<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนผ่านกฎหมายแก้ระบบเลือกตั้งฮ่องกงคัดกรองผู้แทน&#039;รักชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาผู้แทนประชาชนจีนลงมติท่วมท้น 2,895 เสียง ต่อ 0 เสียง รับรองร่างกฎหมายเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งของฮ่องกง ลดสัดส่วนผู้แทนจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยและเสนอกลไกที่จะคัดกรองผู้แทนจากความรักชาติและความภักดีต่อปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (ซ้าย) และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง กดลงคะแนนเห็นด้วยกับร่างกฎหมายยกเครื่องระบบการเลือกตั้งของฮ่องกง ในที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 (Photo by Kevin Frayer/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนประชาชนจีน (เอ็นพีซี) ในกรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดี เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของจีนเพื่อรวบรวมอำนาจปกครองเหนือฮ่องกงให้กระชับมั่นยิ่งขึ้น ตามหลังกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่ออกมาบังคับใช้กับฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายน ที่นักวิจารณ์กล่าวกันว่าเป็นเครื่องมือใช้บดขยี้ผู้เห็นต่างจากรัฐ ตอบโต้การชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในฮ่องกงเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายนี้ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภา 2,895 คน โดยไม่มีผู้คัดค้าน แต่มี 1 คนงดออกเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง กล่าวในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลฮ่องกงและตัวเธอสนับสนุนอย่างแข็งขันและขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจ การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้ฮ่องกง &amp;quot;กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เท่ากับกำจัดความเป็นไปได้ที่ฝ่ายค้านจะส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งในเขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้ นักวิเคราะห์กล่าวกันด้วยว่า การกำหนดคุณสมบัติเรื่อง &amp;quot;ความรักชาติ&amp;quot; ยังเพิ่มความเสี่ยงที่นักการเมืองจะแข่งขันกันว่าใครจงรักภักดีต่อรัฐบาลปักกิ่ง มากกว่าการเสนอความคิดว่าควรบริหารฮ่องกงอย่างไรดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอริก จ้าง รัฐมนตรีด้านกิจการแผ่นดินใหญ่และรัฐธรรมนูญของฮ่องกง ให้คำจำกัดความของความรักชาติไว้ว่าคือ &amp;quot;ความรักแบบองค์รวม&amp;quot; ต่อจีน อันรวมถึผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโดมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งของฮ่องกงจะยิ่งบั่นทอนความไว้เนื้อเชื่อใจที่นานาชาติมีต่อจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะเปลี่ยนแปลงขนาดและองค์ประกอบของสภานิติบัญญัติและคณะกรรมการการเลือกตั้งของฮ่องกงที่ทำหน้าที่เลือกผู้บริหารสูงสุดที่เป็นผู้นิยมปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้งยังจะได้อำนาจในการเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกงเพิ่มขึ้น โดยกลไกใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น จะทำหน้าที่ตรวจสอบผู้สมัครและคัดกรองพฤติกรรมของผู้ชนะเลือกตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่ามีแต่ผู้ที่รักชาติเท่านั้นที่ได้เข้ามาบริหารฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนจะเพิ่มขนาดของคณะกรรมการการเลือกตั้งจาก 1,200 คน เป็น 1,500 คน และเพิ่มจำนวนที่นั่งในสภานิติบัญญัติของฮ่องกงจาก 70 เป็น 90 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งของสภา 70 ที่นั่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ที่เหลือเป็นตัวแทนของกลุ่มอาชีพและภาคส่วนต่างๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นพวกที่นิยมปักกิ่ง กฎหมายที่แก้นี้จะทำให้สัดส่วนของผู้แทนจากการเลือกตั้งลดน้อยลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรักชาติ, จีน, ผ่านกฎหมายยกเครื่องระบบเลือกตั้งฮ่องกง, ระบบเลือกตั้งฮ่องกง, สภานิติบัญญัติฮ่องกง, สภาผู้แทนประชาชนจีน, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049f7aa2ed7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 23:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 22:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แคร์รี หล่ำ&#039;อ้างจีนเปลี่ยนระบบ ฮ่องกงอาจเลื่อนเลือกตั้งอีกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้บริหารหญิงของฮ่องกง แคร์รี หล่ำ อ้าง แผนการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งฮ่องกงของรัฐบาลจีนอาจทำให้การเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกงต้องเลื่อนออกไปอีก ซึ่งยังไม่แน่นอนว่าเป็นเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ แคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะผู้บริหารฮองกง (Photo by Billy H.C. Kwok/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเสนอร่างกฎหมายแก้ไขระบบการเลือกตั้งของฮ่องกงเข้าที่ประชุมประจำปีสภาผู้แทนประชาชนจีน (เอ็นพีซี) ที่เริ่มเปิดการประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยคาดว่าที่ประชุมจะลงมติอนุมัติในวันพฤหัสบดีนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะลดจำนวนผู้แทนตามระบอบประชาธิปไตยในสถาบันต่างๆ ของฮ่องกง และจะตรวจคัดกรองหาผู้สมัครจาก &amp;quot;ความรักชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายนี้จะจะปรับขนาดและองค์ประกอบของสภานิติบัญญัติฮ่องกงและคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะเลือกหัวหน้าคณะผู้บริหารที่เอื้อกับผู้ที่นิยมปักกิ่งมากยิ่งขึ้น คณะกรรมการการเลือกตั้งยังจะได้อำนาจในการเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติจำนวนมากด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวครั้งแรกนับแต่กลับจากร่วมประชุมเอ็นพีซีเมื่อวันจันทร์ หล่ำกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ตามหลักเหตุผลจึงหมายความว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกงจำเป็นต้องจัดภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้กำหนดไว้ในเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หล่ำกล่าวกับนักข่าวว่า เวลานี้เธอยังไม่อยู่ในฐานะที่จะบอกได้ว่าฮ่องกงจะสามารถทำตามกำหนดการเลือกตั้งเดิมในวันที่ 5 กันยายน 2564 ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมวันเลือกตั้งทั่วไปของฮ่องกงต้องจัดในเดือนกันยายนปีที่แล้ว แต่รัฐบาลเลื่อนออกไปอย่างน้อย 1 ปี โดยอ้างการแพร่ระบาดของโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95449</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบบการเลือกตั้งฮ่องกง, สภานิติบัญญัติฮ่องกง, สภาผู้แทนประชาชนจีน, ฮ่องกง, เลื่อนเลือกตั้ง, แคร์รี หล่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60464886ddd69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเปิดประชุมสภา ดันกฎหมายตัดตอนฝ่ายค้านฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนเปิดประชุมสภาผู้แทนประชาชนประจำปีเมื่อวันศุกร์ จับตายกเครื่องระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติของฮ่องกงที่จะเปิดช่องให้จีนมีอำนาจวีโตได้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของการกำจัดฝ่ายเห็นต่างและรับประกันว่าฮ่องกงจะมีรัฐบาลที่ &amp;quot;รักชาติ&amp;quot; หลังจากเจอการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่เมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน แถลงเปิดประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 (Photo by Kevin Frayer/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายที่ส่งเข้าสภาผู้แทนประชาชนจีน (เอ็นพีซี) ที่จัดประชุมนาน 1 สัปดาห์เริ่มแต่วันศุกร์ที่ 5 มีนาคมเป็นต้นไป จะอนุญาตให้บรรดาผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถตรวจสอบผู้สมัครในฮ่องกงทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวัง เฉิน โฆษกเอ็นพีซี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้จะรวมถึง &amp;quot;ระบบตรวจสอบคุณสมบัติ&amp;quot; ที่จะส่งเสริม &amp;quot;การมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเป็นระเบียบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้ ซึ่งคาดว่าจะผ่านความเห็นชอบสัปดาห์หน้า จะยิ่งลดจำนวนตัวแทนจากฝ่ายค้านของฮ่องกงลงไปอีก จากเดิมร่อยหรอลงอยู่แล้วเพราะโดนเล่นงานด้วยกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่จีนออกมารับมือกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลยืดเยื้อหลายเดือนในฮ่องกงเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้ถูกตีความทันทีว่าเป็นหนึ่งในตะปูตอกฝาโลงขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดประชุมเอ็นพีซีเกิด 1 วันให้หลังศาลฮ่องกงส่งนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยฮ่องกงหลายสิบราย ซึ่งรวมถึงอดีต ส.