<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039; ถกลดก๊าซเรือนกระจก ดึงภาคปชช. พลังงาน ขนส่ง รักษาสิ่งแวดล้อม-ฟื้นฟูป่าไม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) ครั้งที่ 4/2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ที่ประชุมได้รับรายเรื่องเพื่อทราบ จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ รับทราบระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่าด้วยการปลูกและบำรุงป่าชายเลนสำหรับ องค์กรหรือบุคคลภายนอก พ.ศ. 2564 และระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการแบ่งบันคาร์บอนเครดิตจากการปลูก บำรุง อนุรักษ์ และฟื้นฟูป่าในพื้นที่ป่าไม้ พ.ศ. 2564 รับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินงาน โครงการกลไกเครดิตร่วม Joint Crediting Mechanism(JCM) ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคีระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 และ รับทราบมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมมีเรื่องเพื่อพิจารณา ที่สำคัญ จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่ 1. เห็นชอบต่อ (ร่าง) ยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย (Thailand&amp;rsquo;s Long-Term Low Greenhouse Gas Emission development Strategy)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เห็นชอบต่อ (ร่าง) องค์ประกอบคณะผู้แทนของประเทศไทย ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP 26) การประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต สมัยที่ 16 (CMP 16) การประชุมรัฐภาคีความตกลงปารีส สมัยที่ 3 (CMA 3) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เห็นชอบต่อ (ร่าง) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เห็นชอบกับผลการรายงานการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการภาคพลังงานและขนส่ง ปี พ.ศ. 2562 และ 5.เห็นชอบต่อร่างข้อตกลงการขยายระยะเวลาบันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118344</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนภ., การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วราวุธ ศิลปอาชา, สภาพภูมิอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab34293471f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักแน่! นักวิชาการ เตือนรับมือฝนถล่ม-น้ำท่วมเดือนก.ย.-ต.ค. เผย &#039;ลานีญา&#039; เร่งกำลังเพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.64 - รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกษตร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า #อัพเดทน้ำท่วมน้ำแล้ง (16 ก.ย.64) &amp;ldquo;ลานีญา&amp;rdquo; เร่งกำลังเพิ่มขึ้นอีก! เตรียมรับมือปริมาณฝนเพิ่ม ก.ย.-ต.ค. 64 โดย ต.ค. ฝนปรับเพิ่มขึ้นอีก เกือบทุกพื้นที่ (ยกเว้นใต้ตอนล่าง) กทม. กลาง อีสาน และตะวันออก ต้องระวังให้มาก! ภาคเหนืออุณหภูมิจะสูงกว่าปกติช่วง ต.ค.64 - มี.ค.65 ฝุ่นพิษ PM 2.5 อาจกลับมาสร้างปัญหาเพิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง International Research Institute for Climate Society (IRI) มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา (ภาพที่ 2) ได้พยากรณ์ผลเพิ่มเติมจากเมื่อต้นเดือน ส.ค. โดย ผลพยากรณ์บ่งชี้ว่า &amp;ldquo;เฟสกลาง&amp;rdquo; (ENSO-Neutral) จะยังคงอยู่ต่อไปอีกระยะ แต่ความน่าจะเป็นของการเกิดปรากฏการณ์ &amp;ldquo;ลานีญา&amp;rdquo; ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมที่พยากรณ์ไว้ใน ส.ค. 64 โอกาสจะเกิดลานีญา อยู่ที่ 70-80% ในช่วง ก.ย.64-ก.พ.65 (ภาพที่ 2 ซ้าย) โดยลานีญาจะเพิ่มกำลังขึ้นจากเดิม บ่งชี้ว่าฝนจะเร่งตัวมากขึ้นจากนี้จนถึง ต.ค. 64 ต้องระวังกันให้มาก (ภาพที่ 2 ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาพที่ 3 บ่งชี้ว่าปริมาณฝนช่วง ต.ค. 64 จะมากกว่าที่เคยพยากรณ์ไว้ในเดือนที่ผ่านมาจากลานีญาที่เร่งตัวเพิ่มขึ้น อีสาน กลาง และตะวันออก ต้องระวังให้มาก เขื่อนหลักภาคเหนือยังมีลุ้นได้น้ำเพิ่ม หลัง ต.ค. ฝนจะเริ่มลดลง ช่วง ม.ค.-มี.ค. 65 ภาคกลางและเหนือตอนล่างเตรียมรับมือฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอุณหภูมิ (ภาพที่ 4) ภาคเหนือตอนบนอากาศจะร้อนกว่าค่าเฉลี่ยปกติลากยาวตั้งแต่ ต.ค.64 - มี.ค.65 บ่งชี้ว่าปีนี้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 น่าจะมีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมาเพราะไม่มีฝนช่วย อากาศหนาวเย็นกว่าปกติน่าจะไม่เกิดขึ้นแล้ว เปลี่ยนแปลงจากการพยากรณ์ก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามการพยากรณ์อย่างใกล้ชิดกันต่อไป โดยเฉพาะน้ำท่วม อาจทำให้ผลผลิตเสียหายและมีการระบาดเพิ่มของโควิด-19 รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ #ClimateChange #Flood #Drought #NewNormal #COVID19
