<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐกิจโลกฟื้น &#039;สรท.&#039;ปรับคาดการณ์ส่งออกไทยปีนี้โต 6-7% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ได้ปรับคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 2564 เติบโต 6-7% (ณ เดือนพฤษภาคม 2564) โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญได้แก่ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; มูลค่าและปริมาณการส่งออกที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการขยายตัวในระดับสูงของสินค้าอุตสาหกรรม อาทิ ยานยนต์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์และส่วนประกอบ รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน อาทิ เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ และราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจากความเชื่อมั่นต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีผลบังคับใช้ทั่วโลกและการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่รวดเร็วในหลายประเทศ รวมทั้งค่าเงินบาทที่ทรงตัวในกรอบการอ่อนค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญได้แก่ ปัญหาตู้สินค้าขาดแคลนและอัตราค่าระวางที่ทรงตัวในระดับสูง การระบาดโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลายหลายประเทศ เนื่องด้วยมีการกลับมีการระบาดและการกลายพันธุ์ของไวรัสในประเทศคู่ค้าสำคัญหลายประเทศ อาทิ อินเดีย สหภาพยุโรป ที่ยังมีความรุนแรงซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชนรวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวและการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สถานการณ์วัตถุดิบขาดแคลน และสถานการณ์ขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวในกลุ่ม Unskilled labor จากผลกระทบของโควิด-19 เป็นอุปสรรคต่อการเข้าออกของแรงงานต่างด้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สรท.มีข้อเสนอแนะที่สำคัญ โดยให้รัฐเร่งแก้ไขปัญหาตู้สินค้าขาดแคลน โดยส่งเสริมสนับสนุนให้มีการนำเข้าตู้เปล่าเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งปีนี้&amp;nbsp; สรท. คาดว่าประเทศไทย ต้องนำเข้าตู้เปล่าเข้ามาจำนวนทั้งสิ้น 1,865,248 TEUs ให้เพียงพอรองรับการส่งออกที่จะพลิกฟื้นกลับมา เร่งแก้ไขปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือขนถ่ายสินค้าในท่าเทียบเรือให้เพียงพอต่อความต้องการ เร่งจัดหาแรงงานป้อนเข้าสู่ระบบรองรับการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งต้องการแรงงานต่างด้าวไม่ต่ำกว่า 200,000-300,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยอาจใช้รูปแบบขยายเวลาให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา พม่า ลาว) ในประเทศมากขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องผ่านระบบออนไลน์ มีการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้รับบัตรชมพูหรือใบอนุญาตทำงาน เพิ่มรูปแบบการจ้างงานในลักษณะ Part Time Job ระยะเวลาการจ้างต้องไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง และรักษาเสถียรภาพของค่าเงินให้อยู่ระหว่าง 31-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101984</URL_LINK>
                <HASHTAG>การส่งออก, คาดการณ์การส่งออกไทย, สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_6090a63ab78fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สรท.คงเป้าส่งออกเติบโตทั้งปี 9% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรท.เผยสถานการณ์ส่งออก เดือน ส.ค.ขยายตัวต่อเนื่องในระดับสูงเป็นเดือนที่ 18 ส่งผลให้การส่งออก 8 เดือน มีมูลค่ารวม 169,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 10.% พร้อมคงเป้าส่งออกทั้งปีอยู่ที่ 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ต.ค. 61 นางสาว กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงภาพรวมการส่งออกในเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมามีมูลค่า 22,794 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวต่อเนื่องในระดับสูงเป็นเดือนที่ 18 ที่ 6.7% การส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 755,232 ล้านบาท ขยายตัว 6.1%ในขณะที่ การนำเข้ามีมูลค่า 23,383 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 22.8% และการนำเข้าในรูปของเงินบาทมีมูลค่า 784,848 ล้านบาท ขยายตัว 22.2% ส่วนการส่งออกในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ส.ค.) มีการส่งออกรวมมูลค่า 169,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 10.0%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัวที่ 4.1% โดย ผัก ผลไม้สด แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, เครื่องดื่ม และข้าวที่มีการขยายตัวในหลายตลาด แต่กลุ่มสินค้าที่มีการหดตัวคือ ยางพารา และน้ำตาลทราย ขณะที่ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ยังคงขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ที่ 5.8% กลุ่มสินค้าที่มีการขยายตัวในระดับสูง ได้แก่ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน, รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และกลุ่มสินค้าที่มีการหดตัวได้แก่ ทองคำ และกลุ่มอุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์ ไดโอด
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามการส่งออกของไทยในเดือนส.ค. ยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดอาเซียนและ CLMV รวมถึงการส่งออกไปอินเดียและเอเชียใต้ยังขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกไปจีนชะลอลงเล็กน้อยที่ 2.3% ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น สหรัฐและสหภาพยุโรป ยังคงขยายตัว 3.2% โดยการส่งออกไปญี่ปุ่นขยายตัวเร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าและสหรัฐฯ กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม สรท.ยังคงคาดการณ์เติบโตทั้งปี 9%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19094</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์, ผลไม้, ผัก, สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย, สรท., สินค้าเกษตร, ส่งออก, แปรรูป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb5c34bed91f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