ส.หลายราย กลับเข้าเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาคดีบ่อนทำลายรัฐภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งขั้นต้นเมื่อปีที่แล้ว เพื่อคัดกรองผู้สมัครฝ่ายค้านลงสมัครชิงเก้าอี้ ส.ส. ในส่วนที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิลลี แลม นักวิเคราะห์ด้านจีนจากมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง กล่าวว่า หากกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบ ซึ่งเขามั่นใจว่าผ่านแน่ ก็จะปิดเสียงของฝ่ายค้านในฮ่องกงได้ชะงัด และจะเป็นการกำจัดฝ่ายค้านที่ยังหลงเหลืออยู่ได้อย่างเห็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่คาดหมายกันอย่างกว้างขวางอยู่แล้วว่าจีนจะออกกฎหมายลักษณะนี้หลังจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลปักกิ่งหลายรายกล่าวชิมลางก่อนหน้านี้ว่า มีเพียงพวกที่รักชาติอย่างหนักแน่น ที่จงรักภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์ เท่านั้นที่ควรได้เกี่ยวข้องในการบริหารฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมประจำปีนี้ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ทำหน้าที่แถลงนโยบายในสุนทรพจน์เปิดการประชุม โดยเขากล่าวถึงความสำเร็จของจีนในปีที่ผ่านมา ที่สามารถเอาชนะการแพร่ระบาดของโควิด-19 และประกาศแผนอันทะเยอทะยานของจีนในการฟื้นเศรษฐกิจ, ลดมลภาวะ, ลงทุนด้านนวัตกรรม และปรับปรุงแนวโน้มจำนวนประชากรที่แย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่กล่าวว่า รัฐบาลจีนตั้งเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2564 นี้ไว้ที่ &amp;quot;เกินกว่า 6%&amp;quot; โดยเป็นการตั้งเป้าที่คำนึงถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายหลังโรคระบาด ซึ่งแม้ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนโตแค่ 2.3% แต่หลี่คุยว่าจีนเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ชาติเดียวในโลกที่เศรษฐกิจขยายตัวในปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า งบด้านการทหารของจีนปีนี้จะเพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 1.36 ล้านล้านหยวน หรือ 210,000 ล้านดอลลาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95126</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนดันกฎหมาย, ฝ่ายค้านฮ่องกง, สภานิติบัญญัติฮ่องกง, สภาผู้แทนประชาชนจีน, หลี่ เค่อเฉียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_60421ee498920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาจีนไฟเขียวออก กม.คุมความมั่นคงฮ่องกง สหรัฐจ่อยกเลิกสถานะพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เรียบร้อยโรงเรียนจีน สภาตรายางของพรรคคอมมิวนิสต์จีนลงมติอนุมัติแผนการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ เข้าควบคุมการรักษาความมั่นคงในฮ่องกงได้อย่างเปิดเผย ฝ่ายประชาธิปไตยระบุเป็นจุดจบของฮ่องกง ขณะสหรัฐเพิกถอนสถานะพิเศษเปิดทางยกเลิกสิทธิพิเศษทางเศรษฐกิจการค้าของฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (ซ้าย) และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง กดลงคะแนนรับข้อเสนอร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกง ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีนวันสุดท้าย ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) ของจีนประชุมกันเป็นวันสุดท้ายที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563 โดยสมาชิกสภาตรายางแห่งนี้ได้ลงมติผ่านแผนการออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่สุด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายดังกล่าวจะลงโทษการแบ่งแยกดินแดน, การบ่อนทำลายอำนาจรัฐ, การก่อการร้าย และพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงจะอนุญาตให้สำนักงานด้านความมั่นคงของจีนแผ่นดินใหญ่ดำเนินการอย่างเปิดเผยได้ในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลอเดีย โม ส.ส.ฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกง กล่าวกับเอเอฟพีว่า นี่คือจุดจบของฮ่องกง เรารู้ว่าพวกเขากำลังตัดจิตวิญญาณของพวกเรา พรากค่านิยมที่พวกเราโอบรับไว้เสมอมา ค่านิยมเช่น สิทธิมนุษยชน, ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรม จากนี้ไปฮ่องกงก็เป็นเพียงแค่เมืองเมืองหนึ่งของจีนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว หวัง เฉิน รองประธานคณะกรรมการประจำของเอ็นพีซี กล่าวไว้ว่า ความล่าช้าในการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงของฮ่องกงบีบให้ผู้นำจีนต้องดำเนินการเอง &amp;quot;เป็นเวลากว่า 20 ปีหลังจากฮ่องกงกลับคืน (สู่จีน) กฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่เป็นจริงเพราะการบ่อนทำลายและการขัดขวางโดยพวกที่หว่านปัญหายุ่งยากในฮ่องกงและจีนยังลอยนวล รวมถึงพวกขุมกำลังศัตรูจากภายนอก&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายนี้ทำให้ชาวฮ่องกงเรือนหมื่นออกมาชุมนุมประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ การชุมนุมยังคงเกิดต่อเนื่องในวันพุธ พร้อมกันกับที่สภานิติบัญญัติของฮ่องกงพิจารณาร่างกฎหมายเพลงชาติจีนวาระที่ 2 ตำรวจยิงกระสุนพริกไทยสลายการชุมนุมและมีผู้ประท้วงถูกจับกุมมากกว่า 360 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวต่อสภาคองเกรสว่า รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจเพิกถอนสถานะพิเศษของฮ่องกงแล้ว เพราะจีนไม่เคารพต่อความตกลงที่ทำไว้เมื่อครั้งรับมอบเกาะนี้คืนจากอังกฤษเมื่อปี 2540 ว่าจะอนุญาตให้ฮ่องกงมีอำนาจปกครองตนเองในระดับสูงต่อไปภายใต้หลัก &amp;quot;หนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; จนถึงปี 2590&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว สภาคองเกรสผ่านกฎหมายฉบับหนึ่ง มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกง ซึ่งชุมนุมประท้วงยืดเยื้อถึง 7 เดือน กฎหมายนี้กำหนดว่ารัฐบาลสหรัฐต้องรับรองว่าฮ่องกงยังคงมีเสรีภาพตามที่ได้รับประกันไว้ตามข้อตกลงฉบับนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐเมื่อวันพุธหมายความว่า เขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้อาจสูญเสียสิทธิพิเศษทางการค้าและเศรษฐกิจที่จีนแผ่นดินใหญ่ไม่ได้รับ ซึ่งรวมถึงอัตราภาษีศุลกากรที่ต่ำกว่าของจีน เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นผู้ตัดสินใจในท้ายที่สุดว่าจะดำเนินการอย่างไรกับฮ่องกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67215</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคง, สภาผู้แทนประชาชนจีน, สหรัฐเพิกถอนสถานะพิเศษ, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecfaebde8328.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเพิ่มงบประมาณกลาโหมปีนี้แค่ 7.5% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนประกาศเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมประจำปี 2562 เพียงแค่ 7.5% ลดลงกว่าปีที่แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง แต่ก็ยังเป็นการใช้จ่ายมากถึง 1.776 แสนล้านดอลลาร์ที่เพียงพอต่อการสร้างความวิตกแก่ประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 13 พ.ค. 2561 เรือบรรทุกเครื่องบินที่จีนผลิตเองลำแรกซึ่งมีชื่อเรียกว่า &amp;quot;ชนิด 001 เอ&amp;quot; ออกจากท่าในเมืองต้าเหลียน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานงบประมาณที่รัฐบาลจีนเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) ในวันเปิดประชุมประจำวันแรกเมื่อวันอังคารที่ 5 มีนาคม 2562 ปี 2562 นี้จีนจัดงบประมาณการใช้จ่ายด้านกลาโหม 1.19 ล้านล้านหยวน (1.776 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 5.64 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 2561 นั้น จีนจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมเกิน 1 ล้านล้านหยวนเป็นครั้งแรก โดยเป็นการเพิ่มงบจากปีก่อนหน้านั้น 8.1% อยู่ที่ 1.11 ล้านล้านหยวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีน ซึ่งคุยว่ามีกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ใช้งบประมาณด้านกลาโหมมากเป็นอันดับ 2 ในโลก รองจากสหรัฐ ซึ่งปี 2562 นี้จัดสรรงบประมาณกลาโหมไว้ 7.16 แสนล้านดอลลาร์ จีนไม่ได้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็นตัวเลข 2 หลักมานับแต่ปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเพิ่มงบประมาณน้อยลงจากปีก่อนเกิดขึ้นสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวลง โดยรัฐบาลปรับลดเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือเพียง 6.0-6.5 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจมส์ ชาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทหารจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานยาง กล่าวว่า งบใช้จ่ายด้านการทหารของจีนนั้นสอดคล้องกับการขยายตัวของจีดีพีประจำปีของจีน และจีนมีวาระแห่งชาติด้านอื่นๆ ด้วย การใช้จ่ายทางทหารที่มากเกินไปจะเบียดบังทรัพยากรที่จำเป็นอย่างมาก แบบที่เคยเกิดกับอดีตสหภาพโซเวียตมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเดินหน้าเสริมสร้างกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (พีแอลเอ) ซึ่งมีกำลังพลถึง 2 ล้านนาย ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัย โดยทุ่มเทงบประมาณในการพัฒนาเครื่องบินรบล่องหน, เรือบรรทุกเครื่องบิน และอาวุธอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งให้คำมั่นว่าจะเปลี่ยนพีแอลเอให้เป็นกองทัพระดับ &amp;quot;เวิลด์คลาส&amp;quot; ภายในกลางศตวรรษนี้ เคยกล่าวเรียกร้องหลายครั้งคราว่ากองทัพต้องอยู่ในภาวะพร้อมรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสุนทรพจน์ต่อสมาชิกเอ็นพีซีเกือบ 3,000 คน นายกฯ หลี่ เค่อเฉียง ได้กล่าวย้ำว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จะพยายามต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่ากองทัพมีความจงรักภักดีทางการเมืองและอยู่ภายใต้การนำของพรรค แต่เขาให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะเสริมสร้างการฝึกทางทหารภายใต้ภาวะการรบ และปกป้องอำนาจอธิปไตย, ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาง เย่สุย โฆษกเอ็นพีซี กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การใช้จ่ายด้านกลาโหมของจีนนั้นไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อประเทศอื่นใด แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยและความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมาจีนได้ใช้วาทกรรมดุดันมากขึ้นกับความเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชของไต้หวัน และยังเดินหน้ายืนยันการอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือดินแดนทางทะเลอันกว้างใหญ่ในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออกที่ยังเป็นข้อพิพาทอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกับหลายประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30579</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกลาโหม, งบทหาร, จีน, สภาผู้แทนประชาชนจีน, เพิ่มขึ้น 7.5%</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7e72d6583df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สีจิ้นผิง&#039; ขู่ไต้หวัน แยกประเทศเจอดี ลั่นคนจีนพร้อมสู้ตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนกล่าวสุนทรพจน์ปลุกใจรักชาติเมื่อวันอังคาร ปรามไต้หวันอย่าคิดพยายามแบ่งแยกดินแดน ลั่นจีนพร้อมสู้รบใน &amp;quot;การศึกนองเลือด&amp;quot; เพื่อทวงคืนสถานะอันชอบธรรมของจีนในเวทีโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ปิดการประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปักกิ่ง (เอเอฟพี) / ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่ออีกสมัยในการประชุมประจำปีของสภาผู้แทนประชาชนจีนครั้งนี้ กล่าวสุนทรพจน์ปิดการประชุมเมื่อวันอังคารที่ 20 มีนาคม 2561 นำเสนอวิสัยทัศน์ของเขาในการนำพาจีนก้าวสู่ &amp;quot;ยุคสมัยใหม่&amp;quot; แห่งความยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจและทางทหารของโลกอย่างไร้คู่แข่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เพิ่งลงนามกฎระเบียบใหม่ๆ ที่ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเดินทางไปเยือนไต้หวัน สร้างความไม่พอใจแก่จีน ในคำกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าผู้แทนเกือบ 3,000 คนที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งครั้งนี้ สีกล่าวเตือนถึงไต้หวันด้วยว่า จีนจะปกป้อง &amp;quot;หลักการจีนเดียว&amp;quot; ซึ่งถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของตน ที่จีนพร้อมจะผนวกกลับคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พฤติกรรมและกลอุบายทั้งหมดเพื่อแบ่งแยกประเทศล้วนมีจุดจบที่ความล้มเหลว ประชาชนจะประณาม และประวัติศาสตร์จะลงโทษ&amp;quot; สีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนั้น สียังต้องการบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับโครงการพัฒนาในต่างแดนอันทะเยอทะยานของจีน โดยกล่าวว่า