<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระมหาไพรวัลย์&#039; คารวะ &#039;สภานิสิต มจร.&#039; งดงามสมเป็นพุทธบุตรเปิดตัวหนุนม็อบ-ประณามรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.63 - พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวการเมือง ขณะนี้กำลังเรียนระดับปริญญาเอก สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม ช่างงดงามเหลือเกิน งดงามสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นพุทธบุตร งดงามสมกับคำพูดเก่าแก่ที่ว่า มหาจุฬาฯ งามสง่าสดชื่น กลางทะเลแห่งคลื่นลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือแถลงการณ์จากสภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยนะโยม แถลงการณ์ที่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบของเจ้าหน้าที่รัฐต่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี มหาวิทยาลัยสงฆ์ ลบคำสบประมาทได้แล้ว เราลบคำสบประมาทที่ว่า พระเณรไม่เคยรู้สึกทุกข์ร้อนต่อความไม่เป็นธรรมในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล. ด้วยจิตคารวะต่อสภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา สภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (ส่วนกลาง) ออกแถลงการณ์เรื่อง การใช้ความรุนแรงแด่เยาวชน นิสิต นักศึกษาและประชาชน &amp;quot;นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มีฯ&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ พระพุทธศาสนาได้อุบัติขึ้นมาในช่วงที่มนุษย์ถูกกดขี่อิสรภาพ มีการถือชั้นวรรณะ เป็นการจำกัดสิทธิ และหน้าที่ของมนุษย์ ยังผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงไม่เท่าเทียมกันในสังคม โดยเฉพาะสังคมชนชั้นของอินเดียในสมัยนั้น&amp;nbsp;ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชนชาติอริยกะ ซึ่งเป็นผู้ผูกขาดอำนาจแต่เพียงเผ่าเดียว จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้อุบัติขึ้นในโลก ทรงปฏิเสธการถือชั้นวรรณะทั้ง 4 คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ศูทร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองและสันติภาพเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ให้ความสำคัญที่จะปลดปล่อยมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ทรงต่อสู้กับแนวทางการปกครองที่ถือชั้นวรรณะ การเอาเปรียบซึ่งกันและกัน มาสู่ความเสมอภาคกันและมีเสรีภาพในการดำรงชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าทรงใช้หลักสันติวิธีในการปฏิเสธการมีขึ้นของชั้นวรรณะ เหมือนที่เยาวชน นิสิต นักศึกษาและประชาชนพยายามใช้ในการชุมนุมเพื่อร่วมกันหาทางออกได้ดีที่สุด แต่ทางฝ่ายรัฐกลับพยายามเลี่ยงที่จะใช้สันติวิธีกับกลุ่มเยาวชนฯ กลับสร้างสถานการณ์ ปิดกั้นสื่อ บิดเบือนข้อมูล จับกลุ่มแกนนำโดยใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามระบอบสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบของเจ้าหน้าที่รัฐต่อประชาชน และขอให้เจ้าหน้าที่รัฐตระหนักว่าการกระทำความรุนแรงทุกรูปแบบไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้ตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขโดยปราศจากการเบียดเบียน ภายใต้การใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80893</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนักเคลื่อนไหวการเมือง, พระมหาไพรวัลย์, มจร., สภานิสิต มจร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f368c294098f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 00:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 00:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สภานิสิต มจร.&#039; ฮึ่ม! พระนักศึกษาสวดยับฝ่ายรัฐสร้างสถานการณ์ ปิดกั้นสื่อ จับแกนนำม็อบไม่เป็นธรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.63 - สภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (ส่วนกลาง) ออกแถลงการณ์เรื่อง การใช้ความรุนแรงแด่เยาวชน นิสิต นักศึกษาและประชาชน &amp;quot;นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มีฯ&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ พระพุทธศาสนาได้อุบัติขึ้นมาในช่วงที่มนุษย์ถูกกดขี่อิสรภาพ มีการถือชั้นวรรณะ เป็นการจำกัดสิทธิ และหน้าที่ของมนุษย์ ยังผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงไม่เท่าเทียมกันในสังคม โดยเฉพาะสังคมชนชั้นของอินเดียในสมัยนั้น&amp;nbsp;ได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชนชาติอริยกะ ซึ่งเป็นผู้ผูกขาดอำนาจแต่เพียงเผ่าเดียว จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้อุบัติขึ้นในโลก ทรงปฏิเสธการถือชั้นวรรณะทั้ง 4 คือ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ศูทร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองและสันติภาพเป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ให้ความสำคัญที่จะปลดปล่อยมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ทรงต่อสู้กับแนวทางการปกครองที่ถือชั้นวรรณะ การเอาเปรียบซึ่งกันและกัน มาสู่ความเสมอภาคกันและมีเสรีภาพในการดำรงชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าทรงใช้หลักสันติวิธีในการปฏิเสธการมีขึ้นของชั้นวรรณะ เหมือนที่เยาวชน นิสิต นักศึกษาและประชาชนพยายามใช้ในการชุมนุมเพื่อร่วมกันหาทางออกได้ดีที่สุด แต่ทางฝ่ายรัฐกลับพยายามเลี่ยงที่จะใช้สันติวิธีกับกลุ่มเยาวชนฯ กลับสร้างสถานการณ์ ปิดกั้นสื่อ บิดเบือนข้อมูล จับกลุ่มแกนนำโดยใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามระบอบสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบของเจ้าหน้าที่รัฐต่อประชาชน และขอให้เจ้าหน้าที่รัฐตระหนักว่าการกระทำความรุนแรงทุกรูปแบบไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้ตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขโดยปราศจากการเบียดเบียน ภายใต้การใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ตุลาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80810</URL_LINK>
                <HASHTAG>มจร., มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ม็อบคณะราษฎร, สภานิสิต มจร., สภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, แถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201017/image_big_5f89d91f44428.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