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116885</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมน้ำแล้ง, ฝนตก, รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช, ลานีญา, สภาพภูมิอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142b42ed260e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขับเคลื่อนฟื้นฟูระบบนิเวศ ดูแลสิ่งแวดล้อมโลกยั่งยืน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใน 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก &amp;nbsp;สำหรับปี 2564 นี้ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ &amp;nbsp;ได้กำหนดแนวทางรณรงค์สู่ &amp;ldquo;ทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศ&amp;rdquo; รวมพลังทั่วโลกอนุรักษ์ ป้องกันและฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งภายใต้ปัจจัยท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร กำหนดแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการมุ่งสู่องค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ ร่วมอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมคงอยู่อย่างยั่งยืน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า แผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการมุ่งสู่องค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ ประกอบด้วย 6 กลยุทธ์ คือ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต มีเป้าหมายลดปริมาณการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต 15% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558 ภายในปี 2568 2.ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนของบริษัทคิดเป็น 26% ของการใช้พลังงานทั้งหมด 3.พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ผลิตภัณฑ์ Meat Zero นวัตกรรมเนื้อจากพืช ทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ นวัตกรรมอาหารสัตว์รักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.วางแผนระบบโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ 5.ลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นศูนย์ ภายในปี 2573 และ 6.การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน ด้วยการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ เช่น ใช้วัตถุดิบข้าวโพดจากแหล่งผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จัดหาวัตถุดิบปลาป่นสำหรับการผลิตอาหารสัตว์น้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะต้องมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมาย และยึดมาตรฐานสากล สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของวัตถุดิบได้ รวมทั้งการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพผ่านการดำเนินโครงการ อนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู พื้นที่ที่ป่าต้นน้ำและป่าชายเลน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสถานประกอบการ ซึ่งดำเนินการไปแล้วมากกว่า 10,000 ไร่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซีพีเอฟมุ่งมั่นบรรเทาผลกระทบและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยยึดเป้าหมายและดำเนินงานตามกลยุทธ์ความยั่งยืน พร้อมทั้งนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ ทำให้ในปี 2563 สามารถบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนแนวทางอนุรักษ์โลก อาทิ ดึงน้ำมาใช้ต่อหน่วยการผลิตลดลง 36% เทียบกับปีฐาน 2558 นำน้ำกลับมาใช้ใหม่หรือใช้ซ้ำคิดเป็น 42% ของการใช้น้ำทั้งหมด ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีคุณสมบัติสามารถใช้ซ้ำ หรือนำไปผลิตเป็นสินค้าใหม่ หรือย่อยสลายได้ 99.9% รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 580,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนตลอดกระบวนการผลิต &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โลกกำลังเผชิญวิกฤติด้านสุขภาพครั้งใหญ่จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เศรษฐกิจและสังคมโลกเดินไปข้างหน้าช้าลง เราทุกคนจึงต้องร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อฟื้นสมดุลทางธรรมชาติให้กลับคืนมา ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาวให้กับทุกชีวิตบนโลกนี้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายวุฒิชัยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106132</URL_LINK>
                <HASHTAG>วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์, สภาพภูมิอากาศ, สิ่งแวดล้อม, เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210612/image_big_60c45645d0f04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
