขึ้นเพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลงมติเรื่องอื่นของสภาจะใช้บัตรลงคะแนน 3 สี คือ น้ำเงิน แทนบัตรเห็นด้วย สีแดง แทนบัตรไม่เห็นด้วย และสีขาวแทนบัตรงดออกเสียง พอลงคะแนนเสร็จแล้วให้เจ้าหน้าที่เก็บบัตรไปนับ ทั้งนี้ไม่ห่วงปัญหาเรื่องสถานที่เพราะจะใช้ประชุมเป็นช่วงเวลา ส่วนการจราจรที่ติดขัดก็ต้องเหลื่อมเวลาการประชุมออกไป ซึ่งจะซักถามความเห็นจากตัวแทนพรรคการเมืองอีกครั้ง ขณะที่ห้องน้ำก็เพียงพอ แต่ที่ห่วงคือ อยากให้เร่งก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ย่านเกียกกายให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งเบื้องต้นจะใช้ห้องประชุมทีโอที จนถึงสิ้นปีงบประมาณนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชร กล่าวอีกว่า ส่วนรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภาจะใช้พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งรอสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไป ขณะที่ในวันนี้ (18 เม.ย. ) มีตัวแทน7 พรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมและดูความพร้อมสถานที่ประชุม ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พลังประชารัฐ อนาคตใหม่ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย เสรีรวมไทย และชาติไทยพัฒนา ซึ่งตัวแทนพรรคการเมืองได้สอบถามถึงการแบ่งฝั่งที่นั่งระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล เนื่องจากต้องการแบ่งให้ชัดเจน รวมถึงที่วางเอกสาร ไมโครโฟนที่จะใช้ในการประชุม และห้องประชุมกรรมาธิการที่จะใช้บางส่วนที่ทีโอที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เบื้องต้น มีค่าเช่าสถานที่ 11.36 ล้านบาท ต่อเดือน แต่ขณะนี้สภาฯ มีงบแค่ 19 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถใช้ได้เพียง 1 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นจะเสนองบกลางจากคณะรัฐมนตรี เพื่อให้สามารถรองรับการประชุมตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนกันยายน 2562 จากนั้นจะไปใช้สถานที่อาคารรัฐสภาใหม่โดยเชื่อมั่นว่าจะก่อสร้างเสร็จทัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีโอที แจ้งวัฒนะ, นายพรเพชร วิชิตชลชัย, พระที่นั่งอนันตสมาคม, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, เปิดประชุมรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd86d15bbfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง &#039;บิ๊กตู่&#039; ตั้ง &#039;สภากัญชาฯ&#039; ให้เกษตรกรร่วมปลูกในนามสหกรณ์-วิสาหกิจชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เม.ย.62 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (สำนักงาน ก.พ.) นายวัฒนา โมสิกมาศ ประธานสภากัญชาแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อขอบคุณที่นายกฯและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบร่างแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้กัญชาสามารถใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สภากัญชาฯยื่นข้อเสนอ ดังนี้ 1.ขอรับความสนับสนุนการจัดตั้งสภากัญชาแห่งประเทศไทย โดยให้ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ 2.ขอให้เกษตรกรและประชาชนมีสิทธิร่วมลงทุนหรือปลูกกัญชาในนามสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนจำนวนหมู่บ้านละ 1-3 ไร่ในปีแรก 3.ขอรับความสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บำบัดและรักษาผู้ป่วยและผู้ป่วยมะเร็งด้วยกัญชาในทุกอำเภอของประเทศ และ 4.ขอให้จัดตั้งคณะกรรมการกัญชาแห่งชาติ เพื่อควบคุมและดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33893</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษามะเร็ง, นายวัฒนา โมสิกมาศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานก.พ., สภากัญชาแห่งประเทศไทย, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb7fee950d39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.ผ่านกฎหมายตัดสิทธิคนหนีคดีฟ้องคดีอาญาต่อศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน 5 มาตรา ในวาระ2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่มีนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญคือ มาตรา 5 การห้ามประชาชนเป็นโจทก์ฟ้องคดีผู้อื่นโดยไม่สุจริต &amp;nbsp;หรือเพื่อกลั่นแกล้งกัน โดยตัวแทน &amp;nbsp;ทั้งนี้กมธ.ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า หากพบว่า โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่สุจริต บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งเอาเปรียบจำเลย ถือเป็นการฟ้องโดยไม่สุจริต ศาลมีอำนาจยกฟ้อง หรือไม่รับฟ้องได้ และห้ามมิให้โจทก์ยื่นฟ้องคดีในเรื่องเดียวกันอีก ซึ่งจะครอบคลุมถึงกรณีผู้ปฏิเสธคำสั่ง คำพิพากษาศาลในคดีที่ถึงที่สุดแล้ว โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น ศาลตัดสินลงโทษจำคุกหรือปรับ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม เช่น หลบหนีไป บุคคลผู้นั้นจะถูกตัดสิทธิไม่ให้มาฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้อีก เพราะกฎหมายไม่ควรให้สิทธิผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาอย่างไรก็ตามการตัดสิทธิการฟ้องคดีอาญาดังกล่าว ไม่รวมถึงกรณีการไปดำเนินคดีผ่านช่องทางตำรวจและอัยการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สนช.อภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมสนช.ลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 149 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 เตรียมประกาศบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23451</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา, สนช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bac95e516a14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยผีถ้วนหน้า ขยายเวลา60วัน บัญชี‘ทรัพย์สิน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปล่อยผีแจ้งบัญชีทรัพย์สินกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ แบงก์ชาติ-ตลาดหุ้น สถาบันพระปกเกล้า กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยิ้มถ้วนหน้า ขยายเวลา 60 วัน ประธาน ป.ป.ช.เผยเตรียมแก้ไขประกาศใหม่ ลดความจุกจิกลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ ภายหลังเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ซึ่งจะมีผลบังคับในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ มาหารือเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมหารือ อาทิ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช., นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ว่าแต่ละฝ่ายจะไปดำเนินการในส่วนที่รับผิดชอบให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในเร็ววันนี้ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มีการหารือว่าจะยืดอายุการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวกับผู้ดำรงตำแหน่งใดบ้าง และยืดออกไปเป็นระยะเวลานานเท่าใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ได้ข้อสรุปว่าจะมีการขยายเวลาให้กับกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย ได้แก่ กองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สถาบันคุ้มครองเงินฝาก สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการหารือดังกล่าวทำให้ได้ข้อเสนอแนะที่ดี ส่วน ป.ป.ช.จะดำเนินการต่อไป คงต้องหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ได้รายงานถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เกี่ยวกับการขยายเวลา 60 วันในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่รัฐบางตำแหน่ง ที่กำหนดตาม ม.102 พร้อมกับหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยได้รับฟังแนวทางจากหลายฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า แนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ จะมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งเบื้องต้นเห็นว่าการขยายเวลายื่นฯ ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่นั้น ควรจะขยายเวลา 60 วัน ในทุกตำแหน่งที่ยังไม่เคยยื่นฯ ไม่ใช่เฉพาะ 5 ตำแหน่งตามมติ ป.ป.ช.ที่เคยมีก่อนหน้านี้ เพื่อความเสมอภาค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน ป.ป.ช.กล่าวอีกว่า ส่วนความยุ่งยากในการยื่นบัญชีทรัพย์สินที่ทำให้ผู้ยื่นรู้สึกว่าจุกจิกรำคาญนั้น ป.ป.ช.ได้รับไปพิจารณาปรับแก้ พร้อมหาแนวทางการยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้มีหน้าที่ต้องยื่น และสามารถตรวจสอบได้ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ ก่อนจะประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป จึงอยากให้ผู้ที่คิดว่าจะลาออก รอให้มีความชัดเจนก่อนค่อยตัดสินใจ เพราะเชื่อว่าการแก้ปัญหานี้จะเป็นที่น่าพอใจแก่ทุกฝ่าย และไม่ทำให้กระบวนการทดสอบลดน้อยลงแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐที่จะได้รับการขยายเวลา 60 วัน ประกอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.กองทุน ได้แก่ กองทุนการออมแห่งชาติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันชีวิต กองทุนประกันวินาศภัย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กองทุนยุติธรรม กองทุนสงเคราะห์ กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการ ก.ล.ต. เลขาธิการ ก.ล.ต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการ กำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย รวมถึงเลขาธิการคณะกรรมการ คปภ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ได้แก่ ประธานกรรมการและกรรมการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.สถาบันพระปกเกล้า ได้แก่ ประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน และเลขาธิการสถาบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.สถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ได้แก่ นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมถึงอธิการบดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22683</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., กองทุน, ธนาคารแห่งประเทศไทย, บัญชีทรัพย์สินกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ, ป.