<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 07:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 07:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯ เผย &#039;โกนเซิน&#039; อ่อนกำลัง แต่ยังทำฝนตกหนักทั่วไทย กทม.เจอฝน 70%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย. 2564 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 14 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุดีเปรสชัน&amp;ldquo;โกนเซิน&amp;rdquo;บริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โกนเซิน&amp;rdquo; (CONSON) ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนาม คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนามในระยะต่อไป ส่งผลทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝุ่นละอองขนาดเล็กในช่วงของฤดูฝนการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย
พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ อำนาจเจริญ
ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116407</URL_LINK>
                <HASHTAG>พยากรณ์อากาศ, สภาพอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613d468aca5c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนองคายอุณหภูมิลดวูบเหลือ14องศาครูพาเด็กเล็กออกกำลังกายคลายหนาว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค. 63 - &amp;nbsp; สภาพอากาศที่จังหวัดหนองคาย หนาวเย็น โดยอุณหภูมิได้ลดลงตั้งแต่ช่วงประมาณ 04.00 น. เรื่อยมาเหลือ 14 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบกับเด็กเล็กและผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลที่ต้องเดินทางไปโรงเรียน ซึ่งที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองหนองคายครูได้อนุญาตให้นักเรียนสวมกางเกงขายาว เสื้อกันหนาวแขนยาวมาโรงเรียนได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเด็กเล็กป่วยจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงด้วยโรคทางเดินหายใจได้ง่าย โดยเฉพาะโรคไข้หวัด และเสี่ยงติดเชื้อโควิด 19 ได้ง่ายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะครูยังได้พาเด็กอนุบาลทำกิจกรรมอบอุ่นร่างกาย ออกกำลังกาย ให้ร่างกายอบอุ่นก่อนจะเข้าห้องเรียน ซึ่งจะทำกิจกรรมเช่นนี้ทุกวันจนกว่าสภาพอากาศหนาวเย็นจะคลี่คลาย และยังได้เน้นย้ำให้ผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่บุตรหลานสวมเสื้อกันหนาว กางเกงขายาว ถุงเท้า ถุงมือ ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเด็กเสมอ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87762</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครู, สภาพอากาศ, หนองคาย, หนาวเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2b6fed560f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลำปาง&#039; ยืนหนึ่งร้อนสุดในประเทศทะลุ 43 องศา เปิดอันดับ 10 จังหวัดอุณหภูมิเกิน 40 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานอุณหภูมิสูงสุดของเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2563 ระบุว่า ขณะนี้ลำปางร้อนมากที่สุดในประเทศไทย มีอุณหภูมิสูงสุด 43 องศาเซลเซียส โดยเรียงลำดับ 10 จังหวัดที่อยู่ในเกณฑ์ &amp;quot;สภาพอากาศร้อนจัด&amp;quot; มีอุณหภูมิพุ่งสูงทะลุเกิน 40 องศาเซลเซียส ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.ลำปาง 43 องศา 2.ตาก 41.7 องศา 3.แพร่ 41.5 องศา 4.ลำพูน 41.4 องศา 5.ลพบุรี 41.3 องศา 6.แม่ฮ่องสอน 41.0 องศา 7.เพชรบูรณ์ 41.0 องศา 8.น่าน 40.5 องศา&amp;nbsp;9.อุตรดิตถ์ 40.5 องศา และ 10.สุโขทัย 40.5 องศา ขณะที่กรุงเทพฯ-เขตดอนเมือง 37.7 องศา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62153</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, จังหวัดลำปาง, ร้อนจัด, สภาพอากาศ, อุณหภูมิสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e898d5cc4a29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่แล้วคุณภาพอากาศเลวร้าย&#039;เชียงใหม่&#039;ติดอันดับ 1 อากาศแย่ที่สุดในโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงเช้าของวันนี้กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานเกี่ยวกับภาวะฝุ่นละอองของวันที่ 29 มี.ค. 2563 ระบุว่า ในระยะนี้ ลมใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีกำลังแรงขึ้น ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงน้อย ส่วนภาคเหนือตอนบนอากาศลอยตัวขึ้นได้ไม่ดีในตอนเช้า เกิดการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันมาก ส่วนมากทางตอนบนของภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด www.airvisual.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศและจัดอันดับเมืองมลพิษโลก วันที่ 29 มี.ค.63 เวลา 10.00 น. พบว่า เช้านี้เชียงใหม่อยู่อันดับที่ 1 ของโลก ค่าฝุ่นอยู่ที่ 209 &amp;nbsp;US AQI
โดยปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษ ในขณะนี้เกิดจากการลุกลามของไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือที่ขยายตัวและรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่กทม.และปริมณฑล วันที่ 29 มี.ค.63 เวลา 08.00 น. พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก ค่าฝุ่นไม่เกินเกณฑ์ทุกพื้นที่ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ พบฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 46 - 369 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (&amp;micro;g/m3) เกินมาตรฐาน จำนวน 25 พื้นที่ โดยอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนสีแดง) 14 พื้นที่ บริเวณที่มีค่าฝุ่นสูงที่สุดเกินมาตรฐานหลายเท่าตัวคือ ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 364 ไมโครกรัมฯ ตามด้วย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 254 ไมโครกรัม ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน 189 ไมโครกรัมฯ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 183 ไมโครกรัมฯ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา ขณะอีก 11 พื้นที่ ค่าฝุ่นอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนสีส้ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61307</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก, ปัญหาหมอกควัน, ภาคเหนือ, สภาพอากาศ, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e8026b5bbcd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หาดตะโละกาโปร์&#039; ทะเลปัตตานีมีคลื่นสูง