การพัฒนาของจีน &amp;quot;จะไม่เป็นภัยคุกคามต่อประเทศใด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีแต่พวกที่คุ้นเคยกับการข่มขู่คุกคามผู้อื่นเท่านั้นที่จะมองทุกคนว่าเป็นภัยคุกคาม&amp;quot; สีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนกำลังผลักดันความริเริ่มด้านโครงสร้างพื้นฐานด้นการค้าระดับโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลด้วยการปลุกชีวิตเส้นทางสายไหมโบราณ ดึงดูดให้หลายประเทศสนใจเข้าร่วมในการลงทุน แต่ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิจารณ์ด้วยความหวั่นเกรงว่าโครงการนี้จะตอบสนองผลประโยชน์ของจีนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนของสีที่จะสร้างกองทัพระดับ &amp;quot;เวิลด์คลาส&amp;quot; ภายในกลางศตวรรษนี้ก็สร้างความวิตกเช่นกัน ท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคนี้เกี่ยวกับการแย่งชิงดินแดนในทะเลจีนใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิสัยทัศน์ของสีเกี่ยวกับการทำความฝันอันยิ่งใหญ่ที่่สุดของจีน นั่นคือการปลุกพลังของคนในชาติ ให้เป็นความจริง &amp;quot;คนจีนไม่ยอมแพ้และมุมานะ เรามีจิตวิญญาณของการต่อสู้ทำศึกนองเลือดกับศัตรูของเราแบบถวายชีวิต&amp;quot; สีกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5439</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, สภาผู้แทนประชาชนจีน, สีจิ้นผิง, แยกประเทศ, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab113fbc8043.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2018 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2018 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาตรายางจีนรับรอง &#039;หลี่เค่อเฉียง&#039; นั่งนายกฯ อีกสมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สภาตรายางจีนลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันอาทิตย์ รับรอง &amp;quot;หลี่เค่อเฉียง&amp;quot; เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 อีก 5 ปี หลังจากวันก่อนเพิ่งเลือก &amp;quot;สีจิ้นผิง&amp;quot; เป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;หลี่เค่อเฉียง สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจีน เมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปักกิ่ง (เอเอฟพี) / เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18&amp;nbsp; มีนาคม ที่ประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง มีมติรับรองหลี่เค่อเฉียงเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 อีก 5 ปี โดยได้รับเสียงรับรอง 2,964 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 2,970 คน มีเสียงคัดค้านเพียง 2 เสียงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์สภาตรายางจีนแห่งนี้เพิ่งรับรองสีจิ้นผิงเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 และให้หวังฉีซาน วัย 69 ปี อดีตเลขาธิการคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ เป็นรองประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนที่หลี่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรกเมื่อปี 2556 เขาให้สัญญาว่าจีนจะปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อบริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาขยายตลาดในจีน รวมถึงจะมีการปฏิรูปโครงสร้างต่างๆ ของประเทศ แต่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรประบุว่าบริษัทต่างชาติยังคงเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ มากมายที่จะเข้าไปเจาะตลาดและเจริญเติบโตในจีนซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ บริษัทที่จะเข้ามาตั้งในจีนถูกบังคับว่าจะต้องอยู่ในรูปแบบของการร่วมลงทุนกับบริษัทท้องถิ่น และต้องมีการแบ่งปันเทคโนโลยีให้บริษัทท้องถิ่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกปัญหาสำคัญของจีนในสมัยแรกของหลี่คือ การที่รัฐบาลต้องแบกรับภาระหนี้เสียจำนวนมาก ซึ่งนักวิเคราะห์เกรงว่าอาจจะนำไปสู่วิกฤติทางการเงินและอาจส่งผลสะท้อนไปทั่วโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5274</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, นายกฯ สมัยที่ 2, ประธานาธิบดีสมัยที่ 2, สภาตรายาง, สภาผู้แทนประชาชนจีน, สีจิ้นผิง, หลี่เค่อเฉียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aae6c11ea21f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