ป.ช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf95ed0b5d88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2018 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2018 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.รับแล้วหลักการร่างพรบ.ระเบียบขรก.ทหาร   รมช.กลาโหมปัดขึ้นเงินเดือนนายพล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.61 - ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณาร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร วานนี้ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกำหนดให้นายทหารสัญญาบัตรยศพลเอก พลเรือเอก พลอากาศเอก อัตราเงินเดือนพลเอกพิเศษ พลเรือเอกพิเศษ ได้รับเงินเดือนระดับน.9&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงสาระสำคัญร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันกระทรวงกลาโหมไม่มีการขอพระราชทานโปรดเกล้าฯแต่งตั้งชั้นยศจอมพล จอมพลเรือ จอมพลอากาศให้ข้าราชการทหารในกระทรวงกลาโหม โดยกำลังพลกระทรวงกลาโหมที่เป็นพล.อ. พล.ร.อ. และพล.อ.อ.ที่ครองอัตราจอมพล ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพล.อ. พล.ร.อ. พล.อ.อ. อัตราเงินเดือนพลเอกพิศษ พลเรือเอกพิเศษ พลอากาศเอกพิเศษ ดังนั้นเพื่อให้มีกฎหมายรองรับการรับเงินเดือนของข้าราชการทหารที่ดำรงตำแหน่งชั้นยศพล.อ. พล.ร.อ. พล.อ.อ. อัตราเงินเดือนพลเอกพิเศษ พลเรือเอกพิเศษ พลอากาศเอกพิเศษที่กำหนดขึ้นใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงจำเป็นต้องกำหนดร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อกำหนดให้นายทหารสัญญาบัตรยศพล.อ. พล.ร.อ. พล.อ.อ. อัตราเงินเดือนพลเอกพิเศษ พลเรือเอกพิเศษ พลอากาศเอกพิเศษ ได้รับเงินเดือนระดับน.9 ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อภาระงบประมาณ เพราะตำแหน่งดังกล่าวยังคงรับเงินเดือนในอัตราเดิมคือ ระดับน.9 ไม่ใช่การขึ้นเงินเดือน เพียงแค่เปลี่ยนชื่อตำแหน่งชั้นยศ เพื่อให้มีกฎหมายรองรับเงินเดือนของตำแหน่งเหล่านี้&amp;quot; พล.อ.ชัยชาญ &amp;nbsp;ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมสนช.ลงมติรับหลักการวาระ 1 ด้วยคะแนน 150 ต่อ 0 งดออกเสียง 1&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22140</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สนช., ขึ้นเงินเดือนนายพล, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, ร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181117/image_big_5bef65fb5f388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>169เสียงฝักถั่ว&#039;เอกฉันท์&#039; คลอดกฎหมายภาษีที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คลอดเสียที! สนช.ผ่าน กม.ภาษีที่ดินแล้ว &amp;nbsp;ด้วยมติเอกฉันท์ 169 เสียง หลังใช้เวลาพิจารณานานกว่า 1 ปี 7 เดือน มีผลบังคับใช้ ม.ค.2563 บทเฉพาะกาล 3 ปีแรกยกเว้นให้เกษตรกร บ้าน-เรือกสวนไร่นามูลค่าไม่เกิน 50 ล้านไม่ต้องเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 16 พ.ย.61 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.... ต่อเนื่องในวาระสอง และวาระสาม หลังจากที่วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ประชุมได้ผ่านวาระพิจารณารายละเอียดรายมาตราตามที่กรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มีนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน กมธ.ไปแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ที่ประชุมลงมติเป็นรายมาตรา และอภิปรายกันเพิ่มเติมในบางประเด็น เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ที่ประชุมได้ลงมติวาระสาม โดยที่ประชุมเสียงเอกฉันท์ 169 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.... ใช้เป็นกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.... ที่ผ่านการเห็นชอบของ สนช. มีสาระสำคัญเพื่อปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินและกฎหมายว่าด้วยภาษีบำรุงท้องที่ จำนวน 12 ฉบับ ให้รวมเป็นฉบับเดียว เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน ให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ ตามอัตราจัดเก็บภาษีที่คณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดกำหนด แต่หากมีปัญหา หรือต้องหาคำแนะนำ กฎหมายกำหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานเป็นผู้ดำเนินการ ร่างกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์การจัดเภ็บภาษีที่สำคัญคือ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประกอบด้วย 1.