ลงเล่นน้ำไม่ได้-งดทำประมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศท้องฟ้าเปิด และมีแดด แต่มีลมกระโชกแรง สำหรับพื้นที่หาดตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี หลังจากมีการหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้ประชาชนแห่มาเที่ยวหาดเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากมีลมกระโชกแรง ทำให้มีคลื่นสูง 2-3 เมตรพัดเข้าหาฝัง ประชาชนที่พาลูกหลานมาเที่ยวชายหาด ไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ ซึ่มีคลื่นสูงและแรง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ไม่ควรลงเล่นน้ำทะเล และบุตรหลานจะต้องอยู่ในสายตาตลอด เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บรรยากาศริมทะเลยังมีคลื่นลมกระโชกแรงอย่างต่อเนื่อง เรือประมงพื้นบ้านใน 6 อำเภอของจังหวัดปัตตานีที่อาศัยอยู่ริมชายทะเลอ่าวไทย ประมาณเกือบ 100 ลำ ทั้งเรือขนาดกลางและขนาดเล็กไม่สามารถออกเรือได้ ต่างพากันหยุดออกเรือทำการประมง โดยนำเรือนำมารจอดไว้ในคลองในหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากชายฝั่ง เนื่องจากเกรงว่า คลื่นลมแรงอาจจะทำให้เรือเสียหาย พร้อมทั้งนำอุปกรณ์ประกอบอาชีพนำมาตั้งเก็บไว้ เพื่อความปลอดภัยควรงดออกเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53662</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, คลื่นสูง, จ.ปัตตานี, ลมกระโชกแรง, สภาพอากาศ, หาดตะโละกาโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0d73026d388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2020 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2020 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนาวเย็นต่อเนื่อง &#039;ไทยตอนบน&#039; อุณหภูมิลด 2-3 องศาจนถึง 7 ม.ค.63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.63 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในอีก 7 วันข้างหน้าว่า&amp;nbsp;ช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 ประเทศไทยตอนบนอุณภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 3-11 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น โดยในช่วงวันที่ 1 - 4 ม.ค. 63 บริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 5 - 7 ม.ค. 63 บริเวณอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 4 ม.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 1 - 4 ม.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น สำหรับอ่าวไทยคลื่นลมจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 5 - 7 ม.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 3-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 5-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 มีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 มีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งอ่าวไทย) ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 4 ม.ค. 63 ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ในช่วงวันที่ 5 &amp;ndash; 7 ม.ค. 63 ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 1 &amp;ndash; 7 มค. 63 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 2 &amp;ndash; 6 มค. 63 มีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53654</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, พยากรณ์อากาศ, สภาพอากาศ, หนาวจัด, อุณหภูมิลดลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0d49d93d303.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นไอเดียเก๋!ทำสีธงบอกคุณภาพอากาศประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.62-ที่หน้าสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 ขอนแก่น ทำพิธีชักธงเตือนภัยและประชุมเชิงปฏิบัติการการใช้ข้อมูลดาวเทียมเฝ้าระวังคุณภาพอากาศ ซึ่งเช้าวันนี้ดัชนีคุณภาพอากาศ หรือค่า AQI ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นอยู่ที่ 23 หน่วย อยู่ในระดับคุณภาพดีมาก หรือในระดับธงสีฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์กล่าวว่า ระดับสีธงที่กำหนดนั้นมีทั้งหมด 5 สี ประกอบด้วย ค่าดัชนี 0-25 คือระดับดีมากใช้ธงสีฟ้า, 26-50 อยู่ในระดับดี ใช้ธงสีเขียว ,51-100 อยู่ในระดับ ปานกลาง ใช้ธงสีเหลือง, &amp;nbsp;101-200 อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพใช้ธงสีส้ม และ 200 ขึ้นไป อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ใช้ธงสีแดง ซึ่งทางสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 ขอนแก่นจะมีการชักธงแจ้งเตือนตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน เพื่อให้ทุกคนได้ทราบค่าดัชนีคุณภาพอากาศของจ.ขอนแก่น ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นว่าขณะนี้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับไหนและควรปฏิบัติตัวเช่นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; การชักธงแจ้งเตือนนี้ถือว่าจังหวัดขอนแก่นทำเป็นที่แรก ซึ่งจะสามารถเข้าถึงทุกคนให้ได้ทราบระดับคุณภาพในอากาศที่ทางจังหวัดมีความห่วงในเรื่องค่าฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกิดเป็นปัญหาใหญ่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กๆจะได้รู้ว่าสภาพอากาศแต่ละวันควรจะปฏิบัติตนอย่าไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการตรวจสอบไม่ใช่เฉพาะผู้ที่มีสมาร์ทโฟนเท่านั้นที่จะสามารถตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันได้ นอกจากนี้ทางจังหวัดขอนแก่นได้มีการประชุมถึงแนวทางรับมือสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในระยะยาว ซึ่งทางจังหวัดขอนแก่น ยังคงนำมาตรการต่างๆที่เคยผ่านมามาใช้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับจับผู้เผาอ้อย การรับซื้ออ้อยที่ไม่ถูกเผาจะได้รับการบริการที่ดีกว่า การรับซื้อใบอ้อยนำไปทำพลังงานชีวมวลเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในเรื่องของอ้อย การเข้มงวดเรื่องรถควันดำ การก่อสร้างต่างๆต้องมีสแลนกั้นฝุ่น อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากมาตรการดังกล่าวนี้ จังหวัดยังได้สั่งการให้หน่วยงานของ อปท.แต่ละท้องที่ มีการฉีดนำทำความสะอาดในพื้นที่ที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่องอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47502</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ค่าฝุ่นละออง, สภาพอากาศ, สีธง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9ad369ee028.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