ด้านเกษตรกรรม เก็บภาษีไม่เกิน 0.15 เปอร์เซ็นต์ของฐานภาษีที่คำนวณได้จากราคาประเมิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ที่อยู่อาศัย เก็บภาษีไม่เกิน 0.3 เปอร์เซ็นต์ของฐานภาษี ทั้งนี้ ร่างกฎหมายกำหนดบทยกเว้นมูลค่าฐานภาษีที่ 50 ล้านบาท โดยไม่ให้นำมาคำนวณการเก็บภาษี กรณีที่เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน, และยกเว้นมูลค่า ฐานภาษีที่ 10 ล้านบาท กรณีเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง แต่ไม่เป็นเจ้าของที่ดิน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่น นอกจากทำเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย ให้เก็บภาษีไม่เกิน 1.2 เปอร์เซ็นต์ และ 4.ที่ดินว่างเปล่า เก็บไม่เกิน 1.2เปอร์เซ็นต์ของฐานภาษี ทั้งนี้ หากมีที่ดินว่างเปล่าไม่ใช้ประโยชน์ติดต่อกัน 3 ปี ให้เก็บภาษีในอัตรา 0.3เปอร์เซ็นต์ ในปีที่สี่ และหากพบว่าไม่มีการใช้ประโยชน์ติดต่อกัน ให้เพิ่มอัตราเก็บภาษี 0.3 เปอร์เซ็นต์ทุกๆ 3 ปี แต่รวมอัตราเก็บไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ร่างกฎหมายยกเว้นการเก็บภาษีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหากมีมูลค่าของฐานภาษีรวมกันไม่เกิน 50 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการชำระภาษี กำหนดให้บุคคลชำระภาษีภายในเดือนพฤษภาคมของทุกปี และหากไม่ชำระตามเวลาต้องเสียค่าปรับจำนวน 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนภาษีที่ค้างชำระ และหากไม่ชำระค่าภาษีค้างตามเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่ม 1 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระ และให้ปัดเศษของเดือนเป็น 1 เดือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังกำหนดบทว่าด้วยการคัดค้านและอุทธรณ์การประเมินภาษี เพื่อรับเรื่องพิจารณาข้อร้องเรียนจากผู้ที่เรียกเก็บภาษีที่ไม่ถูกต้องด้วย อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายกำหนดบทลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจ ประเมินและจัดเก็บภาษี โดยมีโทษทั้งจำคุกและปรับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ยกเว้นจัดเก็บภาษี ได้แก่ ทรัพย์สินของรัฐหรือหน่วยงานรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐ หรือกิจการสาธารณะ ที่ไม่ใช้เพื่อหาผลประโยชน์, ทรัพย์สินขององค์การสหประชาชาติ,ทรัพย์สินของสถานทูต หรือสถานกงสุล, สภากาชาดไทย, ที่ดินศาสนสมบัติที่ไม่ได้ใช้เพื่อหาผลประโยชน์, สุสานสาธารณะ, มูลนิธิหรือองค์การกุศลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด, ที่ดินเอกชนที่ยอมให้ราชการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์, ทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุด, ที่ดินสาธารณูปโภคว่าด้วยกฎหมายจัดสรรที่ดิน, ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในบทเฉพาะกาล ระบุข้อยกเว้นใน 2 ปีแรก ให้ใช้อัตราเก็บภาษีที่ต่ำกว่าบทหลักกำหนด อาทิ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในเกษตรกรรม มูลค่าที่ดินตามการประเมินภาษีไม่เกิน 75 ล้านบาท เก็บภาษี 0.01 เปอร์เซ็นต์, มูลค่าที่ดินตามการประเมินภาษีดินไม่เกิน 70 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท เก็บภาษี 0.03, สิ่งปลูกสร้างเพื่อที่อยู่อาศัย มูลค่าไม่เกิน 25 ล้านบาท ให้เก็บอัตรา 0.03, มูลค่าเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป เก็บ 0.01 เปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีบทบรรเทาการชำระภาษีอัตราใหม่ที่สูงกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระในปีก่อนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ให้ผู้เสียภาษีชำระภาษีตามจำนวนที่ต้องเสียหรือพึงชำระปีก่อน ดังนี้ ปีที่ 1 ชำระภาษี 25 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนภาษีที่เหลือ, ปีที่ 2 ชำระภาษี 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนภาษีที่เหลือ, และปีที่ 3 ชำระภาษี 75 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนภาษีที่เหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน 3 ปีแรกของการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายฉบับนี้ให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีแก่เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เป็นบุคคลธรรมดาและใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ประชุมสนช.รับหลักการในวาระ 1 เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2560 จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา 1 ชุด ซึ่งระหว่างนั้นได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณา จำนวน 9 ครั้ง โดยล่าสุดคือเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2561 จากนั้นร่าง พ.ร.บ.ได้กลับเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ สนช.อีกครั้ง ในวาระ 2 และวาระ 3 เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2561 ดังนั้น ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ใช้ระยะเวลาทั้งสิ้นประมาณ 19 เดือน หรือ 1 ปี 7 เดือน 16 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22128</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ภาษีที่ดิน, มูลค่าไม่เกิน50ล้านไม่ต้องเสียภาษี, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5beec30413993.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
